(1) รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขัน้พืน้ฐาน A Model of Democratic Management in Schools under the Office of Basic Education Commission วันชัย หวังสวาสดิ์ Wanchai Wangsawasd วทิยานิพนธ์นีเ้ป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศกึษาศาสตรดุษฎีบัณฑติ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of the Requirements for the Degree of Doctor of Education in Educational Administration Prince of Songkla University 2559 ลิขสิทธ์ิของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (2) ช่ือวิทยานิพนธ์ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้เขียน นายวนัชยั หวงัสวาสดิ์ สาขาวิชา การบริหารการศกึษา บณัฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ อนมุตัใิห้นบัวิทยานิพนธ์ฉบบันีเ้ป็น สว่นหนึง่ของการศกึษาตามหลกัสตูรปริญญาศกึษาศาสตรดษุฎีบณัฑิต สาขาวิชาการบริหาร การศกึษา .................................................................. (รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระพล ศรีชนะ) คณบดีบณัฑิตวิทยาลยั อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก คณะกรรมการสอบ .................................................................. (รองศาสตราจารย์ ดร.ผ่องศรี วาณิชย์ศภุวงศ์) ...........................................ประธานกรรมการ (ดร.เรชา ชสูวุรรณ) อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม .......................................................กรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.ผ่องศรี วาณิชย์ศภุวงศ์) .................................................................. (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระยทุธ ชาตะกาญจน์) .......................................................กรรมการ (ผู้ชว่ยศาสตรจารย์ ดร.วีระยทุธ ชาตะกาญจน์) .......................................................กรรมการ (ผู้ชว่ยศาสตราจารย์ ดร.เกสรี ลดัเลีย) (3) ขอรับรองวา่ ผลงานวิจยันีม้าจากการศกึษาวิจยัของนกัศกึษาเอง และได้แสดงความขอบคณุบคุคล ท่ีมีสว่นชว่ยเหลือแล้ว ลงช่ือ............................................................. (รองศาสตราจารย์ ดร.ผอ่งศรี วาณิชย์ศภุวงศ์) อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์หลกั ลงช่ือ............................................................ (นายวนัชยั หวงัสวาสดิ์) นกัศกึษา (4) ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ผลงานวิจัยนีไ้ม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในการอนุมัติปริญญาในระดบัใดมาก่อน และไมไ่ด้ถกูใช้ในการย่ืนขออนมุตัปิริญญาในขณะนี ้ ลงช่ือ ............................................................ (นายวนัชยั หวงัสวาสดิ์) นกัศกึษา (5) ช่ือวิทยานิพนธ์ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้เขียน นายวนัชยั หวงัสวาสดิ ์ สาขา การบริหารการศกึษา ปีการศึกษา 2558 บทคัดย่อ การวิจยัครัง้นีมี้วตัถปุระสงค์เพ่ือ1)ศกึษาองค์ประกอบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน2)สร้างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานและ 3)ประเมินผล การใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน วิธีด าเนินการวิจยั ประกอบด้วย การศกึษา เอกสารแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยัเพ่ือให้ได้องค์ประกอบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน และน าไปสมัภาษณ์เชิงลกึผู้บริหารโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบของส านกัเสริมสร้างเอกลกัษณ์ ของชาติ จ านวน 4 คนในโรงเรียน4 ภมูิภาคแล้วสงัเคราะห์เป็นองค์ประกอบประชาธิปไตยใน โรงเรียน น าองค์ประกอบมาสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนประเมินความ เหมาะสมและความเป็นไปได้โดยผู้ทรงคณุวฒุิ12 คน พร้อมปรับปรุงรูปแบบตามข้อเสนอแนะของ ผู้ทรงคณุวฒุิ จากนัน้น ารูปแบบไปทดลองใช้ในโรงเรียนจ านวน 1โรงเรียน เป็นเวลา 1 ภาคเรียน และท าการประเมินผลการใช้รูปแบบ ผลการวิจยั พบว่า 1.รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ11 องค์ประกอบย่อยและ 54ตวับง่ชี ้มีรายละเอียด ดงันี ้ องค์ประกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย19ตวับง่ชีอ้งค์ประกอบท่ี 2หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถี ประชาธิปไตย ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบย่อย12 ตวับง่ชีอ้งค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อ สร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา ประกอบด้วย 3องค์ประกอบยอ่ย11ตวับง่ชี ้องค์ประกอบท่ี 4 การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบย่อย12ตวับง่ชีโ้ดยองค์ประกอบหลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม เป็นองค์ประกอบท่ี ส าคญั ในการขบัเคล่ือนให้องค์ประกอบ 2,3 และ 4 ด าเนินการได้โดยผา่นกระบวนการ 3 ขัน้ตอน คือ การวางแผน การสัง่การและการควบคมุ และเม่ือทัง้ 4 องค์ประกอบด าเนินการได้ครบตาม รูปแบบดงักล่าว จะท าให้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนเป็นไปอยา่งตอ่เน่ืองและ ยัง่ยืน (6) 2.ผลการประเมินรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนหลงัการทดลองใช้ กบัผู้บริหาร คณะครูและบคุลากรท่ีเก่ียวข้องมีความพงึพอใจในองค์ประกอบท่ี 1 การบริหารแบบมี สว่นร่วมมากท่ีสดุ ส่วนองค์ประกอบท่ี 2 ,3และ4มีความพึงพอใจมาก (7) Thesis Titte A Model of Democratic Management in Schools under the Jurisdiction of the Basic Education Commission Author Mr. Wanchai Wangsawasd Major Program Educational Administration Academic Year 2015 ABSTRACT This research aimed to (1) investigate factors of democratic management in schools under the Jurisdiction of the Office of the Basic Education commission; (2) construct a model of democratic management in schools, and (3) evaluate the implication of a model of democratic management in schools. The research methodology was consisted of: reviewing literature of principle, theories, and researches to find out factors of democratic management in schools; these find-out factors taken to be reviewed by the four best practice schools administrators as democratic prototype of the National Identity Office in four regions; then, both find-outs of reviewing literature and the reviewer results were used to make the factors of democratic management in schools; these factors taken to build a model of democratic management in Schools to be evaluated for the feasibility and appropriation by 12 experts and their recommendation, finally the model taken to be piloted in a schools for a semester in academic year 2014. The finding revealed as follows: 1. A model of democratic management in schools under the Jurisdiction of the office of Basic Education Commission was contained four factors, 11 sub-factors and 54 indicators notably. Factor 1 participative management was consisted of three sub-factors and 19 indicators; factor 2 schools curriculum supporting democratic implementation of two sub-factors and 12 indicators; factor 3 instruction for democratic management of three sub-factors and 11 indicators, and factor 4 arrangement of (8) atmosphere and environment of democratic engagement of three sub-factors and 12 indicators. However, participative management was the important factor. The implementation of factor 2, 3 and 4 was conducted through three processes notably: planning, execution and control. Then four factors were completely implemented as model, a model of democratic management in Schools was continuous and stainable. 2. In experiment, the administrators , teachers and educational personnel satisfied with the participative management (factor 1) the most of all. However, the others ( factor 2, 3 and 4) were satisfied very much. (9) กติตกิรรมประกาศ วิทยานิพนธ์ฉบบันีส้ าเร็จได้ด้วยความเมตตาตอ่ศษิย์ของอาจารย์ท่ีปรึกษา วิทยานิพนธ์ทัง้สองทา่นคือ รองศาสตราจารย์ ดร.ผ่องศรี วาณิชย์ศภุวงศ์ ผู้ชว่ยศาสตราจารย์ ดร.วีระยทุธ ชาตะกาญจน์ ดร.เรชา ชสูวุรรณ ท่ีกรุณาให้ค าปรึกษาให้ข้อเสนอแนะ จดุประกาย ความคดิ กระตุ้นเตือน เพิ่มพนูความรู้ในการวิจยัครัง้นีแ้ละผู้ชว่ยศาสตราจารย์ ดร.เกสรี ลดัเลีย กรรมการผู้ทรงคณุวฒุิ(คณะกรรมการสอบ) รวมทัง้คณาจารย์ในภาคบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ ทกุทา่นท่ีประสิทธิประสาทวิชา ผู้วิจยัขอกราบ ขอบพระคณุอย่างสงูมา ณ โอกาสนี ้ ขอบพระคณุผู้ทรงคณุวฒุิทกุทา่นท่ีได้ร่วมกนัประเมินความเหมาะสมและ ความเป็นไปได้ของรูปแบบ ผู้บริหารโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบท่ีกรุณาให้สมัภาษณ์เชิงลกึ คณะครูบคุลากรโรงเรียนวดัปรางแก้วท่ีกรุณาเป็นโรงเรียนทดลองใช้รูปแบบ ดร.ปัญญา ศรีลารักษ์ ดร.สภุาวดี ดวงจนัทร์ ท่ีเป็นผู้ชว่ยนกัวิจยัให้ค าปรึกษาและคอยช่วยเหลืออย่างดีมาโดยตลอด ขอบพระคณุ ดร.ทินกร พลูพฒุิ ดร.กฤตเมธ บญุนุน่ ท่ีชีแ้นะตดิตอ่ประสานงานเพ่ือให้ การด าเนินการวิจยัครัง้นีด้ าเนินการอยา่งราบร่ืนสะดวก ขอบคณุนางจฑุามาศ หวงัสวาสดิ ์นายณฐันนท์ หวงัสวาสดิ ์ นางสาวณฐัชยา หวงัสวาสดิ์ สมาชิกในครอบครัวผู้ เป็นแรงบนัดาลใจมาโดยตลอด ขอบคณุเพื่อนๆทกุคนท่ีเป็น ก าลงัใจ ขอบคณุส านกังานเขตพืน้ท่ีการศกึษาประถมศกึษายะลา เขต 2 ท่ีจดัสรรทนุการเรียน ให้แก่ผู้วิจยั และขอบคณุทกุทา่นท่ีมีสว่นชว่ยให้งานวิจยัฉบบันีส้ าเร็จลลุว่งไปได้ด้วยดี คณุงามความดีหรือประโยชน์อ่ืนใดอนัเกิดจากวิทยานิพนธ์ฉบบันี ้ผู้วิจยั ขอมอบให้กบัทกุท่านท่ีมีสว่นท าให้งานวิจยัประสบความส าเร็จทัง้ทางตรงและทางอ้อมตลอดจน คณุสมจิตร พรหมคงบญุและคณะครูบคุลากรโรงเรียนบ้านตะบงิตงิงี โรงเรียนบ้านเขาพระ โรงเรียนเสนาณรงค์วิทยา(กองทพับกอปุถมัภ์)ท่ีคอยเป็นก าลงัใจตลอดเวลา ผู้วิจยัมอบความดี ทัง้หมดท่ีเกิดจากงานวิจยันีแ้ก่นายกล้าย นางถนอม หวงัสวาสดิซ์ึง่เป็นผู้ ให้ก าเนิดผู้ วิจยั และ มอบเป็นเกียรตแิดพ่ี่น้องตระกลูหวงัสวาสดิท์กุคน วนัชยั หวงัสวาสดิ์ (10) สารบัญ หน้า บทคดัย่อ (5) ABSTRACT (7) กิตตกิรรมประกาศ (9) สารบญั รายการตาราง (10) (13) รายการภาพประกอบ (14) บทที่ 1. บทน า 1 ความเป็นมาและความส าคญัของปัญหา 1 ค าถามการวิจยั 5 วตัถปุระสงค์ในการวิจยั 5 ความส าคญัและประโยชน์ของการวิจยั 6 ขอบเขตของการวิจยั 6 กรอบแนวคดิในการวิจยั 7 นิยามศพัท์เฉพาะ 10 2. เอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง 13 ประชาธิปไตย 13 หลกัการประชาธิปไตย 18 วิถีประชาธิปไตย ความหมายและความส าคญัของพลเมือง 25 34 การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 39 องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน 63 แนวคิดเก่ียวกบัรูปแบบและการพฒันารูปแบบ 115 แนวคิดเก่ียวกบัคูมื่อ 132 3. วิธีด าเนินการวิจยั 138 ขัน้ตอนท่ี 1 การศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 139 (11) สารบัญ(ต่อ) บทที่ หน้า ขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 142 ขัน้ตอนท่ี 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 145 4. ผลการวิจยั 148 ผลการวิจยัขัน้ตอนท่ี 1 การศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 149 ผลการวิจยัขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 161 ผลการวิจยัขัน้ตอนท่ี 3 167 5. สรุปผลการวิจยัและข้อเสนอแนะ 170 วตัถปุระสงค์การวิจยั 170 วิธีด าเนินการวิจยั 170 สรุปผลการวิจยั 171 การอภิปรายผล 176 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจยัครัง้ตอ่ไป 186 บรรณานกุรม 187 ภาคผนวก 198 ก. หนงัสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคณุวฒุิ ข. รายนามผู้ทรงคณุวฒุิประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่าง รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานและคูมื่อการ ด าเนินงาน ค. แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้ พืน้ฐานและคูมื่อการด าเนินงาน 199 201 203 (12) สารบัญ(ต่อ) หน้า ภาคผนวก ง ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบและ 224 คูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน จ คูมื่อการด าเนินงาน 241 ฉ หนงัสือขอความอนเุคราะห์ให้นกัศกึษาปริญญาเอก 272 เก็บข้อมลูโดยการสมัภาษณ์เชิงลกึ ช หนงัสือขออนญุาตทดลองใช้รูปแบบและ 274 คูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ซ แบบสมัภาษณ์รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 276 สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ฌ แบบสมัภาษณ์การใช้รูปแบบและคูมื่อรูปแบบการบริหารงาน 282 ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน ญ บนัทกึผลการสมัภาษณ์การทดลองใช้รูปแบบและ 284 คูมื่อการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ฎ ประวตัผิู้วิจยั 296 (13) รายการตาราง ตาราง หน้า 1. ผลการสงัเคราะห์การบริหารแบบมีสว่นร่วม 62 2. โครงสร้างรายวิชาพืน้ฐาน สงัคมศกึษา ศาสนา และวฒันธรรม 67 3. ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน 111 4. การวิเคราะห์ความสอดคล้องเก่ียวกบัแนวคดิ เร่ือง คณุลกัษณะของรูปแบบ 122 5. การวิเคราะห์ความสอดคล้องเก่ียวกบัขัน้ตอนในการพฒันารูปแบบ 129 6. ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 155 7. ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบ ประชาธิปไตยในโรงเรียน 164 (14) รายการภาพประกอบ ภาพประกอบ หน้า 1. กรอบแนวคดิการวิจยัรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 9 2. ขัน้ตอนการด าเนินงานกิจกรรมอาหารกลางวนั 97 3. การด าเนินงานกิจกรรมสหกรณ์ 100 4. วงจรเชิงเศรษฐกิจของมนษุย์ 101 5. การด าเนินงานสหกรณ์โรงเรียนครบวงจร 102 6. แสดงบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 107 7. รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน 131 8. ขัน้ตอนการวิจยัรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 138 9. ร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 162 10. รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน 11. รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งตอ่เน่ืองและยัง่ยืน 166 172 1 บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ประเทศไทยเร่ิมมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยมาตัง้แตปี่พทุธศกัราช 2475 นบัเป็นเวลากว่า 70 ปีมาแล้วท่ีรัฐให้ความส าคญักบัการให้ความรู้ความเข้าใจ และการปลกูฝัง ประชาธิปไตยแก่ประชาชน ดงัเห็นได้จากรัฐธรรมนญูหลายฉบบัได้บญัญัตแินวนโยบายด้าน การสง่เสริมและให้การศกึษาแก่ประชาชนเก่ียวกบัการพฒันาการเมืองและการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ รวมทัง้สง่เสริมให้ประชาชนได้ใช้ สิทธิเลือกตัง้โดยสจุริตและเท่ียงธรรม(ส านกังานคณะกรรมการการเลือกตัง้, 2551 ; ส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน,2552)ซึง่การด าเนินการดงักล่าวเป็นไปตามหลกัการของ รัฐธรรมนญูฉบบั ท่ี 19 ปี พ.ศ. 2550 ท่ีได้เน้นให้ประชาชนคนไทยได้มีส่วนร่วมในการเมือง การปกครองอีกทัง้เพ่ือให้ประชาชนชาวไทยบรรลวุตัถปุระสงค์ในการธ ารงรักษาไว้ซึง่เอกราช การท านบุ ารุงพระศาสนา การเทิดทนูสถาบนัพระมหากษัตริย์เป็นประมขุและเป็นมิ่งขวญัของชาต ิ การยดึถือระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์เป็นประมขุเป็นวิถีทางในการปกครองประเทศ ให้ประชาชนมีบทบาทในการเข้าไปมีสว่นร่วมในการปกครองประเทศ การตรวจสอบอ านาจรัฐ อยา่งเป็นรูปธรรม การก าหนดกลไกสถาบนัทางการเมืองทัง้ทางด้านนิตบิญัญัตแิละฝ่ายบริหาร ให้มีดลุยภาพและประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองแบบรัฐสภา การระบลุงไปในรัฐธรรมนญู เก่ียวกบัด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย นัน้สง่ผลตอ่การจดัท าพระราชบญัญตัิการศกึษา 2542 วา่ด้วยความมุง่หมายและหลกัการหมวดท่ี 1 บททัว่ไป มาตราท่ี 7 เก่ียวกบัการจดักระบวนการเรียนรู้ท่ีรัฐ หรือหนว่ยงานท่ีรับผิดชอบการจดั การศกึษาต้องมีหน้าท่ีมุง่ปลกูฝังจิตส านกึท่ีถกูต้องเก่ียวกบัการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ รู้จักรักษาและสง่เสริมสิทธิ หน้าท่ี เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศกัดิ์ศรีความเป็นมนษุย์ มีความภาคภมูิใจ ในความเป็นไทย รู้จกัรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติให้เกิดขึน้กบันกัเรียน (ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาแหง่ชาติ, 2543)ส าหรับ ค าว่า ประชาธิปไตยนัน้ เป็นศพัท์ ท่ีน ามาใช้กนัอยา่งแพร่หลายมากในโลกปัจจบุนั เป็นท่ีนา่สงัเกตวา่ประเทศตา่งๆ แม้จะมีรูปแบบ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และสงัคมท่ีแตกตา่งกนั แตต่า่งก็อ้างว่าประเทศของตนเป็น 2 ประชาธิปไตยกนัทัง้สิน้ แตเ่ป็นวิถีประชาธิปไตยท่ีเตม็ไปด้วยความขดัแย้ง ทางสงัคม เป็น การเมืองประชาธิปไตยท่ีมีความซบัซ้อนขาดความร่วมมือกนัระหวา่งมวลสมาชิกภายในสงัคม สงัคมมีแตก่ารแขง่ขนัและการตอ่รองเพ่ือให้ได้มาซึง่อ านาจจนสง่ผลไปสูค่วามขดัแย้งในระดบั สงัคม (สกิุจเจริญรันตนกลุ, 2530) สงัคมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยท่ีดีนัน้จะต้องประกอบ ไปด้วยลกัษณะท่ีส าคญั 3 ประการคือ 1) ปัจเจกบคุคลในสงัคมมีปรัชญาความเช่ือว่าเสรีภาพ ทางการเมืองของบคุคลเป็นสิ่งท่ีชอบด้วยกฎหมาย 2) กลุม่ผู้น าทางการเมืองซึง่เป็นคนกลุม่น้อย จะเข้าไปครอบครองต าแหนง่ทางการเมืองและมีบทบาทในการปกครองคนสว่นใหญ่ในสงัคม 3) กลุม่ผู้น าทางการเมืองกลุ่มอ่ืนๆท่ีไมมี่โอกาสในการปกครองคนสว่นใหญ่จะท าหน้าท่ีสอดส่อง การกระท าอนัไมช่อบธรรมของผู้ปกครองและในขณะเดียวกนัก็จะคอยโอกาสในการเข้ามามี บทบาทในการปกครองคนส่วนใหญ่ดงันัน้สงัคมการเมืองแบบประชาธิปไตยจะเกิดขึน้ได้ก็ตอ่เม่ือ มวลบรรดาสมาชิกในสงัคมมีคา่นิยม ปทสัถานและวฒันธรรมท่ีเอือ้ตอ่การเมืองในระบอบนี ้ ดงันัน้เพ่ือลดความขดัแย้งทางสงัคม และด ารงไว้ซึง่สงัคมท่ีน่าอยู ่สงัคมสงบสขุและ เพ่ือให้เป็นไปตามบทบญัญัตขิองพระราชบญัญตัิการศกึษาแหง่ชาติ พ.ศ. 2542 จงึท าให้ ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานได้ ก าหนดนโยบายในด้านการพฒันาตนเองของ นกัเรียนให้ไปสูก่ระบวนการของการรักชาติโดยก าหนดให้แตล่ะโรงเรียนต้องจดัการเรียนการสอน ท่ีเน้นกิจกรรมพฒันาผู้ เรียนในเร่ืองของความเป็นประชาธิปไตย โดยผา่นการเรียนการสอนท่ี หลากหลายรูปแบบเชน่ผ่านการเรียนรายวิชาสงัคมศกึษา หรือผา่นการท ากิจกรรมสภานกัเรียน ซึง่ท าให้ในปัจจบุนัโรงเรียนระดบัการศกึษาขัน้พืน้ฐานมีการจดักิจกรรมท่ีสง่เสริมความเป็น ประชาธิปไตยเพ่ือปลกูฝังจิตส านกึของนกัเรียนให้ยึดมัน่ในวิถีประชาธิปไตย รู้จกัรับฟัง รวมทัง้ เคารพสิทธิของผู้ อ่ืน มาโดยตลอด(ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ,2536) การให้ผู้ เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกบัความเป็นประชาธิปไตย ตัง้แต ่วยัเรียนถือวา่เป็นสิ่งท่ีถกูต้อง เพราะชว่งอายท่ีุผู้ เรียนเข้ามาอยูใ่นโรงเรียนนบัตัง้แต่ชัน้เดก็เล็กหรือชัน้ปฐมวยัจนยา่งเข้าสู ่ วยัรุ่นเป็นชว่งอายท่ีุเหมาะท่ีสดุท่ีจะเสริมสร้างคณุลกัษณะประชาธิปไตยท่ีพงึประสงค์ให้เกิดขึน้ กบัผู้ เรียนได้อยา่งแท้จริง เพราะเดก็ในชว่งนีเ้ป็นชว่งท่ีก าลงัต้องการเรียนรู้สิ่งตา่ง ๆ รอบตวั ดงันัน้หากโรงเรียนสามารถส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยให้เกิดขึน้ในตวัผู้ เรียนได้ ก็มี แนวโน้มว่า อนาคตของประเทศไทยจะมีความมัน่คง และมีความเป็นหนึง่เดียว อยา่งไรก็ตามสงัคมประชาธิปไตยเป็นสงัคมท่ีให้ความส าคญักบัประชาชนใน เร่ืองสิทธิและเสรีภาพ เสรีภาพท่ีดีจะต้องไมล่ะเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ อ่ืน (กรมวิชาการ, 2538) เปิดโอกาสให้ทกุคนได้มีส่วนร่วมท าในสิ่งท่ีถกูต้องและชอบธรรม (Legitimacy) เพ่ือสร้างความมี 3 ประสิทธิผล (Effectiveness) ในองค์การ หรือในงานให้เกิดขึน้ ดงันัน้การสร้างความเป็น ประชาธิปไตยท่ีดี ผู้บริหาร หรือครูผู้สอน ต้องน าหลกัการมีสว่นร่วมมาใช้ ในการจดัการเรียน การสอน เพราะการบริหารงานโดยมีสว่นร่วม(Collaborative Management)หรือการท างาน แบบมีสว่นร่วม เป็นวิธีการท างานท่ีให้ความส าคญักบัคนทกุคนในองค์กรให้มีสว่นร่วมในการร่วม ก าหนดเป้าหมายและร่วมตดัสินใจ เป็นการท าให้ทกุคนในองค์กรมีความรู้สกึถึงความเป็นเจ้าของ ร่วมกนัในองค์กร องค์กรท่ีดีต้องเปิดโอกาสให้สมาชิกทนุคนได้แสดงความรู้ ความสามารถอย่าง เทา่เทียมกนั บนพืน้ฐานของความไว้วางใจและความเช่ือมัน่ในตวัสมาชิก เน้นการควบคมุตนเอง (Self-control) บรรยากาศแหง่มิตรภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน ไมใ่ชก่ารควบคมุงาน โดยองค์การเป็นหลกั (Likert, 1961 ; Vroom และ Deci, 1970) การสร้างสงัคมประชาธิปไตยให้ เดนิทางไปสูท่ิศทางท่ีถกูต้องและพงึประสงค์ สิ่งหนึง่ท่ีส าคญัท่ีจะก่อให้เกิดสงัคมวิถีประชาธิปไตย คือ การใช้การมีสว่นร่วม การมีสว่นร่วมในระบบประชาธิปไตยท่ีดี Likert(1961)Deci (1970) กลา่วคือ ต้องยึดหลกัการมีส่วนร่วมตัง้แตก่ารร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมคิด ร่วมรับรู้ ร่วมวางแผน ร่วมด าเนินการ ร่วมรับผิดชอบตามบทบาทหน้าท่ีของตนเอง ร่วมก ากบัตดิตามและร่วมประเมินผล การสัง่การและการควบคมุ ดงันัน้การมีสว่นร่วมจงึเป็นหวัใจของการเรียนรู้วิถีประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตยท่ีดี จะต้องให้อิสระทางความคดิ เคารพสิทธิและหน้าท่ีของ ผู้ เรียนภายใต้หลกั 3 หลกัคือ 1) คารวะธรรม คือ การเคารพในสถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในทกุโอกาส ปฏิบตัิตามกฎระเบียบของสงัคม วฒันธรรม ประเพณีท่ีดีงามทกุคนต้องเคารพ ซึง่กนัและกนั จะต้องให้เกียรตซิึง่กนัและกนัทัง้กายวาจาและความคิดทกุคนยอ่มจะต้องเคารพ ในความคดิของผู้ อ่ืนทกุคนย่อมจะแสดงความคิดเห็นออกมาโดยไมล่ว่งเกินผู้ อ่ืน ย่อมมีการให้ โอกาสและเคารพในความคิดของทกุคน 2) ปัญญาธรรม คือการสง่เสริมให้นกัเรียนไมถื่อตน เป็นใหญ่ รู้จกัรับฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืน ยอมรับและปฏิบตัติามมตขิองเสียงข้างมาก ใช้เหตผุล ในการตดัสินใจ หรือในการเรียนรู้ ใช้กระบวนการกลุม่หรือการแสดงความคิดเห็นด้วยสตปัิญญา และเหตผุล และ 3) สามคัคีธรรม คือ การร่วมมือกนัในการเรียนรู้หรือการท างาน โดยใช้ กระบวนการกลุม่ได้แก่ การวางแผนการท างาน การท างานด้วยความตัง้ใจและรับผิดชอบตอ่งาน ยดึถือประโยชน์สว่นรวมมากกวา่ประโยชน์สว่นตน รู้จกัการประนีประนอมการแบง่ปันกนัและกนั การประสานงานกนั คือผู้ใดมีความสามารถทางใดก็อาสาแบง่งานไปท าไมบ่า่ยเบ่ียงหรือหลีกเล่ียง ร่วมกนัท าตามอตัภาพ (ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต,ิ 2540) นอกจากนี ้ วิถีประชาธิปไตยท่ีดีต้องเคารพในสิทธิหน้าท่ีและเสรีภาพซึง่กนัและกนั เคารพความคิด เหตผุล ความสามารถ การตดัสินใจและการกระท าของผู้ อ่ืน การแสดงความคิดเห็นหรือ 4 การกระท าต้องไมล่ว่งเกินผู้ อ่ืน มีการแบง่ปัน รับอาสากนัท างานตามความสามารถใช้ การมีสว่นร่วมในการท างาน นอกจากนีต้้องมีความเช่ือมัน่ในวิถีทางปัญญา ท างานหรือ กิจกรรมใด ๆ ด้วยความรอบคอบ เช่ือในหลกัเหตผุล ความเทา่เทียมกนั และเสรีภาพทางความคดิ (ทิศนา แขมณี,2522 ; Dewey, 1976)ความคิดท่ีดี ก่อให้เกิดปัญญา การสร้างปัญญาให้เกิดขึน้แก่ ผู้ เรียนต้องเร่ิมต้นจากการศกึษา การสร้างปัญญาทางการศกึษาต้องสร้างให้ผู้ เรียนรู้จกัใช้เหตผุล ซึง่การจดัการศกึษาในปัจจบุนัตา่งมุง่หวงัให้ความส าคญักบัผู้ เรียนให้เป็นมนษุย์ท่ีสมบรูณ์ มีความรู้ มีคณุภาพ มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลกยึดมัน่ในระบบการปกครองอนัมี พระมหากษัตริย์เป็นประมขุ (กระทรวงศกึษาธิการ, 2547)แตจ่ากรายงานการจดัการเรียนการสอน วิถีประชาธิปไตยในโรงเรียนพบวา่ การจดัการเรียนการสอนของครูผู้สอนเพ่ือพฒันาให้เดก็มี พฤตกิรรมเป็นประชาธิปไตย นัน้ ครูผู้สอนไม่ให้ความส าคญัและไม่ให้ความร่วมมือในการจดักิจกรรม การเรียนการสอนประชาธิปไตยครูผู้สอนยงัขาดการสอนให้ผู้ เรียนเคารพในความคิดเห็นของผู้ อ่ืน ไมย่อมรับในความแตกตา่งของผู้ เรียนการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตยยงัขาดการการอบรม สัง่สอนความเป็นประชาธิปไตยด้วยการฝึกฝน ให้ผู้ เรียนรู้จกัเคารพผู้ อ่ืน เคารพกตกิา และเร่ิมต้นท่ี ตนเอง เพราะการศกึษาเพ่ือสร้างความเป็นพลเมืองหรือประชาธิปไตยนัน้ ไมใ่ชแ่คเ่ร่ืองของความรู้ แตต้่องเป็นเร่ืองของการปฏิบตัด้ิวย จงึต้องเป็นเร่ืองท่ีต้องฝึกฝนให้คนมองคนเสมอภาคกนั ใช้กติกา เคารพกตกิาแก้ปัญหา ฝึกอดทนตอ่สิ่งท่ีแตกตา่งไปจากเรา ให้ทกุคนได้ปกครองกนัเองและอยูร่่วมกนั เพ่ือให้ผู้ เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีพฤติกรรมหรือวิถีชีวิตประชาธิปไตย มีเจตคต ิคา่นิยม และ ศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ยงัมีน้อย การกระตุ้น ให้ผู้ เรียนได้ตระหนกัถึงความส าคญัของการด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย นัน้ยงัขาดการฝึกฝน และให้โอกาสแก่ผู้ เรียน จงึท าให้ผู้ เรียนมีทศันคติ คา่นิยม เจตคตท่ีิดีตอ่วิถีประชาธิปไตย การเข้าใจ ในเร่ืองสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคทางการเมืองไมเ่ป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พระราชบญัญตัิการศกึษาแหง่ชาต ิพ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบัท่ี 2) พ.ศ. 2545 (สราวธุ อินทร์ต๊ะ, 2547 ; กระทรวงศกึษาธิการ,2552 ; ปริญญา เทวานฤมิตรกลุ, 2556) ดงันัน้การจดัการศกึษาในระดบัขัน้พืน้ฐานโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศกึษาใน ระดบัประถมศกึษานบัเป็นสถาบนัหลกัในการสร้างสรรค์ประชาธิปไตยซึง่สามารถจดัการเรียน การสอนเพ่ือปลกูฝังประชาธิปไตยให้กบันกัเรียนโดยมุง่เน้นให้นกัเรียนในระดบัประถมศกึษาได้รับ การฝึกฝนและเสริมสร้างคณุลกัษณะความเป็นประชาธิปไตยและสง่เสริมให้มีการจดัระบบ ประชาธิปไตยในรูปแบบหรือกระบวนการในการท างานโดยใช้กระบวนการ คารวธรรม สามคัคีธรรม 5 ปัญญาธรรม (ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ,2528) นัน้ยงัมีน้อยมาก เม่ือเทียบกบัโรงเรียนทัว่ประเทศ จากเหตผุลและความส าคญัของปัญหาดงัท่ีกล่าวข้างต้น ผู้วิจยัในฐานะ ผู้บริหารสถานศกึษา จงึมีความสนใจท่ีจะศกึษาเก่ียวกบัรูปแบบการจดัการเรียนการสอน เพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างและมีรูปแบบอยา่งไรท่ีท าให้ การสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียนประสบผลส าเร็จ ซึง่ข้อค้นพบจากงานวิจยันีจ้ะเป็นประโยชน์ ชว่ยให้ผู้บริหารสถานศกึษาและผู้ เก่ียวข้องกบัการศกึษาได้ใช้เป็นแนวทางในการพฒันารูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานให้มี ประสิทธิภาพมากขึน้ตอ่ไป ค ำถำมกำรวิจัย การวิจยัครัง้นีผู้้วิจยัมีค าถามการวิจยั3ข้อดงันี ้ 1.องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐานควรประกอบด้วยอะไรบ้าง 2.รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานควรเป็นอยา่งไร 3.รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานท่ีผู้วิจยัสร้างขึน้สามารถน าไปใช้ได้หรือไม่ วัตถุประสงค์ในกำรวิจยั การวิจยัครัง้นีมี้วตัถปุระสงค์การวิจยัดงันี ้ 1. เพ่ือศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2. เพ่ือสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 3. เพ่ือประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 6 ควำมส ำคัญและประโยชน์ของกำรวิจัย ผลการวิจยัครัง้นีมี้ความส าคญัท าให้ทราบข้อมลูด้านตา่งๆ ในการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ดงันี ้ 1. ได้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานท่ีมีความเหมาะสมส าหรับการน าไปใช้พฒันากิจกรรมประชาธิปไตย 2. ผลการวิจยัเป็นประโยชน์แก่ผู้บริหารและครูท่ีเก่ียวข้องสามารถน าไปใช้เป็น แนวทางในการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนให้มีความเหมาะสมสอดคล้องในอนัท่ีจะสง่ผลให้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยในโรงเรียนท้องถ่ินและประเทศชาตติอ่ไป ขอบเขตของกำรวิจัย การวิจยัเร่ืองรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานผู้วิจยัได้ก าหนดขอบเขตของการศกึษาค้นคว้าไว้ดงันี ้ 1. ขอบเขตด้านเนือ้หา ผู้วิจยัได้มุง่ศกึษาด้านเนือ้หาท่ีเก่ียวกบัองค์ประกอบการบริหารประชาธิปไตย ประกอบด้วย เนือ้หา 3 สว่น คือ ได้แก่ วิถีประชาธิปไตย องค์ประกอบการบริหารประชาธิปไตย และ การบริหารแบบมีสว่นร่วม 2. ขอบเขตด้านแหลง่ข้อมลูและกลุม่เป้าหมาย การวิจยัครัง้นี ้ได้ด าเนินการ 3 ขัน้ตอน โดยก าหนดกลุม่เป้าหมายในแตล่ะ ขัน้ตอนดงันี ้ 2.1 ขัน้ตอนท่ี 1 การศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน แหลง่ข้อมลู ท่ีใช้ในการศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ได้แก่ เอกสาร งานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง และสถานศกึษา ประชาธิปไตยต้นแบบของส านกังานสง่เสริมเอกลกัษณ์ของชาต ิ ประจ าปี 2555 –2556 จ านวน 4 โรงเรียน โดยเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ภมูิภาคละ 1 โรงเรียน กลุม่เป้าหมาย เป็นผู้บริหารโรงเรียน ท่ีเป็นผู้ให้ข้อมลูส าคญั (key Informant) ภมูิภาคละ 1 คน 7 2.2 ขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขนัพืน้ฐาน กลุม่เป้าหมาย เป็นผู้ทรงคณุวฒุิได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive) ซึง่เป็นผู้ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบัการด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียน จ านวน 12 คน ประกอบด้วย ศกึษานิเทศก์ 1 คน ผู้อ านวยการกลุม่สง่เสริมการจดัการศกึษาของส านกังาน เขตพืน้ท่ีการศกึษา จ านวน 1 คน ผู้บริหารการศกึษา จ านวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียนจ านวน 1 คน คณาจารย์ของมหาวิทยาลยั จ านวน 2 คน และคณะอนกุรรมการสง่เสริมการพฒันา ประชาธิปไตยส านกัเอกลกัษณ์ของชาติ จ านวน 2 คน ตรวจสอบความเหมาะสม และ ความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานโดยใช้คูมื่อการด าเนินการตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2.3 ขัน้ตอนท่ี 3 การประเมินการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน กลุม่เป้าหมาย ผู้วิจยัก าหนดการประเมินการใช้รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยน ารูปแบบไปทดลองใช้กบัโรงเรียนเป้าหมายด้วยวิธีการเลือก แบบเจาะจง จ านวน 1 โรงเรียน เป็นเวลา 1 ภาคเรียน (4 เดือน) กรอบแนวคิดในกำรวิจัย การวิจยัครัง้นีผู้้วิจยัได้ศกึษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจยัทัง้ในและตา่งประเทศ ท่ีเก่ียวข้องกบัรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานดงันี ้ 1. วิถีประชาธิปไตย ได้ศกึษาจาก ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษา แหง่ชาติ(2540); กรมวิชาการ (2542); ทิศนา แขมมณี (2522); ทิพวรรณ เอ่ียมรักษา (2547); กองวิชาการ กระทรวงศกึษาธิการ (มปป); ภิญโญ สาธร (2544); พระธรรมปิฎก (2544); ค านงึ ชยัสวุรรณรักษ์ และธีระพล บญุสร้าง (2549); สาโรช บวัศรี (2541); สญัญา โสภา (2546); Deway (1976); Pennock (1979);และ Ebenstien.w (1973) 8 2. องค์ประกอบของประชาธิปไตยในโรงเรียน ได้ศกึษาจากหลกัสตูรสถานศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ ( 2540); ทิศนา แขมมณี (2530); กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2534); กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2535); สโุขทยัธรรมาธิราช (2527)และส านกังาน คณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ (2540) 3. การบริหารแบบมีสว่นร่วม ได้ศกึษาจาก จนัทรานี สงวนนาม (2545); สมยศ นาวีการ (2545); สมเดช สีแสง (2547); วนัชยั โกลละสตุ (2549); ท านอง ภเูกิดพิมพ์ (2551); Stogdill (1974); Anthony (1978); Davis &Newstrom (1985); (Robbins, 1990 ); David McClelland (1961) ; Rensis Likert (1967) ; อทุยั บญุประเสริฐ (2543); Gulick and Urwick (1937); Fayol (1949); Gregg ( 1957 ); Koontz(1990); สร้อยตระกลู อรรถมานะ (2542); สรุพล บวัพิมพ์ (2542); ส านกังานทดสอบทางการศกึษา กรมวิชาการ (2540); ส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาแหง่ชาติ (2543); ธงชยั สนัตวิงษ์(2543); อมัพร ศิริบญุมา (ม.ป.