การปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรชาวสวนยาง ในตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล
Files
Files
Date
Publication
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
Prince of Songkla University
Abstract
Abstract
This study aims to study 1) the social and economic characteristics of rubber farmers, who apply GAP standards for field latex production, 2) the production management, rubber plantation management, and the adoption of GAP standards for field latex production, and 3) the factors affecting the adoption of GAP standards for field latex production by rubber farmers in Pae-Ra Sub-district, Tha Phae District, Satun Province. The data were collected from 88 rubber farmers through structured questionnaires. The Ordered Probit Model analysis, One-way ANOVA analysis, and descriptive statistics were applied to analyze the data.The results of the study revealed as follows. Most rubber farmers, 68.2 percent, were female, with an average age of 49.44 years old, and all of them were Muslim. Half of the rubber farmers, 54.5%, had marital status and had completed at the primary school level in a maximum. The household members were 4.58 people on average. The farmers worked as rubber farmers as their main occupation with 24.27 years of experience in rubber plantation on average. They attended training sessions on rubber plantation management 3.25 times per year. The average household income was 19,729.77 baht per month while the average debts were 418,391 baht. The farmers, 47.7%, had an average savings of 45,119.05 baht. The farmers occupied an average landholding of 12.03 rai; meanwhile, the rubber plantations covered 10.29 rai. The family labors are used in rubber plantations. The average age of rubber trees (year 2023) was 17.69 years, 98.9%. The chemical fertilizers were applied on average 1.5 times per year. The farmers, 75.0%, encountered leaf-falling disease. Weeds were removed 1.25 times per year on average. The farmers, 78.4%, applied the rubber tapping system at 1/3S 3d/4. The farmers, 76.14%, applied GAP standards for field latex production at a high level. The farmers, 20.45%, applied GAP standards at a moderate level, and 3.41% of the farmers applied GAP standards at a low level.The analysis results of the differences between the average values of social, economic, and production management and rubber plantation management, which were classified according to the level of application of GAP standards for field latex production, explained as follows. The number of participants in the training sessions, farm incomes, sizes of farm landholding, sizes of GAP rubber plantation area, and tapping day per year are different with statistical significance. The factors affecting the adoption of GAP standards for field latex production at a moderate and high level with statistical significance level at ? = 0.1 included gender, rubber plantation experience, and level of skill and expertise in rubber plantations. The suggestions toward promoting GAP standards are raised as follows. The rubber farmers are required to follow GAP standards from the beginning of rubber plantations throughout the productive years. The creation of training courses on GAP standards should be supported, which enables the emphasis on knowledge increment for less experienced rubber farmers. Finally, the development of facilitators should be implemented for rubber plantation business.
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรชาวสวนยางที่ปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด 2) ศึกษาการจัดการการผลิต การจัดการสวนยาง และการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด และ 3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรชาวสวนยางตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูลรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรชาวสวนยางที่มีการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด จำนวน 88 ราย โดยใช้แบบสอบถามเชิงโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาการวิเคราะห์ One-way ANOVA และการวิเคราะห์แบบจำลองโพรบิทเรียงลำดับ (Ordered Probit Model)ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางส่วนใหญ่ร้อยละ 68.2 เพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 49.44 ปี นับถือศาสนาอิสลามทั้งหมด มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 54.5 สำเร็จการศึกษาระดับไม่เกินประถมศึกษา มีสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4.58 คน เกษตรกรทำสวนยางเป็นอาชีพหลัก มีประสบการณ์ทำสวนยางเฉลี่ย 24.27 ปี มีจำนวนอบรมเกี่ยวกับการจัดการสวนยางเฉลี่ย 3.25 ครั้งต่อปี มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 