การเข้ารับอิสลามของชนต่างศาสนิกในประเทศไทย : กรณีศึกษามุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน
Files
Files
Date
Publication
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, วิทยาเขตปัตตานี
Abstract
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสาเหตุการเข้ารับอิสลามของชนต่างศาสนิกในประเทศไทย กรณีศึกษามุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง เพื่อศึกษาลักษณะสำคัญของแนวคำสอนและเหตุปัจจัยการเข้ารับศาสนาอิสลามตามหลักการอิสลาม สาเหตุการเข้ารับอิสลามของมุอัลลัฟ การศึกษาการเรียนรู้อิสลามภายหลังการเข้ารับอิสลามของมุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน การปรับตัวและการสื่อสารอัตลักษณ์ในความเป็นมุสลิมของมุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตอย่างมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลภาคสนามโดยใช้วิธีการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ ผลจากการศึกษาพบว่า อิสลามมีหลักคำสอนซึ่งกำหนดวิถีชีวิตอันประกอบด้วยองค์ประกอบพฤติกรรมภายในและภายนอกที่มีความสอดคล้องกันและสอดรับกับแนวคิดทฤษฎีในเรื่องพฤติกรรม อัตลักษณ์ และการปรับตัว ส่วนการเข้ารับอิสลามเป็นการเปลี่ยนอัตลักษณ์และพฤติกรรมเดิมเข้าสู่อัตลักษณ์และพฤติกรรมใหม่ ซึ่งผู้ที่เปลี่ยนศาสนาเดิมที่ตนเองเคยนับถือมาก่อนด้วยการเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามนั้น ได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุปัจจัยหลายประการ เช่น แนวคิดอิสลามศาสนาแห่งการดะอฺวะฮฺและหลักแห่งทางน้ำ ทั้งได้ให้ความสำคัญแก่การดูแลเอาใจใส่ผู้เข้ารับอิสลามเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดการปรับตัวที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตส่วนบุคคลและส่วนรวม หลักการที่กล่าวมานั้นได้เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ของอิสลาม
จากการศึกษามุอัลลัฟในชุมชนมุสลิมพื้นที่ชายฝั่งอันดามันพบว่า การเข้ารับอิสลามมีเหตุปัจจัยสำคัญจากการแต่งงานระหว่างผู้ที่นับถือศาสนาพุทธทั้งชายหญิงกับชายหญิงมุสลิมดั้งเดิมในพื้นที่ ถึงกระนั้น การเข้ารับอิสลามประกอบด้วยเหตุปัจจัยเกี่ยวข้องที่หลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการจ้างงานในพื้นที่ ปฏิสัมพันธ์ในทางสังคมและแบบอย่างทางวัฒนธรรมของมุสลิม ปัจจัยสำคัญที่เอื้ออำนวยให้มุอัลลัฟมีการปรับตัวที่ดี คือการจัดการศึกษาอบรมของมัสยิดและการสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับมุอัลลัฟโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือญาติและสังคมที่ใกล้ชิดของทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตาม บทบาทที่เอื้ออำนวยเหล่านี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีตามเจตนารมณ์และข้อบัญญัติของอิสลามที่เอื้อคุณประโยชน์ให้แก่ทั้งตัวมอัลลัฟเองและสังคมโดยรวม ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้เสนอแนะให้มีการศึกษาต่อในเรื่องนี้ รวมถึงแนวทางการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของมุอัลลัฟโดยอาศัยกลไกของมัสยิดและองค์กรศาสนาอิสลามในประเทศไทย โดยใช้แนวทางปฏิบัติที่มีในหลักการอิสลามอย่างกว้างขวางโดยคำนึงถึงสภาพสังคม วัฒนธรรมไทยในสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอันเป็นบริบทของมุอัลลัฟในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันและสังคมไทยโดยรวม
Details
Description
วิทยานิพนธ์ (ปร.ด.(อิสลามศึกษา))--มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2562