ป.) และ อรุณ รักธรรม (2543) 9 ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดการวิจยัรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ศึกษำแนวคดิทฤษฏี และ หลักกำรเกี่ยวกับ ประชำธิปไตยใน โรงเรียน 1. องค์ประกอบ ประชาธิปไตยในโรงเรียน 2. การบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน วิเครำะห์ และสังเครำะห์ 1. องค์ประกอบของ ประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.1 หลกัสตูร 1.2 กิจกรรม 1.3 สภาพแวดล้อม 2. การบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนแบบมีสว่นร่วม 2.1 การวางแผน 2.2 การสัง่การ 2.3 การควบคมุ ประเมินกำรใช้รูปแบบ กำรบริหำรประชำธิปไตยใน โรงเรียน - ทดลองใช้รูปแบบและ ประเมินผลการด าเนินงาน ตามรูปแบบ รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน ศึกษำสถำนศกึษำ ต้นแบบประชำธิปไตย ร่ำงรูปแบบกำรบริหำร ประชำธิปไตยในโรงเรียน 1. จดัท าร่างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน 2. จดัท าคูม่ือการด าเนินงาน ตามรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน 10 นิยำมศัพท์เฉพำะ 1. รูปแบบ หมายถึง กรอบแนวทางในการด าเนินงานพฒันาสร้างรูปแบบขึน้ จากการศกึษาค้นคว้าจากแนวคิด ทฤษฎี และหลกัการตา่ง ๆ ตลอดจนศกึษาจากสถานศกึษา ท่ีประสบความส าเร็จและเป็นแบบอยา่ง และพฒันาให้มีความเหมาะสมในการน าไปใช้ เพ่ือส่ือ ให้ง่ายตอ่การท าความเข้าใจ ตลอดจนใช้เป็นแนวทางในการด าเนินงาน 2. กำรพัฒนำรูปแบบกำรบริหำรประชำธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส ำนักงำน คณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้พืน้ฐำน หมายถึง กระบวนการพฒันารูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยการศกึษา องค์ประกอบประชาธิปไตย การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน การสร้างรูปแบบ การจดัท า รูปแบบฉบบัร่างและการประเมินรูปแบบจดัท าคูมื่อการด าเนินงานตามรูปแบบและการประเมินผล การใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐาน โดยอาศยักระบวนการวิจยัและพฒันาเพื่อให้ได้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานท่ีมีความเหมาะสม มีความเป็นไปได้ และมีความเป็นประโยชน์ 3. รูปแบบกำรบริหำรประชำธิปไตยในโรงเรียน หมายถึง แนวทางใน การด าเนินงาน บริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เพ่ือให้นกัเรียนด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การบริหารแบบมีสว่นร่วม ท่ีมีขัน้ตอนการวางแผนการสัง่การ และการควบคมุ โดยผ่านองค์ประกอบประชาธิปไตย ด้านหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน การจดักิจกรรมเพ่ือสร้าง วิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา และการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 4. องค์ประกอบของประชำธิปไตยในโรงเรียนหมายถึง องค์ประกอบ ท่ีสง่เสริมให้บคุคลด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย หลกัสตูรสถานศกึษาสง่เสริม วิถีประชาธิปไตยการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีชีวิตประชาธิปไตยในสถานศกึษา และการสร้าง บรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.1 หลักสูตรสถำนศึกษำท่ีส่งเสริมวิถีประชำธิปไตย หมายถึง กรอบเนือ้หากลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม ใช้ประกอบการจดักิจกรรม 11 การเรียนการสอนในโรงเรียนท่ีจะสง่ผลให้ผู้ เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณุคา่ของประชาธิปไตย และมีพฤตกิรรมของความเป็นพลเมืองดีในวิถีประชาธิปไตย 4.2 กำรจัดกิจกรรมเพื่อสร้ำงวิถีประชำธิปไตยในสถำนศึกษำ หมายถึง การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา ให้สอดคล้องกบันโยบาย ของกระทรวงศกึษาธิการเพ่ือปลกูฝังเยาวชนของชาตใิห้มีคณุภาพระเบียบวินยัความจงรักภกัดี ตอ่สถาบนัชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และเล่ือมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ จดักิจกรรมเพื่อรักษาศลิปวฒันธรรมของไทยเพ่ือรักษา ขนบธรรมเนียมประเพณีอนัดีงามของไทยการจดักิจกรรมตามความถนดัและความสนใจของ นกัเรียนการจดักิจกรรมกีฬาและนนัทนาการการจดักิจกรรมสนุทรียะการจดักิจกรรมด้านอาสา พฒันาและบ าเพ็ญประโยชน์จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้นกัเรียนจดัตัง้กลุม่กิจกรรมตามรูปแบบ การจดัตัง้พรรคการเมือง 4.3 กำรสร้ำงบรรยำกำศและสภำพแวดล้อมที่ส่งเสริมประชำธิปไตยใน โรงเรียน หมายถึง สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ ได้แก่ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยั คุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทาง ด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ และ สภาพแวดล้อมด้านการบริหารจดัการ เชน่ การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียน การใช้เหตผุล อภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็นผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา 5. วิถีประชำธิปไตย หมายถึง พฤตกิรรมท่ีแสดงถึงความมีคารวธรรม สามคัคี ธรรมปัญญาธรรมของนกัเรียน และความเป็นพลเมือง 5.1 คารวธรรม หมายถึง พฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการ เคารพในสถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเคารพซึง่กนัและกนัทางกาย การเคารพกนัทางวาจา การเคารพ ในสิทธิของผู้ อ่ืน การเคารพในความคดิเห็นของอ่ืน การเคารพในกฎระเบียบของสงัคม 5.2 สามคัคีธรรม หมายถึง พฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการรู้จกัประสานประโยชน์ โดยยดึถือประโยชน์ของสว่นรวมหรือของชาตเิป็นท่ีตัง้การร่วมมือกนัในการท างาน หรือ ท ากิจกรรมอยา่งหนึง่อยา่งใดร่วมกนั การเห็นแก่ประโยชน์ของสว่นรวม การรับผิดชอบตอ่หน้าท่ี ท่ีได้รับมอบหมายจากสว่นรวมและมีหน้าท่ีตอ่สงัคม ความเป็นน า้หนึง่ใจเดียวกนัของคนในกลุม่ ในหนว่ยงานและในสงัคม 12 5.3 ปัญญาธรรม หมายถึง พฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการไมถื่อตนเป็นใหญ่ เน้นการใช้ปัญญาใช้เหตผุลและความถกูต้องในการตดัสินใจ ร่วมกนัคิดและชว่ยกนัตดัสินใจ 5.4 ความเป็นพลเมือง หมายถึง คนในสงัคมท่ีมีอิสรภาพ เคารพสิทธิ ของผู้ อ่ืน เคารพความแตกตา่ง เคารพความเสมอภาค เคารพกตกิา เคารพกฎหมาย รับผิดชอบตอ่สงัคม 6. กำรบริหำรแบบมีส่วนร่วม หมายถึง ผู้บริหารใช้การบริหารท่ีเปิดโอกาส ให้ผู้ มีสว่นเก่ียวข้องกบัการจดัการศกึษาได้เข้ามาสว่นคดิตดัสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมท างาน ในโรงเรียนเพ่ือให้นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การวางแผน การสัง่การ และการควบคมุ 6.1 การวางแผน หมายถึง การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนเพ่ือให้นกัเรียน มีวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน การก าหนด วตัถปุระสงค์เป้าหมาย ก าหนดวิธีการปฏิบตังิาน การควบคมุก ากบัติดตามประเมินผล 6.2 การสัง่การหมายถึง การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนเพ่ือให้นกัเรียน มีวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การจงูใจ การตดิตอ่ส่ือสาร ภาวะผู้น า และการประสานงาน 6.3 การควบคมุ หมายถึงการปฏิบตัิหน้าท่ีในการบริหารมีขัน้ตอน คือ ก าหนดเป้าหมายในการควบคมุ การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน การวดัผลงานและ เปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐาน และการให้ความดีความชอบ 7. ผลกำรใช้รูปแบบ หมายถึง ผลการทดลองใช้รูปแบบกบัโรงเรียนใน การหาประเดน็ความพงึพอใจ ความเป็นไปได้ ความมีประโยชน์ และข้อเสนอแนะ 13 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจยัเร่ืองรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้วิจยัได้ศกึษาจากแนวคดิทฤษฎี เอกสาร วิธีปฏิบตัแิละงานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือเป็นพืน้ฐานในการวิจยั ดงันี ้ 1. ประชาธิปไตย 2. หลกัการของประชาธิปไตย 3. วิถีประชาธิปไตย 4. การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 5. องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน 6. แนวคดิเก่ียวกบัรูปแบบและการพฒันารูปแบบ 7. แนวคดิเก่ียวกบัคูมื่อ ประชาธิปไตย ความหมายของประชาธิปไตย ค าวา่ “ประชาธิปไตย” มีต้นก าเนิดมาจากภาษากรีกซึง่มีความหมาย ดัง้เดมิวา่ “การปกครองโดยชนหมูม่าก” หรือ “การปกครองโดยหมูช่น” สว่นความหมายของ ค าวา่“ประชาธิปไตย” ท่ีเกิดขึน้ในภายหลงันัน้ หมายถึง ปรัชญาของสงัคมมนษุย์หรือวิถีชีวิต ท่ียดึถืออดุมคตแิละหลกัการบางประการท่ีก าหนดแบบแผนพฤตกิรรมระหวา่งมนษุย์ในสงัคม ทัง้ในการเมืองเศรษฐกิจ สงัคม และวฒันธรรม พระบาทสมเดจ็พระเจ้าอยูห่วัภมูิพลอดลุยเดชมหาราช มีพระราชด ารัสให้ ความหมายของประชาธิปไตย ตามท่ีขออนัเชิญมา ดงันี ้ “หวัใจของประชาธิปไตยอธิบายว่า คนเรามีสิทธิเสรีภาพ แตถ้่าใช้สิทธิ เสรีภาพของแตล่ะคนเตม็ร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่ือวา่จะต้องไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอ่ืน ด้วย คนเราจงึมีสิทธิเสรีภาพเตม็ร้อยเปอร์เซ็นต์ไมไ่ด้ ต้องมีพอสมควรเสรีภาพต้องมี จ ากดัจะวา่ไมจ่ ากดัไมไ่ด้ ในสงัคมหรือในประเทศ เสรีภาพของแตล่ะคนจะต้องถกูจ ากดั ด้วย เสรีภาพของผู้ อ่ืน จงึเห็นวา่ “พอสมควร” เป็นส าคญั” (กรมวิชาการ 2538) 14 “ประชาธิปไตย” หรือ “Democracy” มาจากค าว่า “demos” ในภาษากรีก แปลวา่ประชาชน (people) และ “kratos” แปลวา่ การปกครอง ซึง่รวมกนัหมายถึง การปกครอง โดยประชาชน เร่ิมใช้ในสมยักรีกโดยมีความหมายถึงสิทธิของราษฎรของนครรัฐกรีกในการมี สว่นร่วมในกิจกรรมการปกครองประชาธิปไตย ประกอบด้วยหลกัการขัน้มลูฐานท่ีส าคญัคือ เช่ือในความเทา่เทียมและคณุคา่ของบคุคลและเช่ือวา่มนษุย์เป็นผู้ มีเหตมีุผล สามารถมีสว่นใน กระบวนการทางการเมือง (สถาบนัพระปกเกล้า, 2552)ทางการเมืองก็ต้องการให้ประชาชน แตล่ะคนมีส่วนก าหนดนโยบายในการปกครองบ้านเมือง ในทางเศรษฐกิจก็มุง่ให้ประชาชนมี เสรีภาพในการประกอบอาชีพท่ีได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ในด้านสงัคมก็ต้องการให้ประชาชน ได้รับความยตุธิรรมทางสงัคม ไมต้่องการให้มีการกีดกนัระหวา่งกลุม่ ระหวา่งชนชัน้ หรือ เกิดระบบอภิสิทธ์ิชนชัน้ หรือเกิดระบบอภิสิทธ์ิชนในชาติ สว่นในทางวฒันธรรมก็มุง่สร้างคา่นิยม และแบบแผนประเพณีท่ียึดถือ การประนีประนอม การใช้เหตผุล การยอมรับนบัถือคณุคา่และ ศกัดิศ์รีของมนษุย์ ความเข้าใจและเห็นความส าคญัของประโยชน์ส่วนรวม โดยไมค่ิดท่ีจะ กอบโกยผลประโยชน์เพ่ือตนเองแตฝ่่ายเดียว การยอมรับความเปล่ียนแปลงท่ีชอบธรรม และ เหมาะสมกบักาลสมยั ตลอดจนการด ารงชีวิตในลกัษณะท่ียอมรับความส าคญัของบรรดาสมาชิก ท่ีอยูใ่นสงัคมเดียวกนั เป็นต้น ทิศนา แขมมณี (2536) กลา่ววา่ ประชาธิปไตย มีความหมายแยกเป็นสองแง่ ใหญ่ๆ ดงันี ้ ความหมายในแง่ของระบอบการปกครองประเทศ และความหมายในแง่ของวิถีชีวิต หากพิจารณาถึงรากฐานท่ีมาของประชาธิปไตยแล้ว อาจกลา่วได้ว่ามาจากความเช่ือหรือแนวคดิ ท่ีส าคญั 2 ประการ 1. ความเช่ือในความเป็นอิสระและเสรีภาพของมนษุย์ ดงันัน้บคุคลอาจจะมี อิสรภาพในการเลือกใช้วิถีชีวิตหรือไมก่ระท าการอย่างหนึ่งอยา่งใดด้วยตวัเอง โดยไมต่กอยูภ่ายใต้ อ านาจบงการของบคุคลอ่ืนๆ เพราะการท่ีบคุคลสามารถท่ีจะใช้เหตผุลในการเลือกตดัสินใจและ ตกลงใจ นัน้ยอ่มหมายถึงการท่ีคนเราต้องผกูพนัรับผิดชอบในสิ่งท่ีกระท าลงไปด้วย 2. การมีศรัทธาในความสามารถของมนษุย์ สตปัิญญาการรู้จกัใช้เหตผุลและ การมองมนษุย์ในแง่ดีสามารถร่วมมือกนัท างานเพ่ือความสขุร่วมกนัได้ อมร รักษาสตัย์ (2541) อธิบายไว้วา่ ประชาธิปไตย มีความหมายในหลายทาง ได้แก่ 15 1. ในความหมายดัง้เดมิ ประชาธิปไตย หมายถึง การปกครองแบบหนึง่ซึง่สิทธิ ในการตดัสินใจทางการเมืองท่ีพลเมืองทัง้ปวงเป็นผู้ใช้โดยตรงตามระเบียบวิธีการท่ีวา่ด้วยเสียง ข้างมากเป็นฝ่ายชนะ การปกครองแบบนีเ้รียกกนัวา่ “ประชาธิปไตยโดยตรง” หรือ "ประชาธิปไตย ทางตรง" (Direct Democracy) 2. ประชาธิปไตยเป็นการปกครองรูปแบบหนึง่ ซึง่ประชาชนพลเมืองใช้สิทธิ อยา่งเดียวกนัโดยผา่นทางผู้แทนท่ีประชาชนเป็นผู้ เลือกและรับผิดชอบตอ่ประชาชนพลเมือง ทัง้หมด โดยท่ีไมไ่ด้ใช้สิทธิในการปกครองตนเองโดยตรง เราเรียกประชาธิปไตยแบบนีว้า่ “ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน” (Representative Democracy) 3. ประชาธิปไตยเป็นการปกครองรูปแบบหนึง่ ซึง่แม้ผู้ ท่ีมีเสียงข้างมากจะใช้ อ านาจตดัสินใจในลกัษณะเสียงสว่นมาก แตก็่เป็นไปภายใต้ขอบเขตจ ากัดแหง่รัฐธรรมนญู ซึง่ได้ออกแบบรับรองสิทธิสว่นบคุคลหรือสิทธิสว่นรวมบางประการ เชน่ สิทธิในการพดู และ ในการนบัถือศาสนา เป็นต้น โดยเรียกประชาธิปไตยแบบนีว้า่ “ประชาธิปไตยเสรีหรือ ประชาธิปไตยแบบมีรัฐธรรมนญู” (Liberal or Constitutional Democracy) 4. ประชาธิปไตยในอีกความหมายหนึง่ถกูน ามาใช้อธิบายระบบการเมือง หรือสงัคมใดๆ ซึง่มีแนวโน้มท่ีจะลดความแตกตา่งทางสงัคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอยา่งยิ่ง ความแตกตา่งอนัเกิดจากการกระจายทรัพยากรท่ีไมเ่ทา่เทียมกนั ทัง้นี ้โดยไมค่ านงึวา่การปกครอง ในระบอบนัน้จะมีลกัษณะเป็นประชาธิปไตยตามความหมายทัง้ 3 ประการข้างต้นหรือไม ่ เราเรียกประชาธิปไตยแบบนีว้า่ “ประชาธิปไตยทางสงัคมหรือเศรษฐกิจ” ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2540) กลา่ววา่ ประชาธิปไตย มีต้นก าเนิดจากภาษากรีก ซึ่งมีความหมายดัง้เดมิว่าการปกครองโดยชนหมูม่าก หรือการปกครอง โดยหมูช่น ตอ่มาภายหลงัประชาธิปไตย หมายถึง ปรัชญาของสงัคมมนษุย์หรือวิถีชีวิตยึดถือ อดุมคติ และหลกับางประการท่ีก าหนดแบบแผนแหง่พฤตกิรรมระหวา่งมนษุย์ในสงัคม ได้แก่ กิจกรรมทางการเมือง เศรษฐกิจ สงัคมและวฒันธรรม กรมสามญัศกึษา (2534) ได้กลา่วไว้วา่ ประชาธิปไตย หรือ Democracy มีรากศพัท์เดมิมาจากภาษากรีก คือ Demos (ประชากร) กบั Kratos(การปกครอง) รวมความแล้ว หมายถึง การปกครองโดยประชาชน แตค่วามหมายท่ีเข้าใจกนัในปัจจบุนันีมี้ความได้ 2 นยัคือ นยัแรก หมายถึง รูปแบบการปกครองแบบหนึง่ ซึง่ให้สิทธิแก่ประชาชน อยา่งกว้างขวางในการมีสว่นร่วมกบักิจกรรมทางการเมืองและการปกครองประเทศ 16 นยัท่ีสอง หมายถึง วิถีชีวิตของมนษุย์ในสงัคม ซึง่ยึดถืออดุมคตแิละ หลกัการบางประการเป็นเคร่ืองก าหนดแบบแผนพฤตกิรรมระหวา่งกนัในการด าเนินทางการเมือง การศกึษาเศรษฐกิจสงัคมและวฒันธรรม เพ่ือสร้างความผาสกุร่วมกนั วิโรจน์ บรรดาศกัดิ์ (2543) กลา่ววา่ “ประชาธิปไตย” มีความหมาย 2 ประการ คือ ความหมายในแง่รูปแบบของการปกครองและความหมายในแง่ปรัชญาในการด ารงชีวิตร่วมกนั ของมนษุย์ในแง่รูปแบบของการปกครอง หมายถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน ท่ีจะเข้าร่วม ก าหนดนโยบายตา่งๆ อนัเก่ียวกบัประโยชน์สว่นตนและสว่นรวม และความหมายในแง่ปรัชญา ใน การด ารงชีวิตร่วมกนัของมนษุย์หมายถึง การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการใช้ชีวิตร่วมกนั โดยสนัติ อเนก เหล่าธรรมทศัน์ (2545) กลา่ววา่ ประชาธิปไตย คือการสง่เสริมให้ ประชาชนเห็นปัญหาของตวัเองแก้ปัญหาของตวัเอง มากกวา่อยา่งอ่ืน ไผท แก้วกณัหา(2546)และEncyclopedia Americana(1988)ได้สรุปความหมาย ของประชาธิปไตยว่าประชาธิปไตย หมายถึง ระบอบการปกครองท่ีประชาชนมีอ านาจสงูสดุ โดยประชาชนทกุคนมีสิทธิ เสรีภาพเสมอภาคกนั ภายใต้หลกัความเป็นธรรม เหตผุล เมตตาธรรม ความเคารพในเกียรตภิมูิ แห่งมนษุยธรรม และมีวิถีชีวิตท่ีประกอบด้วยการเคารพซึง่กนัและกนั มีการแบง่ปันกนั ร่วมงานและประสานงานกนัตลอดจนมีเหตผุลและหาความรู้ท่ีถกูต้องในการอยู่ ร่วมกนั ซึง่ในสงัคมนัน้ๆ การด ารงชีวิตอยู่ร่วมกนัจะสงบสขุได้นัน้ บคุคลในสงัคมประชาธิปไตย ต้องด ารงตนอยูใ่นวิถีประชาธิปไตย กลา่วคือ ต้องมีคารวธรรม สามคัคีธรรม และปัญญาธรรม ค านงึ ชยัสวุรรณรักษ์ และธีรพล บญุสร้าง (2549) กลา่ววา่ ค าวา่ “ประชาธิปไตย” เป็นค าไทยท่ีบญัญตัิขึน้ท่ีมีความหมายตรงกบัภาษาองักฤษว่า Democracy ซึง่มาจากภาษากรีกDemokratiaเป็นค าผสมระหวา่ง demos ซึง่แปลวา่ประชาชน กบั Krotos ซึง่แปลวา่ การปกครอง ค าว่า Democracy จงึหมายถึง อ านาจของประชาชน เชน่เดียวกบั ค าวา่ “ประชาธิปไตย” ซึง่เกิดจาก ประชา มากจากค าวา่ ประชาชน อธิปไตย คือ อ านาจสงูสดุ ซึง่หมายถึง อ านาจสงูสดุของประชาชน สามารถอธิบายได้ 2 ความหมาย คือ 1. ประชาธิปไตยในด้านปกครอง หมายถึง ระบอบการปกครองท่ีเปิดโอกาส ให้ประชาชนมีสิทธิท่ีจะปกครองตนเอง หรือเลือกผู้แทนเข้าไปท าหน้าท่ีปกครองประเทศแทนตน 2. ประชาธิปไตยในด้านการด าเนินชีวิต หมายถึง การด าเนินชีวิตของประชาชน ตามวิถีของประชาธิปไตย เช่น การเคารพสิทธิเสรีภาพของกนัและกนั การยอมรับความคดิเห็นของ 17 ผู้ อ่ืน และการใช้เหตผุลพิจารณาปัญหาตา่งๆ ท่ีเกิดขึน้ในสงัคม แตใ่ช้เสียงข้างมากในการแก้ไข ปัญหา สมพร เทพสิทธา (2549) กล่าววา่ “ประชาธิปไตย” มีความหมาย 3 ประการ ดงันี ้ 1. ในฐานะเป็นอดุมการณ์ (Ideology) หมายถึง การมีจิตใจเป็นประชาธิปไตย “Democratic mined) เชน่ การรับฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืน การยืนหยดัในสิ่งท่ีถกูต้อง มีจิตใจ ท่ีเป็นธรรม นิยามการประนีประนอมและสนัตวิิธีรักเสรีภาพและความเสมอภาคกล้ารับผิดชอบ ถือประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นใหญ่ 2. ประชาธิปไตยในฐานะท่ีเป็นวิถีชีวิต (Way of Life) หมายถึง วิถีชีวิตท่ีเป็น ประชาธิปไตย “Democraticway of life” คือการปฏิบตัปิระชาธิปไตยหรือการด าเนินชีวิตวิถีชีวิต เป็นประชาธิปไตย เช่น เป็นผู้ รับฟังความคดิเห็นของผู้ อ่ืน ไมเ่อาแตใ่จตวั ใช้เหตผุลมากกวา่ อารมณ์ ใช้สิทธิอยา่งถกูต้องและปฏิบตัหิน้าท่ีอยา่งเป็นธรรม การเป็นประชาธิปไตยคือการต้อง ปฏิบตัิ เร่ิมต้นตัง้แตค่รอบครัว โรงเรียน ชมุชน หรือหมู่บ้าน ต้องปฏิบตัปิระชาธิปไตยในครอบครัว ในโรงเรียน ในชมุชนหรือหมู่บ้าน 3. ประชาธิปไตยในฐานะท่ีเป็นระบบการเมือง หมายถึง การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย (Democraticpolitical systems) ซึง่ถือวา่อ านาจอธิปไตยมาจากประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ การปกครองเป็นของประชาชน Encyclopedia Britannica (1998) นิยามวา่ ประชาธิปไตย คือการปกครอง โดยรัฐบาลรูปแบบหนึง่ ซึง่มีพืน้ฐานจากแนวความคิดในการปกครองตนเองของประชาชนและ ในปัจจบุนัเป็นสถาบนัท่ีเป็น ผู้แทนจากการเลือกตัง้โดยเสรีของประชาชน ซึง่มีหน้าท่ีคอยดแูล ความทกุข์สขุของประชาชน หรือเป็นวิถีชีวิตของประชาชนรูปแบบหนึง่ ซึง่อยูบ่นพืน้ฐานของ หลกัการในการเสมอภาคกนัของแตล่ะบคุคล และหลกัการเสมอภาคกนัในด้านสิทธิเท่าเทียมกนั ในการด ารงชีพของบคุคล ซึง่จะน าไปสูก่ารด าเนินชีวิตอย่างมีความสขุ Encyclopedia Americana(1988) นิยามวา่ ประชาธิปไตย หมายถึง การท่ี อ านาจปกครองสงูสดุเป็นของประชาชน World Book Encyclopedia(1988) นิยามวา่ ประชาธิปไตย คือข้อความท่ี อธิบายถึง 2 สิ่งได้แก่ ระบบการเมืองการปกครองและระบบวิถีการด าเนินชีวิตของคนในสงัคม ในด้านการเมือง ประชาธิปไตย คือสิทธิมนษุยชนในการตดัสินใจก าหนดโชคชะตาของตนเอง สว่นวิถีการด าเนินชีวิตประชาธิปไตย คือเป้าหมายการพฒันาชีวิตของแตล่ะบคุคลตาม ความสามารถเทา่ท่ีจะท าได้ 18 Cohen (1971) ได้กลา่วถึงความหมายของประชาธิปไตยใน 3 ด้าน กล่าวคือ 1. ในด้านกว้าง ประชาธิปไตย เป็นการพิจารณาวา่ประชาชนในสงัคมหรือ ชมุชน ได้รับผลกระทบจากการใช้อ านาจรัฐ และมีสว่นหรือบทบาทในการใช้อ านาจนัน้อยา่งไร หากชมุชนใดมีความเป็นประชาธิปไตยมากยอ่มหมายความวา่คนในชมุชนนัน้ มีบทบาทตอ่ การตดัสินใจหรือการใช้อ านาจของผู้ปกครองเป็นไปในทางท่ีตอบสนองความต้องการของ ประชาชนในชมุชนนัน้ 2. ในด้านลึก ประชาธิปไตยเป็นการพิจารณาวา่ประชาชนในชมุชนหนึง่ มีบทบาทหรือส่วนร่วมทางการเมืองในอนัท่ีจะมีอิทธิพลตอ่การใช้อ านาจรัฐ ในลกัษณะใดและ เพียงใด ซึง่ลกัษณะของมีสว่นร่วมนี ้จะสง่ผลให้รัฐบาลใช้อ านาจตอบสนองตรงตามความต้องการ ของประชาชน 3. ในด้านยาว ประชาธิปไตยเป็นการพิจารณาวา่ประชาชนในชุมชนหนึง่ สามารถมีบทบาทตอ่การใช้อ านาจรัฐในเร่ืองใดบ้าง โดยดจูากว่าคนในชมุชนนัน้มีบทบาทหรือ อิทธิพลตอ่การตดัสินใจของรัฐบาลผา่นทางนโยบายตา่งๆ มากน้อยเพียงใด จากความหมายของประชาธิปไตยข้างต้น ผู้วิจยัสามารถสรุปได้วา่ประชาธิปไตยมี ความหมาย 2 นยั คือ นยัท่ี 1 ทางระบอบการปกครองประเทศ นยัท่ี 2 การปกครองโดยประชาชน เพ่ือประชาชน ยึดหลกัเสียงข้างมากและเคารพเสียงสว่นน้อย หลักการของประชาธิปไตย Neumann (1956)ให้หลกัการเก่ียวกบัประชาธิปไตยท่ีเรียกวา่ ทศบญัญตัิ หรือ หลกัสิบประการ (Democratic Decalogue) ดงันี ้ 1. อ านาจสงูสดุ (อธิปไตย) มาจากราษฎร 2. ขัน้ตอนการเลือกผู้น าเป็นไปอยา่งเสรี 3. ผู้น ามีความรับผิดชอบ 4. ระบอบความเสมอภาค (ของราษฎรโดยกฎหมาย) ยอมรับ 5. สนบัสนนุพรรคการเมืองท่ีมีมากกวา่หนึง่ 6. พงึเห็นความหลากหลายในชีวิตประจ าวนั 7. ไมกี่ดกนักลุม่ส าคญัๆ จากการมีสว่นร่วมในการบริหาร 8. เน้นการมีทศันคตแิบบประชาธิปไตย 9. ให้ส านกึเป็นพลเมืองดี 10. มีศรัทธาในมนษุย์ทกุคน หรือมีสทุรรศนีย์ตอ่โลก 19 Mayo(1933)ได้สรุปหลกัการประชาธิปไตยไว้ ดงันี ้ 1. การควบคมุผู้วางนโยบายโดยประชาชน 2. ความเสมอภาคทางการเมือง 3. เสรีภาพทางการเมืองหรือประสิทธิผลในการควบคมุโดยประชาชน 4. หลกัแหง่เสียงสว่นมาก Rodee (1976) หลกัการของประชาธิปไตยท่ีให้ความส าคญัตอ่ประชาชนถือวา่ ประชาชนเป็นเจ้าของอ านาจอธิปไตยนัน้ เป็นผลมาจากสมมตฐิานหรืออดุมการณ์หลายประการ คือ 1. ความมีเหตผุล หลกัการส าคญัเบือ้งต้นของประชาธิปไตยถือวา่มนษุย์เป็น บคุคลท่ีมีเหตผุลและสามารถน าเหตผุลมาใช้แก้ไขปัญหาและปรับปรุงให้ดีขึน้ 2. คณุธรรมถือวา่มนษุย์เป็นผู้ มีคณุธรรม มีศีลธรรม ไมเ่ห็นแก่ประโยชน์ สว่นตวัอยา่งเดียว แต่ทวา่ให้ความส าคญัในสิทธิของบคุคลอ่ืนและยอมรับความเท่าเทียมกนั โดยปราศจากความรู้สึกเห็นแก่ตวั คณุธรรมนีจ้ะชว่ยให้มนษุย์ตดัสินปัญหาอยา่งมีเหตผุลและ รู้จกัเสียสละเพ่ือสว่นรวม 3. ความเท่าเทียมกนั ค าประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึง ความเทา่เทียมกนัไว้ว่า แม้ว่ามนษุย์จะมีความฉลาด ความสามารถ ความแข็งแรง ตา่งกนั แตม่นษุย์ควรมีความเทา่เทียมกนัทางการเมือง มีความเสามอภาคในการเลือกตัง้ในโอกาส ท่ีจะก้าวหน้า มีความเสมอภาคกนัในทางกฎหมาย และความมีเกียรตภิมูิของความเป็นมนษุย์ ความเสมอภาคนีย้งัรวมถึงความเสมอภาคในการศกึษา การโฆษณา การเข้ารับราชการ และ การได้รับความคุ้มครองจากระบวนการยตุธิรรม 4.ความสามารถของมนษุย์ในการท่ีจะก้าวหน้า มีความเช่ือกนัว่ามนษุย์มีโอกาส มีความสามารถท่ีจะปรับปรุงตนเองให้มีความดีงาม มีความก้าวหน้าด้วยวิธีการอนัสงบและ มีกฎเกณฑ์ 5. ความปรารถนาในการปกครองเม่ือมีปัญหาใดๆ เก่ียวข้องกบัประชาชนเกิดขึน้ จะต้องน าปัญหานัน้ให้ประชาชนพิจารณาตดัสินใจโดยตรง หรือผา่นผู้แทนท่ีมาจากการเลือกตัง้ 6. เสรีภาพ ความปรารถนาเสรีภาพของบคุคลในสงัคมเป็นสิ่งส าคญัมากเสรีภาพ จะเปิดโอกาสให้มนษุย์ได้มีโอกาสพฒันาตวัเอง ดงันัน้เสรีภาพสว่นบคุคลจงึเป็นสิ่งท่ีอาจตดัทอน ลงไปได้ 20 พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยตฺุโต) (2543) ได้ให้หลกัการของประชาธิปไตยเพ่ือให้มี ประสิทธิผลในการใช้โอกาส ทัง้โอกาสท่ีจะพฒันาตนเองและโอกาสท่ีจะให้ศกัยภาพท่ีมีอยูใ่นตวั ของแตล่ะคนออกไปเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมว่าต้องอาศยัองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ 1. มีเสรีภาพ เพราะเสรีภาพเป็นเคร่ืองมือเพ่ือจะสร้างและใช้โอกาสคนท่ีมีโอกาส คือคนท่ีไมถ่กูปิดกัน้ เสรีภาพเป็นตวัช่วยเปิดโอกาสให้ศกัยภาพของเรามีชอ่งทางออกไปเป็น ประโยชน์ได้จริง 2. มีความเสมอภาค เพราะความเสมอภาคเป็นขอบเขตและเป็นเคร่ืองสมานฉนัท์ การท่ีจะใช้เสรีภาพต้องมีขอบเขตคือความเสมอภาคท่ีจะไมล่ว่งล า้ก า้เกินไมล่ะเมิดตอ่ผู้ อ่ืนและ มีโอกาสท่ีจะใช้เสรีภาพอยา่งเทา่เทียมกนั 3.มีภราดรภาพ คือความเป็นพ่ีเป็นน้องกนั ภราดรภาพเป็นฐานและเป็น สภาพแวดล้อมท่ีเอือ้ให้การใช้เสรีภาพและความเสมอภาคเกิดผลงอกงามและสมัฤทธิผลได้จริง นอกจากนี ้ภราดรภาพจะเป็นตวัเพิ่มพลงัด้วยคือท าให้เกิดก าลงัมากขึน้ สมบตั ิธ ารงธญัวงศ์ (2540) ได้แบง่หลกัการของประชาธิปไตยออกเป็น 5 ประการ คือ 1. หลกัอ านาจอธิปไตยเป็นของประชาชน (popular sovereignty) หลกัการ ข้อนีจ้ะให้ความส าคญักบัอ านาจอธิปไตยท่ีจะต้องเป็นของประชาชน เพ่ือให้การปกครองเป็น ของประชาชนอยา่งแท้จริง โดยประชาชนมีอ านาจในการเลือกผู้แทนท่ีจะเข้าไปปกครอง โดยผ่านกระบวนการเลือกตัง้และรวมไปถึงอ านาจในการถอดถอนผู้แทนท่ีตนเองเลือกเข้าไปอีก ด้วย 2. หลกัเสรีภาพ (liberty) ระบอบประชาธิปไตยถือวา่ประชาชนยอ่มมีสิทธิ เสรีภาพทัง้ในการเมือง เศรษฐกิจ และสงัคม ซึง่เสรีภาพเหลา่นีจ้ะต้องมีการก าหนดขอบเขตท่ี ชดัเจน เพื่อป้องกนัไมใ่ห้เกิดการละเมิดซึง่กนัและกนัอนัจะน าไปสูค่วามเสมอภาคของประชาชน 3. หลกัความเสมอภาค (equality) ถึงแม้วา่มนษุย์เราจะเกิดมามีความแตกตา่ง กนั แตค่วามแตกตา่งเหล่านีเ้ป็นเพียงความแตกตา่งกนัทางกายภาพ มนษุย์เกิดมาควรมี ความเสมอภาค เท่าเทียมกนัในเร่ืองโอกาสในการพฒันาคณุภาพและความรู้ความสามารถ เพ่ือให้ประชาชนสามารถปกป้องประโยชน์ของตนได้ ส าหรับความเสมอภาคในระบอบ ประชาธิปไตยนัน้จะให้ความส าคญักบัความเสมอภาคทางโอกาส ซึง่หมายถึงประชาชน จะมีโอกาสท่ีเทา่กนัในทางการเมือง เศรษฐกิจ สงัคมและการศกึษา 21 4. หลกักฎหมาย (rule of law) ปรัชญาส าคญัของกฎหมายคือชนชัน้ใดเป็น ผู้บญัญตัิกฎหมายย่อมเพ่ือประโยชน์ของชนชัน้นัน้ ดงันัน้ระบอบประชาธิปไตยท่ียดึถือประโยชน์ ของประชาชนเป็นท่ีตัง้จงึก าหนดให้ประชาชนมีอ านาจในการบญัญัตกิฎหมาย เพ่ือให้กฎหมาย สะท้อนถึงความต้องการท่ีแท้จริงของประชาชน 5. หลกัเสียงข้างมาก (majority rule, minority right) ยดึหลกัท่ีวา่การตดัสินใจ ใดๆ ทางการเมืองต้องเป็นไปเพ่ือประโยชน์ของประชาชนสว่นใหญ่ จงึก าหนดให้เสียงข้างมาก เป็นการตดัสิน อยา่งไรก็ดี หลกัการเสียงข้างมากนัน้ก็ไม่อาจจะละเลยสิทธิของเสียงข้างน้อย (minority rights) ได้ อมร รักษาสตัย์ และคนอ่ืนๆ (2543) ได้กลา่วถึงหลกัการประชาธิปไตย บางประการไว้ ดงันี ้ 1. การเคารพตอ่ความเป็นคน เพราะทกุคนเกิดมาตา่งกนัแตเ่ทา่เทียมกนั ทกุคนมีโอกาสเทา่เทียมกนั ทกุคนมีความสามารถตามบทบาทตน ทกุคนมีสิทธิหน้าท่ีและ เสรีภาพทกุคนมีศกัดิ์ศรีจะดหูมิ่นขม่เหงกนัไมไ่ด้ 2. การมีสว่นร่วม โดยทกุคนมีหน้าท่ีต้องรับผิดชอบถ้าส่วนรวมเสียหาย สว่นตวั ก็สลายเห็นแก่ส่วนรวมไมเ่ห็นแก่ตวั คนท่ีให้คือคนท่ีได้ ร่วมด้วย ชว่ยกนั งานเสร็จ 3. การเคารพในเหตผุล คือ การคิด ท า ตามเหตผุลท่ีชอบธรรม การไมต่ก เป็นทาสของอารมณ์ความถกูต้องส าคญักวา่พวกพ้อง 4. การแก้ปัญหาโดยสนัตวิิธี โดยรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภยั ประนีประนอมดีกว่า ก้าวร้าวรุนแรง รู้รักสามคัคี ค านงึ ชยัสวุรรณรักษ์ และ ธีระพล บญุสร้าง (2549) ได้กลา่วถึง หลกัการ ท่ีส าคญัของประชาธิปไตยดงันี ้ 1. อ านาจในการปกครองเป็นของประชาชน ซึง่ถือวา่เป็นอ านาจสงูสดุใน การปกครองประเทศซึง่เรียกกนัวา่อ านาจอธิปไตย มาจากปวงชนมี 3 อยา่ง คือ อ านาจ นิตบิญัญัต ิ อ านาจบริหาร และอ านาจตลุาการ 2. ประชาชนอาจใช้อ านาจอธิปไตยโดยตรงหรือผา่นทางผู้แทนท่ีเขาเลือกตัง้ก็ได้ ซึง่จะต้องไปตามรัฐธรรมนญู 3. มีพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีเป็นประมขุของประเทศ 4. ประชาชนทกุคนมีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค ตามกฎหมาย ซึง่ประชาชนทกุคนมีหน้าท่ีปฏิบตัติามกฎหมายและขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างเทา่เทียมกนั 22 4.1 สิทธิ หมายถึง อ านาจอนัชอบธรรมท่ีบคุคลพงึมีในฐานะเป็น พลเมืองของประเทศภายใต้กฎหมาย เชน่ สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการอยูอ่าศยั สิทธิในการเลือกตัง้ เป็นต้น 4.2 เสรีภาพ หมายถึง การกระท าอยา่งใดอยา่งหนึง่ของบคุคล ตามสิทธิท่ีมีอยูโ่ดยไมล่กุล า้สิทธิและเสรีภาพของผู้ อ่ืน เชน่เสรีภาพในการนบัถือศาสนา เสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น แตเ่พ่ือความเป็นระเบียบของ สงัคม ความมัน่คงและความสงบสขุของประเทศ การใช้สิทธิและเสรีภาพ ต้องอยูใ่นขอบเขต ของกฎหมาย 4.3 ความเสมอภาพ หมายถึง ความเทา่เทียมกนัของบคุคลอนัพงึ ประสงค์ได้ภายใต้กฎหมายเดียวกนั 4.4 หน้าท่ี หมายถึง ภารกิจท่ีต้องท าในฐานะท่ีเป็นคนไทย ซึง่จะต้องปฏิบตัหิน้าท่ีตามท่ีกฎหมายก าหนดไว้ เช่น การเสียภาษีอากร การป้องกนัประเทศ การปฏิบตัิตามกฎหมาย เป็นต้น ลิขิต ธีรเควิน (ออนไลน์,2556) ได้กล่าวถึงหลกัการประชาธิปไตย มีมากมาย แตถื่อวา่ส าคญัและนกัการเมืองต้องยึดถือเป็นสรณะมีดงัตอ่ไปนี ้ 1. อ านาจอธิปไตยเป็นของปวงชน(popular sovereignty)ระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตย คือระบบท่ีประชาชนมีอ านาจอธิปไตย และมอบหมายให้สมาชิกสภาผู้แทน ราษฏรท่ีมาจากการเลือกตัง้แทนตน การเลือกตัง้จงึเป็นการแสดงออกถึงสิทธิ และอ านาจของ ประชาชน จนมีค ากลา่วว่า เสียงของประชาชนคือเสียงของสวรรค์ 2. สิทธิเสรีภาพ (right and freedom) เป็นหวัใจส าคญัของระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตยสิทธิดงักลา่วต้องก าหนดในรัฐธรรมนญูและการบงัคบักฎหมายเจ้าหน้าท่ีของ รัฐ ได้แก่ ผู้ด ารงต าแหนง่บริหารและข้าราชการประจ าท่ีมีอ านาจตามกฎหมายจะต้องยดึถือเป็น ตวับทกฎหมายอยา่งเคร่งครัด ไมล่ะเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะถ้ามีการกระท า ดงักลา่วก็เทา่กบัละเมิดเจ้าของอ านาจอธิปไตย 3. ความเสมอภาค(equality) ความเสมอภาคภายใต้ระบอบการปกครองแบบ ประชาธิปไตยถือวา่ทกุคนเสมอภาคเทา่กนัหมด หนึง่คนมีสิทธิลงคะแนนสียงได้หนึง่เสียง (one man one vote) ความเสมอภาคดงักลา่วนีห้มายถึงความเสมอภาคทางการเมืองและ ความเสมอภาคตอ่หน้ากฎหมาย (equality before the law) การเลือกปฏิบตัิด้วยเหตผุลอนัใด ก็ตามถือวา่ขดัตอ่หลกัการประชาธิปไตย 23 4. หลกันิตธิรรม(the rule of law) ได้แก่ การใช้กฎหมายในการบริหารประเทศ โดยกฎหมายดงักลา่วนัน้ต้องผา่นกระบวนการร่างกฎหมายอย่างถกูต้อง และหลกัของกฎหมาย นัน้ต้องเป็นกฎหมายท่ีค านงึถึงสิทธิเสรีภาพและอ านาจอธิปไตยของประชาชน โดยกระบวน การยตุธิรรม(due process of law) จะต้องเป็นไปตามครรลองหลกันิตธิรรม(the rule of law) จงึตา่งจาก the rule by law ซึง่หมายถึงการใช้กฎหมายเป็นเคร่ืองมือในการบริหารประเทศ โดยไมค่ านงึถึงหลกัการประชาธิปไตย และบอ่ยครัง้ก็กลายเป็นการบริหารงานโดยตวับุคคล (the rule by men) มากกวา่หลกัการ 5. คา่นิยมและจิตวิญญาณความเป็นประชาธิปไตย(the democratic ethos) ซึง่หมายถึงคา่นิยมท่ีได้รับการอบรมตัง้แตค่รอบครัว สถาบนัการศกึษาและทางสงัคมให้มี ความเช่ือละศรัทธาในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมีพฤตกิรรมท่ีเป็นประชาธิปไตย มองคนอ่ืนด้วยสายตาท่ีเสมอภาคทัง้หมดนีถื้อวา่เป็นการพฒันาจิตวิญาณประชาธิปไตย ซึง่เป็นสว่นส าคญัอยา่งยิ่งตอ่ความส าเร็จของการพฒันาและธ ารงไว้ซึง่ระบบประชาธิปไตย 6. ความอดทนอดกลัน้(tolerance)ความใจกว้าง(open mindedness)และ ความมีน า้ใจนกักีฬา(sporting spirit)ทัง้หมดนีเ้ป็นหวัใจส าคญัของสงัคมประชาธิปไตย เพราะในสงัคมประชาธิปไตยนัน้จะต้องย่อมรับความแตกตา่งทัง้ในเชือ้ชาต ิ ศาสนา ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณีจดุยืนและความคิดเห็นทางการเมืองของคนในสงัคม การรู้แพ้ รู้ชนะ เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืน โดยเฉพาะอยา่งยิ่งนกัปราชญ์ราชบณัฑิต และผู้ ท่ีมี ประสบการณ์เพ่ือน ามาประมวลใช้ให้เป็นประโยชน์ในการท างาน ท่ีส าคญัอะไรท่ีตนเองไมช่อบ และไมพ่อใจแตต่ราบเทา่ท่ีไมก่ระทบตอ่สิทธิของตนก็ต้องยอมให้สิ่งนัน้ปรากฏอยูเ่พราะเป็น สิทธิสว่นบคุคลภายใต้ระบบท่ีมีความเสมอภาค 7. ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย คือกรรมวิธี (means) เพ่ือเป้าหมาย ทางการเมือง แตข่ณะเดียวกนัระบอบประชาธิปไตยก็เป็นเป้าหมายอนัสงูสง่(noble end) ในตวัของมนัเองการมองวา่ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นเฉพาะกรรมวิธีหรือ (means) จงึไมถ่กูต้องถึงแม้วา่(end)คือผลประโยชน์จะตกตอ่สงัคมก็ตามเพราะถ้าท าลาย กระบวนการของความถกูต้องเม่ือจะสง่ผลให้ในทางบวกตอ่สงัคม แตถ้่ามีผลกระทบในทางลบ ตอ่ระบบก็จะเป็นการท าลายเป้าหมายอนัสงูสง่ของระบบประชาธิปไตยอนัเป็นสิ่งท่ีไมพ่งึปรารถนา อยา่งยิ่งประชาธิปไตยจงึเป็นทัง้กรรมวิธี(means)และเป้าหมาย(end)ในตวัของมนัเองทัง้สองสว่น นีต้้องไปด้วยกนั 24 8. ผู้ด ารงต าแหนง่ผู้บริหารระดบัสงูทัง้ในนิตบิญัญัต ิ บริหาร และศาล รัฐธรรมนญูจะต้องตระหนกัว่าตนเป็นผู้ซึง่ได้รับอาณตัจิากประชาชน ดงันัน้ผลสงูสดุจะต้อง เป็นผลประโยชน์เอือ้อ านวยตอ่ผลประโยชน์ของประชาชน สว่นใหญ่การกระท าอนัใดขดัตอ่ ผลประโยชน์ของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอ านาจอธิปไตย การนัน้ย่อมไมถ่กูต้อง นอกจากนัน้ ยงัต้องมีความรู้สกึกวา่สิ่งท่ีตนท าอยูน่ัน้เป็นการประกอบภารกิจ ศกัดิส์ิทธ์ิ (sacredmission) หรือหน้าท่ีอนัสงูสง่ (noblesseoblige) 9. ผู้ซึง่ด ารงต าแหนง่บริหารระดบัสงูทัง้ในนิตบิญัญัติบริหารตลุาการจ าเป็น อยา่งยิ่งต้องยึดถือหลกัจริยธรรมทางการเมือง รวมตลอดทัง้มารยาททางการเมือง โดยจะ ต้องกระท าหน้าท่ีอย่างซ่ือสตัย์สจุริต ค านงึถึงผลดีผลเสียท่ีจะเกิดขึน้กบัประชาชน ชาต ิ และ บ้านเมือง เสียสละความสขุสว่นตวัเพ่ือสว่นรวม เพราะงานการเมืองเป็นงานอาสาสมคัรท่ี ได้รับมอบหมายจากประชาชน 10. ภายใต้ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย การกระท าอนัใดก็ตามต้อง ค านงึถึงหลกัการใหญ่ๆ ดงัตอ่ไปนี ้คือ ความถกูต้องตามกฎหมาย (legality) ความชอบธรรม ทางการเมือง (legitimacy) ความถกูต้องเหมาะสม (decency) ความน่าเช่ือถือ (credibility) ทัง้หลายทัง้ปวงดงักลา่วจะท าให้งานท่ีรับผิดชอบอยูน่ัน้ประสบความส าเร็จ การมุง่เน้นไปท่ี ตวับทกฎหมายตามลายลกัษณ์อกัษรแตเ่พียงอยา่งเดียวเป็นสิ่งท่ีไมพ่อเพียง การกระท าอนัใด ท่ีไมเ่หมาะสมแม้จะถกูต้องตามกฎหมายก็จะขาดความชอบธรรมทางการเมือง อนัจะสง่ผลถึง ความนา่เช่ือถือของผู้ด ารงต าแหนง่ทางการเมืองในท่ีสดุ 11. การบริหารบ้านเมืองจะต้องอิงหลกัธรรมาภิบาล (good governance) ซึง่ได้แก่ ความชอบธรรมทางการเมือง(legitimacy) ความโปร่งใส (transparency) การมีสว่นร่วมของประชาชน (participation)ความรับผิดชอบเปิดให้ไลเ่บีย้ได้ (accountability) และความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล(efficiency and effectiveness) ซึง่หมายถึง การกระท านัน้ต้องสง่ผลในทางบวกทัง้ในแง่ผลได้ (output) และผลลพัธ์ (outcome) 12. ผู้ด ารงต าแหนง่ทางการเมืองโดยเฉพาะอยา่งยิ่งผู้บริหารระดบัสงู ซึง่สามารถน าประเทศชาตแิละสงัคมไปสูค่วามเจริญ หรือไปสูค่วามเสียหายในด้านตา่งๆ ทัง้ในแง่การเมือง สงัคม เศรษฐกิจ ศรัทธาและความเช่ือในระบบ ฯลฯ ต้องเป็นบคุคลท่ีเป่ียม ไปด้วยคณุสมบตัิอนัได้แก่ การมีอดุมการณ์ทางการเมือง (political ideology) การมีจริยธรรม ทางการเมือง(political ethics) การมีความรู้ทางการเมือง (political knowledge) การมีประสาท สมัผสัทางการเมือง (political sense) และการเข้าใจอารมณ์ทางการเมือง (political mood) 25 ของประชาชนอยา่งถกูต้อง นอกจากนัน้ยงัต้องบริหารประเทศโดยค านงึถึงหลกั นิตธิรรมและ คณุสมบตัอ่ืินๆ ท่ีกล่าวมา 11 ข้อเบือ้งต้น เพ่ือจะธ ารงไว้ซึง่ความชอบธรรมท่ีจะด ารงต าแหนง่ บริหารและการใช้อ านาจรัฐ (moral authority) ผู้ใดก็ตามท่ีขาดหลกัการข้อท่ี 12 ดงักลา่วมานี ้ ยอ่มจะเสียความชอบธรรมทางการเมืองในการด ารงต าแหนง่ทางการเมือง จากหลกัการประชาธิปไตยข้างต้น ผู้วิจยัได้สรุป หลกัการส าคญัของ ประชาธิปไตย คือ ต้องยึดหลกัเสรีภาพหลกัความเสมอภาค หลกัภราดรภาพ เคารพใน ความเป็นมนษุย์ เคารพในความคิดและสิทธิเสรีภาพของผู้ อ่ืน มีความสามคัคีในหมู่คณะ เคารพในเหตผุล อ านาจในการปกครองเป็นของประชาชน ประชาชนทกุคนมีสิทธิเสรีภาพ มีพระมหากษัตริย์เป็นประมขุการบริหารทกุระดบัต้องอิงหลกัธรรมาภิบาล เอือ้ประโยชน์ของ ประชาชนสว่นใหญ่เป็นหลกัมีกรรมวิธีและเป้าหมายท่ีชดัเจน วิถีประชาธิปไตย จากการศกึษาแนวคิดทฤษฏีท่ีเก่ียวข้องกบัพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการมีวิถีชีวิต ประชาธิปไตยท่ีเหมาะสมกบัการพฒันาการของนกัเรียนระดบัประถมศกึษา ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ (2540)พฤตกิรรมท่ีแสดงถึง การมีวิถีชีวิตประชาธิปไตย ควรประกอบด้วยคณุลกัษณะดงันี ้ 1. คารวธรรม สง่เสริมให้นกัเรียนได้มีพฤติกรรมด้านคารวธรรม มีการแสดงออก ดงันี ้ เคารพในสถาบนัชาต ิ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้แก่ การแสดงความเคารพเทิดทนูสถาบนั พระมหากษัตริย์ในทกุโอกาส การร่วมกิจกรรมตา่งๆ ท่ีจดัเพ่ือแสดงความจงรักภกัดีตอ่สถาบนั พระมหากษัตริย์ในโอกาสวนัส าคญัตา่งๆ การปฏิบตัิตอ่สญัลกัษณ์ท่ีแสดงถึงสถาบนั พระมหากษัตริย์ เชน่ ธงชาต ิ พระบรมฉายาลกัษณ์ เพลงสรรเสริญพระบารมี ฯลฯ ด้วย ความเคารพ เม่ือได้ยินหรือเห็นบคุคลใดแสดงกิริยา วาจาหรือมีการกระท าอนัไมส่มควรตอ่ สถาบนัพระมหากษัตริย์ต้องกลา่วตกัเตือนและห้ามไมใ่ห้ปฏิบตัเิชน่นัน้อีก เคารพในหลกัปฏิบตัิ ของศาสนาท่ีตนนบัถือและไมล่บหลูศ่าสนาอ่ืน เคารพซึง่กนัและกนัทางกาย ได้แก่ การแสดง การเคารพซึง่กนัและกนั เชน่ การทกัทาย การให้เกียรตแิก่ผู้ อ่ืน การแสดงความเคารพแก่บคุคล ซึง่อาวโุสกวา่ การให้การต้อนรับแก่บคุคล และการแสดงความเอือ้เฟือ้ซึง่กนัและกนั เคารพกนั ทางวาจา ได้แก่ การรู้จกัพดูจาให้เหมาะสมกบักาลเทศะ ใช้ค าพดูเหมาะสมตามฐานะของบคุคล 26 พดูจาสภุาพไมก้่าวร้าว สอ่เสียด ไมพ่ดูในสิ่งท่ีจะท าให้ผู้ อ่ืนเกิดความเดือดร้อน ไมน่ าความลบั ของบคุคลอ่ืนๆ เปิดเผยและไมน่ินทาหรือโกหกหลอกลวง เคารพในสิทธิของผู้ อ่ืน ได้แก่ การไมล่ว่งละเมิดสิทธิของผู้ อ่ืน ทัง้ทางกายหรือวาจา รู้จกัเคารพในสิทธิของคนท่ีมาก่อนหลงั เคารพในสิทธิของคนท่ีมาก่อนหลงั เคารพในการเป็นเจ้าของสิ่งของเคร่ืองใช้และต้องรู้จกัขอ อนญุาตเม่ือลว่งล า้เข้าไปในท่ีอยู่อาศยัของบคุคลอ่ืน เคารพในความคิดเห็นของผู้ อ่ืน ได้แก่ การยอมรับฟังความคิดเห็นของบคุคลอ่ืน เม่ือมีผู้พดูแสดงความคิดเห็นควรฟังด้วยความตัง้ใจ และใคร่ครวญด้วยวิจารณญาณ หากเห็นว่าเป็นการแสดงแนวคิดท่ีดีมีประโยชน์มากกวา่ ความคดิเห็นของตนเองก็ควรยอมรับ และปฏิบตัิตาม เคารพในกฎ ระเบียบของสงัคม ได้แก่ การยึดมัน่ในกรอบระเบียบของสงัคม เชน่ วฒันธรรม ประเพณี กฎเกณฑ์ทางสงัคมและ กฎหมายของประเทศและมีเสรีภาพ และใช้เสรีภาพในขอบเขตของกฎหมายและขนบธรรมเนียม ประเพณี 2. สามคัคีธรรม สง่เสริมให้นกัเรียนได้มีพฤติกรรมด้านสามคัคีธรรม มีการแสดงออก ดงันี ้ การรู้จกัประสานประโยชน์โดยยดึถือประโยชน์ของสว่นรวมหรือของชาตเิป็นท่ีตัง้ ได้แก่ การท างานร่วมกนัอยา่งสนัติวิธี รู้จกัการประนีประนอม โดยค านงึถึงประโยชน์ท่ีจะเกิดขึน้ แก่สว่นรวมเป็นใหญ่ มีการเสียสละความสขุส่วนตนหรือหมูค่ณะเพ่ือประโยชน์ของส่วนรวม หรือของชาตร่ิวมมือกนัในการท างานหรือท ากิจกรรมอยา่งหนึง่อยา่งใดร่วมกนัโดยมีบคุคล ผู้ ร่วมงานตัง้แต ่ 2 คน ขึน้ไปในการร่วมกนัท างานนี ้จะต้องมีการวางแผนในการท างานร่วมกนั คดิร่วมกนั และท างานร่วมกนั เม่ือถึงขัน้ตอนของการท างานก็ชว่ยเหลือกนัอยา่งตัง้ใจจริง ไมห่ลีกเล่ียงหรือท าแบบเอาเปรียบผู้ อ่ืน เห็นแก่ประโยชน์สว่นรวมถือวา่งานส่วนรวมเป็นงานของ ตน รับผิดชอบตอ่หน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมายจากสว่นรวมและหน้าท่ีตอ่สงัคม