กระบวนการพัฒนาระบบการจัดการซะกาตของคณะกรรมการอิสลามประจาจังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง
Files
Files
Date
Publication
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
Abstract
Abstract
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมายและบทบัญญัติเกี่ยวกับคุฏบะฮฺ ศึกษาทัศนคติเกี่ยวกับการนำเสนอคุฏบะฮฺของเคาะฏีบและผู้ฟังคุฏบะฮฺวันศุกร์ และข้อเสนอแนะจากทั้งสองฝ่าย และศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพของคุฏบะฮฺวันศุกร์ในการพัฒนาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณโดยอาศัยเอกสารปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ทติยภูมิ และเก็บรวมรวมข้อมูล ผลการวิจัยพบว่า 1. คุฏบะฮฺคือการแสดงปาฐกถาธรรมก่อนละหมาดวันศุกร์ มีข้อบังคับ(รุกุ่น) เงื่อนไข ประเภท ความสำคัญ บทบัญญัติและพิธีกรรมต่างๆ ทั้งก่อนนำเสนอ ขณะนำเสนอ และหลังจากการนำเสนอ บทบัญญัติว่าด้วยการฟังคุฏบะฮฺ เนื้อหาคุฏบะฮฺเป็นส่วนหนึ่งของการดะอฺวะฮฺให้ผู้ฟังได้รับความรู้ ข้อแนะนำ ขัดเกลาจิตสำนึก และข้อเสนอแนะเพื่อแก้ปัญหาของสังคม และคุฏบะฮฺวันศุกร์มีศักยภาพในการพัฒนาสังคม 2. ผลการวิเคราะห์ทัศนคติเกี่ยวกับการนำเสนอคุฏบะฮฺและข้อเสนอแนะจากผู้ฟังคุฏบะฮฺวันศุกร์พบว่าคุฏบะฮฺเป็นส่วนหนึ่งของการดะอฺวะฮฺมวลชน มีผลต่อผู้ฟังเป็นอย่างยิ่งหากผู้ร่วมละหมาดฟังด้วยความตั้งใจและเคาะฏีบนำเสนอด้วยทักษะและวิธีการที่สามารถให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายโดย เน้นเนื้อหาการยึดมั่นกับหลักคำสอนของศาสนาที่มาจากคำภีร์อัลกุรอาน อัสสุนนะฮฺ การประกอบ อิบาดะฮฺ การรำลึกถึงพระองค์อัลลอฮฺ และรำลึกถึงวันแห่งการตอบแทนในอาคิเราะฮฺ 3. เนื้อหาที่ปรากฏในคุฏบะฮฺวันศุกร์เป็นความรู้และข้อมูลที่มาจากการศึกษา วิเคราะห์และสรุปผลของเคาะฏีบ ถูกเรียบเรียงในรูปแบบความเรียง โดยเน้นการให้คำแนะนำและข้อคิดเพื่อให้ผู้ฟังสามารถนำใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตที่ถูกต้องตามหลักการศาสนาและเกิดการยำเกรงต่อพระองค์อัลลอฮฺ สู่การมีคุณธรรมจริยธรรม อันนำไปสู่การการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน 4. ผลจากการวิเคราะห์แบบสอบถามจากเคาะฏีบผู้นำเสนอคุฏบะฮฺวันศุกร์พบว่าคุฏบะฮฺมีเนื้อหาที่เป็นความรู้ผสมผสานการตักเตือน ข้อแนะนำแก่ผู้ร่วมละหมาด เคาะฏีบได้ใช้โอกาสอย่างคุ้มค่าในการนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังทั้งเรื่องโลกดุนยาและเรื่องอาคิเราะฮฺ ใช้ภาษาที่
ผู้ฟังเข้าใจง่าย เรียบเรียงเนื้อหาที่สละสลวย ถึงแม้จะอ่านจากเอกสารก็ตาม แต่สามารถดึงความสนใจ ของผู้ฟังได้โดยเฉพาะในวาระการชุมนุมละหมาดวันศุกร์ซึ่งมีสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง 5. ผลจากการวิเคราะห์แบบสอบถามจากผู้ฟังคุฏบะฮฺวันศุกร์พบว่า ผู้ร่วมละหมาด วันศุกร์มีความหลากหลายด้านวัยวุฒิ การศึกษา อาชีพ ความเข้าใจด้านเนื้อหาและภาษา การนำเสนอ คุฏบะฮฺควรใช้ภาษาถิ่น เนื้อหาควรเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นในชุมชนและสังคมในรอบสัปดาห์ เน้น การให้ความรู้ใหม่และตักเตือนเรื่องศาสนา แทรกด้วยเรื่องการประกอบอิบาดะฮฺ การขัดเกลาจิตใจ เรื่องคุณธรรมและจริยธรรม หลากหลายหัวข้อและเนื้อหา นำเสนอปัญหาและแนะนำวิธีการแก้ไข ใช้เวลาระหว่าง 15-25 นาที และคุฏบะฮฺสั้นดีกว่าคุฏบะฮฺยาว 6. ศักยภาพของคุฏบะฮฺวันศุกร์เพื่อการพัฒนาสังคมขึ้นอยู่กับการนำเสนอของ เคาะฏีบที่มีทักษะและความสามารถในการนำ เสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ฟัง ผู้ตอบ แบบสอบถามร้อยละ 85 ตอบว่าความรู้ที่ได้จากการฟังคุฏบะฮฺเป็นความรู้ที่เคยศึกษาและทราบจาก สื่อต่างๆ ที่มีในปัจจุบัน เคาะฏีบเพียงแค่เรียบเรียงประโยคเป็นเนื้อหาใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาเก่าที่ คนส่วนใหญ่เคยฟังมาหลายครั้ง แต่ยอมฟังได้เพราะถือว่าเป็นการตักเตือน เพราะเรื่องศาสนาไม่ จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหม่เสมอ เรื่องเก่าก็ยังคงใช้ได้หากนำมาประยุกค์ใช้ให้ถูกวิธีและปฏิบัติอย่าง ต่อเนื่อง ส่วนผู้ฟังร้อยละ 15 ตอบว่าเนื้อหาคุฏบะฮฺเป็นความรู้ใหม่ที่ยังไม่เคยฟังจากที่ใดมาก่อน จึง สนใจที่จะฟังและติดตาม
Details
Description
สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ประจำปีงบประมาณ 2559