19,729.77 บาทต่อเดือน มีหนี้สินเฉลี่ย 418,391 บาท และร้อยละ 47.7 มีเงินออมเฉลี่ย 45,119.05 บาท เกษตรกรชาวสวนยางถือครองที่ดินเฉลี่ย 12.03 ไร่ เป็นพื้นที่สวนยางเฉลี่ย 10.29 ไร่ ใช้แรงงานในครัวเรือนในการทำสวนยาง อายุต้นยางเฉลี่ย (ปี 2566) 17.69 ปี ร้อยละ 98.9 ใส่ปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อปี เกษตรกรชาวสวนยางร้อยละ 75.0 มีปัญหาจากโรคใบร่วงชนิด มีการกำจัดวัชพืชโดยเฉลี่ยกำจัดวัชพืช 1.25 ครั้งต่อปี ร้อยละ 78.4 ใช้ระบบกรีดยาง 1 ส่วน 3 ของลำต้นและกรีด 3 วัน หยุด 1 วัน การปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด เกษตรกรชาวสวนยางร้อยละ 76.14 ปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสดในระดับมาก ร้อยละ 20.45 ปรับใช้ในระดับปานกลาง และร้อยละ 3.41 ปรับใช้ในระดับน้อยผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของลักษณะสังคม เศรษฐกิจ การจัดการการผลิต และการจัดการสวนยางของเกษตรกรชาวสวนยางจำแนกตามระดับการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด พบว่า จำนวนเข้าร่วมอบรม รายได้จากภาคเกษตร ขนาดถือครองที่ดินทางการเกษตร ขนาดพื้นที่สวนยางที่ปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด และจำนวนกรีดต่อปี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด ในระดับปานกลางและระดับมาก ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ α = 0.1 ได้แก่ เพศ ประสบการณ์ทำสวนยาง และระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญในการทำสวนยาง ข้อเสนอแนะต่อการส่งเสริมมาตรฐาน GAP คือ ควรกำหนดให้เกษตรกรชาวสวนยางปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP ตั้งแต่เริ่มปลูกยางและตลอดอายุเก็บเกี่ยวสวนยาง สนับสนุนการจัดทำหลักสูตรอบรมการปฏิบัติมาตรฐาน GAP โดยเน้นการให้ความรู้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่มีประสบการณ์การทำสวนยางน้อย และสร้างวิทยากรเกษตรกรชาวสวนยาง
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะทางสังคมและเศรษฐกิจของเกษตรกรชาวสวนยางที่ปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด 2) ศึกษาการจัดการการผลิต การจัดการสวนยาง และการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด และ 3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสดของเกษตรกรชาวสวนยางตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูลรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรชาวสวนยางที่มีการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด จำนวน 88 ราย โดยใช้แบบสอบถามเชิงโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาการวิเคราะห์ One-way ANOVA และการวิเคราะห์แบบจำลองโพรบิทเรียงลำดับ (Ordered Probit Model)ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรชาวสวนยางส่วนใหญ่ร้อยละ 68.2 เพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 49.44 ปี นับถือศาสนาอิสลามทั้งหมด มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 54.5 สำเร็จการศึกษาระดับไม่เกินประถมศึกษา มีสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4.58 คน เกษตรกรทำสวนยางเป็นอาชีพหลัก มีประสบการณ์ทำสวนยางเฉลี่ย 24.27 ปี มีจำนวนอบรมเกี่ยวกับการจัดการสวนยางเฉลี่ย 3.25 ครั้งต่อปี มีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 19,729.77 บาทต่อเดือน มีหนี้สินเฉลี่ย 418,391 บาท และร้อยละ 47.7 มีเงินออมเฉลี่ย 45,119.05 บาท เกษตรกรชาวสวนยางถือครองที่ดินเฉลี่ย 12.03 ไร่ เป็นพื้นที่สวนยางเฉลี่ย 10.29 ไร่ ใช้แรงงานในครัวเรือนในการทำสวนยาง อายุต้นยางเฉลี่ย (ปี 2566) 17.69 ปี ร้อยละ 98.9 ใส่ปุ๋ยเคมีเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อปี เกษตรกรชาวสวนยางร้อยละ 75.0 มีปัญหาจากโรคใบร่วงชนิด มีการกำจัดวัชพืชโดยเฉลี่ยกำจัดวัชพืช 1.25 ครั้งต่อปี ร้อยละ 78.4 ใช้ระบบกรีดยาง 1 ส่วน 3 ของลำต้นและกรีด 3 วัน หยุด 1 วัน การปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด เกษตรกรชาวสวนยางร้อยละ 76.14 ปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสดในระดับมาก ร้อยละ 20.45 ปรับใช้ในระดับปานกลาง และร้อยละ 3.41 ปรับใช้ในระดับน้อยผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของลักษณะสังคม เศรษฐกิจ การจัดการการผลิต และการจัดการสวนยางของเกษตรกรชาวสวนยางจำแนกตามระดับการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด พบว่า จำนวนเข้าร่วมอบรม รายได้จากภาคเกษตร ขนาดถือครองที่ดินทางการเกษตร ขนาดพื้นที่สวนยางที่ปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด และจำนวนกรีดต่อปี แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรับใช้มาตรฐาน GAP สำหรับการผลิตน้ำยางสด ในระดับปานกลางและระดับมาก ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ α = 0.1 ได้แก่ เพศ ประสบการณ์ทำสวนยาง และระดับทักษะ และความเชี่ยวชาญในการทำสวนยาง ข้อเสนอแนะต่อการส่งเสริมมาตรฐาน GAP คือ ควรกำหนดให้เกษตรกรชาวสวนยางปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP ตั้งแต่เริ่มปลูกยางและตลอดอายุเก็บเกี่ยวสวนยาง สนับสนุนการจัดทำหลักสูตรอบรมการปฏิบัติมาตรฐาน GAP โดยเน้นการให้ความรู้กับเกษตรกรชาวสวนยางที่มีประสบการณ์การทำสวนยางน้อย และสร้างวิทยากรเกษตรกรชาวสวนยาง
Details
Description
ปริญญาโท,การจัดการธุรกิจเกษตร,2567