ความเป็นน า้หนึง่ใจ เดียวกนัของคนในกลุม่ ในหนว่ยงานและสงัคมและรักหมูค่ณะ มีใจหวงัดีและชว่ยเหลือเกือ้กลู ซึง่กนัและกนั 3. ปัญญาธรรม สง่เสริมให้นกัเรียนได้มีพฤติกรรมด้านปัญญาธรรม มีการแสดงออก ดงันี ้ การไมถื่อตนเป็นใหญ่ คือการรู้จกัรับฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืน การยอมรับฟังและปฏิบตัิตาม มตขิองเสียงสว่นมากในท่ีประชมุหรือการท างานตา่งๆ และการรู้จกัการเป็นผู้น าและผู้ตามท่ีดี เน้นการใช้ปัญญา ใช้เหตผุล และความถกูต้องในการตดัสินปัญหาทัง้ปวงไมใ่ช้เสียงข้างมากใน การตดัสินปัญหาเสมอไป เม่ือมีปัญหาในเกิดขึน้ หรือมีเร่ืองท่ีจะต้องตดัสินใจ ทกุคนต้องร่วมกนั 27 คดิและชว่ยกนัตดิสินใจโดยใช้เหตผุล ในกรณีท่ีมีปัญหาโต้แย้งในหมู่คณะจะต้องพยายาม อภิปรายจนสามารถชกัจงูให้ทกุคนเห็นคล้อยตาม เม่ือเกิดกรณีท่ีตา่งก็มีเหตผุลดีด้วยกนั และ ไมอ่าจชกัจงูให้กลุม่หนัไปทางหนึง่เทา่นัน้ จงึจะใช้วิธีออกเสียงและเม่ือได้รับข่าวสารข้อมลูแล้ว สามารถวิเคราะห์และประมวลผลเหตกุารณ์ตา่งๆ ด้วยสติปัญญา กรมวิชาการ (2542) กลา่วไว้วา่ ประชาธิปไตยในลกัษณะท่ีเป็นวิถีชีวิต ของคนในสงัคมประชาธิปไตย มกัจะมีลกัษณะของผู้ มีบคุลิกภาพประชาธิปไตยดงันี ้ 1. ความมีเหตผุล 2. การเคารพซึง่กนัและกนั 2.1 การเคารพในความเป็นมนษุย์ 2.2 การเคารพในความสามารถ 3. การตกลงกนัอย่างสนัตวิิธีด้วยการถกเถียง ประนีประนอม และอดกลัน้ ในความคดิเห็นท่ีแตกตา่งกนั 4. การด าเนินชีวิตอยา่งมีเสรีภาพภายใต้กฎหมาย และไมถ่กูแทรกแซงจากรัฐ ทิศนา แขมมณี (2522) กล่าวถึงลกัษณะของบคุคลท่ีมีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย ดงันี ้ 1. เคารพความเป็นเอกตับคุคลของผู้ อ่ืน เคารพความสามารถ สตปัิญญา และ การใช้เหตผุลของผู้ อ่ืน 2. ให้สิทธิเสรีภาพแก่ผู้ อ่ืนในการใช้ความคดิและตดัสินใจ 3. มีใจกว้าง รับฟัง และพิจารณาความคิดเห็นของผู้ อ่ืนอยา่งเป็นธรรมก่อน ตดัสินใจ 4. ยดึหลกัเหตผุลในการตดัสินใจ ไมใ่ช้อารมณ์หรือเอาแตใ่จตนเอง รู้จกัประนีประนอมและตดัสินใจอยา่งสนัติ ทิพวรรณ เอ่ียมรักษา (2547) และ กองวิชาการ กระทรวงศกึษาธิการ (มปป) กลา่ววา่ประชาธิปไตยในลกัษณะเป็นวิถีชีวิตนัน้เป็นความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุคลในสงัคม ประชาธิปไตยท่ีจะต้องยดึหลกัเหตผุล เคารพความเสมอภาคของบคุคล เคารพเสรีภาพซึง่กนั และกนั เคารพความคิดและการกระท าของตนเองและผู้ อ่ืน การร่วมมือชว่ยเหลือวางแผนงาน ตลอดจนประสานงานกนัและกนั อาสารับท างานตามความสามารถของตน ท าตามมตขิอง สว่นรวม มีเหตผุลในการตดัสินปัญหาท างานอยา่งละเอียดรอบคอบ มีวินยั มีความอดทน มีการเสียสละ และมีความรับผิดชอบ ด าเนินการดงักลา่วจนเป็นนิสยัประยกุต์ใช้ใน 28 ชีวิตประจ าวนักล้าท่ีจะตกัเตือนเม่ือคนอ่ืนละเมิดสิทธิของตนเองและสว่นรวม ลกัษณะเชน่นีเ้ป็น ลกัษณะท่ีเรียกวา่เป็นการด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ภิญโญ สาธร (2544) ให้หลกัการส าคญั 8 ประการของวิถีชีวิตประชาธิปไตย มีดงันี ้ 1. เอาเหตผุลและความรู้จากประสบการณ์เป็นหลกัในการด าเนินชีวิต เหตผุล เป็นสจัธรรมหลกัของประชาธิปไตย การท างานร่วมกนัต้องเคารพเหตผุลทัง้ของเขาและของเรา ความรู้จากประสบการณ์จะชว่ยเป็นหลกัในการด าเนินชีวิตได้ กิจกรรมของนกัศกึษาถ้ามีเหตผุล อาจารย์ยอ่มอนญุาตให้จดัได้ ครู อาจารย์ควรสอนให้นกัเรียนนกัศกึษารู้จกัคดิและวิเคราะห์หา เหตผุล 2. ให้ความส าคญัแก่เอกชนพร้อมๆ กบัการเคารพมตมิหาชน ในสงัคม ประชาธิปไตย แตล่ะคนต้องเคารพสิทธิของกนัและกนั แตข่ณะเดียวกนัก็ต้องฟังมตมิหาชน หรือ คนส่วนใหญ่ด้วย ครู อาจารย์ ต้องสอนนกัเรียนนกัศกึษาให้มีการเคารพมตสิว่นใหญ่ในชัน้ แตต้่องเคารพความเห็นคนส่วนน้อยด้วย 3. ถือวา่รัฐเป็นเพียงเคร่ืองมือรับใช้ประชาชน ไมใ่ช้รัฐเป็นนายประชาชนเป็น ทาสประชาชนเป็นใหญ่ในแผน่ดนิ เพราะประชาธิปไตยเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพ่ือประชาชน สถาบนัการศกึษาตัง้ขึน้มาเพ่ือรับใช้และให้ประโยชน์กบันกัศกึษา อาจารย์จะท าอะไรต้องคิดถึงประโยชน์ของนกัศกึษาให้มาก 4. ใช้ความสมคัรใจเป็นหลกัในการด าเนินชีวิต ไม่ใช้การบีบบงัคบั การบีบคัน้ หรือบงัคบัน า้ใจกนัทกุรูปแบบถือเป็นเผดจ็การ อาจารย์ควรใช้วิธีจงูใจ ชีแ้จงให้นกัศกึษาเข้าใจ 5. เคารพกฎหมายและยึดหลกักฎหมายเป็นแนวทางในการด าเนินชีวิต 6. ถือวา่ วิธีการ มีความส าคญัมากไมน้่อยกว่าผลส าเร็จบัน้ปลายของงาน 7. ให้โอกาสทกุคนอภิปรายแสดงความคิดเห็น ก่อนท่ีจะให้เขาตกลงใจท าอะไรก็ตาม 8. เคารพในหลกัแหง่ความเสมอภาค อย่างน้อยในขัน้มลูฐานของมวลมนษุย์ พระธรรมปิฎก (2544) ได้กลา่วถึงวิถีชีวิตประชาธิปไตย ซึง่สรุป ได้วา่ มีหลกัการพืน้ฐาน 3 ประการคือ เสรีภาพ สมภาพ (ความเสมอภาค) และภราดรภาพ พระพทุธศาสนาได้แสดงหลกัการแก่งภราดรภาพหรือเอกภาพไว้ โดยหลกัการนีค้รอบคลมุ ความเป็นอยู่และการปฏิบตัิท่ีเป็นหนึง่เดียว หลกัการหรือหลกัธรรมนีเ้รียกวา่ สาราณียธรรม แปลวา่ ธรรมเป็นเคร่ืองระลกึถึงกนั มีความหมายท านองเดียวกบัภราดรภาพ เป็นหลกัการท่ีจะ 29 ท าให้เกิดความประสานพร้อมเพรียงสามคัคีและผนึกรวมกนัเป็นเอกภาพ หลกัธรรมนีมี้ สาระส าคญัซึง่สอนวา่สงัคมประชาธิปไตยจะต้องมีเคร่ืองผกูพนัให้มีความสามคัคีร่วมมือร่วมใจกนั เพราะการท่ีแตล่ะคนจะอยูไ่ด้ด้วยดีและน าศกัยภาพของตนมาร่วมสร้างสรรค์สงัคมประชาธิปไตย ได้นัน้ คนเหลา่นัน้จะต้องมีความสามคัคี รู้จกัร่วมมือและอยูร่่วมกนัได้ด้วยดี สาราณียธรรม มี 6 ประการ คือ ประการท่ี 1 จะท าอะไรก็ตามด้วยความเมตตา หมายความวา่ ท าด้วยความรัก ด้วยไมตรี ด้วยความปรารถนาดี มีการร่วมมือ มีความพร้อมเพรียงท่ีจะประสานกนั ประการท่ี 2 จะพดูอะไรก็พดูด้วยเมตตา ประการท่ี 3 คิดอะไรก็คิดตอ่กนัด้วยเมตตา คดิตอ่กนัด้วยเมตตาก็คือ มีความหวงัดีตอ่กนั ปรารถนาดีตอ่กนั ประการท่ี 4 มีความโอบอ้อมอารี เผ่ือแผ ่แบง่ปันเจือจานแก่กนั ประการท่ี 5 มีศีลเสมอกนั คือ มีความประพฤติดี รักษาระเบียบวินยั มีความสจุริตทางกาย วาจา ท่ีจะกลมกลืนเข้าหากนัได้ หมายความวา่คนท่ีจะอยูร่่วมสงัคมกนันี ้ จะต้องมีศีลคือประพฤตสิจุริตไว้ใจกนัได้ ไมเ่บียดเบียนผู้ อ่ืน ไมก่่อความเดือดร้อนแก่สงัคม รักษาระเบียบวินยั ท าตามกฎกตกิาของสงัคม ประการท่ี 6 คือ มีความเห็น มีความเช่ือมัน่ ยึดถือในหลกัการ อดุมการณ์และ อดุมคตร่ิวมกนัหรือสอดคล้องไปกนัได้ ค านงึ ชยัสวุรรณรักษ์ และธีระพล บญุสร้าง (2549) พฤตกิรรมตาม วิถีประชาธิปไตยประกอบด้วย 3 ประการ คือ 1. พฤตกิรรมด้านคารวธรรม เป็นพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงความเคารพซึง่กนัและกนั เคารพกฎระเบียบของสงัคม ซึง่พฤตกิรรมด้านนี ้ ได้แก่ 1.1 เคารพในสถาบนัชาต ิ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้แก่ การเคารพเทิดทนู สถาบนัพระกษัตริย์ในทกุโอกาส การแสดงความเคารพตอ่คณุครูในฐานะเป็นนกัเรียน โดยการเคารพเช่ือฟังค าสัง่สอนในทกุโอกาส ทัง้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน 1.2 การเคารพซึง่กนัและกนัทางกาย ได้แก่ การแสดงความเคารพซึง่กนัและกนั เชน่ การทกัทาย การให้เกียรตแิก่ผู้ อ่ืน การแสดงความเคารพแก่บคุคลท่ีอาวโุสกวา่ การให้ การต้อนรับ และการแสดงความเอือ้เฟือ้เผ่ือแผ่ 30 1.3 การเคารพกนัทางวาจา ได้แก่ การรู้จกัพดูจาให้เหมาะสมกบักาลเทศะใช้ ค าพดูเหมาะสมตามฐานะของบคุคล พดูจาสภุาพ ไมก้่าวร้าว สอ่เสียด ไมพ่ดูในสิ่งท่ีท าให้ผู้ อ่ืน เดือดร้อน ไมน่ าเอาความลบัของบคุคลอ่ืนไปเปิดเผย และไมพ่ดูนินทา หรือโกหก หลอกลวง 1.4 การเคารพในสิทธิของผู้ อ่ืน ได้แก่ การไมล่ว่งละเมิดสิทธิของผู้ อ่ืนทัง้กาย หรือวาจา รู้จกัเคารพสิทธิของคนท่ีมาก่อนหลงั เคารพในความเป็นเจ้าของสิ่งของเคร่ืองใช้ และ รู้จกัขออนญุาตเม่ือลว่งละเมิดล า้เข้าไปในท่ีอยูอ่าศยัของบคุคลอ่ืน 1.5 การเคารพในความคิดเห็นของอ่ืน ได้แก่ การยอมรับฟังความคดิเห็นของ บคุคลอ่ืน เม่ือมีผู้พดูเสนอแนวคิดท่ีดีมีประโยชน์มากกว่าความคดิของตนเองก็ควรยอมรับและ ปฏิบตัิตาม 1.6 การเคารพในกฎระเบียบของสงัคม ได้แก่ การยึดมัน่ในกรอบระเบียบของ สงัคม เชน่ วฒันธรรมประเพณี กฎเกณฑ์ทางสงัคมและกฎหมายของประเทศเรา 2. พฤตกิรรมด้านสามคัคีธรรม เป็นพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการแบง่ปันร่วมกบัทีมงาน และประสานงานกนั พฤตกิรรมด้านนี ้ ได้แก่ 2.1 การรู้จกัประสานประโยชน์โดยยดึถือประโยชน์ของส่วนรวมหรือของชาติ เป็นท่ีตัง้ได้แก่ การท างานร่วมกนัอย่างสนัตวิิธี รู้จกัการประนีประนอมโดยค านงึถึงประโยชน์ท่ี เกิดขึน้แก่สว่นรวมเป็นใหญ่ มีการเสียสละความสขุสว่นตวัหรือหมู่คณะ เพ่ือประโยชน์สขุของ สว่นรวมหรือของชาติ 2.2 การร่วมมือกนัในการท างาน หรือท ากิจกรรมอยา่งหนึง่อยา่งใดร่วมกนั โดยมีบคุคลผู้ ร่วมงานตัง้แต ่2 คนขึน้ไป ในการร่วมกนัท างานนีจ้ะต้องวางแผนในการท างาน ร่วมกนั ระดมความคิดร่วมกนัและท างานร่วมกนัเม่ือถึงขัน้ตอนของการท างานร่วมกนั เม่ือถึงขัน้ตอนของการท างานก็ต้องชว่ยเหลืออย่างตัง้ใจ จริงจงั ไมห่ลีกเล่ียงหรือท าแบบอยา่ง เอาเปรียบผู้ อ่ืน 1.3 การเห็นแก่ประโยชน์ของสว่นรวม ร่วมมือร่วมใจกนัเพ่ือสว่นรวมไมเ่อา เปรียบหรือเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง 2.4 การรับผิดชอบตอ่หน้าท่ีท่ีได้รับมอบหมายจากสว่นรวมและมีหน้าท่ี ตอ่สงัคม 2.5 ความเป็นน า้หนึง่ใจเดียวกนัของคนในกลุม่ ในหนว่ยงาน และในสงัคม 31 3. พฤตกิรรมด้านปัญญาธรรม เป็นพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงความเช่ือมัน่ในวิธี การแหง่ปัญญา พฤตกิรรมด้านนี ้ ได้แก่ 3.1 การไมถื่อตนเป็นใหญ่ คือความรู้จกัรับฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืนการยอมรับ ฟังและปฏิบตัติามมตขิองเสียงสว่นมากในท่ีประชมุหรือในการท างานตา่งๆ และการรู้จกัเป็น ผู้น าและผู้ตามท่ีดี 3.2 เน้นการใช้ปัญญา ใช้เหตผุลและความถกูต้องในการตดัสินใจแก้ปัญหา ทัง้ปวง ไมใ่ชใ่ช้เสียงข้างมากในการตดัสินปัญหาเสมอไป 3.3 เม่ือมีปัญหาใดเกิดขึน้ เม่ือมีเร่ืองท่ีต้องตดัสินใจ ทกุคนต้องร่วมกนัคิดและ ชว่ยกนัตดัสินใจ โดยใช้เหตผุล 3.4 ในกรณีท่ีมีปัญหาโต้แย้งเกิดขึน้ในหมู่คณะ จะต้องพยายามอภิปราย จนกระทัง่สามารถชกัจงูให้ทกุคนคล้อยตาม เม่ือเกิดกรณีท่ีตา่งก็มีเหตผุลท่ีดีด้วยกนั และ ไมอ่าจชกัจงูให้กลุม่หนัไปทางใดทางหนึง่เทา่นัน้ จงึใช้วิธีการออกเสียง สาโรช บวัศรี (2541) ได้กล่าวถึงประชาธิปไตยในลกัษณะท่ีเป็นวิถีชีวิต ประชาธิปไตยไว้ 3 ลกัษณะดงันี ้ 1. มีความเคารพซึง่กนัและกนัอยา่งยิ่ง(คารวธรรม) คือ ทกุคนต้องให้เกียรติ ซึง่กนัและกนัทางกาย วาจา และความคิด ทกุคนย่อมเคารพในความคดิของผู้ อ่ืน ทกุคนยอ่ม แสดงความคิดเห็นออกมาโดยไมล่ว่งเกินผู้ อ่ืน ให้โอกาสและเคารพความคิดเห็นของทกุคน รวมถึงเคารพในสถาบนัส าคญัของประเทศ เชน่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2. มีการแบง่ปัน ร่วมงานกนั และประสานงานกนั (สามคัคีธรรม) ได้แก่ การท างานร่วมกนั โดยใครถนดัทางไหนก็แบง่งานนัน้ไปท าโดยไมบ่า่ยเบี่ยงหรือหลีกเล่ียง ร่วมมือ กนัท าตามอตัภาพและประสานงานกนัหมด โดยท าตามท่ีได้ตกลงกนัตามแผนท่ีวางไว้ให้ลลุว่งไป ด้วยดี 3. มีความเช่ือมัน่ในวิธีการแหง่ปัญญา (ปัญญาธรรม) คือ การมีเหตผุลใน การท างาน การค้นคว้าหาความรู้เร่ืองท่ีถกูต้องมาใช้ในการท างาน ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาตไิด้ก าหนด มาตรฐานท่ี 6 นกัเรียนสามารถอยูร่่วมกบัผู้ อ่ืนได้ตามวิถีประชาธิปไตยประกอบด้วย 3 ตวับง่ชี ้ดงันี ้ ตงับง่ชีท่ี้ 1 การเคารพสิทธิสว่นบคุคล สว่นรวม และกฎระเบียบของสงัคม ตวับง่ชีท่ี้ 2 ความร่วมมือร่วมใจประสานประโยชน์เพ่ือส่วนรวม ตวับง่ชีท่ี้ 3 การใช้เหตผุลในการแก้ปัญหาร่วมกนั 32 สญัญา โสภา (2546) ได้กลา่ววา่ พลเมืองดีของชมุชน คือบคุคลท่ีปฏิบตัติน ตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย โดยมีคณุลกัษณะ 3 ประการ คือ คารวธรรม สามคัคีธรรม และ ปัญญาธรรม ดงันี ้ 1. คารวธรรม คือ การให้ความเคารพและให้เกียรติกนั โดยปฏิบตัิ ดงันี ้ 1.1 เคารพซึง่กนัและกนัทางกายและวาจา ได้แก่ การแสดงความเคารพ การใช้ค าพดูท่ีเหมาะสม และการพดูจาสภุาพถกูกาลเทศะ 1.2 เคารพในสิทธิของผู้ อ่ืน และใช้เสรีภาพภายในขอบเขตท่ีถกูต้อง เชน่ ไมห่ยิบสิ่งของของผู้ อ่ืนโดยไมไ่ด้รับอนญุาต หรือท าให้ผู้ อ่ืนเส่ือมเสียช่ือเสียง 1.3 เคารพความคิดเห็นของผู้ อ่ืน เชน่ รับฟังผู้ อ่ืนพดูด้วยความตัง้ใจยอมรับ เหตผุลท่ีดีกวา่ 1.4 เคารพกฎเกณฑ์ของสงัคม เชน่ ปฏิบตัิตามขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒันธรรมของสงัคม 2. สามคัคีธรรม คือ การร่วมมือชว่ยเหลือกนัและกนั โดยปฏิบตั ิ ดงันี ้ 2.1 เสียสละความสขุส่วนตนเพ่ือประโยชน์ส่วนรวม 2.2 ร่วมมือกนัท างานโดยใช้กระบวนการกลุม่ เช่น วางแผน ร่วมคิดร่วมท า ชว่ยเหลือกนั 2.3 รับผิดชอบตอ่หน้าท่ีท่ีมีตอ่ส่วนรวมและสงัคม 2.4 สร้างความรู้สึกกลมเกลียว เป็นน า้หนึง่ใจเดียวกนัในหมู่คณะ 3. ปัญญาธรรม คือ การใช้สติปัญญาในการด าเนินชีวิต โดยปฏิบตั ิ ดงันี ้ 3.1 ใช้ปัญญาและเหตผุลในการตดัสินปัญหา หรือการตดัสินใจในการท างาน 3.2 ไมย่ดึตนเองเป็นใหญ่ รู้จกัฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืน 3.3 ใช้มตเิสียงสว่นมาก อยา่งมีเหตมีุผล Deway(1976) ได้ให้ความหมายของประชาธิปไตยท่ีเป็นวิถีชีวิตวา่หมายถึง ความสมัพนัธ์ระหวา่งมนษุย์ 3 ประการ คือ ประการแรก การเคารพในสิทธิหน้าท่ีและเสรีภาพ ซึง่กนัและกนั เคารพความคิดและการกระท าของผู้ อ่ืน การแสดงความคิดเห็นและการกระท า ต้องไมล่ว่งเกินผู้ อ่ืน ประการท่ีสอง มีการแบง่ปันและประสานงานกนั รับอาสาท างานตาม ความสามารถ ให้ความร่วมมือตามอตัภาพและตามมตขิองสว่นรวม ประการท่ีสาม มีความเช่ือมัน่ในวิถีทางปัญญา ท างานเพ่ือกิจกรรมใดๆ ด้วยความรอบคอบ และใช้วิธีการ ทางวิทยาศาสตร์ 33 Pennock(1979) ได้สรุปลกัษณะของผู้ มีบคุลิกภาพประชาธิปไตยในรูปวิถีชีวิต ประชาธิปไตยไว้ดงันี ้ 1. ความมีเหตผุล 2. การเคารพซึง่กนัและกนั ได้แก่ 2.1 การเคารพความเป็นมนษุย์ 2.2 การเคารพความสามารถ 3. การตกลงกนัอย่างสนัตวิิธีด้วยการถกเถียง ประนีประนอม และอดกลัน้ ในความคดิเห็นท่ีแตกตา่งกนั 4. การด าเนินชีวิตอยา่งมีเสรีภาพให้กฎหมาย และไมถ่กูแทรกแซงโดยรัฐ โดยไมจ่ าเป็น Ebenstien. W. (1973) เห็นวา่ประชาธิปไตยในฐานะท่ีเป็นวิถีชีวิตนัน้มีลกัษณะ ส าคญัพอสรุปได้ดงันี ้คือ 1. ยดึหลกัประสบการณ์ท่ีสมเหตสุมผล คือ ประชาชนมีความเคารพเช่ือมัน่ใน เหตผุลและน าหลกัเหตผุลไปใช้ในกิจกรรมตา่งๆ ทัง้ของวตัถแุละความสมัพนัธ์ระหวา่งมนษุย์ 2. เน้นความส าคญัของปัจเจกชน ระบอบเสรีประชาธิปไตยยึดเอาเอกชน แตล่ะคนเป็นศนูย์กลางของหลกัการและนโยบายตา่งๆ 3. หลกัแหง่ความสมคัรใจ สงัคมประชาธิปไตยเป็นสงัคมท่ีไมบ่งัคบัขืนใจ ประชาชน ดงันัน้ถ้าประชาชนไมต้่องการอะไรเขาก็ไมถ่กูบงัคบัให้ท าแตถ้่าต้องการจะท าอะไร ก็จะต้องรวมตวักรรมกร สหพนัธ์กรรมกร รวมทัง้การสงัคมสงเคราะห์ 4. เน้นความส าคญัของวิธีการ ในสงัคมประชาธิปไตยวิธีการกระท ากบัเป้าหมาย เป็นสิ่งท่ีสมัพนัธ์กนัโดยใกล้ชิด ไมย่อมให้ถือวา่จะท าอยา่งไรก็ได้ ตราบใดท่ีบรรลเุป้าหมายได้ เพราะเช่ือวา่โดยทัว่ไปแล้ว วิธีการอนัหนึง่จะน าไปสูเ่ป้าหมายอนัหนึง่และเป้าหมายอนันัน้เอง ก็จะเป็นวิธีการไปสูเ่ป้าหมายอนัตอ่ไป 5. การอภิปรายและการหาข้อตกลง เป็นวิธีการท่ีสงัคมประชาธิปไตยใช้ตดัสิน ข้อพิพาท ข้อขดัแย้งทางความคดิเห็น และผลประโยชน์ตา่งๆ ไมน่ิยมใช้ก าลงับงัคบักนั 6. มนษุย์ทกุคนมีความเสมอภาคกนัเป็นพืน้ฐาน 34 จากการศกึษาเอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้องกบัวิถีประชาธิปไตยผู้วิจยัสรุป เป็นองค์ความรู้ได้วา่ วิถีประชาธิปไตยประกอบด้วย คารวธรรม สามคัคีธรรม และปัญญาธรรม คารวธรรม เป็นพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการ เคารพในสถาบนัชาต ิ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเคารพซึง่กนัและกนัทางกาย การเคารพกนัทางวาจา การเคารพในสิทธิ ของผู้ อ่ืน การเคารพในความคดิเห็นของอ่ืน การเคารพในกฎระเบียบของสงัคม สามคัคีธรรม เป็นพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการรู้จกัประสานประโยชน์โดยยึดถือ ประโยชน์ของสว่นรวมหรือของชาตเิป็นท่ีตัง้การร่วมมือกนัในการท างาน หรือท ากิจกรรม อยา่งหนึง่อยา่งใดร่วมกนั การเห็นแก่ประโยชน์ของสว่นรวม การรับผิดชอบตอ่หน้าท่ีท่ีได้รับ มอบหมายจากสว่นรวมและมีหน้าท่ีตอ่สงัคม ความเป็นน า้หนึง่ใจเดียวกนัของคนในกลุม่ใน หนว่ยงานและในสงัคม ปัญญาธรรม เป็นพฤตกิรรมท่ีแสดงถึงการไมถื่อตนเป็นใหญ่ เน้นการใช้ปัญญาใช้เหตผุล และความถกูต้องในการตดัสินใจ ร่วมกนัคิดและชว่ยกนัตดัสินใจ ความหมายและความส าคัญของพลเมือง ความหมายพลเมือง พจนานกุรมนกัเรียนฉบบัราชบณัฑิตยสถานได้ให้ความหมายของค าวา่ “พลเมือง” วา่หมายถึงชาวเมืองชาวประเทศประชาชนแตปั่จจบุนัจ าเป็นต้องมองความหมายของ พลเมืองแบบองค์รวมมากขึน้โดยส ารวจรูปแบบท่ีเราอาศยัอยูร่่วมกนัแนวคิดพลเมืองท่ีเดมิสมัพนัธ์ กบัรัฐชาตเิทา่นัน้ต้องหมายรวมไปถึงชมุชนด้วยซึง่มีตัง้แตร่ะดบัท้องถ่ินระดบัชาตริะดบัภมูิภาค และระดบัโลก ถ้ากลา่วเช่นนีแ้นวคิด “พลเมือง” หรือ “ความเป็นพลเมือง” ต้องรวมแนวคดิ เร่ืองสถานภาพและบทบาทด้วยนอกจากจะเน้นประเดน็เร่ืองสิทธิหน้าท่ีแล้วยงัเน้นเร่ือง ความเทา่เทียมความหลากหลายและความเป็นธรรมในสงัคมความเป็นพลเมืองไมใ่ชจ่ ากดัอยูท่ี่ การไปลงคะแนนเลือกตัง้แตต้่องรวมการกระท าตา่งๆท่ีปัจเจกชนกระท าซึง่จะมีผลตอ่ชมุชน ทกุระดบัความเป็นพลเมืองไมใ่ชเ่พียงเร่ืองของการเมืองแตมี่มิตท่ีิกว้างกว่าเพราะเป็นพืน้ฐาน ของชีวิตท่ีต้องการอยูร่่วมกนัในสงัคมซึง่เร่ิมต้นจากการเคารพในสิทธิของผู้ อ่ืนและในสงัคม ประชาธิปไตยท่ีให้เสรีภาพประชาชนจงึมีทางเลือกของชีวิตท่ีหลากหลายภายใต้กรอบของ กฎหมายเม่ือมีคนหลากหลายจงึต้องมีการยอมรับในความแตกตา่งและเคารพในความคดิเห็น ท่ีแตกตา่งกนันอกจากนีย้งัต้องใช้เสรีภาพท่ีมีด้วยความรับผิดตอ่สงัคมด้วยหากสามารถท า 35 ประชาชนให้เป็นพลเมืองได้จะเป็นโอกาสและอนาคตท่ีจะท าให้ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน ได้อยา่งแท้จริง (ปริญญาเทวานฤมิตรกลุ, http://www.fnfthailand.org/node/84) พฤตกิรรมพลเมืองดี จากการศกึษาพฤติกรรมพลเมืองดี ได้มีนกัวิชาการหลายทา่นได้กล่าวถึง บคุคลท่ีอยูใ่นสงัคม จะอยูไ่ด้อย่างปกตสิขุและประเทศชาตจิะมีการพฒันาไปสู่ความเจริญนัน้ ต้องอาศยัปัจจยัหลายประการ ซึง่ปัจจยัท่ีส าคญัคือ คณุภาพของประชากร โดยประชากรมี ลกัษณะและมีพฤตกิรรมเป็นพลเมืองดี ความหมายและลกัษณะของพฤตกิรรมพลเมืองดี ดวงเดือน พนัธุมนาวิน (2519) กลา่วว่า ลกัษณะความเป็นพลเมืองดี คือ นิสยัและการกระท าของบคุคล ซึง่สอดคล้องกบักฎเกณฑ์ของศาสนา และกฎหมายของบ้านเมือง รวมถึงลกัษณะซึง่เป็นประโยชน์แก่สว่นรวมมากกว่าสว่นตวั มีลกัษณะส าคญัดงันี ้ 1. ความรู้สกึรับผิดชอบ หมายถึง ลกัษณะนิสยัและทศันคตขิองบคุคล ท่ีเป็นเคร่ืองผลกัดนัให้ปฏิบตัิตามระเบียบ เคารพสิทธิของผู้ อ่ืน ท าตามหน้าท่ีของตนเอง 2. วินยัทางสงัคม หมายถึง การมีความสามารถบงัคบัตนปฏิบตัใิห้ถกูกาลเทศะ และปฏิบตัิตามกฎเกณฑ์ของสงัคม โดยไมต้่องมีผู้ควบคมุหรือลงโทษ 3. ความเอือ้เฟือ้ หมายถึง คณุธรรมท่ีส าคญัของมนษุย์ซึง่อยูร่วมกนัเป็นหมูค่ณะ ผู้ ท่ีมีพละก าลงั มีความสามารถ ย่อมจะชว่ยผู้ อ่ืนท่ีอ่อนแอกวา่ ความเอือ้เฟือ้เป็นการแบง่ปัน สิ่งของให้แก่ผู้ยากไร้ การเสียสละ และการเห็นประโยชน์ของผู้ อ่ืนมากกาวา่ของตนเอง และ เป็นการท าตนให้เป็นประโยชน์แก่ผู้ อ่ืน โดยไมห่วงัผลตอบแทน 4. ความเกรงใจ หมายถึง การยบัยัง้การกระท าท่ีอาจเป็นการรวบกวนผู้ อ่ืน ท าให้ผู้ อ่ืนเกิดความเสียหาย และไมส่ะดวกสบายตา่งๆ ดวงเดือน พนัธุมนาวิน และเพ็ญแข ประจนปัจจนึก (2520) ได้ให้ความหมาย ของพฤตกิรรมพลเมืองดีไว้ว่า คือ การท่ีบคุคลมีจริยธรรมสงู นัน่คือ การมีความซ่ือสตัย์สจุริต มีความรับผิดชอบตอ่หน้าท่ี มีระเบียบวินยั มีความเอือ้เฟือ้เผ่ือแผ ่ และเห็นแก่ประโยชน์สว่นรวม มากกวา่ส่วนตวั จรรยา สวุรรณทตั, ดวงเดือน พนัธุมนาวิน และเพ็ญแข ประจนปัจจนึก (2521) ได้กลา่วถึงความเป็นพลเมืองดี หมายถึง การมีความรับผิดชอบ มีวินยัทางสงัคม มีความเอือ้เฟือ้ เผ่ือแผ ่ และมีความเกรงใจ 36 และตอ่มา ดวงเดือน พนัธุมนาวิน (2522) ได้กลา่วถึงคณุลกัษณะของ ความเป็นพลเมืองดี จะต้องเป็นผู้ ท่ีมีจริยธรรมสงู มีความซ่ือสตัย์ มีความรับผิดชอบตอ่หน้าท่ี มีระเบียบวินยั มีความเอือ้เฟือ้เผ่ือแผ ่ เห็นประโยชน์สว่นรวมมากกวา่สว่นตวั โกวิท ประมวลพฤกษ์ และคณะ (2542) ในนามของคณะกรรมการก าหนด วิธีสอนจริยศกึษาของกรมวิชาการ กระทรวงศกึษาธิการ ได้ก าหนดลกัษณะความเป็นพลเมืองดี ไว้ 10 ประการ ดงัตอ่ไปนี ้คือ 1. มีระเบียบวินยั 2. มีความซ่ือสตัย์สจุริตและยตุิธรรม 3. ขยนั ประหยดัและยึดมัน่ในสมัมาชีพ 4. ส านกึในความรับผิดชอบตอ่สงัคมและประเทศชาติ 5. รู้จกัคิดริเร่ิม วิจารณ์และตดัสินอยา่งมีเหตผุล 6. กระตือรือร้นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย รักและเทิดทนู ชาต ิ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 7. มีพลานามยัสมบรูณ์ทัง้ร่างกายและจิตใจ 8. รู้จกัพึง่ตนเองและมีอดุมคติ 9. มีความภาคภมูิและท านบุ ารุงศลิปวฒันธรรมและทรัพยากรธรรมชาติ 10. มีความเสียสละ เมตตาอารี กตญัญกูตเวที กล้าหาญและสามคัคีกนั ดารัตน์ ศริิวิริยะกลุ (2525) ได้ศกึษาคณุลกัษณะท่ีพงึประสงค์ของนกัเรียนชัน้ ประถมศกึษาปีท่ี 6 ในทศันะของครูประจ าชัน้ และผู้ปกครองในกรุงเทพมหานคร คณุลกัษณะ ท่ีครอบคลมุความเป็นพลเมืองดี ได้แก่ 1. คณุลกัษณะด้านอปุนิสยั บคุลิกภาพ ได้แก่ มีคณุธรรม มีความรักใคร่ สามคัคีรับผิดชอบหน้าท่ี เช่ือมัน่ศรัทธาศาสนา 2. ด้านพลเมืองดีของชาต ิ เคารพปฏิบตัิตามกฎหมาย ภมูิใจรักและเทิดทนู สถาบนัชาต ิ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เจริญ จิตวารินทร์ (2528) ได้ให้ค าจ ากดัความของพลเมืองดีวา่ เป็นลกัษณะ ท่ีประชาชนมีจริยธรรม คณุธรรมตอ่ตนเองและตอ่ผู้ อ่ืน ตลอดจนสิ่งแวดล้อมอนัเหมาะสมเป็นท่ี ยอมรับตามสภาพสงัคมไทย 37 ตอ่มา จรรยา สวุรรณทตั และลดัดาวลัย์ เกษมเนตร (2533) ได้ให้ ความหมายความเป็นพลเมืองดี หมายถึง นิสยัและการกระท าของบคุคลท่ีเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ของศาสนา บรรทดัฐานของสงัคม และกฎหมายของบ้านเมือง รวมทัง้เป็นประโยชน์แก่สว่นรวม มากกวา่ส่วนตวั ดวงเดือน พนัธุมนาวิน (2539) ได้กลา่วถึงพฤตกิรรมพลเมืองดีวา่ พฤตกิรรม พลเมืองดี หมายถึง พฤตกิรรมการท าตามกฎหมาย พฤติกรรมซ่ือสตัย์ พฤตกิรรมรับผิดชอบ ตอ่ตนเอง ผู้ อ่ืนและสงัคม คือไมเ่บียดเบียนผู้ อ่ืน และตนเอง ยึดมัน่ในศาสนา และวฒันธรรม ท่ีดีงาม วนัเพ็ญ พิศาลพงศ์ (2540) กลา่วว่าลกัษณะท่ีพงึประสงค์ท่ีควรปลกูฝังและ สง่เสริมให้มีในคนไทย คือพฤตกิรรมพลเมืองดี หมายถึง คณุลกัษณะของความรับผิดชอบ การมีวินยัทางสงัคม ความเอือ้เฟือ้เผ่ือแผ ่ ความกตญัญกูตเวที ซึง่เป็นสว่นหนึง่ของความเป็น ไทย Sherwood (1947) กลา่วไว้ในหนงัสือ Citizenship วา่การเป็นพลเมืองดีนัน้ จะต้องเร่ิมด้วยการเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัวเป็นประการแรก กลา่วคือ จะต้องมีความเคารพ นบัถือซึง่กนัและกนั มีความเมตตากรุณา ท างานในสว่นท่ีเป็นหน้าท่ีของตน ไมผ่ดัวนัประกนัพรุ่ง ต้องเป็นท่ีพึง่พาอาศยัแก่ผู้ อ่ืนได้ ประการท่ี 2 จะต้องเป็นสมาชิกท่ีดีของโรงเรียน มีความตัง้ใจ เรียนสม ่าเสมอ มีความซ่ือสตัย์ ยอมรับนบัถือในสิทธิของผู้ อ่ืน เช่ือฟังผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ ในทรัพย์สินและช่ือเสียงของทางโรงเรียน มีความร่วมมือในกิจกรรมของโรงเรียน นอกจากนัน้ จะต้องเป็นสมาชิกท่ีดีของสงัคมด้วย คือการรู้จกัใช้สิทธิออกเสียงอยา่งระมดัระวงั เช่ือฟัง กฎหมาย ค านงึถึงชมุชนมากกวา่ตนเอง ยอมรับนบัถือความคิดเห็นของคนสว่นมากและ ท าตนให้เป็นประโยชน์แก่ชมุชนด้วย Massialas(1969) ได้เน้นความเป็นพลเมืองดีจะต้องมีความรู้ เป็นมิตรกบั คนทัว่ไป ร่วมมือกนัท างานตามปกตแิละต้องมีทศัคติ และนิสยัอนัพงึปรารถนาของสงัคม จากท่ีกลา่วมาข้างต้น การพฒันาประชากรให้เป็นพลเมืองดีนัน้ ต้องเร่ิมต้น ตัง้แตว่ยัเด็ก ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2540) ได้กลา่วไว้ใน แผนพฒันาการศกึษาฉบบัท่ี 8 พ.ศ. 2540-2544 วา่ ความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย คือลกัษณะ ความมีวินยั ความซ่ือสตัย์ ความรับผิดชอบ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม สามารถ ปรับตวัอยูใ่นสงัคมท่ีเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้อยา่งเหมาะสม 38 ความส าคัญของพฤตกิรรมพลเมืองดี วีรยทุธ วิเชียรโชต ิ(2525) กลา่ววา่การพฒันาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ทัง้ทางเศรษฐกิจและสงัคม ทัง้ในสว่นเอกชนและสว่นรวมระดบัชาตนิัน้ ประชาชนคนไทยจะต้อง มีลกัษณะความเป็นพลเมืองดี นัน่คือ เป็นคนมีประสิทธิภาพ ขยนัขนัแข็ง มีความเป็นระเบียบ ตรงตอ่เวลา มธัยสัถ์ ซ่ือสตัย์สจุริต ใช้เหตผุลในการตดัสินใจเพ่ือกระท าสิ่งตา่งๆ พร้อมท่ีจะมี การเปล่ียนแปลงได้เสมอ มีความรับผิดชอบและร่วมมือกนัทางสงัคม นอกจากนี ้ ภิญโญ สาธร (2527) ได้กลา่วเน้นวา่ ปัจจยัหลกัในการพฒันา ประเทศ คือ คณุภาพของประชากร ซึง่ ดวงเดือน พนัธุมนาวิน (2539) ได้สรุปไว้ว่าคณุภาพ ของประชากรคือ การมีพฤติกรรมพลเมืองดีซึง่เป็นพฤตกิรรมท่ีเอือ้ตอ่การพฒันาประเทศ และ ส านกังานคณะกรรมการพฒันาเศรษฐกิจและสงัคมแหง่ชาต ิ(2539) ได้กลา่วไว้ในแผนพฒันา เศรษฐกิจและสงัคมแหง่ชาติฉบบัท่ี 8 พ.ศ. 2540-2544 วา่ “คน” เป็นจดุศนูย์กลางหรือ จดุมุง่หมายหลกัในการพฒันา ดงันัน้จงึควรปลกูฝังลกัษณะพฤตกิรรมพลเมืองดีให้เกิดขึน้กบั คนไทยทกุคน เพ่ือเป็นการเอือ้ตอ่การพฒันาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า โดยส านกังาน คณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ (2540) ได้กลา่วไว้ในสาระส าคญัของแผนพฒันา การศกึษาฉบบัท่ี 8 พ.ศ.2540-2544 คือ มีวตัถปุระสงค์เพ่ือให้นกัเรียนระดบัประถมศกึษา และมธัยมศกึษาตอนต้นทกุคน มีความเป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตย อนัมี พระมหากษัตริย์เป็นประมขุ มีคณุธรรมจริยธรรมประจ าใจ นัน่คือการมีระเบียบวินยั ความซ่ือสตัย์ ความรับผิดชอบ เห็นแก่ประโยชน์สว่นรวม และสามารถปรับตวัอยูใ่นสงัคม ท่ีเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วนีไ้ด้อยา่งเหมาะสม นัน่คือหากต้องการพฒันาประเทศให้มี ความเจริญก้าวหน้าเทียบเท่ากบัอารยะประเทศจะต้องพฒันา “คน” ในประเทศให้มีพฤตกิรรม พลเมืองดีก่อน โดยควรปลกูฝังลกัษณะพฤตกิรรมพลเมืองดีให้กบับคุคลตัง้แตว่ยัเด็กเป็นต้นไป จากความส าคญัของพฤตกิรรมพลเมืองดีสรุปได้วา่ ลกัษณะพฤตกิรรมพลเมืองดี เป็นสิ่งท่ีควรปลกูฝังให้มีในทกุๆ คน ซึง่ในการวิจยัครัง้นี ้ ได้สรุปพฤตกิรรมพลเมืองดีท่ีควรน ามา ศกึษาในนกัเรียน คือ ความมีวินยั การปรับตวัอยูไ่ด้ในสงัคม การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ความรับผิดชอบ และความซ่ือสตัย์ 39 การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความหมายของการบริหารแบบมีสว่นร่วม การบริหารแบบมีสว่นร่วม (Praticipative Managment) มีนกัวิชาการได้ให้ ความหมายในบริบทท่ีแตกตา่งกนัไว้หลายประการ ดงันี ้ จนัทรานี สงวนนาม (2544) ให้ความหมายว่า การบริหารแบบมีสว่นร่วม หมายถึง การท่ีบคุคลได้มีส่วนเก่ียวข้องในการปฏิบตังิานทัง้ด้านการแสดงความคิดเห็น การตดัสินใจและการปฏิบตังิาน ตลอดจนการประเมินผล สมยศ นาวีการ (2545) กล่าววา่ การบริหารแบบมีสว่นร่วม หมายถึง กระบวนการของการให้ผู้ใต้บงัคบับญัชามีสว่นเก่ียวข้องในกระบวนการตดัสินใจ เน้นการมี สว่นเก่ียวข้องอยา่งแข็งขนัของบคุคล ใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเช่ียวชาญของพวกเขาใน การแก้ปัญหาของการบริหารท่ีส าคญั ซึง่อยูบ่นพืน้ฐานของแนวความคิดของการแบง่อ านาจ หน้าท่ีท่ีถือวา่ผู้บริหารแบง่อ านาจหน้าท่ีการบริหารให้เข้ากบัผู้ใต้บงัคับบญัชาและต้องการให้ ผู้ใต้บงัคบับญัชามีสว่นเก่ียวข้องอย่างแท้จริงในกระบวนการตดัสินใจท่ีส าคญัขององค์การไมใ่ช่ เพียงแตส่มัผสัปัญหาหรือแสดงความหว่งใย สมเดช สีแสง (2547) ได้สรุปความหมายของการบริหารแบบมีสว่นร่วมไว้วา่ การบริหารแบบมีสว่นร่วม (Praticipative Management) เป็นการบริหารท่ีเปิดโอกาสให้ พนกังานทกุระดบัได้มีสว่นร่วมในการบริหารกิจการภายในขอบเขตหน้าท่ีของตน ซึง่เป็น หลกัการส าคญัของการบริหารแบบใหมท่ี่เรียกวา่การบริหารคณุภาพทัว่ทัง้องค์การ (Total Quality Control หรือ TQC) วนัชยั โกลละสตุ (2549) กลา่ววา่ การบริหารแบบมีสว่นร่วม หมายถึง การท่ีบคุคลในองค์กรหรือตา่งองค์กรได้ร่วมกนัเพ่ือจดัการงานให้บรรลเุป้าหมายท่ีต้องการร่วมกนั อยา่งมีประสิทธิภาพและส าเร็จ ทัง้นีก้ารมีสว่นร่วมนัน้ๆ จะอยูใ่นขัน้ตอนใดๆ ก็ตาม โดยขึน้อยูก่บั ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ข้อจ ากดัขององค์กรในแตล่ะกระบวนการของ การด าเนินการบริหารเป็นเกณฑ์ ท านอง ภเูกิดพิมพ์ (2551) กลา่ววา่ การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นการท างาน ร่วมกนัเพ่ือให้บรรลวุตัถปุระสงค์ ทัง้นีข้ึน้อยูก่บัสภาพความคดิ ความเช่ือและความยึดมัน่ของ แตล่ะบคุคล แตล่ะหนว่ยงาน แตล่ะองค์กร อีกทัง้ยงัขึน้อยูก่บักาลเวลาแตล่ะยคุแตล่ะสมยัอีก ด้วย โดยการมีสว่นร่วมเป็นหวัใจส าคญัในการเสริมสร้างพลงัการท างานร่วมกนัเป็นกลุม่ 40 (Teamwork) ท่ีมีประสิทธิภาพในการพฒันา เพราะท าให้ผู้ เก่ียวข้องหรือผู้ มีสว่นร่วมเข้าใจ สถานการณ์และอทุิศตนมากยิ่งขึน้เพ่ือการเปล่ียนแปลงและพฒันา Stogdill(1974) ให้ค าจ ากดัความของการบริหารแบบมีส่วนร่วมวา่เป็นการท่ีผู้น า สนบัสนนุและกระตุ้นให้ผู้ ใต้บงัคบับญัชาเข้าร่วมประชมุอภิปราย แก้ปัญหา และร่วมใน กระบวนการตดัสินใจ Anthony(1978) ให้ความหมายของ การบริหารแบบมีสว่นร่วม ไว้อย่าง ชดัเจนว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วม หมายถึง กระบวนการท่ีผู้ใต้บงัคบับญัชาท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง เข้ามามีสว่นในกระบวนการตดัสินใจ โดยเน้นให้ผู้ มีสว่นเก่ียวข้องได้ใช้ความเช่ียวชาญ และ ความคิดสร้างสรรค์มาชว่ยแก้ปัญหาทางการบริหารโดยผู้บริหารยอมแบง่อ านาจการตดัสินใจให้กบั ผู้ใต้บงัคบับญัชา ท่ีส าคญัคือต้องพยายามให้ผู้ใต้บงัคบับญัชาได้มีสว่นร่วมตดัสินใจอย่างแท้จริง ในเร่ืองท่ีส าคญัขององค์การ ไมใ่ชเ่พียงการรับรู้และสมัผสัปัญหาเพียงผิวเผิน Davis & Newstrom(1985) ได้ให้ความหมายของการบริหาร แบบมีสว่นร่วมว่า มีประเด็นส าคญั 3 ประการคือ การเข้ามามีสว่นร่วม การมีสว่นช่วย และการมีส่วนรับผิดชอบ Robbins(1990)ให้ความหมายของการบริหารแบบมีส่วนร่วมวา่ เป็นการท่ี ผู้ใต้บงัคบับญัชาเข้ามามีสว่นร่วมในกระบวนการตดัสินใจกบัผู้บริหาร จากความหมายท่ีกลา่วมาข้างต้นสรุปได้วา่ การบริหารแบบมีสว่นร่วม (Praticipative Managment) หมายถึง กระบวนการท่ีบคุคลได้มีส่วนเก่ียวข้องในการปฏิบตังิาน ทัง้ทางด้านการแสดงความคิดเห็น การตดัสินใจ การรับผิดชอบ การวางแผนการปฏิบตังิาน ตลอดจนการประเมินผล โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเช่ียวชาญในการปฏิบตังิาน เพ่ือให้บรรลวุตัถปุระสงค์หรือแก้ไขปัญหาตา่งๆ ท่ีอาจเกิดขึน้จากการบริหารงานในองค์การ แนวคิดและทฤษฎีที่เก่ียวข้องกับการบริหารแบบมีส่วนร่วม นกัวิชาการหลายทา่นได้เสนอแนวคดิและทฤษฎีท่ีเก่ียวข้องกบัการบริหารแบบมี สว่นร่วม ดงันี ้ David McClelland (1961) นกัจิตวิทยาแหง่มหาวิทยาลยัฮาร์วาร์ดได้ท า การวิจยัเก่ียวกบัสิ่งจงูใจของมนษุย์ในการท างานให้เกิดผลส าเร็จ ทัง้ในระดบับคุคลและระดบั สงัคม ผลของการศกึษาสรุปได้วา่คนเรามีความต้องการอยู่ 3 ประการ คือ 41 1. ความต้องการสมัฤทธิผล (need for achievement) เป็นความปรารถนา จะท าสิ่งหนึง่สิ่งใดให้ส าเร็จลลุว่งไปด้วยดี พยายามเอาชนะอปุสรรคตา่งๆ มีความสบายใจ เม่ือประสบความส าเร็จ มีความวิตกกงัวลเม่ือประสบความไมส่ าเร็จ 2. ความต้องการความผกูพนั (need for affiliation) เป็นความต้องการ การอยูร่่วมกบัผู้ อ่ืนในสงัคม ต้องการความเป็นมิตรและสมัพนัธภาพท่ีอบอุน่ 3. ความต้องการมีอ านาจบารมี (need for power) ได้แก่ ความต้องการ รับผิดชอบบคุคลอ่ืน ต้องการควบคมุและให้คณุให้โทษแก่ผู้ อ่ืนได้ อทุยั บญุประเสริฐ (2543) กลา่วถึงการบริหารแบบมีสว่นร่วมวา่มีแนวความคิด พืน้ฐาน ดงันี ้ 1. ความเช่ือเร่ืองธรรมชาตมินษุย์ (Assumption about human nature) ตามแนวคิดของ แมค เกรเกอร์ (Mc Gregor) มี 2 แนวทาง คือ ทฤษฎี x และทฤษฎี y ตามแนวคิดของทฤษฎี x เช่ือวา่มนษุย์ขีเ้กียจและขาดความรับผิดชอบ ดงันัน้ต้องใช้วิธีการบงัคบั หรือควบคมุการท างานอยา่งใกล้ชิด สว่นทฤษฎี y เช่ือวา่มนษุย์มีความขยนั ชอบท างาน โดยเฉพาะอยา่งยิ่งถ้าสภาพการท างานท่ีมีความเหมาะสม และคนมีสว่นร่วมในการท างาน โดยไมถ่กูบงัคบัก็จะมีความรับผิดชอบมากขึน้ 2. ความคดิเก่ียวกบัความเป็นองค์การของโรงเรียน (Concept of School Organization) แนวความคิดของการบริหารปัจจบุนัเช่ือวา่ องค์การมิใชเ่ป็นเพียงเคร่ืองมือ ส าหรับการบรรลเุป้าหมายหรือผลผลิตเชิงปริมาณเทา่นัน้ แตอ่งค์การเป็นสถานท่ีส าหรับ การด ารงชีวิตและการพฒันาด้วย 3. ในด้านรูปแบบการตดัสินใจ (Decision Making Style) การตดัสินใจสัง่ การในระดบัสถานศกึษาควรมีลกัษณะร่วมมือกนัใช้อ านาจระหวา่ง ครู ผู้ปกครอง นกัเรียน ตลอดจนศษิย์เก่าเพ่ือสะท้อนสภาวการณ์ปัจจบุนั ความต้องการในอนาคต ซึง่จะต้องระดม สตปัิญญาและแนวคดิให้สมาชิกได้มีโอกาสเรียนรู้และพฒันาให้บริหารโรงเรียนได้ส าเร็จ อีกทัง้ยงัสร้างความรู้สกึผกูพนักบัโรงเรียนด้วย 4. แบบภาวะผู้น า (Leadership Style) ตามทฤษฎีของ Sergiovanni ได้จดัระดบัภาวะผู้น าของผู้บริหารสถานศกึษาไว้ 5 ระดบั คือ ภาวะผู้น าด้านเทคนิค ภาวะผู้น า ด้านมนษุย์ ภาวะผู้น าทางการศกึษา ภาวะผู้น าเชิงสญัลกัษณ์ และภาวะผู้น าทางวฒันธรรม 5. กลยทุธ์การใช้อ านาจ (Use of Power) ในการบริหารโดยทัว่ไปมีความจ าเป็น ท่ีจะต้องใช้อ านาจเป็นสิ่งท่ีขาดไมไ่ด้ แตต่ามทฤษฎีท่ีวา่ด้วยท่ีมาของอ านาจ(Source of 42 Power) ของ French และ Raven นัน้ได้แบง่ท่ีมาของอ านาจ เป็น 5 แบบ พืน้ฐานได้แก่ อ านาจจากการให้รางวลั อ านาจจากการบงัคบั อ านาจตามกฎหมาย อ านาจจากการอ้างอิงและ อ านาจจากความรู้ความเช่ียวชาญ 6. ทกัษะเฉพาะในการบริหาร (Management Skills) ทกัษะการบริหาร แบบใหม่ๆ ท่ีได้รับการพฒันาและน ามาใช้ในองค์การ เชน่ การใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ใน การ วิเคราะห์เพ่ือการตดัสินใจ ใช้ทกัษะการแก้ไขความขดัแย้ง ใช้กลยทุธ์เพ่ือการเปล่ียนแปลงและ พฒันาองค์การ เป็นต้น 7. การใช้ทรัพยากร (Use of Resources) สถาบนัการศกึษามีอ านาจใน การใช้และบริหารทรัพยากรด้วยตนเองมากขึน้ ท าให้สถานศกึษาได้บริหารงานตามสถานการณ์ ของตนเองอย่างมีประสิทธิผล ไมต้่องสิน้เปลืองบคุลากร งบประมาณ เวลาในการควบคมุและ ตรวจสอบ โดยสรุปแล้ว การบริหารแบบมีสว่นร่วมมีความคดิเก่ียวกบัความเป็นองค์การ ของโรงเรียน รูปแบบของการตดัสินใจ การสร้างแรงจงูใจใฝ่สมัฤทธ์ิ แบบภาวะผู้น า กลยทุธ์ใน การใช้อ านาจ ทกัษะเฉพาะในการบริหารตามทฤษฎีการบริหาร ตลอดจนความมีอิสระในการใช้ และบริหารทรัพยากรด้วยตนเอง กระบวนการบริหาร กระบวนการบริหาร คือขัน้ตอนตา่งๆ ในการปฏิบตังิาน ซึ่งผู้บริหารโรงเรียน จะต้องยึดถือเป็นแนวทางในการจดักิจกรรมท่ีสง่เสริมและพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียน มธัยมศกึษา ซึง่ได้มีผู้ให้ความเห็นถึงล าดบัขัน้ท่ีส าคญัของกระบวนการบริหารไว้แตกตา่งกนั ดงัจะยกตวัอยา่งกลา่วพอสงัเขป ดงันี ้ Gulick and Urwick (1937) ได้แบง่กระบวนการการบริหารเป็น 7 ด้าน ซึง่นิยมใช้กนัมากในช่ือของตวัยอ่ว่า POSDCRB ได้แก่ 1. การวางแผน(Planning) 2. การจดัองค์การ (Organizing) 3. การจดับคุลากร(Staffing) 4. การอ านวยการ (Directing) 5. การประสานงาน (Coordinating) 6. การรายงาน (Reporting) 7. งบประมาณ (Budgeting) 43 Fayol(1949)ได้แบง่กระบวนการบริหารออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. การวางแผน(Planning) 2. การจดัองค์การ (Organizing) 3. การบงัคบับญัชา (Commanding) 4. การประสานงาน (Coordinating) 5. การควบคมุงาน (Controlling) Gregg (1957)ได้แบง่กระบวนการบริหารออกเป็น 7 ด้าน ได้แก่ 1. การตดัสินใจ (Decision-Making) 2. การวางแผน (Planning) 3. การจดัองค์การ (Organizing) 4. การติดตอ่ส่ือสาร (Communicating) 5. การใช้อิทธิพล (Influencing) 6. การประสานงาน(Coordinating) 7. การประเมินผลงาน (Evaluating) สมาคมผู้บริหารการศกึษาแหง่สหรัฐอเมริกา (American Association of School Administrators. 1955) ช่ือย่อวา่ AASA ได้แบง่กระบวนการบริหารการศกึษาออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. การวางแผน (Planning) 2. การจดัทรัพยากร (Allocating Resourcesx) 3. การเสริมก าลงับ ารุง (Stimulating) 4. การประสานงาน(Coordinating) 5. การประเมินผลงาน (Evaluating) Sears(1959) ได้แบง่กระบวนการการบริหารศกึษาออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. การวางแผน(Planning) 2. การจดัองค์การ (Organizing) 3. การมอบหมายงานหรือวินิจฉยัสัง่การ (Directing) 4. การประสานงาน (Coordinating) 5. การควบคมุงาน (Controlling) 44 Campbell(1978) ได้แบง่กระบวนการบริหารออกเป็น 5 ด้าน 1. การตดัสินใจ (Decision-Making) 2. การวางโครงการ (Programming) 3. การเสริมก าลงับ ารุง (Stimulating) 4. การประสานงาน (Coordinating) 5. การประเมินผล (Appraising) Koontz(1990) ได้แบง่กระบวนการบริหารออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1. การวางแผน (Planing) การวางแผนเป็นกระบวนการขัน้ตอนท่ีส าคญัของกระบวนการบริหาร ความหมายของการวางแผนเป็นกระบวนการหนึง่ของการบริหารท่ีเป็นศาสตร์และเป็นศลิป์ การท่ีจะด าเนินงานให้บรรลเุป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพนัน้ จ าเป็นต้องมีแผนใน การด าเนินงานให้รัดกมุ รอบคอบ ดงัท่ีสมพงศ์ เกษมสิน (2526) ได้กล่าววา่ การวางแผน คือ การเช่ือมโยง สิ่งท่ีเป็นอยูใ่นปัจจบุนักบัสิ่งท่ีเราใฝ่ฝันหรือคาดหวงัท่ีจะด าเนินงานให้ส าเร็จ สว่น กิตมิา ปรีดีดลิก (2526) ได้กลา่วว่าการวางแผนคือ การเตรียมการลว่งหน้าแล้วก าหนด วตัถปุระสงค์ นโยบาย โครงการ วิธีแก้ปัญหาตลอดจนการแสวงหาวิธีการท่ีดีท่ีสดุ ง่ายท่ีสดุและ รวดเร็วท่ีสดุ เพ่ือด าเนินงานให้บรรลเุป้าหมายท่ีตัง้ไว้ และ Dessler(1977) ได้ให้ความหมายไว้วา่ การวางแผนคือการก าหนดรายละเอียดของวตัถปุระสงค์หรือเป้าหมายหรือวิธีการปฏิบตังิานท่ีจะ ไปสูว่ตัถปุระสงค์นัน้ จากความหมายท่ีนกัการศกึษาได้กลา่วไว้ดงักล่าวข้างต้น อาจสรุปได้ว่าการวางแผน คือ การก าหนดแนวทางในการปฏิบตังิานขึน้ไว้ลว่งหน้า เพ่ือ ให้เป็นไปตามความต้องการท่ีตัง้ เป้าหมายไว้ ซึง่ในการพฒันาและสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนมธัยมศกึษาผู้บริหารโรงเรียน จะต้องก าหนดแนวทางในการปฏิบตังิานขึน้ไว้ลว่งหน้าเป็นขึน้ตอนแรก ซึง่เป็นขัน้ตอนท่ีส าคญั เพ่ือให้การพฒันาและสง่เสริมประชาธิปไตยเป็นไปตามความต้องการท่ีตัง้เป้าหมายไว้อย่างมี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ดงันัน้ การวางแผนจงึเป็นขัน้ตอนท่ีมีความส าคญัของการบริหารงานโดยเฉพาะ งานกิจการนกัเรียน ในการจดักิจกรรมสง่เสริมและพฒันาประชาธิปไตย ผู้บริหารโรงเรียนจะต้อง วางแผนทัง้แผนระยะสัน้และระยะยาว หรือแผนหลกัและแผนรอง เป็นต้น แตจ่ะต้องค านงึถึง การก าหนดเป้าหมายและการก าหนดการปฏิบตั ิเพ่ือให้ได้ผลงานตามเป้าหมายและผลงานท่ี ก าหนดต้องสอดคล้องกบันโยบายหลกั 45 2. การจดัการองค์การ (Organization) โครงสร้างขององค์การประกอบด้วยกลุม่งานหรือกิจกรรม ซึง่รวมกนัขึน้เป็น หนว่ยงานตา่งๆ ในองค์การ เชน่ กรม กอง หรือฝ่ายตา่งๆ นอกจากนีย้งัหมายรวมถึงสายทาง เดนิของงาน (Work Flow) ในระหวา่งกลุม่งานตา่งๆ ตลอดจนระบบการแบง่สว่นอ านาจ การควบคมุ (ชาญชยั สวิตรังสิต และชิดวิทย์ ฤทประสาสน์. 2520) ซึง่มีความคดิเห็นสอดคล้อง กบั อทุยั บญุประเสริฐ (2529) กลา่ววา่ สว่นท่ีเป็นโครงสร้าง เป็นสิ่งท่ีส าคญัภายในองค์กรนัน้ๆ แสดงให้เห็นถึงสายการด าเนินงานภายใน มีสายการบริหารและก ากบัติดตามดแูล มีบคุลากร รับผิดชอบงานแตล่ะฝ่ายในอนัท่ีจะน าไปสู่การปฏิบตัใิห้บรรลวุตัถปุระสงค์ท่ีโรงเรียนต้องการ 3. การจดับคุลากร (Staffing) ในการจดัองค์การนัน้ จ าเป็นต้องพิจารณาจดัหาตวับคุคลและเจ้าหน้าท่ีมา ปฏิบตังิานให้สอดคล้องกบัการจดัแบง่หนว่ยงานท่ีก าหนดไว้ อาจกลา่วได้วา่เป็นการจดัการ เก่ียวกบัการบริหารงานบคุคล เพ่ือให้ได้บคุคลท่ีมีความรู้ความสามารถและเหมาะสมมา ปฏิบตังิานนัน้มิใชว่า่จะท าครัง้เดียวเสร็จ เพราะท างานย่อมต้องมีการลาออก ถกูปลดเกษียณหรือ ตาย ดงันัน้ในการสรรหา แตง่ตัง้หรือธ ารงไว้ซึง่การบริหารบคุคล เป็นเร่ืองท่ีต้องใช้ความรอบคอบ และมีขัน้ตอนในการบริหารอยา่งมีประสิทธิภาพ ควรจดัคนเข้าท างาน โดยพิจารณา จากความรู้ ความสามารถของบคุลากรและจดัให้เหมาะสมกบังาน ซึ่งกระบวนการนีอ้าจจดัแบง่ออกเป็น 5 ด้าน คือ (กิตมิา ปรีดีดลิก,2547) 3.1 การวางแผนก าลงัคน (Manpower planning) 3.2 การแสวงหาบคุคลเข้าท างาน (Recruitment) 3.3 การคดัเลือกบคุคล (Selection) 3.4 การโยกย้ายและเล่ือนขัน้ (Transfers and promotions) 3.5 การพฒันาบคุคล (The Development of Staff) ดงันัน้ บทบาทของผู้บริหารโรงเรียนในการจดับคุลากรท่ีรับผิดชอบในการจดั กิจกรรมท่ีสง่เสริมและพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนมธัยมศกึษาจะต้องมีการวางแผนและ มีการคดัเลือกบคุคลท่ีมีความรู้ ความสามรถและให้เหมาะสมกบังานท่ีรับผิดชอบ เม่ือปฏิบตังิาน บรรลตุามวตัถปุระสงค์ของโรงเรียนก็ต้องมีการพิจารณาความดีความชอบและพฒันาบคุลากรให้ มีความรู้เก่ียวกบัการพฒันาและสง่เสริมประชาธิปไตยอยา่งตอ่เน่ือง 46 4. การเป็นผู้น า (Leading) การบริหารงานให้ประสบผลส าเร็จตามจดุมุง่หมายอยา่งมีประสิทธิภาพได้นัน้ ขึน้อยู่กบัผู้น าหรือบงัคบับญัชาเป็นส าคญัเพราะผู้บงัคบับญัชาหรือผู้น านัน้ถือวา่เป็นหลักชยั ของหนว่ยงานและเป็นดวงประทีปของผู้ปฏิบตังิานหรือผู้ใต้บงัคบับญัชา ซึง่ในการจดักิจกรรม ท่ีสง่เสริมและพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนมธัยมศกึษาจะบรรลผุลส าเร็จหรือไมข่ึน้อยูก่บั ผู้บริหารในโรงเรียนจะต้องมีความเป็นผู้น าในฐานะผู้บงัคบับญัชาท่ีจะน าผู้ใต้บงัคบับญัชาให้ ปฏิบตังิานดงักลา่วให้บรรลผุลส าเร็จ ค าวา่ “ผู้น า” มีความหมายกว้างขวางมาก และมีนกับริหารให้ค านิยามแตกตา่ง กนัไป คือ สมพงษ์ เกษมสิน (2526) กลา่ววา่ ความเป็นผู้น า คือ การท่ีผู้น าใช้อิทธิพลหรือ อ านาจหน้าท่ีในความสมัพนัธ์ ซึง่มีอยูต่อ่ผู้ใต้บงัคบับญัชาในสถานการณ์ตา่งๆ เพ่ือปฏิบตักิารและ อ านวยการ โดยใช้กระบวนการติดตอ่ซึง่กนัและกนั เพ่ือมุ่งให้บรรลผุลตามเป้าหมายท่ีก าหนดไว้ 5. การควบคมุงาน (Controlling) การควบคมุงานจดัเป็นกระบวนการขัน้สดุท้ายของการบริหารท่ีจะชว่ยให้ การบริหารงานบรรลตุามเป้าหมายสมพงศ์ เกษมสิน (2526) กลา่ววา่ การควบคมุงาน คือ การใช้ศลิปะ การบริหาร เพ่ือตรวจตราดวูา่การด าเนินงานเป็นไปโดยถกูต้องตามวิธีการหรือไม ่ กิตมิา ปรีดีดลิก (2547) ให้ความหมายไว้ว่า การควบคมุ คือ การตดิตามการปฏิบตังิานวา่เป็น ไปตามแบบหรือไม ่หากมีปัญหาจะได้หาทางแก้ไขได้ทนัทว่งที สว่น สมบรูณ์ อปุถมัภ์ (2532) กลา่ววา่ การควบคมุ คือ การตดิตามผลหรือก ากบัดแูลการปฏิบตังิานเพื่อให้บรรลผุลส าเร็จตาม วตัถปุระสงค์ขององค์กร จากความหมายของความเป็นผู้น าดงักล่าวมาแล้ว สรุปได้วา่ความเป็นผู้น านัน้ เป็นความสามารถของผู้บริหารโรงเรียนท่ีจะจงูใจเอาชนะจิตใจของสมาชิกในโรงเรียนหรือบคุลากร ในโรงเรียนให้ยอมรับฟัง ยอมท าตาม ให้ความร่วมมือในการปฏิบตังิานให้ส าเร็จตามวตัถปุระสงค์ ของโรงเรียนซึง่บทบาทของผู้บริหารโรงเรียนในการเป็นผู้น าท่ีจะพฒันาและสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียนนัน้ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องใช้ความเป็นผู้น าคอ่นข้างมากโดยเบือ้งต้นผู้บริหารโรงเรียน จะต้องมีแนวความคดิเป็นผู้น าแบบประชาธิปไตยก่อนและบริหารงานภายในโรงเรียนแบบ ประชาธิปไตยให้เห็นตวัอยา่งแก่ผู้ใต้บงัคบับญัชา จงึสามารถชกัจงูจิตใจผู้ใต้บงัคบับญัชาให้ ปฏิบตังิานดงักลา่วให้บรรลวุตัถปุระสงค์ท่ีผู้บริหารโรงเรียนต้องการได้ 47 สร้อยตระกลู อรรถมานะ (2542) ได้กลา่วไว้วา่ กระบวนการท่ีเป็นอ านาจ และบทบาทของผู้บริหารจะพงึปฏิบตั ิ คือการวางแผน (Planning) การสัง่การ (Directing) และ การควบคมุ (Controlling) เพราะภารกิจทัง้ 3 ประการดงักลา่วของผู้บริหารนัน้เก่ียวข้องกบั การพฒันางานท่ีสมัพนัธ์กบัปัจจยัท่ีส าคญั และจ าเป็นตอ่การบริหารงาน คือ ทรัพยากรมนษุย์ ซึง่ทิพาวดี เมฆสวรรค์ (ส านกังานคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ ส านกังานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน ,2543) ให้ทศันะว่า ในบรรดาทรัพยากรทัง้หลายไมว่่าจะเป็นเงินทนุ สถานท่ี ตกึ ท่ีดนิ อปุกรณ์เทคโนโลยี คน แฟชัน่นิยมของการบริหาร (Management Fads) ท่ีจ าเป็นตอ่การบริหารงานเพ่ือให้เกิดผลท่ีต้องการทัง้ท่ีเป็นทรัพยากรท่ีจบัต้องได้มองเห็นได้และ ไมไ่ด้นัน้ ปัจจยัด้านทรัพยากรมนษุย์ ถือวา่เป็นด้านอ่อนนุ่มไหนตวัอยูเ่สมอ และไร้สภาพ ท่ีรวมอยูใ่นค าวา่ “ทนุทางปัญญา” ถือเป็นอาวธุและปัจจยัส าคญัแหง่ความส าเร็จ อาทิเชน่ ความรู้ ความสามารถ ศกัยภาพ ความคดิอา่น ความคดิริเร่ิมสร้างสรรค์ คา่นิยม คณุคา่ ท่ีเช่ือถือ อดุมการณ์ เจตคต ิ จริยธรรม การปรับตวั การปรับเปล่ียนกระบวนทศัน์ เรียกโดยรวมวา่เป็น “คนดี เก่ง กล้า ร่าเริงและแข็งแรง” เป็นสิ่งท่ีมีความหมายอยา่งยิ่งตอ่ความเจริญก้าวหน้าของ องค์กร ดงันัน้ผู้บริหารโรงเรียนท่ีเข้าใจถึงพฤตกิรรมมนษุย์และมีวิสยัทศัน์ในการพฒันาคณุภาพ ของงานให้มีประสิทธิสงูสดุจึงต้องเปิดโอกาสให้บคุลากรได้ใช้ศกัยภาพท่ีมีอยู่อย่างไมจ่ ากดัใน การมีสว่นร่วมในกระบวนการบริหารทัง้ 3 ขัน้ตอน ดงัสงัเขปแตล่ะขัน้ตอน ดงัตอ่ไปนี ้ 1. การวางแผน การวางแผนจดัเป็นภารกิจส าคญัอนัดบัหนึง่ของผู้บริหารซึง่จะสง่ผลให้ การปฏิบตังิานเป็นไปอยา่งมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในลกัษณะการท างานในระบบ กลุม่ท าให้สมาชิกในองค์การรู้วงจรการปฏิบตังิาน และตระหนกัในความเป็นสมาชิกท่ีมีสว่นใน ความส าเร็จของงานเน่ืองจากแผนเป็นก าหนดการปฏิบตัิงานท่ีครอบคลมุตัง้แตก่ารเตรียม การวางเป้าหมาย วิธีการ และวสัดอุปุกรณ์เพ่ือให้สมาชิกด าเนินกิจกรรมในการพฒันาใน ด้านตา่งๆ ให้บรรลเุป้าหมายแหง่ภารกิจองค์กร ดงัท่ี สรุพล บวัพิมพ์ (2542) ได้ให้ความหมายไว้ วา่ การวางแผน หมายถึง กระบวนการตดัสินใจเลือกสิ่งท่ีจะด าเนินการและวิธีการในอนาคต ท่ีก าหนด ดงันัน้แผนจงึประกอบด้วยหลกัการและเหตผุลท่ีต้องท า วตัถปุระสงค์ เป้าหมาย วิธีด าเนินการ ระยะเวลา ทรัพยากรท่ีต้องใช้ การประเมินผล และผลท่ีคาดว่าจะได้รับ เป็นการเตรียมตวัท่ีจะด าเนินการให้ไปถึงสิ่งท่ีมุง่หวงัในอนาคตอยา่งมีระบบระเบียบ และ ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่อยา่งมีประสิทธิภาพ นอกจากนี ้ สรุพล บวัพิมพ์ (2538) ได้น าเสนอ 48 แนวความคิดในเร่ืองการวางแผนเพ่ือการพฒันาโรงเรียนวา่ การวางแผนนัน้มีทัง้การวางแผน เชิงรับ และการวางแผนเชิงรุก การวางแผนเชิงรับ เป็นการวางแผนเพื่อให้สอดคล้องกบัภารกิจและทรัพยากร ท่ีมีอยู ่ ผลผลิตหรือเป้าหมายนัน้ขึน้อยูก่บัทรัพยากรและกระบวนการบริหารเท่าท่ีมีอยู ่ ซึง่ไมก่่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ได้มากนกั เพราะผู้ปฏิบตัไิมต้่องใช้ความ พยายามมากนกัเพียงแตป่ฏิบตัิตามภารกิจและทรัพยากรท่ีมีอยูก็่เพียงพอแล้วโดยไม่ค านงึถึงผล ท่ีจะเกิดขึน้ลกัษณะเชน่นีจ้ะเห็นได้ชดัเจนจากระบบราชการท่ียึดกระบวนการ (Process) เป็นเป้าหมาย (Product) คือท างานตามระเบียบข้อบงัคบัให้ดีท่ีสดุ ก็ถือวา่บรรลตุามเป้าหมาย แล้วท าให้ละเลยเป้าหมายท่ีแท้จริงไป การวางแผนเชิงรุก เป็นการวางแผนโดยก าหนดเป้าหมายท่ีพงึปรารถนาไว้ก่อน แล้วจงึพิจารณาวิธีการและทรัพยากรทีหลงัว่าจะใช้เทคนิคอย่างไรในภาวะจ ากดัของทรัพยากร ในการด าเนินการให้เกิดผลตามเป้าหมายท่ีวางไว้ ดงันัน้ จงึต้องก าหนดทางเลือกไว้หลายๆ ทางแล้วเลือกทางเลือกท่ีเหมาะสม ลกัษณะการวางแผนเชน่นี ้ จะบงัคบัให้ผู้วางแผนหาวิธีการ ตา่งๆ ท่ีจะท าให้เกิดผลท่ีตัง้ไว้และก าหนดทรัพยากรโดยประหยดัท่ีสดุ ความพยายาม ความสามารถของผู้วางแผนและผู้ปฏิบตัิตามแผนจะขึน้อยูก่บัการก าหนดวิธีการ และเลือกวิธีการ ปฏิบตัใิห้เกิดผลท่ีตัง้ไว้ ผลจากการวางแผนแบบนีจ้ะท าให้ทกุคนในองค์การต้องทุม่เทความรู้ ความสามารถ ความมานะพยายามในการปฏิบตัเิพ่ือให้บรรลตุามเป้าหมายท่ีวางไว้ การวางแผนเพ่ือการพฒันาคณุภาพการศกึษาให้เกิดผลในทางปฏิบตัอิย่างจริงจงั ได้นัน้ต้องสอดคล้องกบัระบบการประกนัคณุภาพการศกึษา ซึง่พระราชบญัญตักิารศกึษา แหง่ชาต ิพ.ศ. 2542 ก าหนดให้ถือวา่การประกนัคณุภาพภายในสถานศกึษาเป็นสว่นหนึง่ของ กระบวนการบริหารการศกึษาท่ีสถานศกึษาทกุแหง่ต้องด าเนินการอยา่งตอ่เน่ืองของกระบวนการ บริหารการศกึษาท่ีสถานศกึษาทกุแหง่ต้องด าเนินการอย่างตอ่เน่ือง อนัประกอบด้วยการวาง แผนการด าเนินงาน การประเมินผลและการปรับปรุงการด าเนินงานโดยสถานศกึษาต้องจดัท า แผนพฒันาการศกึษาท่ีสอดคล้องกบัความมุง่หมายและหลกัการตามท่ีก าหนดในพระราชบญัญตัิ การศกึษาแหง่ชาต ิ มาตรฐานการศกึษา เป้าหมาย ปรัชญา และธรรมนญูโรงเรียนซึ่งเป็น องค์ประกอบท่ีเป็นหวัใจส าคญัของระบบการประกนัคณุภาพเพราะธรรมนญูโรงเรียน คือ ข้อตกลงร่วมกนัระหวา่งโรงเรียนกบัผู้ปกครอง ชมุชน และคณะกรรมการโรงเรียน เพ่ือพฒันา คณุภาพการศกึษาของโรงเรียนภายในระยะเวลาท่ีก าหนด เป็นการกระจายอ านาจการจดั การศกึษาโดยสง่เสริมให้ชมุชน คณะกรรมการโรงเรียน ผู้ปกครองมีบทบาท และได้รับ 49 ผลประโยชน์ในการพฒันาคณุภาพการศกึษาท าให้โรงเรียนได้รับการยอมรับให้ความร่วมมือ สนบัสนนุจากผู้ปกครอง และชมุชนมากขึน้ อนัจะน าไปสูค่ณุภาพและมาตรฐานท่ีสงูขึน้ ในระบบการประกนัคณุภาพการศกึษาเพราะโรงเรียนมีแผนพฒันาคณุภาพและมาตรฐาน ท่ีสงูขึน้ในระบบการประกนัคณุภาพการศกึษาเพราะโรงเรียนมีแผนพฒันาคณุภาพการศกึษา ท่ีชดัเจน มีระบบควบคมุคณุภาพการบริหาร และการใช้ทรัพยากรอยา่งมีประสิทธิภาพ มีจดุเน้นการพฒันาการศกึษาตามศกัยภาพ และความต้องการของชมุชน สร้างความศรัทธาให้แก่ ผู้ปกครองและชมุชนโดยก าหนดบทบาทแสดงให้เห็นภาระหน้าท่ีความรับผิดชอบของผู้ เก่ียวข้อง กบัการจดัการศกึษาตอ่การมีสว่นร่วมพฒันาคณุภาพการศกึษาอย่างชดัเจน (ส านกังานทดสอบ ทางการศกึษา กรมวิชาการ ,2540.) ดงันัน้การวางแผนจึงต้องก าหนดระยะเวลาใน การด าเนินการท่ีชดัเจน ตดิตามประเมินผลการท างานอยา่งตอ่เน่ืองและน าผลการประเมินมาใช้ ปรับปรุง และพฒันาคณุภาพการศกึษาของสถานศกึษาโดยให้บคุลากรทกุฝ่ายในสถานศกึษามี สว่นร่วมในกระบวนการวางแผน ก าหนดเป้าหมาย วิธีการ ลงมือปฏิบตัิตามแผนท่ีวางไว้ร่วมกนั ทกุขัน้ตอน มีการบนัทึกข้อมลูเพื่อการตรวจสอบผลงานหาจดุเดน่จดุด้อยท่ีต้องปรับปรุงแล้ว ร่วมกนัปรับปรุงแผนงานนัน้ๆ โดยมุง่หวงัให้มีประสิทธิภาพในการบริหารโรงเรียนท่ีเน้นผู้ เรียนเป็น ส าคญั เป็นการบริหารโดยยึดเป้าหมายและแนวคิดท่ีเป็นระบบนีจ้ะช่วยสร้างความเป็นน า้หนึง่ใจ เดียวกนัเกิดความรู้สกึวา่เป็นงานปกตเิป็นการสองตนและประเมินตนเองท าให้สถานศกึษามี ฐานข้อมลูท่ีมัน่คงและเป็นจริง มีความพร้อมเพ่ือการตรวจสอบจาภายนอกเสมอ (ส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาแหง่ชาติ,2536) ซึง่ สรุพล บวัพิมพ์ (2538) ได้กล่าววา่ การวางแผน เพ่ือให้เกิดผลในทางปฏิบตัิอยา่งจริงจงัได้นัน้จะต้องรวมถึงการน าแผนไปปฎิบตั ิ ประเมินแผน ปรับแผน และน าข้อมลูท่ีได้ไปสูก่ารจดัท าแผนใหมต่อ่ไป จงึได้เสนอขัน้ตอนในการวางแผนไว้ 6 ขัน้ตอน ดงันี ้ 1. ขัน้เตรียมการวางแผน เป็นการตรวจสอบและเตรียมความพร้อมใน การวางแผนของโรงเรียนโดยให้มีการเตรียมการเก่ียวกบัข้อมลูสารสนเทศด้านตา่งๆ ของโรงเรียน ซึง่มีการจดัเก็บท่ีเป็นระบบระบวุนัเวลาและหนว่ยงานให้ข้อมลูท่ีสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี ้ แล้วสภาพปัจจบุนัปัญหาผลการประเมินการปฏิบตัิตามแผนในรอบปีท่ีผ่านมาท่ีบง่บอกถึงจดุอ่อน จดุแข็ง และความต้องการพฒันาในอนาคตรวมตลอดจนถึงการวิจยัในอนาคต ก็จดัเป็นข้อมลู สารสนเทศท่ีท าให้ การวางแผนมีความชดัเจนในการก าหนดเป้าหมายของการจดัการศกึษาท่ี สอดคล้องกบับริบทแวดล้อมของโรงเรียนได้ ทัง้นีก้ารเตรียมการในเร่ืองวสัด ุ อปุกรณ์ สิ่งพิมพ์ 50 และเกณฑ์มาตรฐานตา่งๆ รวมทัง้จดัสรรงบประมาณเพื่อการวางแผนก็นบัเป็นสิ่งจ าเป็นท่ีต้อง เตรียมไว้ให้พร้อมด้วยเชน่กนั 2. ขัน้การวิเคราะห์สภาพปัจจบุนัและปัญหา ซึง่แบง่ออกได้หลายด้านดงัตอ่ไปนี ้ 2.1 ศกึษาวิเคราะห์ทบทวนงานและภารกิจของโรงเรียนโดยวิเคราะห์ โครงสร้างสายงาน ความสมัพนัธ์ อ านาจหน้าท่ี การมอบอ านาจหน้าท่ี ลกัษณะงานท่ีปฏิบตัิ ของทกุหน่วยงานย่อยในโรงเรียนรวมทัง้วิเคราะห์วิธีการบริหารงานในโรงเรียนด้วยการศกึษา วิเคราะห์และทบทวนนีจ้ะต้องครอบคลมุทกุลกัษณะงานในโรงเรียนเพ่ือดวูา่โครงสร้างเดมิ แนวทางการปฏิบตัภิารกิจเดิมนัน้มีจดุเดน่จดุด้อยท่ีจ าเป็นต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง 2.2 ศกึษาวิเคราะห์ทบทวนนโยบายและแผนงานในปีท่ีผา่นมาวา่มีนโยบาย ใดบ้างท่ีบรรลผุลแล้ว และยงัมีนโยบายใดท่ีต้องด าเนินตอ่ไปอยา่งตอ่เน่ือง 2.3 วิเคราะห์ทรัพยากรท่ีสามารถน ามาใช้ได้ในอนาคต เชน่ งบประมาณ อาคาร สถานท่ี และบคุลากร เป็นต้น 2.4 ศกึษาวิเคราะห์ปัจจยัภายนอกโรงเรียนท่ีมีผลกระทบตอ่การด าเนินงาน ของโรงเรียน เชน่ ความต้องการของชมุชน และสงัคมท่ีมีตอ่โรงเรียนในอนาคต รวมทัง้นโยบาย ในการจดัการศกึษาของรัฐอนัได้แก่ พระราชบญัญัตกิารศกึษาแหง่ชาติ พ.ศ. 2542 ตลอดถึง แผนพฒันาเศรษฐกิจและสงัคมท่ีเก่ียวข้องทกุระดบั 2.5 วิเคราะห์คาดคะเนสภาพปัญหาก าหนดลกัษณะปัญหา สาเหตขุองปัญหา และขนาดของปัญหารวมทัง้ผลของปัญหาในอนาคตแล้วพิจารณาจดัล าดบัปัญหาส าคญัท่ีต้อง รีบเร่งแก้ไข 2.6 ขัน้ก าหนดแผนหรือจดัท าแผน หลงัจากวิเคราะห์สภาพปัญหาปัจจยัตา่งๆ ท่ีเก่ียวข้องแล้วจงึตดัสินใจก าหนดวตัถปุระสงค์ นโยบายเป้าหมาย ทัง้เชิงปริมาณและ เชิงคณุภาพรวมทัง้และคา่ใช้จา่ยโดยประมาณ ขัน้ตอนนีจ้ าเป็นต้องพิจารณาโดยละเอียด รอบคอบถึงความเป็นไปได้ตามเป้าหมายท่ีก าหนด โดยก าหนดให้ชดัเจนว่าเป็นแผนระยะใด ระดบัใด เชน่ ระบวุา่เป็นแผนระยะ 5 ปี ในระดบัโรงเรียนรวมทัง้ต้องระบเุนือ้หาตา่งๆ ท่ีจะ เขียนลงในแผนระดบัสงูด้วย 2.7 ขัน้จดัท ารายละเอียดของแผน การก าหนดรายละเอียดของกิจกรรมท่ี ครอบคลมุงานหรือในทกุภารกิจของโรงเรียนจะท าให้เกิดผลในทางปฏิบตั ิ โยแตล่ะกลุม่จะมี แผนงานจะมุง่ให้บรรลเุป้าหมายเดียวกนั และแตล่ะแผนงานจะประกอบด้วยงาน(งานประจ า) และโครงการซึง่เป็นหน่วยเล็กท่ีสดุ ของแผนมีวตัถปุระสงค์และเป้าหมายเฉพาะอนัจะน าไปสู่ 51 การปฏิบตัโิดยใช้เป็นหน่วยเล็กท่ีสดุของแผนวตัถปุระสงค์และเป้าหมายเฉพาะอนัจะน าไปสู่ การปฏิบตัโิดยใช้ทรัพยากรท่ีก าหนด ดงันัน้ในขัน้นีโ้ครงการจงึต้องประกอบด้วยกิจกรรมท่ี ตอบสนองนโยบายและเป้าหมายท่ีวางไว้ร่วมกนั ซึง่คณะท างานจะต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบ ในการก าหนดโครงการตามแผนงานโยใช้แบบฟอร์มเพ่ือการวิเคราะห์ในการะดมสมองเพ่ือหา มาตรการในการแก้ปัญหาให้ส าเร็จตามเป้าหมายแล้วพิจารณาเลือกมาตรการท่ีเหมาะสมท่ีสดุ เขียนเป็นโครงการท่ีจะน าไปสูก่ารปฏิบตัิตอ่ไป 2.8 ขัน้น าแผนไปสู่การปฏิบตัิ ในขัน้นีผู้้ รับผิดชอบและผู้ปฏิบตังิานตา่งๆ ท่ีเก่ียวข้องน าแผนพฒันาท่ีได้รับอนมุตัจิากผู้บริหารแล้วมาจดัท าแผนงานประจ าปี รวมทัง้ท า แผนการตดิตามควบคมุก ากบั และประเมินผล จดัท าแผนการตดิตามท่ีได้รับจดัสรรแล้วประชมุ ประสานงานร่วมกบัทกุหนว่ยงานยอ่ยในโรงเรียนท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบในแตล่ะแผนงานเพ่ือ ความราบร่ืนในการปฏิบตัิตามแผน ซึง่ผู้บริหารจะติดตามการปฏิบตังิานโดยยดึแผนงาน โครงการตามระยะเวลาท่ีก าหนดเป็นแนวทางในการควบคมุดแูลการปฏิบตังิาน 2.9 ขัน้ติดตามประเมินและปรับแผน ระหว่างการปฏิบตัิตามแผนผู้ ท่ีมี สว่นเก่ียวข้องจะต้องประเมินผลก่อนปฏิบตัิ ระหว่างปฏิบตั ิและเม่ือสิน้สดุแผนหรือโครงการ ตามระยะเวลาท่ีก าหนด ถ้าเป็นแผนพฒันาจะประเมินคร่ึงแผนและเม่ือสิน้สดุแผนการประเมิน คร่ึงแผนหรือระหวา่งปฏิบตังิานจะชว่ยให้มีการปรับปรุงแผนเม่ือพบปัญหาในการปฏิบตังิาน ข้อมลูตา่งๆ ท่ีได้จากการประเมินจ าน าไปเป็นข้อมลูป้อนเข้าในการจดัท าแผนในปีตอ่ไปหรือ ชว่งตอ่ไป การติดตามและประเมินผลการปฏิบตัิตามแผนเป็นสิ่งท่ีส าคญัมาก เพราะจะชว่ยให้ ทราบว่าแผนงาน โครงการใดควรยกเลิกท าหรือขยายตอ่ ในองค์กรการท่ีขาดขัน้ตอนนีไ้ปจะไม่ สามารถทราบปัญหาและก าหนดแนวทางในการแก้ปัญหาในการปฏิบตังิานตามแผนอนัอาจ ท าให้เกิดความยุง่ยากซ า้ซ้อนในการปฏิบตังิานน ามาซึง่ความสิน้เปลืองงบประมาณโดยไมจ่ าเป็น จากขัน้ตอนในการวางแผนทัง้ 6 ขัน้ตอนท่ีครอบคลมุตัง้แตก่ารเตรียมการ การศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน การก าหนดวตัถปุระสงค์ เป้าหมาย วิธีการ ปฏิบตังิานเพื่อให้บรรลวุตัถปุระสงค์ด้วยทรัพยากร และระยะเวลาท่ีก าหนดตลอดถึงการควบคมุ ก ากบัติดตามประเมินผลเพ่ือทราบปัญหาและความก้าวหน้าของงานนัน้ เป็นกิจกรรมท่ีสง่เสริม ความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกขององค์การให้เข้ามามีสว่นร่วมคิดร่วมท าในลกัษณะการท างาน เป็นทีมเพ่ือให้บรรลเุป้าหมายสงูสดุแหง่ภารกิจขององค์การอย่างเตม็ศกัยภาพ การยอมรับของ ผู้บริหารในศกัยภาพของผู้ใต้บงัคบับญัชานอกจากจะสง่เสริมให้เกิดความเตม็ใจ ในการเข้าร่วม กิจกรรมการวางแผนอนัน ามาซึง่ความส าเร็จของงานแล้วยงัเป็นการสร้างขวญัและก าลงัใจให้ 52 บคุลากรได้ท างานท่ีเห็นเป้าหมายท่ีท้าทายความสามารถ เกิดความเสียสละทุม่เทเพ่ือสร้าง ความส าเร็จในงานอนัเป็นความส าเร็จขององค์การหรือโรงเรียนนัน่เอง ทัง้นีข้ึน้อยูก่บักระบวนการ บริหารขัน้ตอ่ไปของผู้บริหารโรงเรียนท่ีจะสามารถใช้ทกัษะในการบริหารจงูใจให้บคุลากรเข้ามามี สว่นร่วมและสามารถน าแผนงานของโรงเรียนสู่การปฏิบตัิเพ่ือประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ งานได้มากน้อยเพียงใด ดงันัน้ผู้บริหารท่ีมีภาวะผู้น าสงูจงึแสวงหาความร่วมมือจากบคุลการให้ เข้าร่วมกิจกรรมวางแผนในลกัษณะการน าเสนอความคิดเห็นในการก าหนดวิสยัทศัน์ และ เป้าหมายในการปฏิบตังิานเป็นการได้มาซึง่ข้อมลูท่ีเป็นจริง และก่อให้เกิดทางเลือกท่ีหลากหลาย ในการน านโยบายสู่การปฏิบตัอิย่างรอบคอบระมดัระวงั ซึง่ผู้บริหารสามารถสร้างแรงจงูใจใน การมีสว่นร่วมในการบริหารเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพของงานและบคุลากรได้หลายรูปแบบ ในการเปิดโอกาสให้บคุลากรมีสว่นร่วมในการวางแผนนัน้อาจท าได้หลายวิธีตามความเหมาะสม ของสภาวการณ์และเป้าหมายของงานในขณะนัน้ เชน่ การสร้างทีมงานซึง่เป็นการท างานร่วมกนั แสวงหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกนั เพ่ือให้บรรลเุป้าหมายเดียวกนัเป็นการใช้ศกัยภาพของทีมงานให้ เกิดประโยชน์สงูสดุ โดยผู้บริหารมอบอ านาจและให้โอกาสแก่สมาชิกได้มีส่วนร่วมอย่างเตม็ ความสามารถ ท าให้สมาชิกได้รับการตอบสนองทางด้านสงัคมอนัได้แก่ความรักและการยอมรับ ซึง่กนัและกนัเป็นบนัไดสู่ความส าเร็จในชีวิตการท างานในท่ีสดุ ได้แก่การประชมุโดยใช้เทคนิค A.I.C (Appecciation , Influence , Control) ซึง่เป็นวิธีการท าให้เกิดปฏิสมัพนัธ์อนัดีในระหว่าง สมาชิก สร้างประสิทธิภาพในงานด้วยพฤติกรรมท่ีสนบัสนนุกนัและกันด้วยการส่ือสารในแนวราบ ท่ีเปิดเผยและไว้สางไจกนักลุ่มปฏิบตังิานการด าเนินการดงักลา่วนอกจากจะมีผลดีในแง่ของ การประหยดัเวลาในการจดัการศกึษาสู้คณุภาพท่ีพงึประสงค์ของผู้ เรียนแล้วยงัมีผลในเร่ือง ของขวญัและก าลงัใจในการปฏิบตังิานของบคุลการให้เกิดทศันคตท่ีิดีตอ่การปฏิบตังิาน และ พร้อมท่ีจะสร้างความเจริญก้าวหน้าพฒันางานในความรับผิดชอบในระดบัสงูขึน้ สรุปได้วา่ การวางแผน หมายถึง การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนเพ่ือให้ นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน การก าหนด วตัถปุระสงค์เป้าหมาย ก าหนดวิธีการปฏิบตังิาน การควบคมุก ากบัติดตามประเมินผล 53 2. การส่ังการ การสัง่การเป็นขัน้ตอนการการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนหลกัจากท่ีได้มี การวางแผนไว้ดีแล้ว นบัเป็นขัน้ตอนท่ีส าคญัท่ีสดุในกระบวนการบริหารเพ่ือให้สามารถน าแผนสู่ การปฏิบตัท่ีิมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ซึง่ ธงชยั สนัตวิงษ์ (2543) ได้ให้ความหมาย วา่ การสัง่การ (Directing) คือ ความพยายามในการท าให้ผู้ใต้บงัคบับญัชาปฏิบตังิานในหน้าท่ี ของตนด้วยดี โดยมุง่ก ากบัและชกัจงูให้บคุลากรทุม่เทก าลงักาย ก าลงัใจ และความคดิใน การปฏิบตังิานไปในทิศทางท่ีถกูต้องเพ่ือให้บรรลวุตัถปุระสงค์ตามนโยบาย เป้าหมายความคดิ ในการปฏิบตังิานไปในทิศทางท่ีถกูต้องเพ่ือให้บรรลวุตัถปุระสงค์ตามนโยบาย เป้าหมายและ แผนงานท่ีวางไว้อยา่งมีประสิทธิภาพ ดงันัน้ การสัง่การจงึไมไ่ด้อยูท่ี่ผู้บริหารได้ปฏิบตัิหน้าท่ี สัง่การหรือไม ่ แตอ่ยูท่ี่วา่ผู้บริหารได้ใช้วิธีการท่ีมีประสิทธิภาพในการจงูใจบคุลากรให้ทุม่เท เพ่ือการปฏิบตังิานให้บรรลเุป้าหมายแหง่ภารกิจขององค์การอยา่งเตม็ท่ีศกัยภาพอยา่งไร เพราะความส าเร็จในการบริหารสว่นใหญ่จะขึน้อยู่กบัปัจจยัด้านบคุลากร ซึง่เป็นผู้ท างานใน ต าแหนง่หน้าท่ีตา่งๆ ในองค์กรการเป็นส าคญั ดงันัน้ผู้บริหารโรงเรียนจงึจ าเป็นต้องเป็นผู้ส าคญั เป็นผู้ มีความรู้ความเข้าใจในเร่ืองของพฤติกรรมของบคุลากรรวมทัง้ปัจจยัภายในและปัจจยั ภายนอกอนัมีผลกระทบตอ่พฤตกิรรมการการปฏิบตังิานของบคุลากร อีกทัง้ยงัต้องเป็นผู้ มีศลิปะ ในการบงัคบับญัชาสามารถใช้ภาวะน าชกัจงูใจ กระตุ้นและประสานความร่วมมือให้บคุลากร ในโรงเรียนทกุฝ่ายมีขวญัและก าลงัใจในการปฏิบตังิานในโครงสร้างองค์การด้วยความเสียสละ ทุม่เททัง้ก าลงักายก าลงัใจ และก าลงัความคิดเอย่างประสานสอดคล้องและเกือ้กลูซึ่งกนัและกนั เพ่ือประสิทธิภาพของงานโดยราบร่ืนภายใต้บรรยากาศแหง่ความร่วมมือร่วมใจท่ีเป็นมิตร อนัเกิดจากปัจจยัท่ีเก่ียวข้องกบัการสัง่การ คือ การจงูใจ การติดตอ่ส่ือสาร ภาวะผู้น า และ การประสานงาน สรุปได้วา่ การสัง่การหมายถึง ขัน้ตอนการบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียน เพ่ือให้นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การจงูใจ การตดิตอ่ส่ือสาร ภาวะผู้น า และ การประสานงาน ทฤษฎีการจงูใจของ Maslow ซึง่สมมตุฐิานเก่ียวกบัพฤตกิรรมมนษุย์ไว้ดงันี ้คือ 1. คนทกุคนมีความต้องการ และความต้องการนีจ้ะมีอยู่ตลอดเวลาตัง้แตเ่กิดจน ตายดงันัน้จงึสามารถจงูใจได้ตลอดเวลา 54 2. ความต้องการท่ีมีอิทธิพลตอ่พฤตกิรรมนัน้จะต้องเป็นความต้องการท่ียงัไมไ่ด้ รับการตอบสนอง ความต้องการท่ีได้รับการตอบสนองแล้วจงึไมใ่ชแ่รงจงูใจอีกตอ่ไป ดงันัน้ ผู้บริหารต้องแสวงหาวิธีการสร้างแรงจงูใจท่ีสอดคล้องกบัความต้องการของบคุลากรอยูเ่สมอ 3. ความต้องการของบคุคลจะมีลกัษณะเป็นล าดบัขัน้จากต ่าไปหาสงูตามล าดบั ความส าคญั 5 ประการ คือความต้องการด้านร่างกาย ความต้องการด้านความปลอดภยั ความต้องการทางสงัคม ความต้องการการยอมรับ และความต้องการประสบผลส าเร็จ ความต้องการขัน้ท่ีสงูกว่าจะเกิดขึน้ก็ตอ่เม่ือความต้องการขัน้ต ่าได้รับการตอบสนองแล้วเทา่นัน้ ดงันัน้ผู้บริหารโรงเรียนท่ีมีความเข้าใจในล าดบัขัน้ความต้องการของบคุคล จะสามารถสร้างแรงจงูให้บคุลากรเกิดความพงึพอใจในการปฏิบตังิามสามารถพฒันางานสู่ มาตรฐานท่ีก าหนดได้แตจ่ะอยา่งไรก็ตามในความเป็นจริงนัน้ความต้องการของมนษุย์อาจมี ความต้องการหลายล าดบัขัน้ในเวลาเดียวกนั แตล่ะคนก็มีขนาดความต้องการมากน้อยตา่งกนั และบคุคลจะเป็นผู้ ท่ีสามารถจดัล าดบัให้ความส าคญักบัสิ่งจงูใจตา่งๆด้วยตนเอง ซึ่งผู้บริหาร จ าเป็นต้องเป็นผู้ ท่ีไวตอ่การรับรู้ความต้องการของบคุลากร เพ่ือจะได้สร้างแรงจงูใจได้สอดคล้อง กบัความต้องการของบคุคลอนัจะน ามาซึง่ประสิทธิภาพในการท างานท่ีสงูขัน้ ทฤษฎีการจงูใจของ Herzberg ซึง่ Herzberg เช่ือวา่แรงจงูใจเป็นสิ่งท่ีเกิดขึน้ จากแตล่ะคนและมิได้ขึน้อยู่กบัผู้บริหารโดยตรง ดงันัน้การสร้างแรงจงูใจท่ีดีต้องก าหนดให้มี ทัง้ปัจจยัจงูใจและปัจจยับ ารุงจิตใจควบคูก่นั คือ 1. ปัจจยัท่ีใช้จงูใจ (Motivators)จะเก่ียวข้องกบัเหตกุารณ์ท่ีมีผลดีตอ่ ความพงึพอใจในงานท่ีท า เช่น ความส าเร็จ การยอมรับ ความรับผิดชอบ ความก้าวหน้า และ คณุลกัษณะของงานนัน้ 2. ปัจจยัท่ีเก่ียวกบัการบ ารุงรักษาจิตใจ(Hygiene or Maintenance Factors) เป็นปัจจยัท่ีไมส่ามารถสร้างแรงจงูใจแตมี่ผลในทางป้องกนั อนัได้แก่ ฐานะ ความสมัพนัธ์ระหวา่ง บคุคลกบั ผู้บงัคบับญัชา ผู้ใต้บงัคบับญัชาและเพื่อนร่วมงาน เทคนิคในการบงัคบับญัชา นโยบาย การบริหาร ความมัน่คง สภาพการท างาน เงินเดือน และเร่ืองราวสว่นตวัท่ีถกูกระทบโดยสภาพของ งาน ซึง่หากมีความบกพร่องจะมีผลให้เกิดภาวะอึดอดัใจและมีแนวโน้มท่ีจะมีผลทางลบกบั บรรยากาศการท างาน 55 จากทฤษฎี 2 ปัจจยัดงักลา่ว Herzbergได้เสนอแนะในเร่ืองการสร้างแรงจงูใจ โดยพฒันาและเพิ่มคณุคา่ของงานให้มีความหมายและท้าทายความส าเร็จมากขึน้ ให้การยอมรับ มอบหมายไว้วางใจให้มีความรับผิดชอบท่ีสงูขึน้ และสง่เสริมให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพ ซึง่จะมีผลตอ่การจงูใจในการท างานเป็นอนัมาก ในขณะเดียวกนัผู้บริหารโรงเรียนจะต้องเพิ่ม ความระมดัระวงัป้องกนัปัจจยัอนัมีผลท าให้ขวญัและก าลงัของบคุลากรตกต ่าจนกลายเป็นปัญหา กระทบถึงประสิทธิภาพในการท างานของบคุลากร โดยสง่เสริมให้เกิดรายได้เพิ่มพนูให้แก่ ครอบครัวของบคุลากร สร้างสมัพนัธภาพอนัดีระหวา่งผู้บงัคบับญัชาและบคุลากรภายในโรงเรียน การมีนโยบาย แผนการบริหารท่ีชดัเจนภายใต้สิ่งแวดล้อมท่ีเอือ้ตอ่การปฏิบตัภิารกิจให้บรรลตุาม เป้าหมายของโรงเรียน ทฤษฎี X ทฤษฎี Y ของMcGregor ซึง่McGregorกลา่วไว้วา่ การจงูใจจะเกิดขึน้ และเป็นไปในทิศทางใดย่อมขึน้อยู่กบัทศันคตขิองผู้น าท่ีมีตอ่ผู้ใต้บงัคบับญัชาซึง่จะเป็นตวัก าหนด แบบของความเป็นผู้น าของเขา โดยทัง้ 2 ทฤษฎีนัน้ได้ก าหนดสมมตุฐิานของมนษุย์ท่ีแตกตา่งกนั อยู ่2 ลกัษณะ คือ ทฤษฎี X มีสมมตุฐิานวา่ มนษุย์ทัว่ไปไมช่อบท างาน และหาทางหลีกเล่ียง เม่ือมีโอกาสมีความทะเยอทะยานคอ่นข้างน้อยในขณะท่ีต้องการความมัน่คงมาก จงึมีความพอใจ ท่ีจะถกูสัง่การเพ่ือหลีกเล่ียงความรับผิดชอบ ดงันัน้ผู้บริหารท่ีมีสมมตุฐิานเก่ียวกบัมนษุย์ แบบ x จงึต้องใช้วิธีขม่ขูว่า่จะลงโทษเพ่ือให้บคุลากรใช้ความพยายามอย่างพอเพียงในการท างานเพื่อ ความส าเร็จในเป้าหมายขององค์การหรืออาจจะกระตุ้นจงูใจด้วยสิ่งจงูใจท่ีจบัต้องได้ หรือเป็น ตวัเงินพร้อมๆกบัการสัง่การและเน้นการใช้ระเบียบวินยัอยา่งมากในการควบคมุ ซึง่ McGregor ให้ทศันะว่า ทฤษฎี Xจะได้ดีในสงัคมทีมีระดบัการครองชีพท่ีคอ่นข้างต ่าและมีภาวะ การขาดแคลน งาน ส าหรับทฤษฎี Y นัน้มีสมมตุฐิานท่ีตรงกนัข้าม คือ ธรรมชาตขิองมนษุย์ โดยทัว่ไปจะเป็นผู้ ท่ีมี ความคดิสร้างสรรค์ ชอบสงัคม มีความรับผิดชอบและแสวงหาความรับผิดชอบ อีกทัง้มองวา่ การใช้ความพยายามทัง้ด้านร่างกายและจิตใจในการท างานเป็นเร่ืองธรรมชาตเิชน่เดียวกบั การละเลน่และการพกัผ่อน มีการควบคมุตนเองในการปฏิบตังิานเพื่อบรรลตุามวตัถปุระสงค์ ท่ีผกูพนัไว้ และความผกูพนักบัวตัถปุระสงค์นัน้ขึน้อยู่กบัรางวลัท่ีควบคูก่บัความส าเร็จในงาน ซึง่บคุคลตามทฤษฎี Y สว่นใหญ่จะมีระดบัการศกึษาดี มีมาตรฐานการครองชีพสงู และได้รับ การสนองความต้องการขัน้ต ่าพอเพียงแล้ว บคุคลเหลา่นีจ้งึต้องการใช้ช่ือเสียง การยอมรับ ตลอดจนความส าเร็จสงูสดุ สิ่งจงูใจเก่ียวกบัเงินทองจงึอาจจะไมใ่ชปั่จจยัส าคญัในการสง่เสริม เพ่ือสร้างความส าเร็จของงาน ดงันัน้ผู้บริหารโรงเรียนควรสร้างสิ่งแวดล้อมท่ีเอือ้ตอ่การบรรลถุึง 56 เป้าหมายท่ีบคุลากรผกูมดัตนเองไว้ และเปิดโอกาสให้มีการควบคมุตนเองมากกว่าการตรวจตรา ควบคมุดแูลอย่างใกล้ชิด นอกจากสามทฤษฎีดงักลา่วข้างต้นแล้วยงัมีทฤษฎีการจงูใจทางความส าเร็จ ของนกัจิตวิทยาชาวอเมริกนั ช่ือ McClelland (อ้างใน สธีุรพนัธ์ กรลกัษณ์ ,มปป)ซึง่ได้วิจยัส ารวจ โดยใช้แบบสอบถามและได้สรุปเก่ียวกบัในการท างานของมนษุย์วา่แท้ท่ีจริงแล้วมนษุย์มี จดุประสงค์ในการท างานแบง่ได้เป็น 3 จ าพวกใหญ่ๆคือการท างานเพ่ือความส าเร็จ ความสมัพนัธ์ และเพ่ืออ านาจเทา่นัน้ ซึง่บคุคลท่ีท างานแบบมุง่ความส าเร็จนัน้มกัไมส่นใจผู้ อ่ืนมุง่พิจารณางาน ของตนเองตามเป้าหมายท่ีได้ตัง้ไว้เปรียบเทียบผลงานปัจจบุนักบัอดีต มีเหตผุล ชอบงาน สร้างสรรค์ ไมใ่ชอ่ารมณ์ในการท างาน เป็นพวกปิดทองหลงัพระ ผู้บริหารพงึสร้างแรงจงูใจด้วย ด้วยด้วยการมอบหมายงานท่ีท้าทายสามารถบรรลผุลได้ในทนัทีทนัใด ภายใต้สภาวะแวดล้อม ท่ีเหมาะสม ในขณะท่ีกลุม่มุ่งความสมัพนัธ์นัน้จดัวา่เป็นพวกท่ีมีอารมณ์ท่ีอบอุน่ ชอบสร้างสรรค์ เห็นคณุคา่ของความรู้สึกท่ีดีของการอยูร่่วมกนัของมนษุย์และการชว่ยเหลือเกือ้กลูซึง่กนัและกนัมี คา่มากกวา่หรือมาก่อนความส าเร็จของงาน ต้องการให้คนรักและเอาใจใสร่ะลกึถึงอยูเ่สมอจงึชอบ แสดงออกถึงความจริงใจ เข้าใจความรู้สึกและความต้องการรวมทัง้พยายามท่ีจะสนองตอ่ความ ต้องการของผู้ อ่ืนด้วย ผู้บริหารจงึควรสร้างแรงจงูใจในการท างานโดยเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมสงู ในภารกิจตา่งๆตามความถนดัในโอกาสอนัควร และกลุม่สดุท้ายคือกลุม่มุง่อ านาจ บคุคลประเภท นีต้้องการอิทธิพลเหนือผู้ อ่ืนและสามารถควบคมุสถานการณ์ได้ ชอบให้ยกย่องสรรเสริญวา่ดีเดน่ ยิ่งใหญ่เหนือผู้ อ่ืน มกัเปรียบเทียบตนเอง กบัผู้ อ่ืนอยูเ่สมอและมีอารมณ์ควบคูไ่ปกบัการท างานสงู ในกรณีท่ีเป็นความต้องการอ านาจเชิงสถาบนัจะมุง่ท างานท างานร่วมกบับคุคลอ่ืน เพ่ือแก้ปัญหา ให้บรรลจุดุมุง่หมายขององค์การผู้บริหารจงึควรสร้างจงึควรสร้างแรงจงูใจในการท างานโดย การสง่เสริมให้อยูใ่นต าแหนง่ท่ีมีอิทธิพลตอ่การใช้ความพยายามในการท างานของบคุคลอ่ืน เพ่ือให้เกิดการประสานความร่วมมือในการท างานให้บรรลเุป้าหมายขององค์การแตย่งัมีข้อควร ระวงัในกลุม่บคุคลท่ีต้องการความส าเร็จและมุง่อ านาจ ส่วนใหญ่จะปฏิบตังิานเพื่อตนเองมากกว่า เพ่ือองค์การและรอรับผลตนอบแทนจากการท างานซึง่อาจมีปัญหาในการท างานร่วมกบัผู้ อ่ืน ในขณะท่ีกลุม่มุง่ความสมัพนัธ์จะค านงึถึงความสมัพนัธ์สว่นบคุคลมากกวา่การบรรลุจดุมุง่หมาย ขององค์การจงึขึน้อยูก่บัเทคนิคและความสามารถในเชิงการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนในอนัท่ีจะ จงูให้บคุลากรทุม่เทในการปฏิบตังิานโดยยดึเป้าหมายภารกิจของโรงเรียนเป็นส าคญั 57 จงึสรุปได้วา่ การจงูใจ หมายถึง การจงูใจโน้มน้าวบคุคลให้เกิดความกระตือรือร้น ท่ีจะใช้ความพยายามในการท างานอยา่งเตม็ศกัยภาพให้เกิดความส าเร็จของงาน และ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลอนัเกิดจากความพยายามนัน้ ย่อมน ามาซึง่ความพงึพอใจของ ผู้ปฏิบตัแิละผู้ มีสว่นรับผิดชอบในงานนัน้ๆดงันัน้ผู้บริหารโรงเรียนจงึจ าเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจทางพฤติกรรมศาสตร์ เพราะพฤตกิรรมของมนษุย์นัน้เกิดจากความต้องการของท่ี แตกตา่งกนัอนัเน่ืองมาจากลกัษณะชีวภาพ จิตใจ และประสบการณ์การเรียนรู้ของแตล่ะบคุคล เป็นท่ีมาของการจงูใจทัง้ภายในและภายนอก ขึน้อยู่กบัการกระท าวา่ถกูริเร่ิมจากท่ีไหน ซึง่ผู้บริหารท่ีไวตอ่ความต้องการของบคุลากรจะสามารถจดัสิ่งจงูใจเพ่ือสนองความต้องการและ กระตุ้นให้เกิดความพยายามในการปฏิบตังิานให้บรรลตุามเป้าหมายแหง่ภารกิจขององค์การได้ อยา่งมีประสิทธิภาพ ปละเกิดประสิทธิผลเป็นท่ียอมรับของสงัคม เช่น การยอมรับในศกัยภาพของ บคุคล การยกยอ่งให้เกียรตเิปิดโอกาสให้มีสว่นร่วมในการบริหารงานเป็นการเพิ่มความรับผิดชอบ ท่ีสงูขึน้ การก าหนดขอบเขตความรับผิดชอบในงานท่ีชดัเจน และใช้วิธีบริหารเป้าหมาย โดยยดึเป้าหมาย เพราะการก าหนดเป้าหมายของงานท่ีท้าทายและสามารถปฏิบตัไิด้จะชว่ยเพิ่ม คณุคา่ของงานท่ีท าให้บคุคลากรมีความกระตือรือร้นและผกูพนักบัเป้าหมายท่ีตนเองมีสว่นร่วม ก าหนดมีความมุง่มัน่ในการปฏิบตัใิห้ส าเร็จด้วยความภาคภมูิใจซึง่ความส าเร็จของงานจาก ความสามารถ ประสบการณ์และการศกึษาเพิ่มเตมิท่ีพอกพนูขึน้เป็นล าดบัจะน ามาซึง่ความเจริญ ความก้าวหน้าในวิชาชีพ ดงันัน้การประเมินผลเพ่ือความทราบความก้าวหน้า และเล่ือนชัน้จงึเป็น การจงูใจด้วยเชน่กนั การส่ือสาร การส่ือสารนบัเป็นเคร่ืองมือท่ีส าคญัในการบริหารงาน เน่ืองจากบริหารงาน ซึง่ประกอบด้วยการวางแผน การจดัองค์การ การจดัคนเข้างาน การสัง่การ และการควบคมุนัน้ จ าเป็นต้องมีการส่ือสารให้ทีมงานได้ทราบถึงความคาดหวงัในการปฏิบตังิานเพื่อให้บรรลุ ตามจดุมุง่หมายร่วมกนัโดยราบร่ืนน ามาซึง่ความสมัพนัธภาพอนัดีระหว่างผู้บริหารและบคุลากร ผู้ปฏิบตังิานและประสิทธิภาพของงานตามความเห็นของ Bernard (อ้างใน สร้อยตระกลู อรรถมานะ 2542) ซึง่เช่ือวา่การส่ือสารจะชว่ยให้ระบบความร่วมมือเป็นไปได้ และมีนกัวิชาการ หลายคนได้กลา่วถึงการส่ือสารจะชว่ยให้ระบบความร่วมมือเป็นไปได้ และมีนกัวิชาการหลายคน ได้กลา่วถึงการส่ือสารในมมุมองท่ีสามารถสรุปได้ความหมายท่ีคล้ายกนั อาทิเชน่ สมยศ นาวีการ (2540)กลา่ววา่การส่ือสารเป็นแนวทางท่ีชว่ยสง่เสริมความเข้าใจระหวา่งบคุคลด้วยการแลกเปล่ียน ข้อเท็จจริง ความคิดเห็น ทศันคติและอารมณ์ในขณะท่ีสร้อยตระกลุ อรรถมานะ (2542) 58 ให้ความหมายโดยพิจารณาจากรากศพัท์ของการส่ือสาร(Communication)มาจากภาษาละติน วา่ Communisแปลวา่การสร้างอยา่งสามญั ดงันัน้ Communicationจงึนา่จะหมายถึง การกระท า/ พฤตกิรรมตา่งๆท่ีด าเนินไปในลกัษณะแลกเปล่ียนความคดิเห็นกนัทัว่ไปอยา่งสามญั ในขณะเดียวกนั ก็ได้อ้างถึง นิยามของ Carter และ Harwood วา่ การส่ือสาร เป็นกระบวนการสง่ผา่นขา่วสารและ ความเข้าใจจากบคุคลหนึง่ไปยงัอีกบคุคลหนึง่โดยผู้สง่ท าการใสร่หสัได้เนือ้หาขา่วสารสง่ผา่น ชอ่งทางท่ีเหมาะสมไปยงัผู้ รับ และผู้ รับจะถอดรหสัอนัจะมีผลให้เกิดการกระท าหรือยกเว้นการกระท า ในปัจจบุนัหรือในอนาคตได้ ดงันัน้ผู้สง่สารจงึต้องพิจารณาพืน้ฐานความรู้ ความสนใจ ประสบการณ์ ความรู้สกึ ทศันคต ิอารมณ์และปัจจยัสว่นอ่ืนของผู้ รับและเป็นผู้ มีความสามารถในการใสร่หสัทัง้ ภาษา ภาษากาย การใช้สญัลกัษณ์และรูปภาพโดยมุง่ให้ผู้ รับเกิดความเข้าใจขา่วสารข้อมลูตรงกบั ผู้สง่อนัเน่ืองมาจากความแตกตา่งระหว่างบคุคลนัน่เองซึ่งคล้ายกนักบัความเห็นของ ธงชยั สนัตวิงษ์ (2543)ท่ีสรุปไว้สัน้ๆวา่ การส่ือสาร หมายถึง กระบวนการถ่ายทอด ข้อมลูและความเข้าใจจากบคุคล หนึง่ไปหนึง่ไปยงัอีกบคุคลหนึง่ จากนิยามและความหมายดงักลา่วจงึสรุปได้ว่า การส่ือสารนัน้เป็นกระบวนการ สง่ผา่นความรู้ความเข้าใจรวมทัง้ความรู้สกึนึกคิดและทศันคติตอ่สิ่งหนึง่สิ่งใดของบคุคลหนึง่ ไปยงับคุคลอ่ืนเพ่ือให้เกิดความเข้าใจและมีพฤตกิรรมการปฏิบตัิท่ีถกูต้องสอดคล้องกบัเป้าหมาย ท่ีวางไว้ร่วมกนั ดงันัน้ ประสิทธิภาพของการส่ือสารจงึขึน้อยูก่บัความพร้อม และความตัง้ใจใน การเสริมสร้างและพฒันาความเข้าใจท่ีตรงกนั ซึง่ อมัพร ศริิบญุมา (มปป.)ได้เสนอแนะไว้วา่ ขัน้ตอนท่ีควรค านงึถึงในการส่ือสาร คือ ความเข้าใจ สามารถบง่ชี ้แยกแยะได้ สามารถใช้ได้ พฒันาและปรับได้ นบัเป็นบทบาทท่ีส าคญัยิ่งของผู้บริหารในการด าเนินการให้มีการส่ือสารท่ีมี ประสิทธิภาพเพ่ือให้เกิดแรงจงูใจในการปฏิบตังิานของให้บรรลตุามเป้าหมายควบคูไ่ปกบั กระบวนการบริหารอนัได้แก่ การวางแผน การจดัคนเข้างาน การสัง่การ และการควบคมุ ซึง่ต้องใช้การส่ือสารเป็นเคร่ืองมือส าคญัน าไปสู่ความส าเร็จ ธงชยั สนัติวงษ์ (2543) ได้ให้แนวปฏิบตัเิพ่ือให้เกิดการส่ือสารในการประชมุ สร้างสรรค์งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ ก าหนดวตัถปุระสงค์ของการประชมุให้ชดัเจนและ มีระเบียบวาระก าหนดไว้ลว่งหน้าเพ่ือให้ทกุฝ่ายท่ีเข้าประชมุได้ทราบถึงหวัข้อการประชมุตา่งๆ รวมทัง้มีการก าหนดเวลาเพ่ือก ากบัไมใ่ห้การประชมุเนิ่นนานจนหาข้อยตุไิมไ่ด้ 2. การส่ือสารแบบไมมี่ทางการ เป็นเป็นการส่ือสารท่ีช่วยสนองความต้องการ ของบคุลากรในแง่ของความรวดเร็วในการรับสง่ขา่วสารท่ีตนสนใจ เน่ืองจากผลกระทบ อนัมีถึงหนว่ยงาน กลุม่ หรือผู้ปฏิบตังิานเอง ซึง่มีเครือขา่ยการติดตอ่สมัพนัธ์แบบเถาองุ่นท่ี 59 เปิดโอกาสให้มีการแลกเปล่ียนขา่วสารเก่ียวกบัเร่ืองสว่นตวัได้ตลอดเวลา ท าให้เกิดความรวดเร็ว ในการส่ือสารมากกวา่มีการส่ือสารแบบเป็นทางการเพียงอยา่งเดียว แตย่งัคงเป็นลกัษณะเป็น การส่ือสาร 3 ทิศทาง ท่ีท าให้เกิดข่าวสารข้อมลูตา่งๆ ทัง้ท่ีเป็นข้อเท็จจริงรวมทัง้การตีความท่ี บคุคลท่ีรับขา่วสารแสดงความคดิเห็นส่วนตวัปะปนออกมากบัการให้ขา่วสารอนัอาจเป็นสาเหตุ ของการบดิเบือนข้อมลู กลายเป็นเร่ืองจริงบ้างไมจ่ริงบ้าง ซึง่องค์การไมส่ามารถควบคมุ ความเป็นไปของการส่ือสารแบบไมเ่ป็นทางการได้ แตมี่แนวทางแก้ไขท่ีดีท่ีสดุ คือ การให้ขา่วสาร ข้อเท็จจริงเก่ียวกบังานให้บคุลากรผู้ปฏิบตังิานทราบอยู่อยา่งสม ่าเสมอ ซึง่นอกจากจะท าให้ ขา่วสารมีลกัษณะเป็นข่าวลือน้อยท่ีสดุแล้วยงัชว่ยให้การส่ือสารโดยทัว่ไปมีประสิทธิภาพดีขึน้ด้วย ทัง้นีเ้พราะการส่ือสารแบบไมเ่ป็นทางการจะชว่ยสง่เสริมความเข้าใจ และความร่วมมือระหวา่ง บคุลากรผู้ปฏิบตังิานให้ดีขึน้ วิธีการส่ือสารแตล่ะวิธีมีความแตกตา่งกนัท่ีสามารถเรียนรู้และแนะน าไปใช้ได้ ทกุแบบโดยเลือกลกัษณะการส่ือสารท่ีชอบเพราะไมมี่วิธีการส่ือสารใดดีกวา่วิธีการส่ือสารหนึง่ แตจ่ะมีข้อดีและข้อเสียในตวัเอง ดงันัน้จงึเป็นหน้าท่ีพืน้ฐานของผู้บริหารโรงเรียนซึง่ต้องใช้ทกัษะ ในเชิงบริหารเพิ่มประสิทธิภาพการส่ือสารสามารถจงูใจบคุลากรในการใช้ความพยายามเพื่อให้ สามารถปฏิบตัหิน้าท่ีให้บรรลตุามจดุมุง่หมายแหง่ภารกิจของโรงเรียนท่ีได้วางไว้ร่วมกนั ซึง่จดุเน้นของการส่ือสารนัน้ไมเ่พียงสร้างความเข้าใจในระหวา่งผู้สง่และผู้ รับสารเท่านัน้ แตมุ่ง่ไปท่ีการสร้างความรู้และทศันคตเิพ่ือให้เกิดพลงักลุ่มอนัจะมีผลถึงการท างานเป็นทีมท่ีมี ประสิทธิภาพโดยการสร้างบรรยากาศสนบัสนนุ ได้แก่การบอกเล่าอธิบายให้เกิดความเข้าใจท่ี ถกูต้อง การไมค่กุคามท าให้เกิดความสบายใจเป็นอิสระ และรู้สกึไว้วางใจ อีกทัง้การยอมรับ ท าให้บคุลากรมีความมัน่ใจท่ีจะส่ือสารความรู้สกึของตนเป็นการสนบัสนนุให้เกิดการส่ือสาร 2 ทาง สง่เสริมให้บคุลากรมีสว่นร่วมในการส่ือสาร ซึง่นอกจากจะชว่ยลดความขดัแย้งแล้ว ยงัชว่ยสร้างความสมัพนัธ์อนัดี อีกทัง้ชว่ยลดความผิดพลาดในการท างานรวมทัง้เพิ่มประสิทธิภาพ ให้เกิดประสิทธิผลของงานอีกด้วย 3. การควบคุม หลงัจากผู้บริหารโรงเรียนได้ปฏิบตัหิน้าท่ีในการบริหารทกุขัน้ตอนตัง้แต ่ เร่ิมวางแผนก าหนดวิธีการและเป้าหมายในการปฏิบตังิาน จดัองค์การโดยการมอบหมายอ านาจ หน้าท่ีเพ่ือให้เกิดการประสานงาน จดัคนเข้างานให้เหมาะสมกบัความรู้ความสามารถ และ สัง่การโดยการจงูใจให้บคุลากรเกิดความพงึพอใจในการท างานแล้ว การควบคมุจดัเป็นขัน้ตอน สดุท้ายในกระบวนการการบริหารงานโรงเรียนซึง่สามารถเช่ือมโยงเข้ากบัขัน้ตอนการบริหาร 60 อนัดบัแรก คือ การวางแผนรอบใหมใ่ห้เกิดประสิทธิภาพด้วยการทบทวนแผนงานเดมิและ ปรับเป้าหมายในการปฏิบตังิานใหมด่งัท่ี ธงชยั สนัตวิงษ์ (2543) ได้ให้ค าจ ากดัความไว้วา่ การ ควบคมุ คือ งานการจดัการในสว่นท่ีเก่ียวข้องกบัการท าให้เกิดความมัน่ใจวา่งานท่ีท าได้ ทกุอย่างล้วนแตเ่ป็นไปตามเป้าผลงานตามท่ีวางแผน ด้วยการวดัผลงานท่ีปฏิบตัเิปรียบเทียบกบั เป้าหมายท่ีวางไว้เพ่ือให้เกิดการพฒันาปรับปรุงเม่ือมีผลงานคลาดเคล่ือนไปจากเป้าหมายท่ีวางไว้ ซึง่เน้นไปท่ีการควบคมุการปฏิบตังิานของบุคคลเพราะคนเป็นผู้กระท า และเป็นความรับผิดชอบ ของผู้บริหารโรงเรียนท่ีจะต้องจดัให้มีการควบคมุท่ีมีประสิทธิภาพอยา่งมีขัน้ตอน คือ 1. ก าหนดเป้าหมายในการควบคมุ ก าหนดเป้าหมายการควบคมุในเชิงสร้างสรรค์ท่ีการสร้างขวญัก าลงัใจ ด้วยการมอบหมายงานและกระจายอ านาจให้เกิดความคลอ่งตวั และสง่เสริมความรับผิดชอบใน การท างานให้มากขึน้โดยมีเป้าหมายของงานเป็นเคร่ืองมือควบคมุ เพ่ือให้ได้ข้อมลูท่ีมีความส าคญั เทา่ท่ีจ าเป็น 2. การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน ปัจจบุนัโรงเรียนในระดบัเดียวกนัทกุแหง่มีระบบประกนัคณุภาพท่ีใช้เกณฑ์ มาตรฐานเดียวกนัในการประเมินคณุภาพการจดัการศกึษาในโรงเรียนเหมือนกนัทัว่ประเทศ ดงันัน้จงึเป็นบทบาทของผู้บริหาร และบคุลากรผู้ เก่ียวข้องทกุฝ่ายท่ีจะต้องร่วมกนัก าหนด มาตรฐานผลงานหรือเป้าหมายผลงานให้สอดคล้องกบัเกณฑ์มาตรฐานท่ีก าหนด โดยร่วมกนั พิจารณาปรึกษาหารือให้เป็นท่ียอมรับของทัง้ 2 ฝ่ายก่อให้เกิดความผกูพนักบัเป้าหมายท่ีก าหนด ร่วมกนั บคุลากรผู้ปฏิบตังิานมีความส านกึในความรับผิดชอบและสามารถควบคมุการปฏิบตังิาน ด้วยตนเอง 1. การวดัผลงานและเปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐานในการวดัผลนัน้จะต้อง ระบผุู้ รับผิดชอบ วิธีการ และระยะเวลาให้ชดัเจน ทัง้นีต้้องระวงัมิให้บคุลากรรู้สึกถึงความยุง่ยาก สิน้เปลืองสร้างความท้อถอยในการปฏิบตังิาน ซึง่ความส าคญัของขัน้ตอนนีอ้ยูท่ี่การเปรียบเทียบ ผลงานกบัมาตรฐานผลงานท่ีตัง้ไว้ในกรณีท่ีพบวา่ ผลงานท่ีได้ต ่ากวา่มาตรฐานท่ีตัง้ไว้ผู้บริหารต้อง ด าเนินการให้มีการตรวจสอบ การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง เม่ือค้นพบสาเหตท่ีุท าให้ การท างานไมไ่ด้มาตรฐานแล้วต้องหาแนวทางแก้ไขท่ีเหมาะสมเพ่ือให้ได้ผลงานท่ีมีคณุภาพสงูขึน้ เชน่ สาเหตงุานบกพร่องอนัเน่ืองมาจากสาเหตคุวามรู้ความสามารถของผู้ปฏิบตัไิมเ่พียงพอ อาจต้องจดัการอบรม และหากเกิดจากพฤตกิรรมไมเ่หมาะสมการลงโทษจะเป็นการชว่ยระงบั 61 พฤตกิรรมดงักลา่ว แตห่ากความบกพร่องเกิดจากอปุกรณ์และเคร่ืองมือก็ควรมีการปรับปรุง ให้อยูใ่นสภาพท่ีสามารถใช้งานได้ 2. การให้ความดีความชอบ ความดีความชอบจากการปฏิบตังิานท่ีสงูกว่า มาตรฐานจะเป็นการจงูใจให้บคุลากรมุง่พฒันาคณุภาพของงานให้ดีขึน้ ในขณะท่ีผลการประเมิน พบการปฏิบตังิานท่ีต ่ากวา่เกณฑ์มาตรฐานท่ีก าหนดจะต้องมีการพิจารณาถึงสาเหตแุละก าหนด แนวทางปรับปรุงแก้ไข ทัง้นีต้้องมัน่ใจว่าเกณฑ์มาตรฐานท่ีก าหนดนัน้มีความเหมาะสมดีแล้ว 3. การควบคมุนัน้จะต้องจดัด าเนินการให้ครอบคลมุในเร่ืองของคณุภาพ ปริมาณคา่ใช้จา่ยและเวลาเพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน ซึง่มีข้อจ ากดัหลาย ประการอาทิเชน่ อาจต้องใช้เวลาและงบประมาณเพ่ือควบคมุสงูไมคุ่้มคา่กบัประโยชน์ท่ีได้ กวา่จะได้ข้อมลูครบผลเสียหายก็เกิดขึน้แล้ว และการควบคมุอาจกระทบตอ่ขวญัและก าลงัใจ บคุลากรผู้ปฏิบตังิาน ดงันัน้ผู้บริหารจงึต้องมีการวางแผนท่ีดีในการควบคมุเพ่ือป้องกนั ความเสียหายอนัอาจจะเกิดขึน้ เชน่ พิจารณาถึงต้นทนุและขอบข่ายการควบคมุท่ีเหมาะสม เน้นการควบคมุเฉพาะในสว่นท่ีส าคญั ได้ประโยชน์และสง่ผลตอ่ความส าเร็จของงานสามารถ รายงานผลได้รวดเร็ว บคุลากรมีความเข้าใจในเร่ืองการควบคมุนัน้ดีมีเหตผุลประกอบให้เป็นท่ี ยอมรับของผู้ปฏิบตัจิะเป็นการสร้างแรงจงูใจให้บคุลากรทุม่เทท างานให้บรรลผุลส าเร็จตาม เป้าหมายท่ีวางไว้ร่วมกนั ดงันัน้ผู้บริหารโรงเรียนท่ีมุง่ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ ปฏิบตังิานจ าเป็นต้องสง่เสริมพฒันาบคุลากรและทีมงานให้มีกลไกในการควบคมุตนเองและ กลุม่งานให้สามารถปฏิบตังิานให้บรรลตุามเป้าหมายได้อยา่งมีประสิทธิภาพ โดยบคุลากรเป็น ผู้ก าหนดเป้าหมายวิธีการปฏิบตั ิ และการประเมินผลด้วยตนเอง อนัจะน าไปสูก่ารวิเคราะห์ เพ่ือการแก้ปัญหาและพฒันางานในความรับผิดชอบและประสบความส าเร็จด้วยความภาคภมูิใจ สรุปได้วา่ การควบคมุ หมายถึงการปฏิบตัหิน้าท่ีในการบริหาร มีขัน้ตอนคือก าหนด เป้าหมายในการควบคมุ การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน การวดัผลงานและเปรียบเทียบ ผลงานกบัมาตรฐาน และการให้ความดีความชอบ จากการศกึษาเอกสารตา่งๆท่ีเก่ียวข้องผู้วิจยัได้สรุปการบริหารแบบมีสว่นร่วมดงัแสดงใน ตาราง 1 62 62 ตาราง1 ผลการสงัเคราะห์การบริหารแบบมีสว่นร่วม กระบวนการบริหาร กลูิค และเออร์ วิค1937 ฟาโยล 1949 เกรก 1957 AASA 1955 เซียร์ส 1959 แคมเบลล์ 1978 คนูซ์ 1990 กิติมา 2529 สมพงษ์ 2526 อรุณ 2527 สมบรู ณ์ สร้อย ตระกลู การวางแผน         การจดัองค์การ       การจดับคุลากร    การอ านวยการ  การประสานงาน       การรายงาน     งบประมาณ  การบงัคบับญัชา  การควบคมุงาน การเสริมก าลงับ ารุง          การตดัสินใจ   การติดตอ่สื่อสาร  การใช้อิทธิพล  การจดัทรัพยากร  การมอบหมายงานหรือวินิจฉัยสัง่การ   การวางโครงการ  การเป็นผู้น า    การโยกย้ายและเลื่อนขัน้  การพฒันาบคุคล  63 จากตาราง1 ผลการสงัเคราะห์กระบวนการบริหารแบบมีสว่นร่วมจากแนวความคิดของ นกัวิชาการหลายทา่น ผู้วิจยัได้สงัเคราะห์กระบวนการบริหารแบบมีสว่นร่วมท่ีผู้บริหารใช้ใน การบริหารโรงเรียนเพ่ือให้นกัเรียนมีวิถีชีวิตประชาธิปไตย ประกอบด้วย การวางแผน การสัง่การ และการควบคมุ องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน หลักสูตรสถานศึกษาที่ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 กบัการสง่เสริม ประชาธิปไตย มุง่พฒันาผู้ เรียนทกุคนให้เป็นมนษุย์ท่ีมีความสมดลุทัง้ด้านร่างกาย ความรู้ คณุธรรม มีจิตส านกึในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกยดึมัน่ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุมีความรู้และทกัษะพืน้ฐานรวมทัง้ เจตคตท่ีิจ าเป็นตอ่การศกึษา ตอ่การประกอบอาชีพและการศกึษาตลอดชีวิต โดยมุง่เน้นผู้ เรียนเป็นส าคญับนพืน้ฐานความเช่ือวา่ ทกุคนสามารถเรียนรู้และพฒันาตนเองได้เตม็ตามศกัยภาพโดยมีจดุมุง่หมายของหลกัสตูรมุง่พฒันา ผู้ เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสขุมีศกัยภาพในการศกึษาตอ่และประกอบอาชีพ จุดหมาย เพ่ือให้เกิดกบัผู้ เรียนเม่ือจบการศกึษาขัน้พืน้ฐานดงันี ้ 1. มีคณุธรรมจริยธรรมและคา่นิยมท่ีพงึประสงค์เห็นคณุคา่ของตนเองมีวินยัและ ปฏิบตัิตนตามหลกัธรรมของพระพทุธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบัถือ ยดึหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 2. มีความรู้ความสามารถในการส่ือสารการคิดการแก้ปัญหาการใช้เทคโนโลยี และมีทกัษะชีวิต 3. มีสขุภาพกายและสขุภาพจิตท่ีดีมีสขุนิสยัและรักการออกก าลงักาย 4. มีความรักชาตมีิจิตส านกึในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลกยดึมัน่ในวิถีชีวิต และ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ 5. มีจิตส านกึในการอนรัุกษ์วฒันธรรมและภมูิปัญญาไทย การอนรัุกษ์และพฒันา สิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะท่ีมุง่ท าประโยชน์และสร้างสิ่งท่ีดีงามในสงัคมและอยู่ร่วมกนัในสงัคม อยา่งมีความสขุ 64 ในหลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 มีเนือ้หาเก่ียวกบั ประชาธิปไตยปรากฏไว้ในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนา และวฒันธรรม ซึ่งหลกัสตูร ได้ก าหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนา และวฒันธรรมไว้ใน ชัน้ประถมศกึษาจ านวน 80 ชัว่โมงตอ่ปี และเพิ่มในสว่นของวิชาประวตัิศาสตร์อีก 40 ชัว่โมง ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน(2551) การจดัการเรียนรู้กลุม่ สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนา และวฒันธรรม ได้ก าหนดสาระ ตา่งๆไว้ 5 สาระ สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม สาระท่ี 2 หน้าท่ีพลเมือง วฒันธรรม และการด าเนินชีวิตในสงัคม สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร์ สาระท่ี 4 ประวตัิศาสตร์ สาระท่ี 5 ภมูิศาสตร์ สาระท่ีเก่ียวกบัเร่ืองประชาธิปไตยท่ีนกัเรียนจะได้ท ากิจกรรมตามหลกัสตูร แกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 คือ สาระท่ี 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวตัิ ความส าคญั ศาสดา หลกัธรรมของ พระพทุธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนบัถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาท่ีถกูต้อง ยึดมัน่ และปฏิบตัิตาม หลกัธรรม เพื่ออยูร่่วมกนัอย่างสนัตสิขุ ปรากฏในตวัชีว้ดัชัน้ปี มธัยมศกึษาปีท่ี 4-6 คือ วิเคราะห์ ลกัษณะประชาธิปไตยในพระพทุธศาสนาหรือแนวคิดของศาสนาท่ีตนนบัถือตามท่ีก าหนด มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบตัิตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมืองดี มีคา่นิยม ท่ีดีงาม และธ ารงรักษาประเพณีและวฒันธรรมไทย ด ารงชีวิตอยูร่่วมกนัในสงัคมไทย และสงัคม โลกอยา่งสนัตสิขุปรากฏในตวัชีว้ดั 1. ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 4 ปฏิบตัตินเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในฐานะ สมาชิกท่ีดีของชมุชน 2. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี 2 เห็นคณุคา่ในการปฏิบตัตินตาม สถานภาพ บทบาทสิทธิ เสรีภาพ หน้าท่ีในฐานะพลเมืองดี ตามวิถีประชาธิปไตย มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงัคมปัจจบุนั ยดึมัน่ ศรัทธา และธ ารงรักษาไว้ซึง่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมขุ 65 1. ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 1 มีสว่นร่วมในการตดัสินใจและท ากิจกรรมในครอบครัว และโรงเรียนตามกระบวนการประชาธิปไตย 2. ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 3 ระบบุทบาทและหน้าท่ีของสมาชิก ชมุชนในการมี สว่นร่วม กิจกรรมตา่งๆ ตามกระบวนการประชาธิปไตย 3. ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 4 อธิบายอ านาจอธิปไตยและความส าคญัของระบอบ ประชาธิปไตย อธิบายบทบาทหน้าท่ีของพลเมืองในกระบวนการเลือกตัง้ และอธิบายความส าคญั ของสถาบนัพระมหา กษัตริย์ตามระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ 4. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี 2 เห็นคณุคา่ในการปฏิบตัตินตาม สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าท่ีในฐานะพลเมืองดี ตามวิถีประชาธิปไตย 5. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี 3 วิเคราะห์เปรียบเทียบระบอบ การปกครองของไทยกบั ประเทศอ่ืนๆ ท่ีมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และวิเคราะห์ประเดน็ ปัญหาท่ีเป็นอปุสรรคตอ่ การพฒันาประชาธิปไตยของประเทศไทยและเสนอแนวทางแก้ไข 6. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี4-6 วิเคราะห์ความส าคญัและความจ าเป็นท่ีต้องธ ารง รักษาไว้ซึง่การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเป็นมาของชาตไิทย วฒันธรรม ภมูิปัญญาไทย มีความรัก ความภมูิใจและธ ารงความเป็นไทย ปรากฏในตวัชีว้ดั 1. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี 3วิเคราะห์บทบาทของไทยในสมยัประชาธิปไตย คุณภาพของผู้เรียน ตามหลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 ก าหนดคณุภาพ ของผู้ เรียนเม่ือจบการศกึษาแตล่ะระดบัชัน้ ดงันี ้ 1. ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 3 คือ ปฏิบตัิตนตามกฎ ระเบียบข้อตกลง ค าแนะน า และขัน้ตอนตา่งๆ และให้ความร่วมมือกบัผู้ อ่ืนด้วยความเตม็ใจจนงานประสบความส าเร็จ และ ปฏิบตัิตามสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้ อ่ืนในการเลน่เป็นกลุม่ 2. ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 6 คือ มีความรู้เร่ืองภมูิปัญญาไทย ความภมูิใจใน ความเป็นไทย ประวตัิศาสตร์ของชาตไิทยยดึมัน่ในวิถีชีวิต และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ปฏิบตัิตามกฎ กติกา สิทธิ และหน้าท่ีของตนเอง จนงาน ส าเร็จลลุว่ง 66 3. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี 3 ปฏิบตัิตามกฎ กตกิา หน้าท่ีความรับผิดชอบ เคารพสิทธิ ของตนเองและผู้ อ่ืน ให้ความร่วมมือในการแขง่ขนักีฬาและการท างานเป็นทีมอยา่งเป็นระบบ ด้วยความมุง่มัน่และมีน า้ใจนกักีฬา จนประสบความส าเร็จตามเป้าหมายด้วยความช่ืนชม และ สนกุสนาน 4. ชัน้มธัยมศกึษาปีท่ี 6 แสดงความรับผิดชอบ ให้ความร่วมมือและปฏิบตัิ ตามกฎ กตกิา สิทธิ หลกัความปลอดภยัในการเข้าร่วมกิจกรรมทางกาย และเลน่กีฬาจน ประสบความส าเร็จตามเป้าหมายของตนเองและทีม ใช้กระบวนการทางประชาสงัคม สร้างเสริมให้ ชมุชนเข้มแข็งปลอดภยั และมีวิถีชีวิตท่ีดี กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมซึง่ก าหนดไว้ใน หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 โรงเรียนได้จดัท าโครงสร้างรายวิชา พืน้ฐานกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม เพ่ือเป็นแนวทางท่ีใช้ประกอบการ จดัการเรียนรู้ในระดบัชัน้ประถมศกึษา ดงันี ้ 67 ตาราง 2 โครงสร้างรายวิชาพืน้ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 1 รหัสวิชา ส 11101 เวลา 80 ช่ัวโมง /ปี ล าดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีว้ัด สาระส าคัญ เวลา (ชั่วโมง) น า้หนัก คะแนน 1 คนดีท่ีเรารู้จกั ส 2.1 ส 2.2 ป.1/1 ป.1/2 ส 2.2ป.1/1 ป. 1/2 ป.1/3 -ครอบครัวของฉนั -โรงเรียนของฉนั 20 30 2 การท างานและ การใช้จา่ย ส 3.1 ป.1/1 ,ป.1/2 -ใช้จา่ยประหยดั -สร้างงาน สร้างอาชีพ 20 25 3 สิ่งแวดล้อม รอบตวั ส 5.1 ป.1/1 ส 5.2 ป.1/1 ป. 1/2 -เรียนรู้สิ่งแวดล้อม -มนษุย์กบัสิ่งแวดล้อมและ การเปล่ียนแปลง 20 25 4 ศาสนาสอนใจ ให้เราเป็นคนดี ส 1.1 ป.1/1 ป.1/2 -ศาสนาของเรา -หลกัธรรมของศาสนา -ศาสนิกชนท่ีดี 20 20 รวม 80 100 68 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 2 รหัสวิชา ส 12101 เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี ล าดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชีว้ัด สาระส าคัญ เวลา (ชั่วโมง) น า้หนัก คะแนน 1 บ้านของฉนั ส 2.1 ป.2/1 , ป.2/2, ป.2/3 ป.2/4 ส 2.2 ป.2/1 1.ข้อตกลง กฎ กตกิา ระเบียบ หน้าท่ีท่ีต้องปฏิบตัใินครอบครัว 2.กิริยามารยาทไทยเก่ียวกบั ความเคารพ การยืน การเดนิ การ นัง่ การพดูทกัทาย การแตง่กาย 3.การยอมรับความแตกตา่งของ คนในสงัคม 4.สิทธิและเสรีภาพของตนเอง และผู้ อ่ืน 5.ความสมัพนัธ์ของตนเองและ สมาชิกในครอบครัว 12 15 2 โรงเรียน ของเรา ส2.1 ป.2/1 ส2.2 ป.2/1 , ป.2/2 1.ข้อตกลง กฎ กตกิา ระเบียบ หน้าท่ีท่ีต้องปฏิบตัใินโรงเรียน 2.ผู้บทบาท อ านาจ ในการ ตดัสินใจในโรงเรียน 3.การเปล่ียนแปลงภาวะ ประชากรในโรงเรียน 4. สิทธิและเสรีภาพของตนเอง และผู้ อ่ืน 12 15 3 ชมุชนของเรา ส 2.1 ป2/1 , ป.2/2 ,ป.2/3 ส 2.2 ป2/1, ป.2/2 ส 4.3 ป 2/2 ป2/1 ส 3.2 ป 2/1 ป2/2 1.ข้อตกลง กฎ กตกิา ระเบียบ หน้าท่ีท่ีต้องปฏิบตัใินชมุชน 2.บคุคลท่ีเก่ียวข้องกบั การบริหารงานในชมุชน 3.ความสมัพนัธ์ของตนเองและ สมาชิกในชมุชน 12 15 69 ล าดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 4 เราชว่ยกนั ท างาน ส 3.1 ป.2/1 ป.2/2 ป.2/3 ป.2/4 ส 3.2ป.2/1 ป.2/2 ส 3.1 ป.2/1 1.ทรัพยากรการผลิต 2.รายรับ-รายจา่ยของครอบครัว 3.การออมเงิน 4..การผลิตและการบริโภค 15 20 5 เราเป็นคนดี ส1.1 ป.2/1 , ป.2/2 ,ป2/3 ป.2/4 ป.2/5 ป.2/6 ป.2/7 ส1.2 ป.2/1 ป.2/2 1.พระพทุธศาสนาเป็นเอกลกัษณ์ ของชาตไิทย 2.สรุปพทุธประวตั ิประสตูจินถึง การออกผนวช 3.พทุธสาวก พทุธสาวิกา 4.ชาดก 5.หลกัธรรมพืน้ฐานของศาสนา ศาสนาในประเทศไทย 6.การท าความดีและคณุคา่ของ การท าความดี 7.ศาสนาในประเทศไทย 8.การฝึกมรรยาทชาวพทุธ 9.การเข้าร่วมกิจกรรมและ พิธีกรรมท่ีเก่ียวเน่ืองกบัวนัส าคญั ทางพระพทุธศาสนา 15 20 6 เรารัก สิ่งแวดล้อม ส 5.2 ป 2/1 ป2/2 ป2/3ป2/4 1.สิ่งแวดล้อมทางสงัคม 2.ต าแหนง่อยา่งง่ายและลกัษณะ ทางกายภาพของสิ่งตา่งท่ีปรากฏ ในลกูโลก แผนท่ี แผนผงั และ ภาพถ่าย 3.การอธิบายความสมัพนัธ์ของ ปรากฏการณ์ระหวา่งโลก ดวง อาทิตย์และดวงจนัทร์ 14 15 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 2 รหัสวิชา ส 12101 เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี 70 ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้/ ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 4.คณุคา่ของสิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาตแิละสิ่งแวดล้อมทาง สงัคม 5.ความหมายของทรัพยาการ ธรรมชาติ 6.ประเภทของ ทรัพยากรธรรมชาติ 7.ความสมัพนัธ์ของฤดกูาลกบั การด าเนินชีวิตของมนษุย์ 8.การเปล่ียนของสิ่งแวดล้อม 9.การรักษาและฟืน้ฟู สิ่งแวดล้อมอิทธิพลของ สิ่งแวดล้อมทางสงัคมตอ่การ ด าเนินชีวิต 3.การอนรัุกษ์สิ่งแวดล้อมทาง สงัคม รวม 80 100 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 2 รหัสวิชา ส 12101 เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี 71 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 3 รหัสวิชา ส 13101 เวลา 80 ช่ัวโมง / ปี ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 1 แบบอยา่ง แหง่ความดี ส 1.1 ป.3/1 ป.3/2 ส 1.2 ป.3/1 ป.3/2 1.เคร่ืองยึดเหน่ียวจิตใจ -ความส าคญัของ พระพทุธศาสนา - ประวตัศิาสดาและสาวกของ ศาสนาตา่งๆ 2.เด็กดีชีวีมีสขุ -หลกัธรรมท่ีเป็นพืน้ฐานในการ ด าเนินชีวิต - หลกัธรรมในการพฒันาตนเอง 20 25 2 เราเป็นคน ไทย ส 2.1 ป.3/1 ป.3/2ป.3 /3 ส 2.2 ป.3/1 ป.3/2 1.หน้าท่ีของเรา - การปฏิบตัิตามหน้าท่ีในฐานะ สมาชิกของครอบครัว โรงเรียน ชมุชน -การปฏิบตัิตนตามกฎระเบียบ ในการอยูร่่วมกนั -กฎหมายรัฐธรรมนญู 2. ชมุชนของเรา - ความเป็นคนไทยในชมุชน -วฒันธรรม ประเพณี และ ภมูิปัญญา -การบริหารงานในชมุชน 20 25 3 รับ - จา่ย ต้องเรียนรู้ ส 3.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ส 3.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 1.รายรับรายจา่ยของครอบครัว ชมุชน -อาชีพของครอบครัว ชมุชน -การซือ้ขายแลกเปล่ียนและบริการ 20 25 72 ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 2.เศรษฐศาสตร์เบือ้งต้น -ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ -วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง 4 สิ่งแวดล้อม ของชมุชน ส 5.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 ส 5.2 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3 1.ชมุชนของฉนั -ท่ีตัง้และลกัษณะทางกายภาพของ ชมุชน -ความสมัพนัธ์ระหวา่งลกัษณะทาง กายภาพและวฒันธรรมชมุชน -แผนท่ี แผนผงั 2.สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ -ประเภทของสิ่งแวดล้อม -ทรัพยากรธรรมชาติ 20 25 รวม 80 100 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 3 รหัสวิชา ส 13101 เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี 73 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 4 รหัสวิชา ส 14101 เวลา 80 ช่ัวโมง /ปี ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 1 ศาสนากบัชีวิต ส 1.1 ป.4/1 ป.4 /2ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5 ป.4/6 ป.4/7 ป.4/8 ส 1.2 ป.4/1 ป.4/3 1.ศาสนาและหลกัธรรม 2.การปฏิบตัตินของศาสนิกชนท่ีดี 20 25 2 หน้าท่ีพลเมือง วฒันธรรมและ การด าเนิน ชีวิตในสงัคม ส 2.1 ป.4/ 1-5 1.พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 2.กระบวนการทางประชาธิปไตย 3 .เรียนรู้สิทธิเด็ก 4.ความแตกตา่งทางวฒันธรรม 5.การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย 20 25 3. เศรษฐศาสตร์ เบือ้งต้น ส 3.1 ป.4/1 – 3 ส 3.2 ป.4/1-2 1.การบริโภคสินค้าและบริการ 2.เศรษฐกิจพอเพียง 3.เศรษฐกิจในชมุชน 4.เงินและหน้าท่ีของเงิน 20 25 4. ภมูิศาสตร์ไทย ส 5.1ป.4/1- 3 ส 5.2 ป.4/1-3 1. ลกัษณะทางกายภาพและ แหลง่ทรัพยากร 2.สิ่งแวดล้อมในจงัหวดั 20 25 รวม 80 100 74 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ส 15101 เวลา 80 ช่ัวโมง / ปี ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 1. ศาสนาใน ประเทศไทย ส 1.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/5 ป.5/7 ส 1.2 ป.5/2 1.การศกึษาประวตัิศาสนา ศาสดา ของศาสนาตา่งๆ จะท าให้ศาสนิกชน เข้าใจเร่ืองราวพืน้ฐานของศาสนาท่ี ตนนบัถือได้อย่างถกูต้องและท าให้ เกิดความศรัทธา 2. หลกัธรรมค าสอนของทกุศาสนา ตา่งมุง่สอนให้ศาสนิกชนของตน ทกุ คนเป็นคนดี ท าความดี ละเว้นความ ชัว่ ช าระจิตใจให้บริสทุธ์ิ เพ่ือการอยู่ ร่วมกนัอยา่งสนัตสิุขซึง่ถือเป็นการ พฒันาตนเองและสิ่งแวดล้อม 3.ศาสนพิธีหรือพิธีกรรมทางศาสนา มีจดุมุง่หมายเพ่ือให้ศาสนิกชนยดึถือ ปฏิบตัิ เพ่ือให้เกิดศรัทธาในศาสนา 20 25 2 หน้าท่ี พลเมือง วฒันธรรม และการ ด าเนินชีวิต ในสงัคม ส 2.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ป.5/4 ส 2.2 ป.5/1.3 * พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย 1.การอยู่ร่วมกนัในสงัคมควรยดึ หลกัการปฏิบตัิตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าท่ีของ ตนเองและผู้ อ่ืน ย่อมท าให้อยูร่่วมกนั ได้อยา่งมีความสขุ *สิทธิเดก็ 2.เด็กทกุคนท่ีเกิดมายอ่มได้รับสิทธิ พืน้ฐาน 4 ประการ ตามหลกัสิทธิ มนษุยชน และควรได้รับความปกป้อง คุ้มครองตามหลกัสิทธิของตน *วฒันธรรมและภมูิปัญญาท้องถ่ิน 20 25 75 ล าดับ ที่ ชื่อหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 3 วฒันธรรมเป็นสิ่งท่ีมีคณุคา่ และ มีผลตอ่การด าเนินชีวิตในสงัคมไทย จงึควรร่วมกนัอนรัุกษ์และเผยแพร่ *การปกครองสว่นท้องถ่ิน 4.การเรียนรู้เก่ียวกบัการปกครองสว่น ท้องถ่ินจะท าให้เราเข้าใจระบบการ ปกครอง สามารถด ารงชีวิตอยูใ่น สงัคมได้อย่างถกูต้องเหมาะสม 3 เศรษฐศาสตร์ ในวิตประจ า วนั ส 3.1 ป.5/1 ส 3.2 ป.6/1-3 ปัจจยัการผลิต 1.การเรียนรู้เก่ียวกบัปัจจยัการผลิต เทคโนโลยีการผลิตสินค้าและบริการ พฤตกิรรมของผู้บริโภค และสินค้า และบริการในชมุชน ท าให้เรา สามารถน ามาประยกุต์ใช้ในการ ด าเนินชีวิตได้อยา่งเหมาะสม *เศรษฐกิจพอเพียง 2.เศรษฐกิจพอเพียงถือเป็นแนวคิดท่ี เน้นการพึง่ตนเองด้วยการน า ทรัพยากรท่ีมีอยู่อยา่งจ ากดัมาใช้ให้ เกิดประโยชน์สงูสดุในการด าเนินชีวิต 2.สหกรณ์เป็นองค์กรธุรกิจรูปแบบ หนึง่ท่ีจดัตัง้ขึน้ เพ่ือให้ความ ชว่ยเหลือแก่สมาชิก โดยไมไ่ด้ แสวงหาก าไรทางเศรษฐกิจ *ธนาคารและการกู้ ยืม 3. ธนาคารเป็นหน่วยงานท่ีมีบทบาท ในการรวบรวมเงินจากผู้ออม 20 25 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ส 15101 เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี 76 ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน เพ่ือน าไปให้ประชาชนหรือหนว่ย ธุรกิจตา่ง ๆกู้ ยืม ท าให้เศรษฐกิจเจริญเตบิโตขึน้ การกู้ ยืมต้องมีดอกเบีย้ซึง่มีทัง้ผลดี และผลเสีย 4 ภมูิศาสตร์ ไทย ส 5.1 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 ส 5.2 ป.5/1 ป.5/2 ป.5/3 *ต าแหนง่ ระยะทิศทางของภูมิภาค ของตนเอง 1.การศกึษาต าแหนง่ ระยะ ทิศทาง และลกัษณะภมูิลกัษณ์ของภมูิภาค ตา่งๆ ท าให้เกิดความรู้และความ เข้าใจ 2.ลกัษณะทางกายภาพมี ความสมัพนัธ์กบัลกัษณะทางสงัคม และมีอิทธิพลตอ่การตัง้ถ่ินฐาน และ การย้ายถ่ินของประชากร *อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาตท่ีิก่อให้เกิดวิถีชีวิตและการ สร้างสรรค์วฒันธรรมในภมูิภาค 3.สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติมีอิทธิพล ตอ่วิถีชีวิต และการสร้างสรรค์ วฒันธรรม เราควรอนรัุกษ์ สภาพแวดล้อม ไมท่ าลาย 20 25 รวมทัง้หมด 80 100 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ส 15101 เวลา 80 ช่ัวโมง/ปี 77 ตาราง 2 โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษา (ต่อ) ชัน้ประถมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ส 16101 เวลา 80 ช่ัวโมง / ปี ล าดับ ที่ ช่ือหน่วย การเรียนรู้ มาตรฐาน การเรียนรู้ / ตัวชีวั้ด สาระส าคัญ เวลา (ช่ัวโมง) น า้หนัก คะแนน 1 ศาสนากบัการ ด ารงชีวิต ส 1.1 ป.6/1-3 ส1.2 ป.6/1-3 1.ศาสนาตา่งๆ 2.หลกัธรรมน าความสขุ 3.ศาสนพิธีนา่รู้ 20 25 2 พลเมืองดีตาม วิถี ประชาธิปไตย ส 2.1 ป.6/1-3 ส 2.2 ป.6/1 -2 1. พลเมืองดี นา่ช่ืนชม 2.วฒันธรรมกบัการด ารงชีวิต 3.การเมืองเร่ืองใกล้ตวั 20 25 3. เร่ืองนา่รู้ เก่ียวกบั เศรษฐศาสตร์ ส 3.1 ป.6/1-4 ส 3.2 ป.6/1-5 1.เศรษฐศาสตร์เบือ้งต้น 2.ระบบเศรษฐกิจ 3.ระบบสินเช่ือ สถาบนัการเงิน และรายได้ของรัฐ 4.เศรษฐกิจพอเพียงและการ สหกรณ์ 20 25 4 มนษุย์กบั สิ่งแวดล้อม ส 5.1 ป.6/1-2 ส 5.2 ป.6/1-4 1. เคร่ืองมือทางภมูิศาสตร์ 2.โลกและปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติ 3.สิ่งแวดล้อมรอบตวั 20 25 รวม 80 100 แนวทางการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ส านกังานคณะกรรมการการเลือกตัง้และกระทรวงศกึษาธิการ(2551) ได้จดัท าคูมื่อ การจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตยกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษาศาสนาและวฒันธรรม ให้ผู้ เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณุคา่ของประชาธิปไตยอยา่งแท้จริง โดยเน้นการสร้างความเข้าใจ เจตคต ิคา่นิยม และสร้างจิตส านกึ รวมทัง้การเสริมสร้างบคุลิกภาพ และวฒันธรรมแบบ ประชาธิปไตยในชีวิตจริงให้ผู้ เรียนมีพฤตกิรรมของความเป็นพลเมืองดีในวิถีประชาธิปไตยขึน้ใน โรงเรียน ทางโรงเรียนจงึน ามาจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเตมิในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคม ศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม 78 แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย ชัน้ประถมศึกษาปีท่ี 1-3 หนว่ยท่ี 1 วิถีประชาธิปไตยในครอบครัว กิจกรรมท่ี 1 การยอมรับความแตกตา่งของบคุคล กิจกรรมท่ี 2 ยอมรับในอาวโุส ปฏิบตัิตามบรรทดัฐานและวฒันธรรมในครอบครัว กิจกรรมท่ี 3 สิทธิและหน้าท่ี กิจกรรมท่ี 4 การมีสว่นร่วมในฐานะสมาชิกในครอบครัว กิจกรรมท่ี 5 การปกครองในครอบครัว หนว่ยท่ี 2 วิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมท่ี 1 วินยัเพ่ือประโยชน์ตอ่ตนเองและสว่นรวม กิจกรรมท่ี 2 การอยูร่่วมกนัในห้องเรียน กิจกรรมท่ี 3 ร่วมด้วยชว่ยกนั กิจกรรมท่ี 4 การมีสว่นร่วมบริหารจดัการในห้องเรียนตามกระบวนการประชาธิปไตย กิจกรรมท่ี 5 การปกครองในโรงเรียน หนว่ยท่ี 3 วิถีประชาธิปไตยในชมุชน กิจกรรมท่ี 1 ใสใ่จใฝ่รู้ กิจกรรมท่ี 2 จิตสาธารณะ กิจกรรมท่ี 3 พลเมืองดีในชมุชน กิจกรรมท่ี 4 ชมุชนประชาธิปไตย แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตยชัน้ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 หนว่ยท่ี 1 พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย กิจกรรมท่ี 1 พฒันาบคุลิกภาพประชาธิปไตย กิจกรรมท่ี 2 คณุลกัษณะของพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย กิจกรรมท่ี 3 ปฏิบตัิตนตามกฎกตกิาข้อบญัญัตแิละกฎหมาย กิจกรรมท่ี 4 การมีสว่นร่วมในกิจกรรมของท้องถ่ินและประเทศ หนว่ยท่ี 2 สิทธิเสรีภาพหน้าท่ีและความเสมอภาค กิจกรรมท่ี 1 ความส าคญัของการปฏิบตัตินตามสิทธิเสรีภาพและหน้าท่ี กิจกรรมท่ี 2 การปฏิบตัิตนถกูต้องตามสิทธิและหน้าท่ี กิจกรรมท่ี 3 การปฏิบตัิตนในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของตนเองและผู้ อ่ืน 79 หนว่ยท่ี 3 วฒันธรรมประเพณีในท้องถ่ิน กิจกรรมท่ี 1 วิถีชีวิตประชาธิปไตยในวฒันธรรมประเพณีไทย กิจกรรมท่ี 2 การยอมรับความแตกตา่งทางวฒันธรรมและประเพณี กิจกรรมท่ี 3 ร่วมกิจกรรมประเพณีท้องถ่ิน หนว่ยท่ี 4 สิทธิเดก็ กิจกรรมท่ี 1 เกียรติบตัรความดี กิจกรรมท่ี 2 โลกสวยด้วยมือเรา กิจกรรมท่ี 3 การปกป้องคุ้มครองตนเองและผู้ อ่ืนจากการละเมิดสิทธิเดก็ หนว่ยท่ี 5 การเมืองการปกครอง กิจกรรมท่ี 1 ผู้น าทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย กิจกรรมท่ี 2 การเมืองในระบอบประชาธิปไตย กิจกรรมท่ี 3 การมีสว่นร่วมทางการเมืองของประชาชน หนว่ยท่ี 6 รัฐธรรมนญู กิจกรรมท่ี 1 อ านาจอธิปไตย กิจกรรมท่ี 2 รัฐธรรมนญูแหง่ราชอาณาจกัรไทย กลา่วสรุปได้วา่ หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย เป็นแนวทาง ท่ีใช้ประกอบการจดักิจกรรมการเรียนการสอนในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนาและ วฒันธรรม ท่ีจะสง่ผลให้ผู้ เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณุคา่ของประชาธิปไตยและมีพฤตกิรรม ของความเป็นพลเมืองดีในวิถีประชาธิปไตย การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน กระทรวงศกึษาธิการ (2540) ได้เสนอแนวทางการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีชีวิต ประชาธิปไตยในสถานศกึษาไว้วา่การสร้างคณุลกัษณะวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยในสถานศกึษา ต้องค านงึถึงอดุมการณ์ประชาธิปไตยโดยยดึหลกั 3 ประการคือสนัตภิาพสนัตสิขุและเสรีภาพโดย กระท าให้พร้อมกนัไปในจดุตา่งๆดงันี ้ 1. การจดัองค์กรการบริหารให้เป็นประชาธิปไตยองค์กรท่ีมีลกัษณะเป็น ประชาธิปไตยควรเป็นไปดงันี ้ 80 1.1 ผู้บริหาร ผู้บริหารมีฐานะเป็นผู้ก าหนดนโยบายมีอ านาจสัง่การควบคมุดแูล ให้การด าเนินงานของสถานศกึษาเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยสามารถให้ความเสมอภาคและ ความเป็นธรรมแก่บคุลากรของสถานศกึษาได้ในฐานะผู้บริหารดงักลา่วผู้บริหารจงึมีบทบาท เป็นผู้จดัการให้งานด าเนินไปสูเ่ป้าหมายและเป็นผู้ ร่วมงานท่ีจะประสานความร่วมมือระหวา่ง หนว่ยงานภายในและหนว่ยงานท่ีเก่ียวข้องภายนอกตลอดจนร่วมแก้ไขข้อผิดพลาดบกพร่องตา่งๆ ด้วยครูอาจารย์และบคุลากรอ่ืนในสถานศกึษาตา่งมีฐานะเป็นหวัหน้างานท าหน้าท่ีผู้บริหารระดบั หนึง่และเป็นผู้ ร่วมงานท่ีต้องประสานความร่วมมือกนัด้วยบคุลากรทกุคนต้องมีสว่นร่วมใน การก าหนดนโยบายการบริหารสถานศกึษาไมว่างเฉยตอ่ความรู้สกึนกึคดิของผู้ อ่ืนให้ความส าคญั แก่ผู้ อ่ืนตามโอกาสอนัสมควรเป็นต้น 1.2 การบริหารสถานศกึษา การจดัหนว่ยงานหรือองค์กรในสถานศกึษา ควรจะเป็นไปตามนโยบายและแบบแผนท่ีกระทรวงศกึษาธิการก าหนดแตใ่ห้ปรับเปล่ียนได้ตาม ความเหมาะสมของแตล่ะสถานศกึษาโดยลกัษณะการจดังานท่ีเป็นประชาธิปไตยดงันี ้ 1.2.1 บคุลากรมีโอกาสร่วมก าหนดรายละเอียดลกัษณะงานและขอบเขต หน้าท่ีความรับผิดชอบด้วย 1.2.2 กระจายความรับผิดชอบไปตามสายงานตา่งๆโดยให้แตล่ะงานมี คณะกรรมการรับผิดชอบร่วมกนั 1.2.3 มีการมอบหมายงานโดยให้โอกาสบคุลากรได้ท างานตามความรู้ ความสามารถและความถนดั 1.2.4 คณะกรรมท่ีรับผิดชอบแตล่ะงานมีสว่นร่วมในการประชมุเสนอ ความเห็นวิเคราะห์ข้อมลูหาข้อยตุเิพ่ือน าไปปฏิบตัิ 1.2.5 มีการประชาสมัพนัธ์ชีแ้จงงานให้บคุลากรเข้าใจตรงกนั 1.2.6 จดัระบบการบริหารงานให้มีการควบคมุนิเทศติดตามและประเมินผล งานสถานศกึษา 1.2.7 มีกรรมการท่ีปรึกษาหารือหรือกรรมการบริหารสถานศกึษาชว่ยเหลือ ผู้บริหารในการแก้ปัญหาหรือการพฒันา 1.2.8 มีความสมัพนัธ์ร่วมมือกนัอย่างใกล้ชิดระหวา่งสถานศกึษากบัชมุชน เพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยเช่นการจดักิจกรรมตา่งๆเป็นต้น 81 2. การจดัการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยหลกัสตูรทกุหลกัสตูรใน สถานศกึษาสงักดักระทรวงศกึษาธิการต้องมีจดุหมายเนือ้หาและกระบวนการท่ีสร้างเสริม คณุลกัษณะประชาธิปไตยการจดัหลกัสตูรเนือ้หาวิชาเปิดโอกาสให้ครูอาจารย์ผู้สอนปลกูฝัง อดุมการณ์ประชาธิปไตยได้ตามความเหมาะสมกระบวนการเรียนการสอนท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย นัน้ครูอาจารย์ผู้สอนทกุรายวิชาจะต้องมีพฤติกรรมการแสดงออกท่ีเป็นแบบอยา่งของผู้ มีหวัใจเป็น นกัประชาธิปไตยแก่ศิษย์และผู้ อ่ืนได้ควรยึดหลกัและวิธีการสอนท่ีเป็นประชาธิปไตยทัง้รายวิชาท่ีมี เนือ้หาประชาธิปไตยโดยตรงและวิชาอ่ืนๆโดยเน้นพฤตกิรรมของนกัศกึษาให้มีกิจกรรมในชัน้เรียน ตามหลกัประชาธิปไตยคือเสรีภาพสนัตสิขุและสนัตภิาพเป็นการปลกูฝังคณุธรรมในด้านความมี วินยัการเคารพสิทธิของบคุคลความรับผิดชอบและความสามคัคีดงันี ้ 2.1 เคารพกฎระเบียบข้อบงัคบัให้ยืดหยุน่ได้ตามสถานการณ์ 2.2 ให้โอกาสนกัศกึษาแสดงความคดิเห็นประเมินผลงานของตนเองของกลุม่ และของครูผู้สอนได้ด้วย 2.3 ให้มีการตดัสินใจโดยยดึเสียงข้างมากและเคารพเสียงข้างน้อยโดยยดึหลกั เหตผุล 2.4 สนบัสนนุให้ให้นกัศกึษาได้ท างานกลุม่ตามบทบาทอยา่งเสมอภาคและ ด้วยความเป็นมิตร ครูอาจารย์ท่ีปรึกษามีสว่นส าคญัในการเสริมสร้างสนบัสนนุและกระตุ้นให้ นกัเรียนนกัศกึษาประพฤติปฏิบตัตินให้เป็นสมาชิกท่ีดีของสงัคมและเป็นพลเมืองท่ีดีของชาตโิดย เสียสละอทุิศก าลงักายก าลงัใจก าลงัสตปัิญญาหรือก าลงัทรัพย์สร้างสรรค์สงัคมรวมทัง้การให้ ความร่วมมือการแลกเปล่ียนความคดิเห็นท่ีเป็นประโยชน์ตอ่สงัคมปฏิบตัติามกฎ ระเบียบและ กตกิาท่ีก าหนดไว้มีความจงรักภกัดีตอ่สถาบนัชาติศาสนาพระมหากษัตริย์เห็นแก่ประโยชน์ของ สว่นรวมมากกวา่สว่นตนควรมีคณุลกัษณะคือ 1) มนษุย์สมัพนัธ์ท่ีดี 2) มีความรับผิดชอบดี 3) มีเหตผุลดี 4) รู้จกัเสริมและให้ก าลงัใจแก่ผู้ อ่ืน 5) มีความเห็นอกเห็นใจผู้ อ่ืน6) มีความเตม็ใจ ชว่ยเหลือผู้ อ่ืน 7) มีความสามารถในการปรับตวัให้เข้ากบัสงัคมได้ 8) ไวตอ่การรับรู้เข้าใจสิ่งตา่งๆ ได้โดยง่าย 3. การจดักิจกรรมเพื่อสง่เสริมประชาธิปไตยการเรียนการสอนในสถานศกึษา สงักดักระทรวงศกึษาธิการท่ีจะให้ผลจริงได้นัน้จ าเป็นต้องมีการฝึกทกัษะให้เช่ียวชาญแม้จะเป็น การเรียนในวิชาพืน้ฐานท่ีจะให้ผลสมัฤทธ์ิจริงจงัต้องมีการปลกูฝังให้เป็นนิสยัโดยการปฏิบตัซิึง่การ จดักิจกรรมเพื่อสง่เสริมประชาธิปไตยในสถานศกึษาควรด าเนินการดงันี ้ 82 3.1 การจดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการเพ่ือปลกูฝังเยาวชน ของชาตใิห้มีคณุภาพระเบียบวินยัความจงรักภกัดีตอ่สถาบนัชาตศิาสนาพระมหากษัตริย์และ เล่ือมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ 3.2 การจดักิจกรรมเพื่อรักษาศลิปวฒันธรรมของไทยเพ่ือรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีอนัดีงามของไทยให้คงอยูส่ถาพรสืบไป 3.3 การจดักิจกรรมตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียนนกัศกึษา เพ่ือสง่เสริมความคิดริเร่ิมให้พฒันาตนเองพฒันาชมุชนและประเทศชาติ 3.4 การจดักิจกรรมกีฬาและนนัทนาการเพ่ือสง่เสริมให้นกัเรียนนกัศกึษาเคารพ กฎข้อบงัคบัของการแขง่ขนักีฬาให้รู้จกัแพ้รู้จกัชนะรู้จกัอภยัเคารพสิทธิของตนเองให้ความร่วมมือ กบัผู้ อ่ืนและปลกูฝังความเป็นผู้ มีน า้ใจนกักีฬา 3.5 การจดักิจกรรมสนุทรียะเพ่ือให้เกิดการรับรู้และซาบซึง้ในความงามชว่ยกลอ่ม เกลาจิตใจเพ่ือสร้างความเป็นมนษุย์ท่ีสมบรูณ์ 3.6 การจดักิจกรรมด้านอาสาพฒันาและบ าเพ็ญประโยชน์เพ่ือสง่เสริมให้นกัเรียน นกัศกึษารู้จกัคิดวางแผนจดัท าโครงงานโดยใช้ข้อมลูจากการส ารวจและการวิจยัตามความต้องการ ของประชาชนและชมุชนเป็นหลกั 3.7 จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้นกัเรียนนกัศกึษาจดัตัง้กลุ่มกิจกรรมตามรูปแบบ การจดัตัง้พรรคการเมืองซึง่มีนโยบายวตัถปุระสงค์และแนวทางการด าเนินงานตามหลกั ประชาธิปไตยโดยสถานศกึษาควรก าหนดแนวทางและวิธีการสนบัสนนุตา่งๆไว้ให้ชดัเจน ทิศนา แขมมณี (2530) กลา่ววา่หลกัสตูรประถมศกึษา ได้พยายามให้ แนวทางแก่ครูผู้สอนและโรงเรียนในการจดัการสอนและกิจกรรมตา่งๆ ให้เสริมสร้างวิถีการด าเนิน ชีวิตแบบประชาธิปไตยให้แก่ผู้ เรียนมีกิจกรรมเสนอแนะไว้ให้ครูใช้เป็นแนวทางในการสอนและ การจดักิจกรรมเป็นจ านวนมากและมีกิจกรรมอยูห่ลายกิจกรรมท่ีครูสามารถน ามาใช้เพ่ือเสริมสร้าง และปลกูฝังความเป็นประชาธิปไตยให้แก่นกัเรียนได้เชน่ 1. กิจกรรมท่ีสามารถใช้สอดแทรกในการสอน 1.1 การจดักิจกรรมกลุม่ในการเรียน โดยให้ผู้ เรียนผลดักนัรับผิดชอบหน้าท่ี ตา่งๆ เชน่ ผลดักนัเป็นผู้น า และผู้ตาม 1.2 การจดักลุม่อภิปราย ซกัถาม แสดงความคดิเห็นในเร่ืองตา่งๆ 1.3 การฝึกให้ผู้ เรียนตดัสินใจอยา่งรอบคอบและเป็นกลาง โดยครูตัง้ปัญหา ให้นกัเรียนแสดงความคิดเห็นและตดัสินใจ 83 1.4 การจดักิจกรรมโต้วาที เพ่ือฝึกการรับฟังการใช้เหตผุลและการโต้ตอบ 1.5 การฝึกเขียน และการวิจารณ์ค าโฆษณา ค าชีแ้จง และบทความตา่งๆ 1.6 ฝึกการยอมรับฟัง ค าวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของตน 1.7 การจดัประกวดบทความเก่ียวกบัหน้าท่ีพลเมืองท่ีพงึปฏิบตัิ 1.8 การจดัท าสมดุภาพในเร่ืองตา่งๆ ท่ีสง่เสริมความเป็นประชาธิปไตย เชน่ สมดุภาพเก่ียวกบัสภุาษิต ค าคมตา่งๆ ท่ีเตือนใจ สมดุภาพบคุคลตวัอยา่ง เป็นต้น 1.9 การจดัป้ายนิเทศ โดยให้ผู้ เรียนรับผิดชอบ ในการท างานนีเ้ป็นกลุม่ เพ่ือ เป็นการฝึกการท างานร่วมกนั และเพ่ือสง่เสริมความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ของผู้ เรียน 1.10 การจดัการสมัภาษณ์ผู้ประพฤติดี ให้การยกย่องและให้รางวลัแก่ผู้ท าตน เป็นตวัอย่างท่ีดีแก่ผู้ อ่ืน ฯลฯ 2. กิจกรรมพิเศษ 2.1 การจดัเลน่เกมตา่งๆเพื่อฝึกให้รู้จกัแพ้รู้จกัชนะ 2.2 การมอบหมายให้รับผิดชอบงานโรงเรียนเชน่ท าความสะอาดห้องดแูล สวนดอกไม้เลีย้งสตัว์ดแูลนกัเรียนข้ามถนนเป็นต้น 2.3 การจดัตัง้กิจกรรมการนกัเรียนสภานกัเรียนให้ฝึกการท างานโดยรับฟัง ความคดิเห็นของผู้ อ่ืน 2.4 การจดักลุม่อภิปรายเพ่ือตัง้กฎเกณฑ์และรักษากฎเกณฑ์ตา่งๆ เชน่ การจดัเวรการวางระเบียบปฏิบตัขิองห้องฯลฯ 2.5 การจดัการเลน่ละครเพ่ือแสดงในงานตา่งๆเป็นการฝึกการท างานชว่ยกนั เป็นหมู่ 2.6 การจดักิจกรรมตา่งๆในวนัส าคญัของโรงเรียนโดยให้นกัเรียนมีสว่นร่วม และรับผิดชอบงานเชน่วนัปีใหมว่นักีฬางานประจ าปีของโรงเรียนงานวนัเดก็เป็นต้น 2.7 การจดัให้ผู้ เรียนมีสว่นร่วมในกิจกรรมตา่งๆในโรงเรียน 2.8 การจดักิจกรรมลกูเสืออนกุาชาดกิจกรรมผู้บ าเพ็ญประโยชน์ตา่งๆ เพ่ือฝึกตนเองให้ท างานเพ่ือส่วนรวม 2.9 การจดัคา่ยพกัแรมเพื่อฝึกการท างานร่วมกนั 2.10การสง่เสริมกิจกรรมชมรมชมุชนสมาคมตา่งๆท่ีมีลกัษณะของ การรวมกลุม่ในทางท่ีดีเป็นประโยชน์ เชน่กลุม่อาสาสมคัรพฒันาท้องถ่ิน เป็นต้น ฯลฯ 84 ส าหรับ สมเชษฐ์ ยะกณัฐะ (2554) ได้เสนอวิธีการท่ีใช้ในกิจกรรมการเรียนไว้ดงันี ้ 1. ฝึกกระบวนการกลุม่ ให้นกัเรียนท างานร่วมกนัเรียนร่วมกนัเป็นกลุม่ ผลดัเปล่ียนหมนุเวียนกนัเป็นผู้น า ผู้ตาม ตามหลกักระบวนการท างานกลุม่ (Group Process) 2. ใช้บตัรสัง่งาน บตัรสัง่งานของครูจะก าหนดกิจกรรมให้นกัเรียนท า โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ ผสมผสานเชน่ เทคนิคการระดมสมอง เทคนิคการค้นคว้าอภิปราย เทคนิคการทดลอง การสาธิต ฯลฯ ขณะท่ี กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2534) กลา่วไว้วา่ เพ่ือให้การ จดัการเรียนการสอนให้นกัเรียนเกิดคณุลกัษณะตามหลกัการประชาธิปไตยจงึก าหนดแนวทาง ด าเนินการไว้ดงันี ้ 1. การบริหารหลกัสตูรท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย 1.1 การจดัรายวิชาเลือกท่ีหลากหลายเพ่ือสนองความถนดัความสามารถและ ความสนใจของนกัเรียนตลอดจนสง่เสริมให้โรงเรียนสร้างหลกัสตูรท้องถ่ินใช้อยา่งกว้างขวางให้ สอดคล้องกบัสภาพความพร้อมและความต้องการของแตล่ะท้องถ่ิน 1.2 การมุง่เน้นการสอนตามเนือ้หาประชาธิปไตยซึง่หลกัสตูรก าหนดไว้ในกลุม่ สงัคมศกึษาทัง้ในรายวิชาบงับงัคบัเลือกและวิชาเลือกเสรี 2. การจดักระบวนการเรียนการสอนท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ครูผู้สอนทกุรายวิชาควรตระหนกัถึงบทบาทในการจดักระบวนการเรียนการสอน ท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยแม้ว่าจะสอนในรายวิชาท่ีไมมี่เนือ้หาประชาธิปไตยก็ตาม โดยค านงึถึง การสร้างเสริมพฤติกรรมของนกัเรียนตามหลกัประชาธิปไตยในเร่ือง หลกัเสรีภาพ หลกัความเสมอ ภาคหลกัการยึดเสียงข้างมาก หลกัเหตผุลและหลกัภราดรภาพ เชน่ 2.1 ดแูลให้ค าปรึกษานกัเรียนในการท างานกลุม่ให้สามารถปฏิบตัติามบทบาท หน้าท่ีได้อยา่งถกูต้องสมบรูณ์เชน่เม่ือนกัเรียนได้รับมอบหมายให้ท าหน้าท่ีเป็นประธานเลขานกุาร หรือสมาชิกกลุม่ครูก็ดแูลให้นกัเรียนท าหน้าท่ีได้อยา่งสมบรูณ์ครบถ้วนและผลดัเปล่ียนหมนุเวียน ให้นกัเรียนได้ท าหน้าท่ีประธานเลขานกุารและสมาชิกกลุ่มอยา่งทัว่ถึง 2.2 มีการตดัสินใจโดยยึดถือเสียงข้างมาก เชน่ เม่ือเกิดกรณีความเห็นไม่ ตรงกนัระหว่างครูกบันกัเรียน หรือนกัเรียนกบันกัเรียน หรือนกัเรียนกบับคุคลอ่ืน ก่อนการตดัสินใจ ด าเนินการใดๆ ครูควรรับฟังเหตผุล หรือความคดิเห็นของคูก่รณีก่อนเสมอ 85 2.3 มีการตดัสินใจโดยยึดถือเสียงข้างมาก เชน่ เม่ือกลุม่มีการอภิปรายใน ประเดน็ท่ีเป็นข้อคิดเห็น ซึง่ยงัไมมี่ข้อยตุแิละได้มีการอภิปรายแสดงเหตผุลอยา่งรอบคอบแล้ว ก็สามารถใช้มตเิสียงข้างมากตดัสินใจ แตห่ากได้มีการอภิปรายจนสามารถหาข้อยตุิด้วยความเห็น พ้องต้องกนั (Consensus) ก็จะเป็นมตเิสียงข้างมากท่ีดีท่ีสดุ แตพ่งึหลีกเล่ียงการใช้เสียงข้างมาก ในประเดน็ท่ีเป็นข้อเท็จจริง 2.4 ดแูลให้นกัเรียนได้อยูร่่วมกนั ท างานร่วมกนั และปฏิบตัิตอ่กนัฉนัมิตร โดยไมค่ านงึถึงฐานะ อาชีพของผู้ปกครอง หรือจดุเดน่ จดุด้อยของแตล่ะคน ตามหลกัภราดรภาพ 2.5 ให้ความรัก ความเมตตา ความเอาใจใส ่และความเป็นกนัเองกบันกัเรียน อยา่งทัว่ถึง 2.6 มีการยดึหลกัเกณฑ์ กติกา ท่ีก าหนดด้วยความเสมอภาค และยืดหยุน่ได้ ตามเหตผุลและสถานการณ์ท่ีจ าเป็น เชน่ในการสอนวิชาพลานามยั ครูผู้สอนอาจตัง้เกณฑ์ไว้วา่ นกัเรียนต้องกระโดดสงูได้ไมน้่อยกวา่ 100 เซนตเิมตร จงึจะผา่นรายวิชานี ้และปฏิบตัิกบันกัเรียน ทัว่ไปโดยยึดเกณฑ์ดงักลา่ว แตถ้่าหากนกัเรียนในชัน้คนใดคนหนึง่มีสภาพร่างกายท่ีไมเ่อือ้อ านวย เชน่ อ้วน น าหนกัมากเกินไป จนไมส่ามารถกระโดดสงูได้ตามเกณฑ์ท่ีก าหนด ครูผู้สอนก็สามารถ ลดเกณฑ์ลงมาตามความเหมาะสมเฉพาะรายได้ 2.7 เปิดโอกาสให้นกัเรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลงานของตนเองและของ กลุม่ เชน่ ในวิชาวาดเขียน การตรวจคะแนนผลงานของนกัเรียนเป็นรายบคุคล หรือรายกลุม่ ครู อาจน าผลงานของนกัเรียนทกุคนมาตดิ แล้วเปิดโอกาสให้นกัเรียนแตล่ะคนให้คะแนนผลงาน เหลา่นัน้ เป็นต้น 2.8 เปิดโอกาสให้นกัเรียนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมลู ป้อนกลบัในการสอนของ ครู ซึง่นอกจากจะเป็นกระจกเงาสอ่งตนเองแล้ว ยงัเป็นการแสดงความในกว้างยอมรับฟัง ความคดิเห็นของนกัเรียนด้วย เชน่ ครูอาจมีแบบสอบถามให้นกัเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ตอ่พฤตกิรรมการสอนของตนเอง หรือถามความรู้สึกของนกัเรียนอยา่งไมเ่ป็นทางการด้วยกิริยา ทา่ทาง และความรู้สกึท่ีเป็นกนัเอง ฯลฯ สรุปได้วา่ การจดัการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยมีกิจกรรมดงันี ้ คือ โรงเรียนต้องจดัวิชาเลือกท่ีหลากหลาย สง่เสริมให้โรงเรียนใช้หลกัสตูรท้องถ่ิน มีกิจกรรมกลุม่ การอภิปรายซกัถาม การโต้วาที การฝึกเขียนและวิจารณ์ค าโฆษณา การจดัท าสมดุภาพ การจดุป้ายนิเทศ โดยให้ผู้ เรียนรับผิดชอบ การใช้บตัรสัง่งาน โดยครูต้องดแูลให้ค าปรึกษา นกัเรียน ให้นกัเรียนได้อยูร่่วมกนั ท างานร่วมกนั และปฏิบตัิตอ่กนัฉนัมิตร ให้ความรัก 86 ความเมตตา เอาใจใส่และเป็นกนัเองกบันกัเรียน เปิดโอกาสให้นกัเรียนมีสว่นร่วมใน การประเมินผลงานของตนเองและกลุม่และให้ข้อมลูย้อนกลบัการสอนของครู การจดักิจกรรมนอกหลกัสตูรเพ่ือสร้างเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน จากการศกึษาเอกสารและหนงัสือตา่งๆ เก่ียวกบัการจดักิจกรรมนอกหลกัสตูร เพ่ือสร้างเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน มีดงันี ้ กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2535) ได้แบง่ประเภทกิจกรรมท่ี นอกเหนือจากการเรียนการสอนปกตท่ีิช่วยสง่เสริมประชาธิปไตยเป็นกลุม่ใหญ่ๆ ดงันี ้ 1. กิจกรรมตามระเบียบกระทรวงศกึษาธิการ เป็นกิจกรรมท่ีเป็นสว่นหนึง่ของ หลกัสตูรตามโครงสร้างหลกัสตูรของหลกัสตูรมธัยมศกึษาตอนต้น พทุธศกัราช 2521 (ฉบบัปรับปรุง พ.ศ. 2533) ก าหนดไว้ 2 กิจกรรม คือ กิจกรรมลกูเสือ เนตรนารี หรือยวุกาชาด หรือผู้บ าเพ็ญประโยชน์สง่เสริมอาชีพ กิจกรรมสง่เสริมการเกษตร กิจกรรมสง่เสริมศาสนาศลิปะและ วฒันธรรม กิจกรรมสง่เสริมการใช้สินค้าไทย กิจกรรมการใช้ห้องสมดุ กิจกรรมสง่เสริมวิชาการตา่งๆ ในหลกัสตูรกิจกรรมกีฬา กิจกรรมนนัทนาการ กิจกรรมอนรัุกษ์ศลิปกรรมและสิ่งแวดล้อม และ กิจกรรมทศันศกึษา นอกจากนีผู้้ เรียนอาจเสนอกิจกรรมอ่ืนๆ ได้ตามความต้องการด้วย กิจกรรมตามระเบียบกระทรวงศกึษาธิการดงักลา่ว สง่เสริมความเป็น ประชาธิปไตยในตวัอยูแ่ล้ว ดงันัน้หากโรงเรียนสามารถด าเนินการตามระเบียบดงักล่าวได้อยา่ง ครบถ้วนก็ถือว่าเป็นการสง่เสริมประชาธิปไตยด้วยเหตผุลดงัตอ่ไปนี ้ 1.1 มีการเปิดโอกาสให้นกัเรียนได้เลือกเข้าร่วมกิจกรรมตามความถนดัและ ความสนใจอยา่งกว้างขวาง 1.2 มีการเตรียมความพร้อมในด้านการสง่เสริมให้บคุลากรเข้าใจกระบวนการ จดักิจกรรมตามระเบียบกระทรวงศกึษาธิการ ด้านวสัดอุปุกรณ์ อาคาร สถานท่ี และงบประมาณ สนบัสนนุ 1.3 มีการประชาสมัพนัธ์ชีแ้จงและเชิญชวนให้นกัเรียนเข้าร่มกิจกรรม 1.4 เปิดโอกาสให้นกัเยนได้เลือกตัง้คณะกรรมการด าเนินการจดักิจกรรมในกลุม่ ของตนเอง 1.5 สง่เสริมให้คณะกรรมการด าเนินการจดักิจกรรมของนกัเรียน มีส่วนร่วมกบั อาจารย์ท่ีปรึกษากิจกรรม ในการวางแผนจดักิจกรรม โดยเขียนในรูปของแผนหรือโครงการท่ีชดัเจน 1.6 สง่เสริมให้มีการจดักิจกรรมท่ีมุง่เน้นกระบวนการกลุม่ และการปฏิบตัจิริง 87 1.7 สง่เสริมให้นกัเรียนมีสว่นร่วมในการรวบรวมประเมินผลกิจกรรม สรุปและ รายงาน กิจกรรมตามหลกัสตูรนอกจากกิจกรรมตามระเบียบกระทรวงศกึษาธิการแล้ว ยงัมีกิจกรรมแนะแนวหรือกิจกรรมแก้ปัญหา หรือกิจกรรมพฒันาการเรียนรู้ และกิจกรรมอิสระ ของผู้ เรียน ซึง่โรงเรียนควรสนบัสนนุให้ยดึหลกัการประชาธิปไตยในการด าเนินการด้วย 2. กิจกรรมโรงเรียนได้แก่ กิจกรรมท่ีนอกเหนือจากกิจกรรมตามโครงสร้างของ หลกัสตูรท่ีโรงเรียน ควรสนบัสนนุสง่เสริมให้มีการด าเนินการ ซึง่พอจ าแนกได้ดงันี ้ 2.1 กิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียนมีวตัถปุระสงค์ เพ่ือฝึกให้นกัเรียนมี ความรับผิดชอบท างานร่วมกนัเป็นกลุม่คณะฝึกความเป็นผู้น าผู้ตามท่ีดี และสง่เสริมให้นกัเรียน มีสว่นร่วมด าเนินการจดักิจกรรมของโรงเรียนตามหลกัประชาธิปไตย คณะกรรมการนกัเรียนอาจมาจากผู้แมนหรือประธาน จากชมุชนตา่งๆ หรือ หวัหน้าห้องเรียนทกุห้องเรียน องค์ประกอบของคณะกรรมการนกัเรียน อาจประกอบด้วยประธาน รองประธาน กรรมการ เหรัญญิก ปฏิคม ประชาสมัพนัธ์ เลขานกุาร และผู้ชว่ยเลขานกุาร บทบาท หน้าท่ีของคณะกรรมการนกัเรียน เป็นผู้แทนของนกัเรียนในการร่วมท ากิจกรรมของโรงเรียน ประสานงานระหวา่งนกัเรียนกบัผู้บริหารครู-อาจารย์ของโรงเรียนริเร่ิมและขดัท าโครงการอนัเป็น ประโยชน์ตอ่โรงเรียนแชละชมุชนตามท่ีโรงเรียนเห็นชอบ หรือด าเนินการท ากิจกรรมตามท่ีได้รับ มอบหมาย เป็นต้น 2.2 กิจกรรมวนัส าคญั ได้แก่ กิจกรรมปกติท่ีโรงเรียนปฏิบตัเิป็นประจ าตอ่เน่ือง ทกุปีในโอกาสและวนัส าคญัตา่งๆ เชน่ วนัปีใหม ่วนัสงกรานต์ วนัพืชมงคล วนัวิสาขบชูา วนัเข้าพรรษา วนัแม ่วนัปิยมหาราช วนัเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เป็นต้น การจดักิจกรรมวนัส าคญัท่ีส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย โรงเรียนควรก าหนด ไว้ในแผนปฏิบตังิาน หรือปฏิทินของโรงเรียนให้ชดัเจน การด าเนินงานควรเปิดโอกาสให้บคุลากรมี สว่นร่วมในลกัษณะตา่งๆ เช่น 2.2.1 ตัง้คณะกรรมการหรือกลุม่ท างานเฉพาะ ท่ีเก่ียวข้องกบัวนัส าคญั นัน้ๆ เป็นการถาวรหรือเฉพาะกิจเฉพาะปี โดยผู้บริหารอาจเป็นผู้ เลือกประธานกลุม่แล้วให้ ประธานกลุม่เลือกกรรมการท างานเอง หรืออีกวิธีหนึง่คือจดัมีการเลือกตัง้จากคณะครู – อาจารย์ ก็ได้ 2.2.2 มอบให้คณะกรรมการนกัเรียน หรือเจ้าของกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องรับไป ด าเนินการ 88 2.3 กิจกรรมตามนโยบาย ได้แก่ กิจกรรมท่ีได้รับการมอบหมายในเชิงนโยบาย จากโรงเรียน กรม กระทรวง หรือรัฐบาล อาจเป็นกิจกรรมตอ่เน่ืองหรือเฉพาะกิจก็ได้ เชน่ กิจกรรมอาชีพอิสระเพ่ือการมีรายได้ระหว่างเรียน กิจกรรมการออกก าลงักาย กิจกรรมสหกรณ์ กิจกรรมการปลกูต้นไม้ กิจกรรมผกัโรงเรียน กิจกรรมรณรงค์เร่ืองโรคเอดส์ กิจกรรมการจดั บรรยากาศและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมงานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ 2.4 กิจกรรมสง่เสริมความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ได้แก่ กิจกรรมท่ีโรงเรียนสง่เสริม ให้นกัเรียนคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ประดษิฐ์ คิดค้นนวตักรรมท่ีเป็นประโยชน์ตอ่สงัคม หรือกิจกรรมท่ี กระท าร่วมกนัอ่ืนๆ เชน่ สง่เสริมนกัเรียนน าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประดิษฐ์คิดค้นท าผลงาน ทางวิทยาศาสตร์ในรูปโครงงาน โดยใช้วสัดอุปุกรณ์และทรัพยากรจากท้องถ่ิน หรือกิจกรรมรุ่นพ่ี ชว่ยเหลือรุ่นน้อง เป็นต้น กิจกรรมเหลา่นี ้โรงเรียนควรให้การสนบัสนนุในลกัษณะตา่งๆ เชน่ ประชาสมัพนัธ์ เชิญชวน จดัประกวดผลงาน จดันิทรรศการเสนอผลงาน มอบประกาศนียบตัร ยกยอ่ง ชมเชย เป็นต้น 2.5 กิจกรรมพิเศษตา่งๆ เชน่ สง่นกัเรียนไปแขง่ขนัด้านทกัษะตา่งๆ หรือ ตอบปัญหาสอบชิงทนุ การแขง่ขนักีฬาท้องถ่ิน การสง่นกัเรียนไปร่วมแสดงกิจกรรมหรือ เลน่ดนตรี ตามท่ีหน่วยงานขอมา การจดันิทรรศการ การออกร้านในเทศกาลตา่งๆ ฯลฯ กิจกรรมพิเศษเหลา่นี ้ โรงเรียนควรเปิดโอกาสและให้การสนบัสนนุในบางกิจกรรม เชน่ การสง่นกัเรียนไปแขง่ขนัในเร่ือง ตา่งๆ โรงเรียนควรส ารวจติดตามข้อมลู ขา่วสารอยา่งกว้างขวาง ถ้าเร่ืองใดท่ีเป็นกิจกรรมท่ีกระท า ตอ่เน่ืองทกุปี จะได้วางแผนก าหนดไว้ในปฏิทินและฝึกซ้อมนกัเรียนไว้ลว่งหน้า หรือบางกิจกรรมท่ี โรงเรียนมีความดีเดน่ และหนว่ยงานตา่งๆ ขอมาให้ไปแสดง ก็ควรให้การสนบัสนนุเพราะนอกจาก สง่เสริมให้นกัเรียนแสดงความสามารถแล้ว ยงัเป็นการประชาสมัพนัธ์โรงเรียน จากท่ีกลา่วมาสรุปได้วา่ กิจกรรมนอกหลกัสตูรเพ่ือสร้างเสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียนมีดงันี ้ กิจกรรมลกูเสือ เนตรนารีหรือยวุกาชาด หรือผู้บ าเพ็ญประโยชน์ สง่เสริมอาชีพ กิจกรรมสง่เสริมการเกษตร กิจกรรมสง่เสริมศาสนาศลิปะและวฒันธรรม กิจกรรมสงเสริมการใช้ สินค้าไทย กิจกรรมการใช้ห้องสมดุ กิจกรรมสง่เสริมวิชาการ กิจกรรมกีฬา กิจกรรมนนัทนาการ กิจกรรมแก้ปัญหา หรือกิจกรรมพฒันาการเรียนรู้ และกิจกรรมอิสระของผู้ เรียน กิจกรรม คณะกรรมการนกัเรียน กิจกรรมวนัส าคญั กิจกรรมตามนโยบาย กิจกรรมสง่เสริมความคดิ สร้างสรรค์ กิจกรรมพิเศษตา่งๆ เชน่ สง่นกัเรียนไปแขง่ขนัทกัษะตา่งๆ หรือตอบปัญหา สอบชิงทนุ 89 การแขง่ขนักีฬาท้องถ่ิน การสง่นกัเรียนไปร่วมแสดงกิจกรรมหรือเลน่ดนตรีตามหนว่ยงานท่ีขอมา การจดันิทรรศการ การออกร้านในเทศกาลตา่งๆ สโุขทยัธรรมาธิราช (2527) กลา่ววา่ การพฒันาประชาธิปไตย ให้เกิดแก่นกัเรียน จะปลกูฝังท่ีโรงเรียนและท่ีบ้านยงัไมเ่ป็นการเพียงพอ เพราะวา่เด็กในชีวิตของเขาจะต้องมีสว่นร่วม กิจกรรมตา่งๆ ในชมุชนอยูเ่สมอ และบคุคลในชมุชนควรจะต้องมีบทบาทเพ่ือให้การช่วยเหลือ ดงันี ้ 1. ศกึษาเก่ียวกบัประชาธิปไตยให้เข้าใจและปฏิบตัเิป็นแบบอยา่งท่ีดี 2. ในการท างานต้องยดึหลกัการท างานเป็นกลุม่ 3. ร่วมกนัจดักิจกรรมตา่งๆ ท่ีส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย ได้แก่ โครงการ สหกรณ์ในชมุชน โครงการฝึกฝนอาชีพ การจดัท่ีอา่นหนงัสือพิมพ์ประจ าหมูบ้่าน เป็นต้น ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ (2540) ก าหนดกิจกรรม เพ่ือพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนไว้ 6 กิจกรรม และ 1 บทบาท ดงันี ้ 1. กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุม่ 2. กิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน 3. กิจกรรมการสอนข่าวและเหตกุารณ์ 4. กิจกรรมอาหารกลางวนั 5. กิจกรรมสหกรณ์นกัเรียน 6. กิจกรรมท าความสะอาดอาคารสถานท่ีและบทบาทของโรงเรียนในการสร้าง เสริมประชาธิปไตยในชมุชน 1. กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุ่ม การจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือสร้างเสริมระบบประชาธิปไตยควร เร่ิมด าเนินการหลงัจากนกัเรียนได้รับการฝึกฝนให้มีพฤติกรรมประชาธิปไตย โดยการฝึกตาม กระบวนการกลุม่มาแล้วระยะหนึง่ อย่างน้อยนกัเรียนจะได้เข้าใจพฤติกรรมทัง้สามด้านคือ คารวธรรม สามคัคีธรรม และปัญญาธรรม ในการสร้างเสริมให้นกัเรียนได้รับการฝึกฝนเร่ืองระบบประชาธิปไตย ส านกังาน คณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาตไิด้ก าหนดกิจกรรมท่ีใช้ฝึกฝนในเร่ืองนี ้ คือ กิจกรรม คณะกรรมการนกัเรียน กิจกรรมการสอนขา่วและเหตกุารณ์ กิจกรรมการใช้ห้องสมดุ กิจกรรม การจดันิทรรศการ กิจกรรมประชาสมัพนัธ์เพ่ือสร้างเสริมระบบประชาธิปไตย กิจกรรมวนัส าคญั กิจกรรมการแขง่ขนักีฬาสี กิจกรรมท าความสะอาดอาคารสถานท่ี และกิจกรรมการอยูค่า่ยพกั แรม 90 ขัน้ตอนการสอนท่ีเน้นกระบวนการกลุม่ 1. ให้ผู้ เรียนท างานเป็นกลุม่โดยก าหนดเป้าหมายของงาน ก าหนดงานและ ล าดบัขัน้ตอนของการท างาน 2. แบง่งานตามความสามารถของสมาชิกในกลุม่โดยความเห็นชอบของกลุม่ เพ่ือผลส าเร็จของงานกลุม่ 3. ปฏิบตังิานตามหน้าท่ีด้วยความรับผิดชอบและมุง่มัน่เตม็ใจ 4. รับฟังการชีน้ าและค าวิพากษ์วิจารณ์จากบคุลอ่ืนๆ เพ่ือปรับปรุงงานให้ดียิ่งขึน้ 5. ช่ืนชมในผลส าเร็จของงานร่วมกนั แนวทางด าเนินงานกิจกรรมท่ีใช้กระบวนการกลุม่ 1. จดักลุม่ผู้ เรียนตัง้แต ่2 คนขึน้ไป ตามความเหมาะสมของงานแตไ่มค่วรเกิน 10 คน 2. จดัสมาชิกของกลุม่ให้มีลกัษณะคล้ายกนั หรือแตกตา่งกนัแล้วแตเ่ป้าหมาย ของการสอน และองค์ประกอบของกลุม่ไมค่วรเป็นกลุม่ถาวร 3. สมาชิกของแตล่ะกลุม่ ต้องรับทราบเป้าหมายของการท างานภายในกลุม่ อยา่งชดัเจนทกุคน 4. ก าหนดงานในแตล่ะกลุม่ให้กลุม่เกิดความรู้สึกนา่สนใจ และเกิดความท้าทาย เพ่ือความอยากรู้อยากเห็น 5. กลุม่ร่วมกนัก าหนดล าดบัขัน้ตอนของการท างานให้ชดัเจน 6. สมาชิกทกุคนมีสว่นในการตกลงแบง่งาน 7. แบง่งานตามความสนใจและความสามารถของสมาชิก 8. สมาชิกได้ปฏิบตัิหน้าท่ีตามบทบาทอยา่งถกูขัน้ตอนและทนัเวลา 9. สมาชิกทกุคนภายในกลุ่มมีสว่นร่วมอภิปราย แสดงความคดิเห็นและให้ ข้อเสนอแนะในเร่ืองข้อมลู วิธีการ และผลในการปฏิบตังิานทกุขัน้ตอน 10. ครูผู้สอนรวมนกัเรียนทัง้ชัน้ เพ่ือรายงานผลการด าเนินงานของแตล่ะกลุม่ตอ่ ชัน้เรียน 11. ครูและนกัเรียนร่วมกนัอภิปรายถึงความส าเร็จของงานและปัญหาอปุสรรค ตลอดจนแนวทางแก้ไขในการท างานครัง้ตอ่ไป 12. ครูชีใ้ห้เห็นถึงด้านดีหรือจดุเดน่ของผลงานท่ีนกัเรียนได้ท าจนบงัเกิดผลส าเร็จ จาการใช้กระบวนการกลุม่ 91 13. ครูให้ข้อมลูเพิ่มเตมิเก่ียวกบัการท างานเพ่ือการปรับปรุง และน าไปพฒันา งานตอ่ไป ประโยชน์ท่ีได้จากกระบวนการกลุม่(ส านกังานคณะกรรมการประถมศกึษา แหง่ชาต,ิ2540) การน าเอาการท างานเป็นกลุ่มมาใช้เป็นกระบวนการเรียนการสอนนัน้ นอกจาก ชว่ยสร้างเสริมความเป็นประชาธิปไตยให้แก่นกัเรียนได้แล้วยงัมีประโยชน์อ่ืนๆ ดงันีคื้อ 1. กลุม่ชว่ยฝึกความกล้าและทดสอบความสามารถของนกัเรียน นกัเรียนบางคน อาจไมก่ล้าท่ีจะท าหรือเผชิญกบัปัญหาตา่งๆ คนเดียว จ าเป็นต้องอาศยักลุม่ชว่ยจงึจะเกิด ความกล้าขึน้ 2. กลุม่ชว่ยแลกเปล่ียนประสบการณ์ เจตคตแิละความคดิเห็นทัง้ยงัชว่ย ปรับปรุงความประพฤตแิละนิสยัใจคอของสมาชิกให้ดีขึน้ด้วย 3. กลุม่ชว่ยสร้างเสริมพลงัทางร่างกายและจิตใจ ร่วมมือร่วมแรงและร่วมใจ ในการท ากิจกรรมเพื่อกลุม่จะเป็นเคร่ืองชว่ยเสริมพลงังาน 4. กลุม่ชว่ยคุ้มกนัให้เกิดความรู้สกึปลอดภยัเป็นเคร่ืองบ ารุงขวญัและ ให้ความอบอุน่แก่สมาชิก เม่ือเกิดการรวมกลุม่กนั ความรู้สกึตา่งๆ เหลา่นีจ้ะเกิดขึน้ทนัทีท าให้ สมาชิกเกิดความมัน่ใจและรู้สกึวา่ตนเองมีคณุคา่ ต้องการท าทกุอย่างให้เกิดประโยชน์แก่กลุม่ ของตน 5. กลุม่จะชว่ยสร้างความมัน่คง ผกูพนั และยึดมัน่ในกลุม่เพ่ือให้กลุม่สามารถ ควบคมุพฤติกรรมของสมาชิกในกลุม่ได้ด้วย บทบาทของครูในการใช้กระบวนการกลุม่เพ่ือพฒันาประชาธิปไตย ในการท างานเป็นกลุม่ ครูในฐานะเป็นผู้ให้ค าแนะน าชว่ยเหลือนกัเรียนและ เป็นแบบอยา่งในการพฒันาประชาธิปไตย ควรปฏิบตัดิงันี ้ 1. ยอมรับฟังความคดิเห็นของสมาชิกทกุคน 2. ปฏิบตังิานร่วมกบันกัเรียนในงานท่ีครูพิจารณาเห็นว่าควรท า 3. กระตุ้นให้ทกุคนมีสว่นร่วมในการปฏิบตังิาน 4. ให้ท่ีประชมุตดัสินใจในปัญหาตา่งๆ โดยครูไมต่ดัสินใจเสียเอง เว้นแตน่กัเรียน จะตดัสินใจผิดพลาดเพราะรู้เทา่ไมถ่ึงการณ์ ครูจะคดัค้าน และให้นกัเรียนคดิตดัสินใจใหม่ 5. น ามติท่ีประชมุของนกัเรียนท่ีปฏิบตัจิริง 6. พยายามสร้างมนษุย์สมัพนัธ์ด้วยความจริงใจ 92 7. ให้ความยตุธิรรมแก่ทกุคนในกลุม่ 8. ใช้เทคนิคตา่งๆ ของกระบวนการกลุม่เพ่ือฝึกให้นกัเรียนปกครองกนัเอง 2. กิจกรรมคณะกรรมการนักเรียน ส านกังานคณะกรรมการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ ได้ตัง้วตัถปุระสงค์ของ การจดักิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียนไว้ดงันี ้ คือ เพ่ือสง่เสริมความคดิให้เห็นความแตกตา่งใน เร่ืองของระเบียบวินยักบัสิทธิและหน้าท่ี เพ่ือชว่ยให้เดก็ใช้สิทธิหน้าท่ีตามวยั สภาพและขอบเขต ในการจดัการปกครองกนัเองภายในโรงเรียนให้อยูร่่วมกนัอยา่งสงบและปลอดภยั เพ่ือฝึกเด็ก ส าหรับการปกครองแบบประชาธิปไตย ส าหรับวิธีการจดัตัง้คณะกรรมการการนกัเรียนจะต้องด าเนินการตามขัน้ตอน ดงัตอ่ไปนี ้ 1. แตง่ตัง้กรรมการด าเนินการจดัตัง้คณะกรรมการนกัเรียน ประกอบด้วยนกัเรียน และครูท่ีปรึกษา มีหน้าท่ีวางโครงการและจดัระเบียบข้อบงัคบัของคณะกรรมการนกัเรียน 2. การด าเนินการเลือกตัง้สมาชิก ควรมีขัน้ตอนดงัตอ่ไปนี ้รับสมคัรหาเสียง การลงคะแนน โดยให้นกัเรียนทกุคนมีสิทธิออกเสียงเลือกตัง้และประกาศผลการเลือกตัง้ 3. ให้สมาชิกคณะกรรมการนกัเรียนเลือกประธานกรรมการ รองประธาน เลขานกุารและกรรมการอ่ืนๆ ในการประชมุคณะกรรมการนกัเรียนครัง้แรก 4. ผู้บริหารแตง่ตัง้คณะกรรมการนกัเรียน และประกาศให้นกัเรียนนกัเรียนทราบ โดยทัว่กนั 5. ประชมุพิจารณาวางหลกัเกณฑ์การบริหารงาน 6. คณะกรรมการนกัเรียนแถลงนโยบายการท างานตอ่ท่ีประชมุนกัเรียน และ ปฏิญาณตนก่อนเข้าท าหน้าท่ี 7. ด าเนินกิจกรรมตา่งๆ เพ่ือโรงเรียนโดยสว่นรวม 8. การประเมินผลกิจกรรม คณะกรรมการนกัเรียนจะต้องมีการประเมินผลอยา่ง สม ่าเสมอเป็นระยะๆ ด้วยวิธีการตา่งๆ เพ่ือปรับปรุงให้การปฏิบตังิานเป็นอยา่งมีประสิทธิภาพ ส าหรับการด าเนินการจดัตัง้คณะกรรมการนกัเรียนโรงเรียนจะต้องด าเนินการตาม ขัน้ตอนดงัตอ่ไปนี ้ 93 1. ขัน้ศกึษางาน ในขัน้นีผู้้บริหาร คณะครู นกัเรียน ควรจะได้ศกึษาเก่ียวกบั ลกัษณะและรูปแบบของคณะกรรมการนกัเรียนแบบตา่งๆ 2. ขัน้เตรียมงาน จะต้องเตรียมสถานท่ีเป็นท่ีท างานของคณะกรรมการนกัเรียน เตรียมบคุลากร คือ บคุคลท่ีจะมาเป็นคณะกรรมการ เตรียมอปุกรณ์ท่ีจะใช้ในกิจกรรม คณะกรรมการนกัเรียน และการเตรียมงบประมาณส าหรับกิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน 3. ขัน้ด าเนินการ วิธีด าเนินการจดัตัง้คณะกรรมการนกัเรียน จะต้องเร่ิมจาก การร่างธรรมนญูคณะกรรมการนกัเรียน คดัเลือกครูท่ีท าหน้าท่ีเป็นท่ีปรึกษาคณะกรรมการ นกัเรียน พิจารณาร่างธรรมนญูคณะกรรมการนกัเรียน คณะกรรมการอีกชดุหนึง่พิจารณา ธรรมนญูท่ีเสนอขึน้ 3. กิจกรรมการสอนข่าวและเหตุการณ์ ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ กลา่ววา่ การสอนขา่ว มีความจ าเป็นอยูห่ลายประการด้วยกนั คือ ประการแรก ขา่วเป็นข้อมลูเพื่อการหาเหตผุลและ การเตรียมตวัเผชิญกบัปัญหาแวดล้อม ประการท่ีสอง ข่าวเป็นเร่ืองของสงัคม มนษุย์เป็นสตัว์ สงัคม ขา่วตา่งๆ จงึเป็นเร่ืองของมนษุย์ซึง่เป็นสว่นหนึง่ของสงัคม การจะเปล่ียนแปลงสงัคม ให้ดีขึน้ได้ มนษุย์ต้องรู้สภาพสงัคม ประการท่ีสาม การสอนขา่วเป็นการฝึกฝนการแสวงหาความรู้ ด้วยตนเอง ประการท่ีส่ี การสอนขา่วเป็นการฝึกฝนทกัษะทางภาษา ประการท่ีห้า การสอน ขา่วเป็นการฝึกฝนการแสดงออก และประการท่ีหก การสอนขา่วเป็นการฝึกฝนใช้ความคดิ ส าหรับกระบวนการสอนขา่วมีขัน้ตอนดงัตอ่ไปนี ้ ขัน้ตอนท่ี 1 การหาข่าว ครูก าหนดให้แตล่ะกลุม่หาขา่วมารายงานหน้าชัน้เรียน ทกุเช้า กลุม่ละ 1 เร่ือง สมาชิกทกุคนท่ีได้รับมอบหมายจะหาข่าวมาเสนอตอ่กลุม่ เพ่ือให้กลุม่ ประชมุกรองขา่ว ขัน้ตอนท่ี 2 การประชมุเพ่ือกรองขา่ว ทกุเช้าก่อนรายงานขา่วสมาชิกหรือ คนท่ีได้รับมอบหมายจะรายงานขา่วให้กลุม่ฟัง กลุม่จะชว่ยพิจารณาคดัเลือกขา่วท่ีเหมาะสมวา่ ควรจะเสนอตอ่ชัน้ ให้สมาชิกในกลุ่มซึง่ท าหน้าท่ีเป็นเวรออกไปท าหน้าท่ีรายงานขา่ว ขัน้ตอนท่ี 3 การเสนอขา่ว ตวัแทนของกลุม่จะเป็นผู้ เสนอขา่ว โดยการเลา่ให้ เพ่ือนนกัเรียนฟังโดยใช้เวลา 3-4 นาที ตอ่ 1 รายงาน ไมค่วรเกิน 5 นาที ขัน้ตอนท่ี 4 การซกัถาม หลงัจากเสนอข่าวจบแล้วเพ่ือนนกัเรียน ผู้ ฟังขา่วจะ ซกัถามข้อมลูเหตผุลตา่งๆ เก่ียวกบัขา่วเพิ่มเตมิ 94 ขัน้ตอนท่ี 5 การสรุปขา่ว ครูควรน าสรุปขา่วท่ีนกัเรียนได้รายงานและซกัถาม โดยอภิปรายถึงขา่วแตล่ะขา่วในด้านมีสาเหตมุาจากอะไร จะพาดพิงนกัเรียนเพียงใด จะปฏิบตัิ อยา่งไร จงึจะหลีกเล่ียงหรือเผชิญหน้าเหตกุารณ์นัน้ๆ ได้ ส าหรับเวลาท่ีควรสอนขา่วควรจะสอน เวลาเข้าก่อนเรียนตามปกตวินัละ 15-20 นาที จากลกัษณะของการจดักิจกรรมการสอนขา่วและเหตกุารณ์ข้างต้นพอสรุป ได้วา่ เป็นการฝึกให้นกัเรียนมีความรู้สกึวา่ขา่วเป็นสิ่งจ าเป็น และเป็นสว่นหนึง่ของการด าเนิน ชีวิตประจ าวนั ซึง่มีกระบวนการสอน คือ การหาขา่ว การประชมุเพ่ือกรองขา่ว การเสนอขา่ว การอภิปรายซกัถาม และการสรุปวิเคราะห์ขา่ว จะท าให้นกัเรียนเป็นคนมีเหตผุล เคารพ ความคดิเห็นซึง่กนัและกนั มีความรับผิดชอบ และสามารถท างานในระบบกลุม่ได้เป็นอยา่งดี ซึง่จะเป็นผลให้นกัเรียนใช้ชีวิตแบบประชาธิปไตยได้ในท่ีสดุ สิ่งท่ีนกัเรียนได้จากการเรียนการสอนขา่วและเหตกุารณ์ (ส านกังานคณะกรรมการ การประถมศกึษาแหง่ชาติ, 2534) 1. นกัเรียนกล้าคิดกล้าถามอยา่งมีเหตผุลมากขึน้ 2. นกัเรียนกล้าแสดงออก กล้าพดู กล้าตดัสินใจ 3. นกัเรียนมีนิสยัเป็นนกัวิทยาศาสตร์ เป็นคนทนัตอ่โลก ตอ่เหตกุารณ์ ไมง่มงาย หรือหลงเช่ืออะไรอย่างไร้เหตผุล มีความรู้อย่างกว้างขวางยิ่งขึน้ 4. นกัเรียนมีความสามารถในการศกึษาหาความรู้ด้วยตนเอง มีนิสยัรักการอา่น 5. นกัเรียนรู้จกัการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รู้จกัแก้ปัญหาด้วยปัญญาเพื่อพฒันา ชีวิตและสงัคม 6. นกัเรียนมีพืน้ฐานของความเป็นประชาธิปไตย เช่น มีเหตผุล ได้จากการคดัเลือก ขา่ว การวิจารณ์ขา่ว การฟังขา่วเคารพความคดิเห็น ได้จาก การวิจารณ์ขา่ว อดทนตอ่ค าวิจารณ์ ได้จาก การอภิปรายขา่ว การซกัถาม การประเมิน ความรับผิดชอบ ได้จาก การท างานตามท่ี ได้รับมอบหมาย ตรงตอ่เวลาการท างานกลุม่ ได้จากกระบวนการหาขา่ว วิเคราะห์ข่าว เสนอขา่ว สรุปการเคารพสิทธิของผู้ อ่ืน ได้จากการยกมือก่อนพดู การตัง้ใจ 7. นกัเรียนจะมีคณุนิสยัหรือคณุธรรมท่ีดีขึน้ เชน่ ตรงต่อเวลา ยอมรับความ คดิเห็นของผู้ อ่ืน มีความรับผิดชอบ รู้จกัเสียสละตามสมควร 95 4. กิจกรรมอาหารกลางวัน กิจกรรมอาหารกลางวนั เป็นกิจกรรมท่ีมีความมุง่หมายเบือ้งต้น เพ่ือให้นกัเรียนมี อาหารรับประทานทกุคน เม่ือนกัเรียนมีอาหารรับประทานทกุคนแล้ว จงึจะจดัให้มีอาหารท่ีถกูต้อง ตามหลกัโภชนาการตอ่ไป การจดักิจกรรมอาหารกลางวนั นอกจากจะเป็นการสง่เสริมพฤตกิรรม ประชาธิปไตยไปในตวัเองด้วย คือ ท าให้มีการเสียสละ มีความรับผิดชอบ แบง่งานกนัท า สามารถ ท างานร่วมกนัได้เป็นต้น ในการท าอาหารกลางวนัทางโรงเรียนต้องให้เด็กมีสว่นร่วมในกิจกรรม ตัง้แตเ่ร่ิมด าเนินงานของโครงการ โรงเรียนต้องให้นกัเรียนทราบหลกัการและวิธีด าเนินงาน วตัถปุระสงค์ของการจดักิจกรรมอาหารกลางวนัในโรงเรียนประถมศกึษา ส านกังานคณะกรรมการการประเมินประถมศกึษาแหง่ชาติ (2540) มีดงันี ้ 1. เพ่ือจดักิจกรรมการเรียนการสอนตามหลกัสตูรประถมศกึษา พ.ศ. 2521 โดยบรูณาการกิจกรรมในการเรียนการสอนกบักลุม่ประสบการณ์ตา่งๆ ซึง่จะมีกลุม่การงาน พืน้ฐานอาชีพเป็นแกนกลาง 2. เพ่ือให้นกัเรียนได้รับประทานอาหารกลางวนัท่ีมีคณุคา่และปริมาณเพียงพอ แก่ความต้องการของร่างกาย 3. เพ่ือชว่ยเหลือนกัเรียนท่ีขาดแคลนอาหารกลางวนั 4. เพ่ือสร้างสขุนิสยัท่ีดีในการรับประทานอาหาร 5. เพ่ือพฒันาและสร้างเสริมประชาธิปไตย ด้านปัญญาธรรมให้เกิดกบันกัเรียน 6. เพ่ือเผยแพร่ความรู้เก่ียวกบัโภชนาการศกึษาแก่ชมุชน และน าชมุชนเข้ามา มีสว่นร่วมในกิจกรรมดงักล่าว วิธีการจดับริการอาหารกลางวนัในโรงเรียน โรงเรียนอาจจดับริการอาหารกลางวนั ได้หลายวิธี เทา่ท่ีปฏิบตัิกนัอยูมี่ดงัตอ่ไปนี ้ 1. นกัเรียนน าอาหารมาจากบ้านโดยโรงเรียนจดัสถานท่ีอ านวยความสะดวกตา่งๆ ให้ความรู้และให้ค าแนะน าเก่ียวกบัอาหารการกิน สขุาภิบาล มารยาทในการรับประทานอาหาร โดยมีครูเป็นผู้ควบคมุดแูล 2. โรงเรียนจดับริการอาหารกลางวนัเอง วิธีนีเ้ป็นวิธีท่ีดีท่ีสดุ ท่ีจะด าเนินการให้ บรรลคุวามอดุมสมบรูณ์ของการจดับริการอาหารกลางวนั 3. วิธีประสม คือ มีนกัเรียนน าอาหารมารับประทานท่ีโรงเรียน และโรงเรียน จดัท าอาหารขายเป็นบางอย่างร่วมกนัวิธีนีเ้หมาะส าหรับโรงเรียนท่ียงัไมพ่ร้อมท่ีจะจดัด าเนินการ เองทัง้หมด 96 4. วิธีจดับริการอาหารกลางวนัโดยใช้ครัวกลางวิธีนีเ้หมาะส าหรับโรงเรียน ขนาดใหญ่ หรือโรงเรียนขนาดเล็กท่ีอยูใ่กล้กนัสมารถขนส่งอาหารจากครัวกลางได้ 5. วิธีจดับริการอาหารกลางวนัโดยให้พอ่ค้าแม่ค้ามาจ าหนา่ยอาหาร วิธีแบบนี ้ ไมค่วรได้รับการสง่เสริม 6. วิธีจดับริการอาหารกลางวนัโดยประชาอาสา การจดัแบบนีไ้ด้รับความร่วมมือ จากชมุชนหมนุเวียนกนัน าอาหารมาบริการแก่นกัเรียน 7. วิธีจดับริการอาหารกลางวนัจากโครงการเกษตรซึง่ได้จากการปลกูพืชผกั เลีย้งสตัว์ ทัง้ท่ีบ้านและท่ีโรงเรียน เพ่ือน าไปประกอบอาหาร 8. วิธีจดับริการอาหารเพิ่มเติม คือ การท่ีโรงเรียนจดัอาหารเพิ่มเตมิจากท่ีนกัเรียน น ามาจากบ้าน 9. วิธีจดับริการอาหารจานเดียว เป็นรูปแบบท่ีโรงเรียนทัว่ๆไปนิยมกนัเพราะราคา ถกูและปรุงง่าย 10.วิธีการจดับริการอาหารเสริม เหมาะสมส าหรับโรงเรียนขนาดเล็ก คือ จดัอาหารวา่งท่ีมีคณุคา่ทางโภชนาการให้เดก็ได้กิน ได้ด่ืมเพียงบรรเทาความหิวโหยโดยได้ท่ีมี ประโยชน์ในท้องถ่ิน 11. จดับริการแบบอาหารเป็นมือ้เตม็รูปแบบคือ มีอาหารเป็นชดุ การจดัแบบนีมี้ ผลดี คือ นกัเรียนได้คณุคา่ทางโภชนาการสงู แตผ่ลเสีย คือ เดก็ยากจนไมไ่ด้กินเพราะราคาแพง ขัน้ตอนการด าเนินงานกิจกรรมอาหารกลางวนั ส านกังานคณะกรรมการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2528) ได้เสนอขัน้ตอนการ ด าเนินงานกิจกรรมอาหารกลางวนั6 ขัน้ตอนภาพประกอบ2 ดงันี ้ 1. ศกึษาและส ารวจข้อมลูปัญหา 2. แตง่ตัง้คณะกรรมการกิจกรรมอาหารกลางวนั 3. ประชมุคณะกรรมการและจดัท ากิจกรรมอาหารกลางวนั 4. ประชมุผู้ปกครอง ครู นกัเรียน และผู้ เก่ียวข้อง และขอความร่วมมือจาก กลุม่บคุคลอาชีพตา่งๆ เพ่ือให้กิจกรรมอาหารกลางวนัของโรงเรียนด าเนินไปด้วยความราบร่ืน บรรลเุป้าหมายท่ีวางไว้ 5. ด าเนินงานตามกิจกรรม 6. การประเมินผลโครงการ 97 ภาพประกอบ 2 แสดงขัน้ตอนการด าเนินงานกิจกรรมอาหารกลางวนั ท่ีมา : ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ กิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ืออาหารกลางวนั 1. การเตรียมผลผลิตเป็นขัน้ตอนท่ีท าเพ่ือให้ได้มาซึง่วตัถดุบิท่ีจะน าไปประกอบ เป็นอาหาร 2. การเตรียมอาหารเป็นขัน้ตอนในการเลือกเตรียมสว่นประกอบอาหารให้ เหมาะสมกบัจ านวนสมาชิก 3. การประกอบอาหารเป็นขัน้ตอนในการประกอบอาหารเพ่ือให้นกัเรียนได้รับ ประทาน 4. การรับประทานอาหารเป็นขัน้ตอนในการฝึกความมีระเบียบวินยัในการเข้าแถว มารยาทในการรับประทานอาหาร การจดัสถานท่ีส าหรับรับประทานอาหาร 5. การเก็บและล้างเป็นขัน้ตอนการท าความสะอาด สถานท่ี ภาชนะ และ ความมีระเบียบวินยั ของนกัเรียน 6. การจดัการเป็นขัน้ตอนการจดักิจกรรมสหกรณ์ 3.ประชมุคณะกรรมการ ด าเนินการ 4.ประชมุผู้ปกครองนกัเรียน 5.เตรียมการด าเนิน 2.แตง่ตัง้คณะกรรมการด าเนินการ 1.ส ารวจข้อมลู 6.ด าเนินการประเมินผล ปรับปรุงแก้ไขเพ่ือการ ด าเนินการตอ่ไป 98 7. การถนอมอาหารเป็นกิจกรรมท่ีปฏิบตัิตัง้แตก่ารประกอบอาหาร การเก็บและ ล้าง การจดักิจกรรมแตล่ะขัน้ตอนซึง่เป็นกิจกรรมการเรียนการสอนของกลุม่การงานและพืน้ฐาน อาชีพเป็นแกนกลางโดยบรูณาการกบักลุม่ทกัษะ กลุม่สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและกลุม่สร้าง เสริมลกัษณะนิสยั 5. กิจกรรมสหกรณ์ ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต(ิ2528) ได้ให้ความหมาย ของสหกรณ์ ดงันี ้ สหกรณ์ คือ การท่ีคนรวมกนัเพ่ือด าเนินการให้บรรลวุตัถปุระสงค์ร่วมกนั ลกัษณะส าคญัของสหกรณ์ 1. เป็นกลุม่บคุคลซึง่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยา่งเดียวกนั 2. ยดึหลกัการการช่วยเหลือตนเองและชว่ยเหลือซึง่กนัและกนั 3. เป็นการด าเนินกิจการโดยผลลงทนุและจดัการร่วมกนัโดยเฉล่ียผลประโยชน์ ให้แก่สมาชิกด้วยความเป็นธรรม ประโยชน์ของสหกรณ์ 1. มีอ านาจตอ่รองในการขายสินค้าท่ีผลิตได้ และซือ้สินค้าในราคาท่ีเป็นธรรม 2. เป็นแหลง่เงินทนุส าหรับสมาชิกในการประกอบอาชีพโดยเลียดอกเบีย้ในอตัราต ่า 3. ให้ความรู้แก่สมาชิกในด้านการผลิต การจ าหน่วยและการจดัการ 4. เสริมสร้างสามคัคีในชมุชน ให้สมาชิกอยูร่่วมกนัอย่างมีความสขุ 5. เสริมสร้างความเสมอภาคโดยสมาชิก มีสิทธิเทา่เทียมกนัการออกเสียงแสดง ความคดิเห็น 6. เสริมสร้างสาธารณประโยชน์ 99 อุดมการณ์สหกรณ์ อดุมการณ์สหกรณ์ คือ แนวความคดิท่ีเช่ือวา่การชว่ยตนเอง และชว่ยเหลือ ซึง่กนัและกนั สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและสงัคมให้มีความกินอยู่ดี และมีสนัตสิขุได้ ซึง่ประกอบด้วย 1.การชว่ยเหลือตนเอง คณุสมบตั ิคือ จะต้องอดทน ขยนั ประหยดั ซ่ือสตัย์ และรับผิดชอบ 2.การชว่ยเหลือซึง่กนัและกนั จะท าให้เกิดพลงั สามารถท าประโยชน์และ แก้ปัญหาท่ีมีอยูไ่ด้ โดยการปฏิบตัิตามระเบียบ ร่วมกนัท างานจนส าเร็จ ร่วมรับผิดชอบและ ปรับปรุงงานกลุม่ และแก้ปัญหาโดยใช้เหตผุล หลักการของสหกรณ์ หลกัการสหกรณ์ คือ แนวทางส าหรับสหกรณ์ท่ีเช่ือมัน่ในอดุมการณ์ สหกรณ์ท่ี เช่ือมัน่ในอดุมการณ์สหกรณ์ยดึถือเป็นหลกัในการปฏิบตัิมี 6 ข้อ คือ 1. การเป็นสมาชิกด้วยความสมคัรใจ 2. การควบคมุตามหลกัประชาธิปไตยและด าเนินการเป็นอิสระ 3. การจดัอตัราเงินปันผลตามหุ้น 4. การจดัสรรรายได้สทุธิ(ก าไร)เพ่ือผลประโยชน์ส่วนร่วม และความเป็นธรรม ในหมูส่มาชิก 5. การสง่เสริมการศกึษาอบรมทางสหกรณ์ 6. การร่วมมือกนัระหวา่งสหกรณ์ทัง้ปวง การด าเนินงานกิจกรรมสหกรณ์ การบริหารกิจกรรมสหกรณ์ทกุประเภทจะยดึหลกัการเดียวกนั คือ “บริหารงาน โดยสมาชิก” สมาชิกแตล่ะคนจะเลือกตวัแทนซึง่เรียกวา่”คณะกรรมการด าเนินการ” และผู้ตรวจ สอบกิจสหกรณ์ จากในท่ีประชมุใหญ่ ดงัภาพประกอบ3 100 ภาพประกอบ 3 แสดงการด าเนินงานกิจกรรมสหกรณ์ ท่ีมา : ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2538) คณะกรรมการด าเนินการ มีหน้าท่ีก าหนดนโยบายในการบริหารงานให้สหกรณ์ โดยช่วยจดัวาง “ผู้จดัการ” ให้ปฏิบตังิานภายในสหกรณ์ภายใต้การควบคมุดแูลของคณะกรรมการ ด าเนินการ ส าหรับสหกรณ์ในโรงเรียนประถมศกึษาก็ยึดหลกัในการด าเนินการทัว่ไป เชน่เดียวกบัสหกรณ์ทัว่ไป ทัง้นี ้ เพ่ือให้นกัเรียนได้ฝึกปฏิบตัิตามแนวทางท่ีถกูต้อง บทบาทของสมาชิกสหกรณ์ท่ีดี 1. ยดึมัน่ในอดุมการณ์สหกรณ์ 2. ปฏิบตัิตามระเบียบ ข้อบงัคบั และมตท่ีิประชมุ 3. เข้าร่วมประชมุทกุครัง้ 4. มีความซ่ือสตัย์ สามคัคี และเสียสละเพ่ือประโยชน์สว่นรวม 5. ควบคมุดแูลกิจการสหกรณ์ 6. สนบัสนนุและใช้บริการของสหกรณ์อยา่งสม ่าเสมอ และไมเ่อาเปรียบสมาชิกอ่ืน สมาชิก กกก สมาชิก สมาชิก สมาชิก ท่ีประชมุใหญ่ ผู้ตรวจสอบกิจการ แผนกบญัชี/การเงิน แผนกธุรการ/ทะเบียน แผนกธุรกิจตา่งๆ เลือกตัง้ จดัจ้าง คณะกรรมการด าเนินงาน ผู้จดัการ 101 การจดักิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนประถมศกึษา ภาพประกอบ4 แสดงวงจรเชิงเศรษฐกิจของมนษุย์ ท่ีมา : ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2528) จากวงจรเชิงเศรษฐกิจข้างต้นสามารถจะน ามาประยกุต์ใช้ในการจดักิจกรรม สหกรณ์โรงเรียนเพ่ือให้ครบวงจร โดยจดัให้มีกิจกรรมสง่เสริมการผลิต หรือการลงทนุกิจกรรม ออมทรัพย์ และกิจกรรมร้านค้า ท าให้เกิด “กิจกรรมสหกรณ์แบบครบวงจร” ดงัภาพประกอบ 5 2 ใช้จา่ยในชีวิต ประจ าวนั 3 เก็บออม 1 ลงทนุประ กอบอาชีพ เหลือจาก ใช้จ่ายมากขึน้ มีรายได้เพิ่ม มากขึน้ ลงทนุเพิ่ม มากขึน้ วงจรเศรษฐกิจ ของมนษุย์ เหลือจาก ใช้จา่ย มีรายได้ ลงทนุเพ่ิม 102 ขัน้ตอนการด าเนินการจดักิจกรรมสหกรณ์ให้บงัเกิดผลและประสิทธิภาพ ควรด าเนินการในแตล่ะกิจกรม ดงันี ้ 1. แตง่ตัง้คณะกรรมการในแตล่ะกิจกรรมโดยให้นกัเรียนเป็นคณะกรรมการ ด าเนินงาน ครูเป็นท่ีปรึกษา 2. จดัให้มีการประชมุใหญ่ประจ าปี เพ่ือชีแ้จง วตัถปุระสงค์ของกิจกรรม ตลอดจนรายงานในรอบปีท่ีผา่นมา จดัสรรก าไรและปันผล 3. ให้ความรู้ข้อมลูขา่วสารตา่งๆ แก่สมาชิก 4. จดัให้มีการระดมทนุ โดยการเพิ่มหุ้นและออมทรัพย์ได้ตลอดเวลา 5. สอดแทรกอดุมการณ์สหกรณ์เข้าไปในกิจกรรม การเรียนการสอน และ ในกิจกรรมเสริมหลกัสตูรของทกุระดบัชัน้ โดยเฉพาะในกลุม่การงานพืน้ฐานอาชีพ และ กลุม่ประสบการณ์พิเศษ (งานเลือก) 6. สง่เสริมสนบัสนนุ เคร่ืองมือและอปุกรณ์ในการด าเนินการ 7. ให้สินเช่ือแก่สมาชิกเพื่อการผลิตซึง่อาจให้บริการทัง้ในสว่นท่ีเก่ียวข้องกบั กิจกรรมการเรียนการสอน หรือให้บริการแก่สมาชิกท่ีจะน าไปด าเนินการร่วมกบัผู้ปกครองท่ีบ้าน ออมทรัพย์ หรือ เงินทนุ ออมทรัพย์ หรือ เงินทนุ ออมทรัพย์ หรือ เงินทนุ การจดักิจกรรม สหกรณ์ใน โรงเรียนแบบ ครบวงจร ภาพประกอบ5 การด าเนินงานสหกรณ์โรงเรียนครบวงจร ท่ีมา : ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ (2528) 45 103 8. พฒันาการขายและการให้บริการในการจ าหนา่ยสินค้า เชน่ การขายตรง และการน าสินค้าไปจ าหนา่ยนอกโรงเรียน ทัง้นีโ้รงเรียนจะต้องท าความเข้าใจกบัผู้ปกครองและ ชมุชนให้ชดัเจน 9. สง่เสริมและสนบัสนนุให้นกัเรียนได้หารายได้พิเศษ 10. ประเมินผลการปฏิบตังิานในแตล่ะปีและรายงานให้ผู้ เก่ียวข้องทราบ สรุป การท่ีนกัเรียนจะมีความรู้ ความเข้าใจ และเจตคตท่ีิดีตอ่กิจกรรมสหกรณ์นัน้ นอกจากจะเรียนรู้จกับทเรียนท่ีก าหนดไว้แล้วนกัเรียนจะต้องน าความรู้ท่ีได้รับไปปฏิบตัจิริง เพ่ือเพิ่มพนูทกัษะและความรู้สกึท่ีดีตอ่กิจกรรมสหกรณ์ อนัจะเป็นการปลกุฝังอดุมการณ์สหกรณ์ ให้แก่นกัเรียน โดย 1. การสมคัรเป็นสมาชิกกิจกรรมสหกรณ์ของโรงเรียน 2. เข้าร่วมประชมุใหญ่สามญัประจ าปีทกุครัง้ 3. เข้าร่วมกิจกรรม เชน่ เป็นกรรมสหกรณ์ตา่งๆ เพ่ือฝึกการซือ้ขาย การท าบญัชีออมหรือฝากอย่างสม ่าเสมอ ใช้สินเช่ือเพ่ือการผลิต (กู้ ยืมเงินจากฝ่ายเงินทนุ) การเรียนภาคปฏิบตัใินกลุม่การงานพืน้ฐานอาชีพและกลุม่ประสบการณ์อ่ืนๆ แล้วยงัสามารถ ท่ีจะเข้ากลุม่ผลิตสินค้าตามความถนดัและความสนใจนอกเวลาเรียนได้อีก 6. กิจกรรมการท าความสะอาดอาคารสถานท่ี ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ ได้ตัง้วตัถปุระสงค์ของ การดแูลรักษาความสะอาดบริเวณอาคารสถานท่ีและแหลง่บริการตา่งๆ ของโรงเรียนไว้ดงันี ้ เพ่ือให้นกัเรียนรู้จกัใช้และดแูลรักษาความสะอาดบริเวณโรงเรียน อาคารสถานท่ีและแหลง่บริการ ตา่งๆได้ เพ่ือฝึกให้นกัเรียนให้รู้จกัท างานด้วยตนเอง ตลอดจนรับผิดชอบท่ีตนเองได้รับมอบหมาย ส าหรับวิธีด าเนินการจะต้องปฏิบตัิตามขัน้ตอนดงัตอ่ไปนี ้ 1. จดัตัง้คณะกรรมการนกัเรียนร่วมรับผิดชอบ 2. จดัตัง้กรรมการดแูลรักษาความสะอาดอาคารสถานท่ี 3. โรงเรียนจดัหาเคร่ืองมือ เคร่ืองใช้ การท าความสะอาดสว่นรวมให้ 4. การปฏิบตังิานประจ าวนัของนกัเรียน 5. การประเมินผล โดยการสงัเกตการปฏิบตังิานของคณะกรรมการนกัเรียน สงัเกตกระบวนการท างานของนกัเรียนท่ีได้รับมอบหมาย และตรวจสอบรายงาน ผลความส าเร็จของคณะกรรมการ 104 การท าความสะอาดอาคารสถานท่ี เป็นกิจกรรมท่ีโรงเรียนมอบให้นกัเรียนมี สว่นร่วมในการปฏิบตังิาน มุ่งเน้นคณุสมบตัท่ีิต้องการ คือ ความรับผิดชอบ นิสยัรักความสะอาด ความมุง่มัน่ในการท างานและวิถีชีวิตประชาธิปไตย ส านกังานคณะกรรมการวฒันธรรมแหง่ชาต ิ(2552) ได้กลา่วไว้วา่ สถานศกึษาท่ีมีวฒันธรรมประชาธิปไตย มีแนวทางประพฤตปิฏิบตัิดงันี ้ 1.สง่เสริมให้มีการจดัตัง้และสนบัสนนุกิจกรรมของสภานกัเรียน 2.สอนและฝึกหดัให้นกัเรียนรู้จกัการท างานเป็นกลุม่ และการรับฟังความคิดเห็น และเหตผุลของผู้ อ่ืน 3.เสริมสร้างให้ครู นกัเรียน มีวินยั ซ่ือสตัย์สจุริตและรับผิดชอบตอ่หน้าท่ี 4. สง่เสริมกิจกรรมท่ีสร้างความสามคัคี เอือ้เฟือ้เผ่ือแผ ่ช่วยเหลือเกือ้กลู และ รักใคร่ปองดองกนัในโรงเรียน 5. กระตุ้นและเปิดโอกาสให้นกัเรียนกล้าท่ีจะแสดงความคดิเห็นในเร่ืองตา่งๆ เชน่ กิจกรรมของสภานกัเรียน กิจกรรมของสถานศกึษา กิจกรรมของชมุชน 6. ฝึกหดัให้นกัเรียนยอมรับในข้อตกลงร่วมกนัของกลุม่และปฏิบตัิตามหน้าท่ี ท่ีได้รับมอบหมาย 7.พยายามโน้มน้าวใจให้นกัเรียนเข้าใจเหตผุลในกฎระเบียบตา่งๆ มากกวา่ ท่ีจะใช้อ านาจบงัคบัให้ปฏิบตัติามแตเ่พียงอยา่งเดียว 8.สง่เสริมให้มีการรวมกลุม่เพ่ือด าเนินกิจกรรมในสถานโรงเรียน เชน่ ชมรม สหกรณ์ ฯลฯ 9 สนบัสนนุให้ครูนกัเรียนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อท าคณุประโยชน์ให้แก่โรงเรียน ชมุชน และสงัคม 10.สนบัสนนุกิจกรรมการพฒันาชมุชนกิจกรรมทางศาสนาและประเพณีท้องถ่ิน เชน่ วนัส าคญัทางศาสนา งานบญุประเพณี ฯลฯ 11.สนบัสนนุและเป็นตวัอยา่งการไปใช้สิทธิในการเลือกตัง้ระดบัตา่งๆ เช่น ก านนั ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อบจ. สส. สว. ฯลฯ โดยเลือกคนดีและร่วมเข้าตอ่ต้านการซือ้สิทธิ ขายเสียง 12.กรณีท่ีมีปัญหาความขดัแย้งจะแก้ไขด้วยวิธีการประนีประนอมไมใ่ช้อารมณ์ และความรุนแรง 105 การสร้างเสริมวฒันธรรมประชาธิปไตยในโรงเรียนกลา่วโดยสรุปได้ดงันี ้ การสง่เสริมให้มีการจดักิจกรรมสภานกัเรียน ชมรม สหกรณ์ ให้นกัเรียนรู้จกัท างานเป็นกลุม่ มีความซ่ือสตัย์มีวินยั ความรับผิดชอบ ฝึกให้นกัเรียนยอมรับในข้อตกลงร่วมกนัของกลุม่ จากการศกึษาแนวคดิทฤษฏี เก่ียวกบัการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีชีวิต ประชาธิปไตยในสถานศกึษาผู้วิจยัสรุปได้วา่ การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีชีวิตประชาธิปไตยใน สถานศกึษา ควรจดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการเพ่ือปลกูฝังเยาวชนของชาติ ให้มีคณุภาพระเบียบวินยัความจงรักภกัดีตอ่สถาบนัชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และเล่ือมใสใน การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ จดักิจกรรมเพ่ือรักษา ศลิปวฒันธรรมของไทยเพ่ือรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอนัดีงามของไทยการจดักิจกรรม ตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียนการจดักิจกรรมกีฬาและนนัทนาการการจดักิจกรรม สนุทรียะการจดักิจกรรมด้านอาสาพฒันาและบ าเพ็ญประโยชน์จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้นกัเรียน นกัศกึษาจดัตัง้กลุม่กิจกรรมตามรูปแบบการจดัตัง้พรรคการเมือง การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมประชาธิปไตย กรมสามญัศกึษา (2536)ได้เสนอการจดัสภาพแวดล้อมในโรงเรียนท่ีเป็น ประชาธิปไตย จะชว่ยเสริมบรรยากาศภายในโรงเรียนให้เป็นประชาธิปไตย ย่ิงขึน้ ทัง้นีเ้พราะ บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมท่ีดีเปรียบเสมือนครูท่ีพดูไมไ่ด้ท่ีมีอิทธิพลในการเสริมสร้างความคดิ จิตใจ ท่ีเป็นประชาธิปไตยได้เป็นอยา่งดี หากมองโดยภาพรวมแล้วอาจจดัสภาพแวดล้อมของโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่งๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้สอย มีความปลอดภยั คุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 1. การจดัสภาพแวดล้อมด้านกายภาพควรอยูภ่ายใต้หลกัการของการร่วมคิด ร่วมท า เพราะนอกจากจะได้ซึง่ทางเลือกหลายๆ วิธี จากบคุคลหลายๆ คนแล้ว ยงัเสริมสร้าง ความรู้สกึท่ีดี ความรู้สกึของการมีสว่นร่วมและความเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะนกัเรียนได้แสดง ความคดิเห็น ตดัสินใจวางแผน ดแูลบริเวณโรงเรียน อาคารสถานท่ี ภายใต้ค าแนะน าของครู อาจารย์ 106 2. สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้าน การเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน ตลอดจนการจดับริการสง่เสริมสนบัสนนุทางวิชาการ ตา่งๆ ท่ีจะท าให้นกัเรียนได้รับความรู้ ประสบการณ์ให้มากท่ีสดุภายใต้บรรยากาศท่ีมีชีวิตชีวาอยา่ง เป็นประชาธิปไตย เช่น การจดักิจกรรมอภิปราย ตอบปัญหา นิทรรศการ เชิญวิทยากร มาบรรยายให้ความรู้เร่ืองประชาธิปไตย การจดัการเรียนการสอนท่ียึดนกัเรียนเป็นศนูย์กลาง อยา่งแท้จริง ครูให้ความรัก ความเมตตา และปฏิบตักิบันกัเรียนเสมอต้นเสมอปลาย 3. สภาพแวดล้อมด้านการบริหารการจดัการ เชน่ การสง่เสริมความสมัพนัธ์ ระหวา่งบคุลากรในโรงเรียน ในลกัษณะตา่งๆ เชน่ 3.1 บคุลากรมีความเป็นกนัเอง ยิม้แย้มแจม่ใส ทกัทาย ปราศรัยด้วย ความเป็นมิตรไมตรีท่ีดีตอ่กนั 3.2 บคุลากรมีโอกาสพบปะสงัสรรค์หรือรวมกลุม่ท ากิจกรรมหลายๆ รูปแบบ ทัง้ในและนอกสถานท่ี 3.3 บคุลากรให้ความเคารพ ยอมรับในบทบาทหน้าท่ีของกนัและกนั 3.4 มีความจริงใจ มีเกียรต ิและประสานประโยชน์ซึง่กนัและกนัด้วยความยตุธิรรม 3.5 บคุลากรยอมรับฟังความคดิเห็นซึง่กนัและกนั และเป็นท่ีปรึกษาของกนัและกนั 3.6 บคุลากรเอือ้เฟือ้เผ่ือแผ่ ชว่ยเหลือเกือ้กลูซึง่กนัและกนัด้วยความเตม็ใจ 3.7 มีการยกย่องชมเชย เผยแพร่ผลงานของบคุลากรท่ีมีความสามารถ ฯลฯ การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเป็นประชาธิปไตยแสดงเป็นภาพได้ ดงันี ้ 107 ภาพประกอบ 6 แสดงบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ท่ีมา: กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2536) จากภาพแสดงให้เห็นวา่บรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเป็นประชาธิปไตย อาจมองเห็นจากการท่ีนกัเรียนมีอิสระในการแสดงออก มีความร่วมมือในการท างาน ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สะอาด ร่มร่ืน สวยงาม มีประโยชน์แก่การใช้สอยของอาคารสถานท่ี ซึง่เป็นผลจากการท่ีโรงเรียนสามารถจดัอาคารสถานท่ีและสิ่งประกอบตา่งๆ ในเชิงชีช้วนให้บคุลากร ฝ่ายตา่งๆ ได้แสดงพฤตกิรรมประชาธิปไตยได้อยา่งเตม็ท่ี การจดับรรยากาศและสิ่งแวดล้อมท่ีดี เปรียบเสมือนครูท่ีพดูไมไ่ด้แตมี่อิทธิพล ในการเสริมสร้างความคดิ จิตใจท่ีเป็นประชาธิปไตยได้เป็นอยา่งดี เม่ือมองในภาพรวมแล้ว อาจจดัสภาพแวดล้อมของโรงเรียนท่ีสง่เสริมบรรยากาศประชาธิปไตยได้ 3 กลุม่ใหญ่ๆ ดงันี ้ บรรยากาศท่ีแสดงความเป็นประชาธิปไตย - ความร่วมมือในการท างาน - มีอิสระในการแสดงออก - ความเป็นระเบียบเรียบร้อย - ความสะอาด ร่มร่ืน อาคารสถานท่ีและสิ่งประกอบ - บริเวณโรงเรียน - ห้องเรียนห้องปฏิบตักิาร - โรงอาหาร - ป้ายนิเทศ ฯลฯ ความสมัพนัธ์ของบคุลากรท่ี เก่ียวข้องกบัโรงเรียน - ครู - ผู้ปกครอง - นกัเรียน - ชมุชน - คนงานภารโรง - ฯลฯ 108 1. สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ ได้แก่ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบด้วยห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุุปกรณ์ตา่งๆ ท่ีค านงึถึง ความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มี ความปลอดภยัคุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 2. สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริม ทางด้าน การเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน ตลอดจนการจดับริการสง่เสริมสนบัสนนุทางวิชาการ ตา่งๆ ท่ีจะท าให้นกัเรียนได้รับรู้ประสบการณ์ให้มากท่ีสดุ ภายใต้บรรยากาศท่ีมีชีวิตชีวาอย่างเป็น ประชาธิปไตย เชน่ การจดักิจกรรมอภิปราย ตอบปัญหา นิทรรศการ เชิญวิทยาการมาบรรยาย ให้ความรู้เร่ืองประชาธิปไตย การจดัการเรียนการสอนท่ียึดผู้ เรียนเป็นส าคญัอยา่งแท้จริงครูให้ ความรักความเมตตาและปฏิบตักิบันกัเรียนเสมอต้นเสมอปลาย 3. สภาพแวดล้อมด้านการบริหารจดัการ เชน่ การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่ง บคุลากรโรงเรียนด้านการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเป็นประชาธิปไตย ดงันัน้ในการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเป็นประชาธิปไตยควรมีแนวทาง ดงันี ้ 1. สถานศกึษาควรสนบัสนนุให้คณะครู และผู้ เรียนร่วมกนัจดัตกแตง่ห้องเรียน ให้นา่อยูใ่ห้มีแสงสวา่งเพียงพอ และปรึกษากบัผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศกึษาระดม ทรัพยากรมาปรับปรุงห้องเรียนให้มีบรรยากาศเอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอน 2. สถานศกึษาร่วมกบัผู้ เรียน ผู้ปกครองและชมุชน ปรับปรุงภมูิทศัน์ในโรงเรียน ให้นา่อยู ่ เชน่ ปลกูต้นไม้ยืนต้น ปลกูดอกไม้ และรณรงค์การักษาความสะอาด เป็นต้น 3. สถานศกึษาควรมีนโยบายปลกูฝังให้ผู้ เรียนรักความสะอาด และรักษาสมบตัิ ของโรงเรียน 4. สถานศกึษาควรปลกูฝังให้ผู้ เรียนมีมารยาทในการพดูโดยเฉพาะการพดูกบั ผู้ใหญ่และการประพฤติตนให้เหมาะสมกบักาลเทศะ 5. สถานศกึษาควรร่วมมือกบัชมุชนเพ่ือหาทางป้องกนัไมใ่ห้ผู้ เรียนหนีเรียน 6. ด้านสภาพแวดล้อม เคร่ืองอปุโภค บริโภค สถานศกึษาควรจดัหาห้องน า้ ให้เพียงพอตอ่จ านวนผู้ เรียน จดัให้มีน า้สะอาดให้ผู้ เรียนได้ด่ืมอยา่งเพียงพอ จดัให้มีท่ีจอด รถจกัรยานและจกัรยานยนต์ให้เป็นท่ีระเบียบเรียบร้อย 7. ด้านความสมัพนัธ์ การใช้เหตผุล ควรฝึกให้ผู้ เรียนได้ใช้เหตผุลในการพดูหรือ อภิปรายข้อคดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็นผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา 109 ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2540) สรุปไว้วา่ นอกจาก จะจดักิจกรรมการเรียนการสอนให้นกัเรียนโดยเน้นกระบวนการกลุม่เพ่ือเป็นตวัน าให้นกัเรียน ฝึกพฤตกิรรมประชาธิปไตยแล้วสถานศกึษาควรจดัองค์ประกอบอ่ืนๆ ในสถานศกึษา อยา่งน้อย 3 องค์ประกอบ ซึง่ได้แก่ การสร้างบรรยากาศในสถานศกึษา การจดัห้องเรียน และการสง่เสริม บคุลิกภาพของครูให้มีลกัษณะท่ีเอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย ดงันี ้ 1. การสร้างบรรยากาศในสถานศกึษา หมายถึง การจดัสภาพแวดล้อมใน สถานศกึษาท่ีเอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย คือ 1.1 การบริหารกิจกรรมในสถานศกึษา คณะครูควรสง่เสริมให้นกัเรียนได้ฝึก ท ากิจกรรมตา่งๆ ในรูปของคณะกรรมการท่ีให้โอกาสเดก็ได้ฝึกกิจกรรมด้วยตนเองโดยมีคณะครู เป็นท่ีปรึกษา 1.2 คณะครูต้องพยายามสอนให้เดก็ได้คดิโดยการใช้ค าถามเป็นส่ือน าให้ มากท่ีสดุ โดยลกัษณะของค าถามควรเป็นค าถามท่ีกระตุ้นให้เดก็คิดและโต้ตอบด้วยเหตผุล 1.3 สง่เสริมให้นกัเรียนรู้จกัเคารพซึง่กนัและกนั ทัง้เร่ืองร่วมกนัการท างาน การคิด การยอมรับความคิดเห็นของผู้ อ่ืนรู้จกัคิดริเร่ิม และยอมรับกฎเกณฑ์หรือเง่ือนไขท่ี ทางกลุม่ร่วมกนัก าหนด 1.4 ครูเป็นทัง้ครูและทัง้พอ่แม่ ทัง้เพ่ือนและทัง้พี่ของนกัเรียนในอนัท่ีจะท า กิจกรรมร่วมกนัและรับผิดชอบงานสว่นรวม 1.5 ครูเป็นผู้ ชีแ้นะแนวทาง และอ านวยความสะดวกในการปฏิบตักิิจกรรม ให้กบันกัเรียนในขณะท่ีนกัเรียนเป็นผู้แสดงบทบาท ทัง้ฐานะผู้ปฏิบตัิ และแสดงความคดิเห็น ตา่งๆ ท่ีเป็นประโยชน์ตอ่ส่วนรวม 2. การจดัห้องเรียนเพ่ือให้สามารถจดักิจกรรมการเรียนการสอนอยา่งมี ประสิทธิภาพและเป็นการฝึกกระบวนการประชาธิปไตยไปพร้อมกนั ครูจ าเป็นท่ีจะจดัห้องเรียนให้ เอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมและพฒันาประชาธิปไตยไปด้วย คือ 2.1 การจดัท่ีนัง่กลุม่ การจดัท่ีนัง่กลุม่เพ่ือฝึกให้นกัเรียนได้รู้จกัท างานตาม กระบวนการประชาธิปไตย ควรนัง่เป็นกลุม่ กลุม่ละประมาณ 5-8 คน โดยมีการเลือกประธาน กลุม่หมนุเวียนกนัไปเป็นรายวนั รายสปัดาห์ รายเดือน ตามความเหมาะสม การจดัให้เดก็นัง่เป็น กลุม่จะท าให้เด็กเกิดความสะดวกในการท างาน การประชมุวางแผน การค้นคว้า 110 2.2 บรรยากาศในชัน้เรียนนกัเรียนมีเสรีภาพในการเคล่ือนไหวโยให้นกัเรียน ควบคมุกนัเองตามข้อตกลงของห้องเรียน ครูเป็นท่ีปรึกษาและให้ค าแนะน าในกรณีเด็กมีปัญหา ในการเรียนและในการปกครองต้องเป็นกนัเอง 2.3 การจดักลุม่ในห้องเรียน กลุ่มของนกัเรียนแตล่ะกลุม่ท่ีแบง่ไว้ในห้องเรียน ควรมีชว่งเวลาในการเปล่ียนแปลงกลุม่เพ่ือให้นกัเรียนมีโอกาสร่วมท างานกบัเพ่ือนในห้องอย่าง ทัว่ถึงแตเ่ม่ืออยู่ในกลุม่แตล่ะกลุม่จะมีความผกูพนัและมีหน้าท่ีรับผิดชอบงานภายในกลุม่ของตน ไมก้่าวก่ายไปถึงกลุม่อ่ืน แตก็่ไมต่ดัสิทธ์ิในการจะคดิตอ่กบักลุม่อ่ืนให้บริการตามความเหมาะสม 2.4 การเปล่ียนครูหรือเปล่ียนวิชาเรียน ครูท่ีเข้าไปสอนแตล่ะห้องควรค านงึถึง ข้อตกลงของห้องเรียนและของการปกครองในแตล่ะห้อง โดยไมค่วรเปล่ียนแปลงข้อตกลงของ ห้องเรียนเพ่ือเปิดโอกาสให้นกัเรียนได้มีอิสระในการท างาน 2.5 การปกครองตนเองของนกัเรียน ในการจดักิจกรรมเก่ียวกบักลุม่ย่อยใน ห้องเรียนจะชว่ยให้นกัเรียน ได้ฝึกการปกครองไปในตวัครูจงึคอยสอดส่องดแูลการจดักิจกรรมของ นกัเรียนให้เหมาะสม และควรปฏิบตัใิห้สอดคล้องกบัระบบกลุม่ของนกัเรียนเพ่ือให้นกัเรียนเห็น ความส าคญัเร่ืองระบบกลุม่และการปฏิบตัิตนเป็นแบบอยา่งของครู 3. การสง่เสริมบคุลิกภาพของครูให้มีลกัษณะท่ีเอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียน การสอน เพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย จากการศกึษาแนวคิดทฤษฏีของนกัวิชาการ ผู้วิจยัสรุปได้วา่ การสร้างบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 1)สภาพแวดล้อมด้าน กายภาพ ได้แก่ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่งๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยัคุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 2)สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน การสนบัสนนุทางวิชาการตา่งๆ และ 3) สภาพแวดล้อมด้านการบริหาร จดัการ เชน่ การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียนการใช้เหตผุล อภิปรายข้อขดัแย้ง ท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็นผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา จากการศกึษาแนวคิดทฤษฏีของนกัวิชาการ ผู้วิจยัสามารถสงัเคราะห์ องค์ประกอบประชาธิปไตย ได้ดงัแสดงในตาราง 3 111 ตาราง 3 ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบประชาธิปไตย รายละเอียด สปช 2536 วีรดา ชุลกีรรม 2544 สมชัย วุฒิ ปรีชา (2535) ณัฐกร อ่วม บ ารุง 2537 การสร้างบรรยากาศในโรงเรียน -การจดัสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอือ้ ตอ่ การจดักิจกรรมการเรียนการสอนสง่เสริม ประชาธิปไตย ผู้บริหาร ครู นกัเรียน พอ่แม ่    การจดัห้องเรียน -การจดัที่นัง่  บรรยากาศในห้องเรียน  การเปลีย่นครูหรือเปลีย่นวชิาทีเ่รียน  การปกครองตนเองของนกัเรียน  การจดักลุม่ในห้องเรียน  บคุลกิภาพของครู -ด้านความสมัพนัธ์กบันกัเรียน    -ด้านการท างานของครู   ผู้บริหาร -ต้องให้ความส าคญักบัการพฒันาวิถีชีวติ ประชาธิปไตย  -เป็นแบบอยา่ง ตัง้ใจ มุง่มัน่  -บริหารงานแบบประชาธิปไตย   กิจกรรมการเรียนการสอน -กระบวนการกลุม่   การปลกูฝังต้องท าอยา่งตอ่เนื่องและเป็นระบบ    ติดตาม ประเมินผล แก้ปัญหาอปุสรรคและข้อขดัข้อง  หนว่ยงานต้องดแูลเอาใจใส ่ ปัจจยั ขวญัก าลงัใจ  111 112 ตาราง 3 (ตอ่) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบประชาธิปไตย รายละเอียด สมบูรณ์ 2516 ประทีป 2526 ชาญวิทย์ 2536 กรมสามัญ ศึกษา 2536 การสร้างบรรยากาศในโรงเรียน -การจดัสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอือ้ ตอ่การจดักิจกรรมการ เรียนการสอนสง่เสริมประชาธิปไตย ผู้บริหาร ครู นกัเรียน พอ่แม ่  การจดัห้องเรียน -การจดัที่นัง่ บรรยากาศในห้องเรียน การเปลีย่นครูหรือเปลีย่นวชิาทีเ่รียน การปกครองตนเองของนกัเรียน การจดักลุม่ในห้องเรียน บคุลกิภาพของครู -ด้านความสมัพนัธ์กบันกัเรียน -ด้านการท างานของครู   ผู้บริหาร -ต้องให้ความส าคญักบัการพฒันาวิถีชีวติประชาธิปไตย    -เป็นแบบอยา่ง ตัง้ใจ มุง่มัน่ -บริหารงานแบบประชาธิปไตย   กิจกรรมการเรียนการสอน -กระบวนการกลุม่   การปลกูฝังต้องท าอยา่งตอ่เนื่องและ เป็นระบบ -ซมึซาบเข้าไปในความรู้สกึจิตใจของนกัเรียน   ติดตาม ประเมินผล -แก้ปัญหาอปุสรรคและข้อขดัข้อง  หนว่ยงานต้องดแูลเอาใจใส ่ -ปัจจยั ขวญัก าลงัใจ นกัเรียน -ผู้น า กล้าแสดงออก ขยนั อดทน เสยีสละ น า้ใจนกักีฬา ความคิดสร้างสรรค์    112 113 ตาราง 3 (ตอ่) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบประชาธิปไตย รายละเอียด ธเนศ 2552 อมร 2541 สปส 2556 กระทรวง 2540 การสร้างบรรยากาศในโรงเรียน -การจดัสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอือ้ ตอ่การจดักิจกรรมการ เรียนการสอนสง่เสริมประชาธิปไตย ผู้บริหาร ครู นกัเรียน พอ่แม ่    การจดัห้องเรียน -การจดัที่นัง่ บรรยากาศในห้องเรียน   การเปลีย่นครูหรือเปลีย่นวชิาทีเ่รียน การปกครองตนเองของนกัเรียน การจดักลุม่ในห้องเรียน  บคุลกิภาพของครู -ด้านความสมัพนัธ์กบันกัเรียน   -ด้านการท างานของครู   ผู้บริหาร -ต้องให้ความส าคญักบัการพฒันาวิถีชีวติประชาธิปไตย  -เป็นแบบอยา่ง ตัง้ใจ มุง่มัน่  -บริหารงานแบบประชาธิปไตย   กิจกรรมการเรียนการสอน -กระบวนการกลุม่    การปลกูฝังต้องท าอยา่งตอ่เนื่องและเป็น ระบบ -ซมึซาบเข้าไปในความรู้สกึจิตใจของนกัเรียน   ติดตาม ประเมินผล -แก้ปัญหาอปุสรรคและข้อขดัข้อง  หนว่ยงานต้องดแูลเอาใจใส ่ -ปัจจยั ขวญัก าลงัใจ  นกัเรียน -ผู้น า กล้าแสดงออก ขยนั อดทน เสยีสละ น า้ใจนกักีฬา ความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรม -กิจกรรมตามระเบยีบ กิจกรรมพิเศษ     113 114 ตาราง 3 (ตอ่) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบประชาธิปไตย รายละเอียด สปช 2540 ทิศนา 2530 สมเชษฐ์ 2554 การสร้างบรรยากาศในโรงเรียน -การจดัสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เอือ้ ตอ่การจดักิจกรรมการ เรียนการสอนสง่เสริมประชาธิปไตย ผู้บริหาร ครู นกัเรียน พอ่แม ่ การจดัห้องเรียน -การจดัที่นัง่ บรรยากาศในห้องเรียน การเปลีย่นครูหรือเปลีย่นวชิาทีเ่รียน การปกครองตนเองของนกัเรียน การจดักลุม่ในห้องเรียน บคุลกิภาพของครู -ด้านความสมัพนัธ์กบันกัเรียน -ด้านการท างานของครู  ผู้บริหาร -ต้องให้ความส าคญักบัการพฒันาวิถีชีวติประชาธิปไตย -เป็นแบบอยา่ง ตัง้ใจ มุง่มัน่ -บริหารงานแบบประชาธิปไตย  กิจกรรมการเรียนการสอน -กระบวนการกลุม่   การปลกูฝังต้องท าอยา่งตอ่เนื่องและ เป็นระบบ -ซมึซาบเข้าไปในความรู้สกึจิตใจของนกัเรียน ติดตาม ประเมินผล -แก้ปัญหาอปุสรรคและข้อขดัข้อง  หนว่ยงานต้องดแูลเอาใจใส ่ -ปัจจยั ขวญัก าลงัใจ นกัเรียน -ผู้น า กล้าแสดงออก ขยนั อดทน เสยีสละ น า้ใจนกักีฬา ความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรม -กิจกรรมตามระเบยีบ กิจกรรมพิเศษ   114 115 จากตาราง 3 ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนผู้วิจยั สรุปองค์ประกอบของประชาธิปไตยในโรงเรียนท่ีสง่เสริมให้บคุคลด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย หลกัสตูรสถานศกึษาสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีชีวิต ประชาธิปไตยในสถานศกึษา และการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบและการพัฒนารูปแบบ ความหมายรูปแบบ นกัวิชาการหลายๆ ทา่นได้ให้นิยามความหมายของ “รูปแบบ Model” ไว้เหมือน และแตกตา่งกนัดงันี ้ Robert John Mcleod(1998) กลา่ววา่รูปแบบหมายถึง การพรรณนาถึงความจริง อยา่งใดอย่างหนึง่ ด้วยเจตนาท่ีจะให้เข้าใจง่าย โดยพรรณนาให้อยูใ่นรูปแผนภมูิ ซึง่แสดงให้เห็น สว่นประกอบท่ีส าคญัๆ ของโครงสร้างหรือกระบวนการอย่างใดอยา่งหนึง่ รวมทัง้ความสมัพนัธ์ ระหวา่งสว่นประกอบเหลา่นัน้ มยรีุ อนมุานราชธน (2547) ให้ความหมายวา่ รูปแบบหมายถึง กรอบแนวคดิ พืน้ฐานของสิ่งท่ีเป็นจริงของปรากฏการณ์ใดปรากฏการหนึง่ เพื่อใช้อธิบายเหตกุารณ์ในรูปแบบ ท่ีปรากฏให้เห็นวา่เกิดอะไรขึน้ ท าไมจงึเกิดสิ่งนัน้ และสิ่งนัน้จะก่อผลอะไรบ้าง รูปแบบมกัแสดง ความสมัพนัธ์ให้ปรากฏให้เห็นเป็นรูปร่าง ทฤษฎีสว่นใหญ่มกัถกูพฒันามาจากรูปแบบท่ีได้รับ การทดสอบแล้ว ทวีศกัดิ ์อ าลา (2551) รูปแบบหมายถึง สิ่งท่ีได้รับการพฒันาขึน้จากชดุของ ปัจจยั องค์ประกอบ หรือตวัแปรท่ีมีความสมัพนัธ์กนั โดยความสมัพนัธ์นัน้สามารถแสดงในรูปภาพ แผนภมูิหรือแบบจ าลอง เพื่ออธิบายหรือแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบส าคญัและความสมัพนัธ์ของ เร่ืองใดเร่ืองหนึง่ให้เข้าใจได้ง่ายขึน้ ส าหรับ Willer (1987) ได้ให้ความหมายของรูปแบบวา่ หมายถึง ชดุของทฤษฎี ท่ีผา่นการทดสอบความเท่ียงตรง (Validity) และความเช่ือมัน่ (Reliability) แล้วสามารถระบแุละ พยากรณ์ความสมัพนัธ์ระหว่างตวัแปรโดยวิธีการทางคณิตศาสตร์ หรือทางสถิตไิด้ด้วย 116 ส าหรับ สมิธ และคณะ (Smith and others, 1971) อธิบายความหมายของ รูปแบบวา่รูปแบบเป็นการยอ่สว่นของจริงให้เล็กลง เพ่ือให้พิจารณาและชว่ยท าความเข้าใจใน ข้อเท็จจริงปรากฏการณ์หรือพฤตกิรรมตา่งๆ โดยการจดัวางแบบแผนให้เข้าใจง่ายขึน้ ซึง่เป็น เหมือนตวัแทนความจริงแตม่ิใชข้่อเท็จจริงหรือปรากฏการณ์ทัง้หมดท่ีเกิดขึน้ ขณะท่ีนงลกัษณ์ เรือนทอง (2550) ได้สรุปความหมายของรูปแบบวา่หมายถึง แบบจ าลองท่ีได้ย่อขนาดจริงให้เล็กลง หรือหมายถึงสิ่งท่ีแสดงถึงโครงสร้างของความสมัพนัธ์กนั ขององค์ประกอบ หรือตวัแปรตา่งๆ เพ่ือท่ีจะชว่ยในการวิเคราะห์ปัญหาและเข้าใจสิ่งตา่งๆ ได้ง่าย และดีขึน้ สว่น Longman (1987) ให้ความหมายของรูปแบบไว้ตามพจนานกุรม Contemporary English ไว้ ดงันี ้1) เป็นสิ่งย่อสว่นของของจริง ตรงกบัภาษาไทยท่ีวา่แบบจ าลอง 2) เป็นสิ่งท่ีของหรือคนท่ีน ามาใช้เป็นแบบอยา่ง เชน่ครูต้นแบบ นกัเดนิแบบ เป็นต้น สว่น สถาบนัการพฒันาข้าราชการพลเรือน กลา่วไว้วา่รูปแบบ หมายถึงแบบแผน ในการด าเนินงานเพ่ือให้บรรลวุตัถปุระสงค์ของรูปแบบ ซึ่งประกอบไปด้วยหลกัการ แนวคิดและ กระบวนการท่ีได้รับการพฒันามาแล้วอยา่งเป็นระบบ สอดคล้องกับหลกัการหรือแนวคดิของ รูปแบบนัน้และได้รับการทดสอบมาแล้ววา่สามารถปฏิบตัไิด้จริงและมีประสิทธิผล สามารถชว่ยให้ การปฏิบตัเิกิดผลตามวตัถปุระสงค์ กลา่วโดยสรุปได้ว่า รูปแบบ หมายถึง สิ่งท่ีได้รับการพฒันาขึน้เพ่ืออธิบายหรือ แสดงให้เห็นโครงสร้างทางความคิด หรือความสมัพนัธ์องค์ประกอบส าคญัๆ ของเร่ืองใดเร่ืองหนึง่ ให้เข้าใจได้ง่ายขึน้ เพ่ือเป็นแนวทางในการด าเนินการอย่างใดอย่างหนึง่ ประเภทของรูปแบบ นกัวิชาการหลายทา่นได้แบง่ปะเภทของรูปแบบไว้หลายลกัษณะซึง่แตกตา่งกนัไป ดงันี ้ Smith and Others (1971) จ าแนกประเภทของรูปแบบไว้หลายลกัษณะ ซึง่แตกตา่งกนัไปดงันี ้ 1.) รูปแบบเชิงกายภาพ (Physic Model) ได้แก่ 1.1) รูปแบบคล้ายจริง (Iconic Model) มีลกัษณะคล้ายของจริง เชน่ เคร่ืองบิน จ าลองหุน่ไลก่า หุ่นตามร้านตดัเสือ้ผ้า เป็นต้น 117 1.2) รูปแบบเหมือนจริง (Analog Model) มีลกัษณะคล้ายปรากฏการณ์ จริง เชน่ การทดลองทางเคมีในห้องปฏิบตักิารก่อนจะท าการทดลองจริง เชน่ เคร่ืองบนิจ าลองท่ี บนิได้หรือเคร่ืองบนิ เป็นต้น แบบจ าลองชนิดนีใ้กล้เคียงความจริงกวา่แบบแรก 2.) รูปแบบเชิงสญัลกัษณ์ (Symbolic Model) ได้แก่ 2.1) รูปแบบข้อความ (Verbal Model) หรือรูปแบบเชิงคณุภาพ (Qualitative Model) รูปแบบนีพ้บบอ่ยมากท่ีสดุ เป็นการใช้ข้อความปกตธิรรมดาใน การอธิบายโดยยอ่ เชน่ ค าพรรณนาลกัษณะงาน ค าอธิบายรายวิชา เป็นต้น Bertalanffy (1968) ผู้สร้างทฤษฎีระบบกลา่ววา่ การมีรูปแบบท่ีเป็นข้อความนัน้แม้บางครัง้จะเข้าใจได้ยากแตก็่ยงั ดีกวา่ไมมี่รูปแบบเสียเลยเพราะอยา่งน้อยก็เป็นแนวทางในการสร้างรูปแบบประเภทอ่ืนตอ่ไป 2.2) รูปแบบทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) หรือ รูปแบบ เชงิปริมาณ (Quantitative Model)เชน่ สมการ และ โปรแกรมเชิงเส้น เป็นต้น แนวคิดการจ าแนกรูปของ Smith and Others (1971) มีความคล้ายกบั แนวคิดการจ าแนกรูปแบบระบบทางการจดัการศกึษาของ นิคม ทางแดง (2536) โดยแบง่รูปแบบ ออกเป็น 4 แบบ คือ แบบไอโคดิก แบบอนาล็อก แบบสญัลกัษณ์ และแบบแนวคิด แตใ่นท่ีนีไ้ด้รวม รูปแบบแนวคิด และแบบสญัลกัษณ์ ไว้กบัแบบอนาล็อค เพ่ือความเข้าใจง่ายเพราะทัง้สองแบบ เป็นประเภทเดียวกนั 1.) รูปแบบระบบแบบไอโคดกิ (IconicModel) เป็นการจ าลองระบบด้วย ภาพเหมือนภาพถ่าย หรือสญัลกัษณ์ โครงสร้างทางกายภาพ ในระบบทางการศกึษารูปแบบ ระบบไอโคนิกมีความเหมาะท่ีใช้กบัระบบทางการศกึษาระดบัการสอน และระดบัประสบการณ์ การเรียน เชน่ ระบบการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ระบบการผลิตผลงานด้วยอาชีพเฉพาะอยา่ง ตา่งๆ เป็นต้น 2.) รูปแบบระบบอนาล็อก (Analog Model) เป็นระบบเทียบเหมือนท่ี ใช้สิ่งแทนท่ีก าหนดขึน้แทนส่วนประกอบ องค์ประกอบ และกระสวนการเปล่ียนแปลงของระบบจริง สามารถลดความสลบัซบัซ้อนของระบบจริงและแสดงเฉพาะสว่นส าคญัของระบบท าให้เข้าใจ ระบบโดยส่วนรวมได้ง่าย ซึง่สามารถแสดงได้ด้วยภาษา (Language Analog) แผนภมูิ (Flow Chart) แผนท่ี (Map) และกราฟ (Graph) 2.1) รูปแบบอนาล็อกภาษา ประกอบด้วยสว่นท่ีเป็นปณิธาน และ เป้าหมาย (Mission Statement) เกณฑ์การออกแบบระบบ (Design Criteria) เป้าหมาย เชิงปฏิบตักิาร (Performance Goals) สว่นท่ีเป็นปัจจยัน าเข้าผลลพัธ์ (Inputs / Outputs) 118 (หมายความวา่ ในระบบย่อย คือ ระบบปัจจยัน าเข้าจะต้องมีผลลพัธ์ออกมา การใส่ปัจจยั จงึบรรลวุตัถปุระสงค์ส่วนท่ีเป็น) ผลลพัธ์ / ปัจจยัน าเข้า (Outputs / Inputs) (หมายความวา่ สว่นท่ี เป็นผลลพัธ์บางสว่นท่ีเป็นจะต้องเป็นปัจจยัน าเข้าส าหรับวงจรผลย้อนกลบัด้วย) และข้อความสว่น ท่ีเป็นวงจรย้อนกลบัท่ีมีคนเป็นหลกั 1.รูปแบบระบบอนาล็อกแผนภมูิ เป็นการใช้สญัลกัษณ์ตา่งๆ แทน สว่นประกอบ องค์ประกอบและกระสวนการเปล่ียนแปลง ใช้เส้นหวัลกูศรแทนทิศทางการ เปล่ียนแปลงและ การเคล่ือนย้ายของข้อมลูตา่งๆ 2. รูปแบบอนาล็อกแผนภาพ โดยเน้นโครงสร้างท่ีไมล่ะเอียดเทา่กบัภาพ แตใ่ช้สญัลกัษณ์แทนสว่นประกอบองค์ประกอบและกระสวนการเปล่ียนแปลงของระบบ อาจใช้หลายภาพหรือหลายแผน่แทนการเปล่ียนแปลงในชว่งเวลาตา่งๆ 1. รูปแบบอนาล็อกแผนท่ี เป็นการใช้สญัลกัษณ์แทนสว่นประกอบและ องค์ประกอบตา่งๆในสถานท่ีจริง 2. รูปแบบอนาล็อกกราฟ ใช้ระยะแกน X และ Y แทนสว่นประกอบหรือ องค์ประกอบของระบบใช้เส้นและสญัลกัษณ์แทนการเคล่ือนไหวเปล่ียนแปลงของระบบ นอกจากนี ้Keeves (1988) ได้แบง่ประเภทของรูปแบบทางการศกึษาและ สงัคมศาสตร์เอาไว้4 ประเภท คือ 1. Analogue Model เป็นรูปแบบท่ีใช้การอปุมาอปุมยัเทียบเคียงปรากฏการณ์ ซึง่เป็นรูปธรรม เพ่ือสร้างความเข้าใจในปรากฏการณ์ท่ีเป็นนามธรรม เชน่ รูปแบบในการท านาย จ านวนนกัเรียนท่ีจะเข้าสูร่ะบบโรงเรียน ซึง่อนมุานแนวคิดจากการเปิดน า้เข้าและปล่อยน า้ออกจาก ถงันกัเรียนท่ีจะเข้าสู่ระบบโรงเรียนเปรียบเทียบได้กบัน า้ท่ีเปิดออกจากถงั ดงันัน้ นกัเรียนท่ีอยูใ่น ระบบจงึเทา่กนันกัเรียนท่ีเข้าสูร่ะบบลบด้วยนกัเรียนท่ีออกจากระบบเป็นตน 2. Semantic Model เป็นรูปแบบท่ีใช้ภาษาเป็นส่ือในการบรรยายหรืออธิบาย ปรากฏการณ์ท่ีศกึษาด้วยภาษา แผนภมูิ หรือรูปภาพ เพ่ือให้เห็นโครงสร้างทางความคดิ องคป์ระกอบและความสมัพนัธ์ขององค์ประกอบของปรากฏการณ์นัน้ๆ 3. Mathematic Model เป็นรูปแบบท่ีใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นส่ือใน การแสดงความสมัพนัธ์ของตวัแปรตา่งๆ รูปแบบประเภทนีน้ิยมใช้กนัทัง้ในสาขาจิตวิทยาและ ศกึษาศาสตร์รวมทัง้การบริหารการศกึษาด้วย 119 4. Causal Model เป็นรูปแบบท่ีพฒันามาจากเทคนิคท่ีเรียกว่า Path Analysis และหลกัการสร้าง Semantic Model โดยการน าเอาตวัแปรตา่งๆ มาสมัพนัธ์กนัเชิงเหตแุละผลท่ี เกิดขึน้ เช่น The Standard Deprivation Model ซึง่เป็นรูปแบบท่ีแสดงความสมัพนัธ์ระหวา่งสภาพ ทางเศรษฐกิจ สงัคม ของบิดามารดา สภาพแวดล้อมทางการศกึษาท่ีบ้านและระดบัสตปัิญญาของ เดก็ เป็นต้น ทิศนา แขมณี (2548) ได้สรุปรูปแบบท่ีนิยมใช้กนัทัว่ไป 4 ลกัษณะ คือ 1.) รูปแบบเชิงเปรียบเทียบ ได้แก่ ความคิดท่ีแสดงออกในลกัษณะของ การเปรียบเทียบสิ่งตา่งๆ อย่างน้อย 2 สิ่งขึน้ไป รูปแบบลกัษณะนีใ้ช้กนัมากทางด้านวิทยาศาสตร์ กายภาพ สงัคมศาสตร์และพฤตกิรรมศาสตร์ 2.) รูปแบบเชิงภาษา ได้แก่ ความคดิท่ีแสดงผา่นทางภาษา (พดูและเขียน) 3.) รูปแบบเชิงแผนผงั ได้แก่ ความคดิท่ีแสดงออกผ่านทางแผนผงั แผนภาพ ไดอะแกรม กราฟ เป็นต้น 4.) รูปแบบเชิงสาเหต ุได้แก่ ความคดิท่ีแสดงให้เห็นถึงความสมัพนัธ์เชิง สาเหตรุะหว่างตวัแปรตา่งๆของภาพการณ์/ปัญหาใดๆ แนวคิดของ Smith and Others (1971) และ นิคม ทาแดง (2536) คอ่นข้าง จะครอบคลมุทกุแนวคดิ นัน่คือ 1.) รูปแบบเชิงกายภาพซึ่งสอดคล้องกบัรูปแบบระบบไอโคนิก ท่ีเน้นสิ่งท่ีเป็นรูปธรรม เป็นของจริงหรือของจ าลองท่ีสร้างขึน้เพ่ือเรียนแบบของจริง 2.) รูปแบบเชิงสญัลกัษณ์ หรือ รูปแบบเชิงอนาล็อก ซึง่ประกอบด้วยรูปแบบท่ีเป็นในเชิงเปรียบเทียบ รูปแบบเชิงภาษา รูปแบบท่ีเป็นแผนภมูิ รูปแบบเชิงสาเหต ุและรูปแบบเชิงสญัลกัษณ์ ตวัเลข ส าหรับการวิจยัครัง้นีอ้าจอาศยัแนวคิดการน าเสนอรูปแบบเชิงอนาล็อก 2 ลกัษณะ คือ รูปแบบ เชิงภาษา (Language Analog) และรูปแบบท่ีเป็นแผนภูมิส าคญัของปรากฏการณ์ท่ีคาดวา่ จะเกิดขึน้ เพ่ือให้ง่ายตอ่การท าความเข้าใจ ท่ีไมมี่องค์ประกอบตายตวัหรือรายละเอียดทกุแง่มมุ โดยผ่านกระบวนการทดสอบอยา่งเป็นระบบ เพ่ือให้เกิดความแมน่ตรงและเช่ือถือได้ องค์ประกอบของรูปแบบ Brown และ Moberg(1980) ก าหนดองค์ประกอบของรูปแบบตามแนวคิด เชิงระบบองค์การ ท่ีประกอบด้วย 1. สภาพแวดล้อม 2. เทคโนโลยี 3. โครงสร้าง 120 4. กระบวนการบริหารจดัการ 5. การตดัสินใจสัง่การ ซึง่สอดคล้องกบั Bush (1986) ท่ีกลา่วว่าองค์ประกอบหลกัของรูปแบบท่ีใช้เป็น เกณฑ์ในการพิจารณารูปแบบขององค์การทางการศกึษา 4 ประการ คือ 1. เป้าหมาย 2. โครงสร้างองค์การ 3. สภาพแวดล้อม 4. ภาวะผู้น า ส าหรับ Getzels และ Guba(1957)ได้ก าหนดองค์ประกอบของรูปแบบเป็น 2 องค์ประกอบ คือ 1. สถาบนั (Institution)เป็นระบบของสงัคมท่ีมีการก าหนดแนวทางปฏิบตัิ ไว้เป็นแนวทางและมีการน าเอาแนวปฏิบตัมิาใช้อยา่งสม ่าเสมอ หน่วยย่อยของสถาบนัแบง่ ออกเป็นบทบาท (Role) และความคาดหวงั (Expectation) ซึง่บทบาทจะเก่ียวพนักบับคุลิกภาพ ของบคุคล ในบทบาทนัน้ จะหมายถึงลกัษณะของต าแหน่งหน้าท่ีและสภาพซึง่อยูภ่ายใต้สถาบนั และเป็นตวัก าหนดพฤตกิรรมของผู้สวมบทบาท ในสว่นของความคาดหวงัเป็นเร่ืองของเกณฑ์ มาตรฐานของสงัคมหรือสถาบนัท่ีมุง่หวงัจะได้รับจากผู้สวมบทบาท บทบาทท่ีสมบรูณ์ควรก าหนด ความสมัพนัธ์กบับทบาทอ่ืนๆ ภายในสถาบนัแนวคิดนีเ้องท าให้การก าหนดงานแตล่ะหน้าท่ีเป็นไป ในรูปแบบของการจดัล าดบัขัน้ โดยการก าหนดให้บทบาทหนึง่มีบทบาทตอ่เน่ืองไปกบัอีกบทบาท หนึง่ตอ่ไปเร่ือยๆ จนท าให้การด าเนินงานของสถาบนับรรลวุตัถปุระสงค์ได้อยา่งมีประสิทธิภาพ 2. บคุคล(Individual) เป็นองค์ประกอบส าคญัของระบบสงัคม สถาบนัจะ ด าเนินตอ่ไปไมไ่ด้หากไมมี่องค์ประกอบด้านบคุคลซึง่มีสว่นประกอบยอ่ยท่ีมีอิทธิพลตอ่การ ด าเนินงานของสถาบนัอยู ่2 ประการ คือ บคุลิกภาพ (Personality)และความต้องการ (Need Disposition) บคุลิกภาพของบคุคลมีความส าคญัตอ่การวางตวั การสวมบทบาท และ ความต้องการในการท างาน ในสว่นของความต้องการเป็นแนวโน้มในการพยายามท าตวัให้ เหมาะสม และปฏิบตัใินสิ่งใดสิ่งหนึง่ในลกัษณะท่ีอย่างแนน่อนของแตล่ะคน โดยมีความคาดหวงั บนพืน้ฐานในการแสดงออก 121 วิสทุธ์ิ วิจิตรพชัราภรณ์(2547) ได้แสดงองค์ประกอบของรูปแบบการจดัการศกึษา แบบกระจายอ านาจในสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน ประกอบด้วย 3 สว่น คือ สว่นท่ี 1 ความน า ประกอบด้วย แนวคิด หลกัการ วตัถปุระสงค์และอ านาจหน้าท่ี สว่นท่ี 2 องคป์ระกอบของรูปแบบ และสาระส าคญัของการกระจายอ านาจ ส่วนท่ี 3 ยทุธศาสตร์การด าเนินงานและเง่ือนไขความส าเร็จ ศริิชยั กาญจนวาสี และคณะ(2548) กลา่ววา่รูปแบบของระบบการบริหารจดั การศกึษาแบบบรูณาการส าหรับเขตพืน้ท่ีการศกึษาและสถานศกึษา ประกอบด้วย 4 องคป์ระกอบ คือ 1)ภาพวาดความส าเร็จ 2) การก าหนดโครงสร้าง 3)การบริหารจดัการ 4)การติดตามก ากบั ศกัดา สถาพรวจันา(2549) ได้ก าหนดองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารแบบ มีสว่นร่วมของสถานศกึษาขัน้พืน้ฐานออกเป็น 4 สว่นคือ สว่นท่ี 1 หลกัการแนวคิดของการบริหาร แบบมีสว่นร่วม สว่นท่ี 2 ระบบของรูปแบบการบริหารแบบมีสว่นร่วมของสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน 3) แนวทางการน ารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศกึษาไปใช้สว่นท่ี 4) เง่ือนไขของ รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน จากการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบจากแนวคดิของนกัวิชาการตา่งๆ สามารถสรุปได้วา่องค์ประกอบของรูปแบบ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ สว่นท่ี 1 สว่นน า สว่นท่ี 2 ตวัแบบหรือตวัระบบ ส่วนท่ี 3 การน ารูปแบบไปใช้ สว่นท่ี 4 การประเมินผล และ สว่นท่ี 5 เง่ือนไขหรือข้อจ ากดั คุณลักษณะของรูปแบบท่ีดี การศกึษาจากแนวคิดท่ีมีนกัวิชาการหลายทา่นได้ศกึษาไว้ มีรายละเอียดดงันี ้ พลูสขุ หิงคานนท์ (2540) และทาคาโอะ มิยากาวะ (คงศกัดิ ์สนัตพิฤกวงศ์ (แปล) , 1986) Keeves (1988) สรุปถึงรูปแบบท่ีดีไว้ว่า ควรมีลกัษณะ 5 ประการคือ 1. ควรประกอบด้วยความสมัพนัธ์เชิงโครงสร้างระหวา่งตวัแปรมากกวา่การเน้นความสมัพนัธ์ ระหวา่งตวัแปรแบบรวมๆ 2. ควรน าไปสูก่ารท านายผลท่ีจะตามมา โดยสามารถตรวจสอบได้ โดยข้อมลูเชิงประจกัษ์ 3. ควรอธิบายถึงโครงสร้างความสมัพนัธ์เชิงเหตผุลของเร่ืองท่ีจะศกึษาได้ อยา่งชดัเจน 4. ควรน าไปสูก่ารสร้างแนวความคดิใหม ่หรือ ความสมัพนัธ์ของเร่ืองท่ีจะศกึษาได้ และ 5.รูปแบบควรสอดคล้องกบักรอบของทฤษฎีของสิ่งท่ีจะใช้รูปแบบนัน้มาอธิบาย รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ (2548) กลา่วถึงคณุลกัษณะท่ีดีของรูปแบบ 5 ประการ คือ 1. รูปแบบต้องมีความสมัพนัธ์อยา่งมีโครงสร้างตวัแปรท่ีจะศกึษา 2. รูปแบบสามารถ ใช้การพยากรณ์ผลท่ีเกิดขึน้ได้ด้วยข้อมลูเชิงประจกัษ์และหาข้อมลูสนับสนนุด้วยข้อมลูเชิง ประจกัษ์ได้ 3. รูปแบบควรอธิบายโครงสร้างความสมัพนัธ์เชิงคณุภาพของเร่ืองท่ีจะศกึษาได้อยา่ง 122 ชดัเจนแล้วยงัใช้เป็นเคร่ืองมือในการอธิบายปรากฏการณ์ได้ด้วย 4. แบบจ าลองควรเป็นเคร่ืองมือ ในการสร้างความคดิรวบยอด (Concept) ใหม ่และการสร้างความสมัพนัธ์ท่ีก าลงัจะศกึษาด้วย 5. สอดคล้องกบัทฤษฎีของเร่ืองท่ีจะน ามาศกึษา จากแนวคดิของนกัวิชาการทัง้ส่ีทา่นดงักลา่ว เม่ือน ามาพิจารณาแนวคดิท่ี สอดคล้องกนัตามรูปคณุลกัษณะของรูปแบบท่ีส่ีแล้ว สามารถแสดงตารางได้ดงันี ้ ตาราง 4 การวิเคราะห์ความสอดคล้องเก่ียวกบัแนวคดิ เร่ือง คณุลกัษณะของรูปแบบ คณุลกัษณะของรูปแบบท่ีด ี พลู สขุ ห ิงค าน นท์ ทา ดา โอ ะ มิย าก าว า Ke ev es รุ่ง นภ า จิต รโร จน รัก ษ์ 1.การแสดงถึงความสมัพนัธ์เชิงโครงสร้างระหวา่งตวัแปร     2.น าไปสูก่ารท านายผลท่ีจะตามมา โดยสามารถตรวจสอบได้โดย ข้อมลูเชิงประจกัษ์     3.อธิบายถึงโครงสร้างหรือกลไกลความสมัพนัธ์เชิงเหตผุลของเร่ืองท่ีจะ ศกึษาอย่างชดัเจน     4.ควรน าไปสูก่ารสร้างแนวความคิดใหม ่หรือขยายองค์ความรู้     5.สอดคล้องกบัทฤษฏีของเร่ืองท่ีจะใช้รูปแบบ    จากตาราง 4 จะเห็นได้ว่าแนวคดิเก่ียวกบัคณุลกัษณะท่ีดีของรูปแบบตาม แนวคิดของ พลูสขุ หิงคานนท์ ทาคาโอะ มิยากาวะ Keeves และ รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ มีความสอดคล้องกนัอย่างมากโดยมีแนวคิดวา่รูปแบบท่ีดีมีคณุลกัษณะ 5 ประการ คือ 1.การแสดงถึงความสมัพนัธ์ของตวัแปรมีโครงสร้าง 2.มีลกัษณะท่ีสามารถใช้เป็นแนวทาง ในการพยากรณ์ผลและสามารถตรวจสอบได้ด้วยข้อมลูเชิงประจกัษ์ 3. มีโครงสร้างหรือกลไก เพ่ืออภิปรายปรากฏการณ์ในเชิงเหตผุลได้อยา่งชดัเจน 4. น าไปสูก่ารแนวความคิดใหมห่รือ ความสมัพนัธ์ใหมข่องปรากฏการณ์ท่ีศกึษา นอกจากนีค้ณุลกัษณะท่ีส าคญัประการหนึง่ท่ีควร พิจารณาถึงความสอดคล้องระหวา่งรูปแบบและทฤษฎีของเร่ืองหรือปรากฏการณ์ท่ีจะน ารูปแบบ ดงักลา่วไปอธิบายด้วย ซึง่ข้อสรุปนี ้ผู้วิจยัจะน าไปประกอบการพฒันารูปแบบบริหารระบบ 123 เครือข่าย เพ่ือพฒันาคณุภาพการศกึษาในสถานศกึษาขัน้พืน้ฐานให้เป็นรูปแบบท่ีสมบรูณ์ สามารถน าไปประยกุต์ในการบริหารสถานศกึษาให้เกิดประสิทธิผลอยา่งรอบด้านตอ่ไป จากท่ีได้ศกึษาความเห็นของนกัวิชาการข้างต้น สรุปวา่ ลกัษณะรูปแบบท่ีดีนัน้ ต้องน าไปใช้ได้ง่ายไมยุ่ง่ยาก ซบัซ้อน มีความสอดคล้องกบัสภาพความเป็นจริง มีความหลากหลาย ในทางปฏิบตั ิเพ่ือประโยชน์ของผู้น าไปใช้ การทดสอบรูปแบบ จดุมุง่หมายท่ีส าคญัของการสร้างรูปแบบก็เพ่ือทดสอบหรือตรวจสอบ รูปแบบนัน้ ด้วยข้อมลูเชิงประจกัษ์โดยการประมาณคา่พารามิเตอร์ของรูปแบบ ดงันัน้รูปแบบท่ีสร้างขึน้ จงึควรมีความชดัเจนและเหมาะสมกบัวิธีการตรวจสอบ โดยปกตแิล้วการวิจยัทางสงัคมศาสตร์ และพฤตกิรรมศาสตร์มกัจะด าเนินการทดสอบรูปแบบด้วยวิธีการทางสถิต ิผลของการทดสอบ จะท าไปสูก่ารยอมรับหรือปฏิเสธรูปแบบนัน้และน าไปสูก่ารสร้างทฤษฎีใหม่ตอ่ไป การทดสอบหรือ ตรวจสอบรูปแบบสามารถจะกระท าได้ 2 ลกัษณะ กล่าวคือ 1. การทดสอบรูปแบบด้วยการประเมิน ซึง่ Joint Committee on standards for Educational Evaluation ได้เสนอหลกัการประเมินเพ่ือเป็นบรรทดัฐานของกิจกรรมการ ตรวจสอบรูปแบบซึง่จดัเป็น 4 หมวด (Madaus ,Scriven and Stuffledeam,1983) ดงันี ้ 1.1) มาตรฐานด้านความเป็นไปได้ (Feasidility Standards) เป็นการประเมิน ความเป็นไปได้ในการน าไปปฏิบตัจิริง 1.2) มาตรฐานด้านความเป็นประโยชน์ (Utility Standards)เป็นการประเมิน การสนองตอ่ความต้องการของผู้ใช้รูปแบบ 1.3) มาตรฐานด้านความเหมาะสม (Propriety Standards) เป็นการประเมิน ความเหมาะสมทัง้ในด้านกฎหมายและศีลธรรมจรรยา 1.4) มาตรฐานด้านความถกูต้อง (Accuracy Standards) เป็นการประเมิน ความเช่ือถือ และได้สาระครอบคลมุถ้วนตามความต้องการอย่างแท้จริง 2. การทดสอบรูปแบบหรือการประเมินในบางเร่ืองก็ไมส่ามารถกระท าได้ ด้วยข้อจ ากดัของสภาพการตา่งๆซึง่ Eisner (1976) ได้เสนอแนวคิดของการทดสอบหรือประเมิน โดยใช้ผู้ทรงคณุวฒุิด้วยเห็นวา่การวิจยัทางการศกึษาส่วนใหญ่ด าเนินการตามหลกัการทาง วิทยาศาสตร์หรือเชิงปริมาณมากเกินไป และในบางเร่ืองก็ต้องการความละเอียดอ่อนมากกวา่ การได้ตวัเลขและสรุปจงึได้เสนอแนวคิดการประเมินโดยผู้ทรงคณุวฒุิได้ดงันี ้ 124 2.1) ประเมินโดยแนวทางนี ้มิได้ประเมินโดยสมัฤทธิผลของเป้าหมายหรือ วตัถปุระสงค์ตามรูปแบบของการประเมินแบบอิงเป้าหมาย (Goal Based Model) การตอบสนอง ปัญหาและความต้องการของผู้ ท่ีเก่ียวข้องตามรูปแบบของการประเมินแบบสนองตอบ (Responsive Model)หรือการรับรองกระบวนการตดัสินใจตามรูปแบบการประเมินอิงการตดัสินใจ (Decision Model)แตอ่ยา่งใดอย่างหนึง่ แตก่ารประเมินโดยผู้ทรงคณุวฒุิจะเน้นการวิเคราะห์ วิจารณ์อยา่งลกึซึง้เฉพาะในประเดน็ท่ีถกูน ามาพิจารณา ซึง่ไมจ่ าเป็นต้องเก่ียวโยงกบัวตัถปุระสงค์ หรือผู้ ท่ีมีสว่นเก่ียวข้องกบัการตดัสินใจเสมอไปแตอ่าจจะผสมผสานปัจจยัตา่งๆในการพิจารณาเข้า ด้วยกนัตามวิจารณญาณของผู้ทรงคณุวฒุิเพ่ือให้ได้ข้อสรุปเก่ียวกบัคณุภาพ ประสิทธิภาพ และ ความเหมาะสมของสิ่งท่ีจะท าการประเมิน 2.2) รูปแบบการประเมินท่ีเป็นความเฉพาะทาง(Art Criticism) ท่ีมี ความละเอียดออ่นลกึซึง้และต้องอาศยัผู้ เช่ียวชาญระดบัสงูมาเป็นผู้วินิจฉยั เน่ืองจากเป็นการวดั คณุคา่ไมอ่าจประเมินด้วยเคร่ืองมือใดๆและต้องใช้ความรู้ความสามารถของผู้ประเมินอยา่งแท้จริง แนวคิดนีไ้ด้น ามาประยกุต์ใช้ในทางการศกึษาระดบัสงูมากขึน้ทัง้นีเ้พราะเป็นองค์ความรู้เฉพาะ สาขาผู้ ท่ีศกึษาเร่ืองนัน้จริงๆจงึจะทราบและเข้าใจอยา่งลึกซึง้ 2.3) รูปแบบท่ีใช้ตวับคุคลคือผู้ทรงคณุวฒุิเป็นเคร่ืองมือในการประเมิน โดยใช้ความเช่ือถือวา่ผู้ทรงคณุวฒุินัน้เท่ียงธรรมและมีดลุยพินิจท่ีดี ทัง้นีม้าตรฐานและ เกณฑ์พิจารณาตา่งๆนัน้จะเกิดขึน้จากประสบการณ์และความช านาญของผู้ทรงคณุวฒุินัน่เอง 2.4) รูปแบบท่ียอมให้มีความยืดหยุ่นในกระบวนการท างานของผู้ทรงคณุวฒุิ ตามอธัยาศยัและความถนดัของแตล่ะคนนบัตัง้แตก่ารก าหนดประเดน็ส าคญัท่ีจะน ามาพิจารณา การบง่ชีข้้อมลูท่ีต้องการ การเก็บรวบรวมข้อมลู การประมวลผล การวินิจฉยัข้อมลูตลอดจนวิธีการ น าเสนอ กลา่วโดยสรุปการทดสอบรูปแบบ สามารถจะกระท าได้ 2 ลกัษณะคือ การประเมินตามแนวคิดของ Joint Committee on standards for Educational Evaluation และการประเมินโดยใช้ผู้ทรงคณุวฒุิตามแนวคดิ Eisner ซึง่เป็นวิธีท่ีแสดงถึงโครงสร้างความคิด โดยใช้หลกัการเทียบเคียง แนวความคิด ประสบการณ์และข้อมลูในองค์ประกอบและความสมัพนัธ์ ขององค์ประกอบตา่งๆ 125 แนวทางการสร้างรูปแบบ การสร้างรูปแบบ เป็นการก าหนดมโนทศัน์ท่ีเก่ียวข้องสมัพนัธ์กนัอยา่งเป็นระบบ เพ่ือชีใ้ห้เห็นชดัเจนวา่ รูปแบบเสนออะไร เสนออยา่งไร เพ่ือให้ได้อะไร และสิ่งท่ีได้นัน้อธิบาย ปรากฏการณ์อะไร และน าไปสูข้่อค้นพบอะไรใหม ่(Steiner,1990;Keeve,1988) แนวทางกว้างๆเพื่อการสร้างรูปแบบไว้ 4 ประการ (Keeves,1988)ดงันี ้ 1) รูปแบบควรประกอบด้วยความสมัพนัธ์อยา่งมีโครงสร้าง(ของตวัแปร) มากกว่า ความสมัพนัธ์เชิงเส้นตรงแบบธรรมดา อยา่งไรก็ตามความเช่ือมโยงแบบเส้นตรงธรรมดาทัว่ไปนัน้ ก็มีประโยชน์ โดยเฉพาะอยา่งยิ่งในการศกึษาวิจยัในชว่งต้นของการพฒันารูปแบบ 2) รูปแบบควรใช้เป็นแนวทางในการพยากรณ์ผลท่ีจะเกิดขึน้จากการใช้รูปแบบ สามารถตรวจสอบได้โดยการสงัเกต และการหาข้อสนบัสนนุด้วยข้อมลูเชิงประจกัษ์ได้ 3) รูปแบบควรต้องระบหุรือชีใ้ห้เห็นถึงกลไกเชิงเหตขุองเร่ืองท่ีศกึษา ดงันัน้นอกจากรูปแบบ จะเป็นเคร่ืองมือในการอธิบายปรากฏการณ์ได้ด้วย 4) นอกจากคณุสมบตัิตา่งๆ ท่ีกลา่วมาแล้ว รูปแบบควรเป็นเคร่ืองมือในทศัน์ใหม ่ ซึง่เป็นการขยายองค์ความรู้ในเร่ืองท่ีก าลงัศกึษาด้วย นอกจากนีศ้กึษาเอกสารท่ีเก่ียวข้องกบัการพฒันารูปแบบ พบวา่การพฒันา รูปแบบอาจมีขัน้ตอนการด าเนินงานแตกตา่งกนัออกไป แตโ่ดยทัว่ไปแล้วอาจแบง่ออกเป็น 2 ตอนใหญ่ คือ การสร้างรูปแบบ(construct)และการหาความตรง(validity) ของรูปแบบ (Willer,1967) สว่นรายระเอียดในแตล่ะขัน้ตอนวา่มีการด าเนินการอยา่งไรนัน้ ขึน้อยู่กบัลกัษณะ และกรอบแนวคดิซึง่เป็นฐานในการพฒันารูปแบบนัน้ๆ นอกจากนีน้ิคม ทาแดง (2536) ได้เสนอหลกัการสร้างรูปแบบนัน้เป็นกระบวน พิจารณาซ า้ทวนและสร้างจากสว่นใหญ่สูส่ว่นยอ่ย หรือ จากสว่นย่อยแล้วเช่ือมโยงเป็นระบบใหญ่ ทัง้นีรู้ปแบบแตล่ะประเภทมีขัน้ตอนการสร้างโดยด าเนินการดงัตอ่ไปนี ้ ค้นหาระบบยอ่ยจากข้อมลูและสารสนเทศในการวิเคราะห์ระบบพร้อมกบัหา ปัจจยัเข้า ผลลพัธ์และบรูณภาพของแตล่ะระบบยอ่ยหรือกลุม่ของระบบย่อยเช่ือมตอ่แสดงทิศทาง ของปัจจยัน าเข้า ผลลพัธ์ผลลพัธ์/ปัจจยัน าเข้า (Outputs/Inputs : O/I)ของแตล่ะระบบหรือกลุม่ ระบบย่อย ซึง่ข้อมลูและสารสนเทศเหลา่นีจ้ะได้รับผลของการสงัเคราะห์ระบบเป็นสว่นมาก เช่ือมโยงระบบย่อยเป็นกลุม่ระบบย่อย เละเช่ือมโยงกลุม่ระบบย่อยเป็นเครือขา่ย จดัล าดบัและต าแหนง่ของระบบย่อยเพ่ือใช้เส้นวิถีระบบท่ีแสดงทิศทางและ O/I ระหวา่งระบบย่อย ให้เรียบร้อย ด าเนินการ 2) 3) และ 4) หลายครัง้จนได้ระบบใหญ่เป็นท่ีพอใจ พิจารณาตดัระบบ ยอ่ยหรือกลุม่ระบบยอ่ยท่ีเป็นการจดัการหรือเป็นงานตามปกติ ซึง่ไมใ่ชก่ระบวนการของระบบ 126 ออกจดัระบบย่อยท่ีเป็นปัจจยัน าเข้า กระบวนการ ผลลพัธ์และผลย้อนกลบัให้อยูใ่นล าดบัและ ต าแหนง่ท่ีเหมาะสมก็จะได้รูปแบบระบบท่ีต้องการ อนึง่ในการสร้างรูปแบบอีกตวัอยา่งหนึง่เป็นการควบคมุวิทยานิพนธ์ซึง่ บญุชม ศรีสะอาด (2533) ด าเนินการเป็น 2 ขัน้ตอน คือ ขัน้ตอนท่ี 1 การพฒันารูปแบบและการทดสอบประสิทธิผลของรูปแบบ ในสว่นของการพฒันารูปแบบนัน้ ด าเนินการโดยวิเคราะห์ล าดบัขัน้ของการท าวิทยานิพนธ์ หลกัการเขียนรายงานวิจยั จดุบกพร่องท่ีมกัจะพบในการท าวิทยานิพนธ์ฯลฯ แล้วน าองค์ประกอบ เหลา่นัน้มาสร้างเป็นรูปแบบ ขัน้ตอนท่ี 2 คือ การน ารูปแบบดงักลา่วไปทดสอบและประเมินประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของรูปแบบการศกึษาวิเคราะห์ ในเร่ืองนีพ้อสรุปได้ว่า การสร้างรูปแบบ (Model)นัน้กระบวนพิจารณาซ า้ทวน และสร้างจากสว่นใหญ่สูส่่วนยอ่ย หรือ จากส่วนใหญ่แล้วเช่ือมโยงเป็นระบบใหญ่มีความสมัพนัธ์ เชิงโครงสร้าง สามารถท านายผล ขยายผล ท านายผลได้กว้างขวาง และสามารถน าไปสูแ่นวคดิ ใหม ่ทัง้นีไ้มมี่ข้อก าหนดท่ีตายตวัว่าจะต้องท าอยา่งไรบ้าง แตโ่ดยทัว่ไปจะเร่ิมต้นจากการหาองค์ ความรู้ (Intensive Knowledge)เก่ียวกบัเร่ืองท่ีเราจะสร้างรูปแบบให้ชดัเจน จากนัน้จึงค้นหา สมมตุฐิานและหลกัการของรูปแบบท่ีจะพฒันา โดยน าเอาข้อมลูท่ีศกึษามาวิเคราะห์และ สงัเคราะห์ เพ่ือก าหนดความสมัพนัธ์ขององค์ประกอบของรูปแบบ ก าหนดโครงสร้างและเสนอของ รูปแบบตามหลกัการท่ีก าหนดขึน้ และน ารูปแบบท่ีสร้างขึน้ไปตรวจสอบ ประเมินหาคณุภาพของ รูปแบบหรือความเป็นไปได้ของรูปแบบตอ่ไป (ประทีป บินชยั , 2546 ; บญุสง่ หาญพานิช , 2546) การพัฒนารูปแบบการบริหาร Willer (1967) กลา่วถึง การพฒันารูปแบบวา่ การพฒันารูปแบบ อาจมีขัน้ตอน การด าเนินงานท่ีแตกตา่งกนัไป แตโ่ดยทัว่ไปอาจแบง่เป็น 2 สว่น คือ การสร้างรูปแบบและ การสรรหาความเท่ียงตรงของรูปแบบ สว่นรายละเอียดในแตล่ะขัน้ตอนวา่ มีการด าเนินการอยา่งไร นัน้ขึน้อยูก่บัลกัษณะและกรอบแนวคิด ซึง่เป็นพืน้ฐานในการพฒันารูปแบบนัน้ๆ (สมาน อศัวภมูิ, 2525) การพฒันารูปแบบของหน่วยงานหรือนกัวิชาการพบว่า ขึน้อยูก่บัวตัถปุระสงค์และ เป้าหมายของการพฒันารูปแบบนัน้ๆ เชน่ 127 สมาน อศัวภมูิ(2525)ได้ท าการพฒันารูปแบบการบริหารการประถมศกึษา ระดบัจงัหวดัโดยมีขัน้ตอนการด าเนินการ 4 ขัน้ตอน คือ (1) การศกึษาวิเคราะห์เก่ียวกบัหลกัการ และข้อมลูพืน้ฐานประกอบการสร้างรูปแบบ (2) การสร้างรูปแบบในขัน้ตอน (3) การประมวล ความคดิเห็นของผู้ทรงคณุวฒุิเก่ียวกบัรูปแบบการบริหารการประถมศกึษาระดบัจงัหวดั และ (4) การปรับปรุงแก้ไขและการพฒันาเป็นรูปแบบสมบรูณ์ สมศกัดิ์ ดลประสิทธ์ิ(2539)ได้ท าการวิจยัเพ่ือน าเสนอรูปแบบระบบการบริหาร คณุภาพแบบมุง่คณุภาพทัง้องค์การในส านกังานศกึษาธิการจงัหวดั โดยมีขัน้ตอนการด าเนินงาน 6 ขัน้ตอน คือ ขัน้ตอนท่ี 1 ก าหนดกรอบของแนวคิดส าหรับการวิจยั ขัน้ตอนท่ี 2 การวิเคราะห์ องค์การ ระบบงาน และการประยกุต์ การบริหารคณุภาพแบบมุง่คณุภาพทัง้องค์การ ขัน้ตอนท่ี 3 การออกรูปแบบระบบการบริหารคณุภาพแบบมุ่งคณุภาพทัง้องค์การในส านกังานศกึษาธิการ จงัหวดั ขัน้ตอนท่ี 4 การตรวจสอบรูปแบบระบบบริการแบบมุง่คณุภาพทัง้องค์การ ในส านกังาน ศกึษาธิการจงัหวดัจากผู้ทรงคณุวฒุิ ขัน้ตอนท่ี 5 การปรับปรุงแก้ไขและพฒันาเป็นรูปแบบระบบ การบริหารคณุภาพแบบมุง่คณุภาพทัง้องค์การท่ีสมบรูณ์ และขัน้ตอนท่ี 6 สรุปและน าเสนอรูปแบบ ระบบการบริหารคณุภาพแบบมุง่คณุภาพทัง้องค์การในส านกังานศกึษาธิการจงัหวดั และจดัท า รายงานผลการวิจยั สทุศัน์ ขอบค า(2540) ได้พฒันารูปแบบเร่ือง รูปแบบการกระจายอ านาจ การจดัการศกึษาของกระทรวงศกึษาธิการ โดยมีขัน้ตอนการด าเนินงาน 2 ขัน้ตอน คือ ขัน้ตอนท่ี1 เป็นการศกึษาทฤษฎี ข้อมลูท่ีเก่ียวข้องและความคิดเห็นของผู้บริหารการศกึษา ทัง้ในสว่นกลาง และสว่นภมูิภาค โดยแบง่ออกเป็นขัน้ตอนย่อย ได้แก่ (1) การศกึษาทฤษฎีกระจายอ านาจการจดั การศกึษา(2) ศกึษาสภาพการกระจายอ านาจการการจดัการศกึษาของกระทรวงศกึษาธิการไปสู่ จงัหวดั(3) ศกึษาแนวคดิการกระจายอ านาจการจดัการศกึษาของกระทรวงศกึษาธิการไปสูจ่งัหวดั ของผู้บริหารการศกึษาและนกัวิชาการ(4)ศกึษารูปแบบการกระจายอ านาจการจดัการศกึษาของ ตา่งประเทศ และ (5) ศกึษาความคดิเห็นของผู้บริหารการศกึษาทัง้สว่นกลางและสว่นภมูิภาคท่ีมี ตอ่การกระจายอ านาจการจดัการศกึษาของกระทรวงศกึษาธิการไปสูจ่งัหวดั และขัน้ตอนท่ี 2 ขัน้การพฒันาเป็นการน าเอาผลการศกึษาจากขัน้ตอนท่ีหนึง่มาสงัเคราะห์สร้างรูปแบบจ าลอง การกระจายอ านาจการจดัการศกึษาโดยใช้เทคนิคเดลฟายประกอบด้วยขัน้ตอนยอ่ยได้แก่ (1) สร้างรูปแบบกระจายอ านาจการจดัการศกึษา(2) สอบถามความคดิเห็นเก่ียวกบัรูปแบบท่ี สร้างขึน้จากผู้ เช่ียวชาญ รอบท่ี1 (3)ปรับปรุงรูปแบบ (4)สอบถามความคิดเห็นเก่ียวกบัรูปแบบ จากผู้ เช่ียวชาญ รอบท่ี 2 และ (5)ปรับปรุงรูปแบบ 128 รุ่งนภา จิตโรจนรักษ์(2548)ได้พฒันารูปแบบการบริหารของคณะกรรมการ สถานศกึษาขัน้พืน้ฐานส าหรับประเทศไทย โดยแบง่ขัน้การพฒันา3 ขัน้ตอนหลกั ประกอบด้วย 4 ขัน้ตอนยอ่ยคือ ขัน้ตอนท่ี 1) ศกึษาองค์ความรู้และข้อมลูพืน้ฐานท่ีจ าเป็นส าหรับการพฒันา รูปแบบการบริหารของคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน การวิเคราะห์ข้อมลูพืน้ฐานนัน้ ในสว่นแนวคิด ทฤษฎี และสภาพปัจจบุนัและกรอบแนวคิด หลกัการ ในการพฒันารูปแบบ การบริหารของคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน ส าหรับประเทศไทยและขัน้ตอนท่ี 2) พฒันาในมิตขิองความถกูต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของการน ารูปแบบไปใช้ ขัน้ตอนท่ี 3)ทบทวนและปรับปรุงให้เหมาะสม จากการวิเคราะห์แนวคดิเก่ียวกบัการพฒันารูปแบบของสมาน อศัวภมูิ (2537) สมศกัดิ์ ดลประสิทธ์ิ (2539) สทุศัน์ ขอบค า(2540) รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์ (2548) และ Willer (1967) สรุปได้วา่ การพฒันารูปแบบ หมายถึง กระบวนการในการสร้างหรือพฒันาแบบจ าลอง นอกจากนี ้การวิเคราะห์แนวคดิเก่ียวกบัรูปแบบพบวา่ไม่สามารถก าหนดแนน่อน ตายตวัได้แตข่ึน้กบัรายระเอียดของปรากฏการณ์หรือสิ่งท่ีเราพฒันารูปแบบนัน้ๆ ดงันัน้ ผู้วิจยั จงึได้วิเคราะห์ความสอดคล้องของขัน้ตอนในการพฒันารูปแบบโดยใช้ตารางประกอบการวิเคราะห์ เพ่ือใช้เป็นกรอบในการก าหนดขัน้ตอนการพฒันารูปแบบส าหรับการวิจยัในครัง้นี ้ดงัแสดงตาราง 4 129 ตาราง 5 การวิเคราะห์ความสอดคล้องเก่ียวกบัขัน้ตอนในการพฒันารูปแบบ ขัน้ตอนการพฒันารูปแบบ wi lle r สม าน อ ศัว ภมู ิ สม ศกั ดิ์ ด ลป ระ สิท ธิ์ สทุ ศัน์ ขอ บค า รุ่ง นภ าา จิต รโร จน รัก ษ์ 1.การพฒันารูปแบบ -ศกึษาและวิเคราะห์เก่ียวกบัหลกัการและข้อมลู พืน้ฐาน (รวมถึงองค์ประกอบ และสภาพจริง โดยอาจใช้วิธีการสมัมนาก็ได้)และระบปัุญหาและ ความต้องการจ าเป็น -การสร้างรูปแบบเบือ้งต้น (อาจเป็นลกัษณะทางเลือกก็ได้)           2.การตรวจสอบ/ทดสอบรูปแบบ(ความเหมาะสม ความตรงของรูปแบบและการยอมรับ) -ประมวลความคิดเห็นจากการตรวจสอบ(ซึง่อาจใช้ วิธีการสมัมนาก็ได้)และเปรียบเทียบรูปแบบกบั องค์ประกอบและภารกิจจริงหรือทดสอบ           3.ทบทวนและปรับปรุงแก้ไขและพฒันาให้สมบรูณ์      ตาราง 5 การพฒันารูปแบบการบริหารจงึเป็นการสร้างหรือปรับปรุงรูปแบบ การด าเนินงานขององค์การ หนว่ยงาน สาระ หรือองค์ประกอบท่ีส าคญัในเร่ืองท่ีต้องการศกึษาท่ี แสดงถึงแนวความคดิวตัถปุระสงค์ เป้าหมาย และวิธีการ ท่ีน าไปสูก่ารเปล่ียนแปลงในทางท่ีดีขึน้ ด้วยกระบวนการศกึษาหลกัการแนวความคิด ทฤษฎีการสงัเคราะห์ การสร้างรูปแบบการบริหาร การศกึษาความเหมะสมและความเป็นไปได้ หรือการตรวจสอบรูปแบบ และการน าเสนอรูปแบบ รูปแบบการบริหารจะเป็นกระบวนการพฒันาองค์กรให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพ 130 ผู้วิจยัได้ก าหนดขัน้ตอนการพฒันารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 3 ขัน้ตอน เพ่ือให้รูปแบบดงักลา่วมี ความสมบรูณ์ เหมาะสมส าหรับสถานศกึษาอ่ืน น าไปใช้เป็นแนวทางการสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียนตามบริบทของแตล่ะสถานศกึษา ซึง่ประกอบด้วย ขัน้ตอนท่ี 1การศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ขัน้ตอนย่อยท่ี 1 ศกึษาแนวคิด ทฤษฎี ขัน้ตอนย่อยท่ี 2 ศกึษาตวัแบบของสถานศกึษา ขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน แบง่เป็น 6ขัน้ตอนย่อย ขัน้ตอนย่อยท่ี 1 การจดัท ารูปแบบ ขัน้ตอนย่อยท่ี 2 การประเมินความเหมาะสม ขัน้ตอนย่อยท่ี 3 ปรับปรุงรูปแบบ ขัน้ตอนย่อยท่ี 4 จดัท าคูมื่อ ขัน้ตอนย่อยท่ี 5 ประเมินความเหมาะสมของคูมื่อ ขัน้ตอนย่อยท่ี 6 ปรับปรุงคูมื่อ ขัน้ตอนท่ี 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน แบง่เป็น 5ขัน้ตอนย่อย ขัน้ตอนย่อยท่ี 1 ก าหนดกลุม่เป้าหมาย ขัน้ตอนย่อยท่ี 2 สร้างความเข้าใจ ขัน้ตอนย่อยท่ี 3 ทดลองใช้รูปแบบ ขัน้ตอนย่อยท่ี 4 ประเมินผลหลงัใช้รูปแบบ ขัน้ตอนย่อยท่ี 5ปรับปรุงรูปแบบ จากการศกึษาความหมายของรูปแบบ องค์ประกอบของรูปแบบ คณุลกัษณะ ของรูปแบบท่ีดี การทดสอบรูปแบบ แนวทางการสร้างรูปแบบ และการพฒันารูปแบบสรุป การสงัเคราะห์รูปแบบและการพฒันารูปแบบ ผู้วิจยัได้สงัเคราะห์วิธีด าเนินการท าวิจยัรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน กลา่วโดยสรุปรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน หมายถึง แนวทางในการด าเนินงาน เพ่ือให้นกัเรียนด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การบริหารแบบมีสว่นร่วม หลกัสตูรสถานศกึษาสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย กิจกรรมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย บรรยากาศและ การจดัสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย และวิถีชีวิตประชาธิปไตย และสามารถแสดงได้ดงันี ้ 131 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน การบริหารแบบมีส่วนร่วม ภาพประกอบ 7 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน หลกัสตูรสถานศกึษา สง่เสริมประชาธิปไตย กิจกรรมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย การสร้างบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมท่ี สง่เสริมประชาธิปไตย วิถีประชาธิปไตยใน โรงเรียนประถมศกึษา -คารวธรรม - สามคัคีธรรม - ปัญญาธรรม - การวางแผน - การสัง่การ - การควบคมุ - การวางแผน - การสัง่การ - การควบคมุ - การวางแผน - การสัง่การ - การควบคมุ 132 แนวคิดเก่ียวกับคู่มือ ในการน ารูปแบบไปใช้ให้มีประสิทธิภาพ จ าเป็นต้องมีการจดัท าคูมื่อการ ด าเนินงานตามรูปแบบ เพราะคูมื่อเป็นสิ่งท่ีแสดงให้เห็นถึงวิธีการซึง่โดยรายละเอียดแนะน าวิธีการ ในการปฏิบตัซิึง่ได้ก าหนดวตัถปุระสงค์ของการด าเนินงานไว้ ดงันัน้ผู้วิจยัจงึได้ท าการศกึษา ค้นคว้าเก่ียวกบัการจดัท าคูมื่อ ดงันี ้ ความหมายของคู่มือ จินตนา สขุสมแดน (2556) ได้ให้ความหมายไว้ว่า คูมื่อ (Handbook หรือ Manual) หมายถึง เอกสารท่ีรวบรวมเนือ้หาทัง้ทฤษฎี และ แบบฝึกปฏิบตัเิพ่ือใช้ประกอบหรืออ านวย ความสะดวกเก่ียวกบัการศกึษาเร่ืองใดเร่ืองหนึง่ โดยมีรายละเอียดแนะน าวิธีการปฏิบตัใิน กิจกรรม เป็นการให้ค าอธิบายและเฉลยปัญหา หรือข้อสงสยั เพ่ือให้ได้ความรู้และค าตอบ อยา่งรวดเร็วด้วยตนเอง นิยมจดัท าเป็นรูปเลม่ ท าให้สามารถให้รายละเอียดเก่ียวกบัเร่ืองนัน้ๆ ได้มากขึน้ และมกัจะมีภาพประกอบเพ่ือดงึดดูความสนใจ และเพ่ือให้เข้าใจได้ง่ายขึน้ ปรีชา ชา่งขวญัยืน (2550) ได้กลา่วถึงคูมื่อครู วา่ ก็คือหนงัสือท่ีให้ แนวทางและค าแนะน าแก่ครู เก่ียวกบัสาระวิธีการ กิจกรรม ส่ือ วสัด ุอปุกรณ์และแหล่งข้อมลู หรือแหลง่อ้างอิงตา่งๆ ปกติมกัใช้ควบคูก่บัต าราเรียนหรือหนงัสือเรียน อนัเดร ไชยเผือก (2551) ท่ีได้อธิบายเก่ียวกบัความหมายของคูมื่อไว้วา่ คูมื่อเป็นหนงัสือท่ีเขียนขึน้เพ่ือเป็นแนวทางให้ผู้ใช้คูมื่อได้ศกึษาท าความเข้าใจและปฏิบตัิตาม เพ่ือท ากิจกรรมใดกิจกรรมหนึง่ใหม่มาตรฐานใกล้เคียงกนัมากท่ีสดุ และบรรลผุลส าเร็จตาม เป้าหมายด้วยตนเอง อ านวย เถาตระกลู (2551) ได้ให้ความหมายของคูมื่อวา่ เป็นเอกสารท่ีมี รายละเอียดเสนอแนะแก่ผู้ ใช้ให้สามารถเข้าใจแนวทางการใช้และข้อพงึปฏิบตัท่ีิจะช่วยให้ การน าเร่ืองนัน้ไปใช้งานตรงตามเจตนารมณ์ จากความหมายของนกัการศกึษาสามารถสรุปความหมายของคู่มือครูดงันี ้ คูมื่อครู คือ เคร่ืองมือท่ีเสนอแนะแนวทางในการจดักิจกรรมการเรียนการสอน เพ่ือให้ครูน า ไปใช้จดัการเรียนรู้ประกอบด้วย สาระวิธี กิจกรรม ส่ือ วสัด ุอปุกรณ์ และแหลง่ข้อมลูตา่งๆ เพ่ือให้จดัการศกึษาได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถบรรลเุป้าหมายและวตัถปุระสงค์ท่ีก าหนดไว้ 133 องค์ประกอบของคู่มือ จินตนา สขุสมแดน (2556)องค์ประกอบของคูมื่อมี 2 สว่น คือ 1) ค าชีแ้จงการใช้ คูมื่อ ประกอบด้วย วตัถปุระสงค์ ขอบขา่ยเนือ้หา และค าแนะน าการศกึษาคูมื่อ 2) เนือ้หา ปรีชา ช้างขวญัยืน (2550) และ บญุเกือ้ ควรหาเวช (2542) ได้เสนอแนะเก่ียวกบั สว่นประกอบท่ีส าคญัของคูมื่อครูไว้ดงัตอ่ไปนี ้ 1. ค าชีแ้จงการใช้คูมื่อ 1) วตัถปุระสงค์ของคูมื่อ 2) ความรู้พืน้ฐานท่ีจ าเป็นในการใช้คูมื่อ 3) วิธีการใช้ 4) ค าแนะน า 2. เนือ้หาสาระท่ีจะสอน ปกตจิะมีการให้เนือ้หาสาระท่ีจะสอน โดยมีค าชีแ้จงหรือ ค าอธิบายประกอบ และอาจมีการวิเคราะห์เนือ้หาสาระให้ผู้อา่นเกิดความเข้าใจท่ีกระจา่ง 3. การเตรียมการสอน ประกอบด้วยรายละเอียดเก่ียวกบั 1) การเตรียมสถานท่ี วสัด ุส่ือ อปุกรณ์ และเคร่ืองมือท่ีจ าเป็น 2) การเตรียมวสัด ุเอกสารประกอบการสอน แบบฝึกหดั แบบฝึกปฏิบตั ิ ข้อสอบ ค าเฉลย ฯลฯ 3) การติดตอ่ประสานงานท่ีจ าเป็น ฯลฯ 4. กระบวนการ วิธีการ กิจกรรมการสอน สว่นนีน้บัว่าเป็นสว่นส าคญัของคูมื่อ คูมื่อครูจ าเป็นต้องให้ข้อมลูหรือรายละเอียดตา่งๆ ดงัตอ่ไปนี ้ 1) ค าแนะน าเก่ียวกบัขัน้ตอนตา่งๆ และวิธีด าเนินการสอน 2) ค าแนะน าและตวัอยา่งเก่ียวกบักิจกรรมการสอนท่ีจะช่วยให้การสอนบรรลผุล 3) ค าถาม ตวัอย่าง แบบฝึกหดั แบบฝึกปฏิบตั ิและส่ือตา่งๆ ท่ีใช้ในการสอน 4) ข้อเสนอแนะเก่ียวกบัสิ่งควรท า ไม่ควรท า ซึง่มกัจะมาจาก ประสบการณ์ของผู้ เขียน ฯลฯ 5. การวดัและประเมินผล คูมื่อครูท่ีดีควรจะให้ค าแนะน าท่ีเก่ียวข้องกบัการสอน อยา่งครบถ้วน การวดัและประเมินผลการสอน นบัเป็นองค์ประกอบส าคญัของการสอนอีก องคป์ระกอบหนึง่ ท่ีคูมื่อจ าเป็นต้องให้รายละเอียดตา่งๆ เชน่ 1) เคร่ืองมือวดัผล ซึง่อาจจะเป็นข้อสอบแบบปรนยั ข้อสอบแบบอตันยั แบบบนัทกึผลงาน แบบสงัเกต เป็นต้น 134 2) วิธีวดัผล คูมื่อครูควรจะให้ค าอธิบายเก่ียวกบัวิธีการในการวดัผล พร้อมทัง้ตวัอยา่งในการด าเนินการ เพ่ือความเข้าใจท่ีกระจ่างชดั 3) เกณฑ์การประเมินผล คูมื่อครูอาจเสนอแนะเกณฑ์ในการประเมินผลหรือ ให้ค าแนะน าในการพฒันาเกณฑ์เพ่ือประเมินการเรียนการสอนด้วย 6. ความรู้เสริม คูมื่อครูท่ีดีจะต้องค านงึถึงความต้องการของผู้ใช้และสามารถ คาดคะเนได้วา่ผู้ ใช้มกัจะประสบปัญหาในเร่ืองใด และจดัหาหรือจดัท าข้อมลูท่ีจะชว่ยสง่เสริม ความรู้ของครู อนัจะท าให้การสอนมีประสิทธิภาพยิ่งขึน้ 7. ปัญหา และค าแนะน าเก่ียวกบัการป้องกนัและแก้ไขปัญหา ปกตแิล้วผู้ เขียน คูมื่อครู ควรจะเป็นผู้ ท่ีมีประสบการณ์ในเร่ืองท่ีเขียนมามากพอสมควร ซึง่จะช่วยให้รู้วา่ใน การด าเนินการในเร่ืองนัน้ๆ มกัจะมีปัญหาอะไรเกิดขึน้ และจดุอ่อนในเร่ืองนัน้มีอะไรบ้าง การเป็นผู้ มีประสบการณ์และสามารถน าเอาประสบการณ์เหลา่นัน้มาชว่ยผู้ใช้หรือผู้อา่นให้ สามารถกระท าสิ่งนัน้ๆ ได้อย่างราบร่ืน ไมเ่กิดอปุสรรคปัญหา นบัวา่เป็นจดุเดน่ของคูมื่อ ผู้ เขียนคูมื่อครูท่ีสามารถแนะน าเก่ียวกบัการป้องกนัและแก้ไขปัญหาท่ีอาจจะเกิดขึน้กบั ผู้อา่นหรือผู้ใช้คูมื่อ จงึถือได้วา่ได้ท าหน้าท่ีของผู้ เขียนหนงัสือท่ีดี 8. แหลง่ข้อมลู และแหลง่อ้างอิงตา่งๆ หนงัสือท่ีดีไมค่วรขาดการให้แหลง่อ้างอิง และแหลง่ข้อมลู ซึง่จะเป็นประโยชน์ตอ่ผู้อา่นในการไปศกึษาค้นคว้าตอ่ไป โดยเฉพาะอยา่ง ยิ่งคูมื่อครูนัน้เป็นหนงัสือท่ีเป็นแนวทางในการสอน หากครูได้รับข้อมลูเก่ียวกบัแหล่งข้อมลูตา่งๆ ก็จะมีประโยชน์ตอ่การสอน ลักษณะของคู่มือที่ดี หนงัสือคูมื่อนัน้แท้จริงก็คือหนงัสือท่ีสอนหรือให้ความรู้แก่ผู้อา่นผา่นทางภาษา เขียน แตเ่น่ืองจากผู้อา่นไมมี่โอกาสท่ีจะซกัถามผู้ เขียนในประเดน็ท่ีสงสยั คู่มือ จ าเป็นต้องมี ความชดัเจนให้รายละเอียดครบคลมุประเดน็ท่ีน่าสงสยัไว้ทัง้หมด จินตนา สขุสมแดน (2556)ได้กลา่วไว้วา่ ในการพฒันาคูมื่อขึน้มานัน้ จ าเป็น ต้องค านงึถึงลกัษณะของคูมื่อเป็นส าคญั เพราะผู้ ท่ีใช้หรือศกึษาคูมื่อนัน้จะให้ความสนใจ หรือไม ่ ก็ต้องขึน้อยูก่บัลกัษณะของคูมื่อท่ีดีนัน่เอง 135 1. ด้านเนือ้หา 1.1 เนือ้หาสาระหรือรายละเอียดในคูมื่อควรตรงกบัเร่ืองศกึษา และไมย่ากจนเกินไป จนท าให้ไมมี่ผู้สนใจท่ีจะหยิบอา่น 1.2 การน าเสนอเนือ้หาควรให้เหมาะสมกบัพืน้ความรู้ของผู้ ท่ีจะศกึษา 1.3 ข้อมลูท่ีมีในคูมื่อ ผู้อา่นสามารถประยกุต์ใช้ได้ 1.4 เนือ้หาควรเหมาะสมท่ีจะน าไปอ้างอิงได้ 1.5 ควรมีกรณีตวัอย่างประกอบในบางเร่ือง เพ่ือจะได้ท าความเข้าใจง่าย 1.6 ควรมีการปรับปรุงเนือ้หาของคูมื่อให้ทนัสมยัเสมอ 2. ด้านรูปแบบ 2.1 ตวัอกัษรท่ีใช้ควรมีตวัโตและมีรูปแบบท่ีชดัเจนอา่นง่ายเหมาะกบัผู้ใช้คู่มือ 2.2 ควรมีภาพหรือตวัอย่างประกอบเนือ้หา 2.3 ลกัษณะการจดัรูปเลม่ควรท าให้นา่สนใจ 2.4 การใช้ภาษาควรเข้าใจง่าย เหมาะสมกบัผู้ใช้คูมื่อ 2.5 ระบบการน าเสนอควรเป็นระบบจากง่ายไปยากหรือเป็นเร่ืองๆ ให้ชดัเจน 3. ด้านการน าไปใช้ 3.1 ควรระบขุัน้ตอนวิธีการใช้ให้ชดัเจน 3.2 มีแผนภมูิ ตาราง ตวัอยา่งประกอบให้สามารถน าไปปฏิบตัไิด้จริง 3.3 มีข้อมลูเพื่อสามารถใช้ และ ประสานงานตา่งๆ ได้สะดวกรวดเร็ว 3.4 บอกข้อควรปฏิบตัใิห้เข้าใจง่าย 4. ด้านความเท่ียงตรงในการใช้งานผู้ เช่ียวชาญอ่านแล้วเห็นวา่ เนือ้หาถกูต้องมี ความเหมาะสม 5. ด้านความเช่ือมัน่ในการใช้งาน 5.1 ครูทกุคนศกึษาคูมื่อแล้วปฏิบตัไิด้จริง 5.2 ครูทกุคนอา่นคูมื่อแล้วเข้าใจตรงกนั บญุเกือ้ ควรหาเวช (2542) ได้อธิบายเก่ียวกบัคูมื่อท่ีดีวา่ จะต้องค านงึถืง ภาษาท่ีชดัเจน เข้าใจง่าย ใคร่ครวญถึงปัญหาและสถานการณ์อย่างทะลปุรุโปร่ง เพื่อให้ผู้ ใช้คูมื่อ ได้ใช้เป็นอยา่งดี ควรออกแบบคูมื่อให้สวยงามน่าหยิบอ่าน มีรูปภาพหรือการ์ตนูประกอบเพ่ือให้มี ความนา่สนใจ หากท าเป็นเล่มควรท าปกให้มีความสวยงามและทนทานตอ่การใช้สอย สว่นหน้าปก ก็ควรเขียนอยา่งเดน่ชดั สอดคล้องกบั 136 ปรีชา ช้างขวญัยืน (2550) ท่ีกลา่วไว้วา่คูมื่อท่ีดีจะต้องมีรายละเอียดครอบคลมุ ประเดน็ตา่งๆ และประกอบด้วยสิ่งตอ่ไปนี ้ 1) ควรระบใุห้ชดัเจนวา่คูมื่อนัน้เป็นคูมื่อส าหรับใคร ใครเป็นผู้ใช้ 2) ก าหนดวตัถปุระสงค์ให้ชดัเจนวา่ ต้องการให้ผู้ใช้ท าอะไรบ้าง 3) ควรมีสว่นน าท่ีจงูใจผู้ใช้วา่คูมื่อนีจ้ะชว่ยให้ผู้ใช้ได้อย่างไร ผู้ ใช้จะได้รับ ประโยชน์อะไรบ้าง 4) ควรมีสว่นท่ีให้หลกัการหรือความรู้ท่ีจ าเป็นแกผู่้ ใช้ในการใช้คูมื่อเพ่ือ ให้การใช้คูมื่อเกิดประสิทธิภาพสงูสดุ 5) ควรมีสว่นท่ีให้ค าแนะน าแก่ผู้ ใช้เก่ียวกบัการเตรียมตวั การเตรียม เคร่ืองมือ วสัด ุอปุกรณ์และสิ่งท่ีจ าเป็นในการด าเนินการตามท่ีคูมื่อแนะน า 6) ควรมีสว่นท่ีให้ค าแนะน าแก่ผู้ ใช้เก่ียวกบัขัน้ตอนหรือกระบวนการในการท า สิ่งใดสิ่งหนึง่ซึง่ควรมีคณุสมบตั ิดงันี ้ 6.1 ความถกูต้อง เนือ้หาสาระท่ีให้นัน้ควรมีความถกูต้อง สามารถชว่ยให้ผู้ใช้ คูมื่อท าสิ่งนัน้ได้ส าเร็จ 6.2 ความเพียงพอ ให้ข้อมลู/ รายละเอียดท่ีเพียงพอท่ีจะช่วยให้ผู้ใช้คูมื่อ สามารถ ท าสิ่งนัน้ๆ ได้ส าเร็จ 6.3 ความเหมาะสมของการเรียงล าดบัขัน้ตอน ขัน้ตอนการท าจะต้องมี การเรียงล าดบัอยา่งเหมาะสม ซึง่จะชว่ยให้ผู้ใช้สามารถท าสิ่งนัน้ๆ ได้อยา่งถกูต้องรวดเร็วและ ประหยดั 6.4 ความชดัเจนของภาษาท่ีใช้ภาษาท่ีใช้จะต้องสามารถส่ือให้ผู้ใช้เข้าใจ ตรงกนักบัผู้ เขียน ไมมี่ความคลมุเครือ หรือท าให้ผู้ ใช้เกิดความเข้าใจผิด และภาษาท่ีใช้จะต้องชว่ง ให้ผู้ ใช้เกิดความเข้าใจได้ง่าย หากสิ่งใดมีความยากและซบัซ้อนควรเขียนให้เข้าใจได้ง่ายโดยใช้ เทคนิคอ่ืนๆ ประกอบ เชน่ การใช้ภาพประกอบ การใช้ตาราง การใช้การเปรียบเทียบ อปุมาอปุไมย การยกตวัอยา่ง การใช้สีจ าแนก เป็นต้น 6.5 ความครอบคลมุของสาระท่ีให้ควรให้ค าแนะน าและชีแ้จงเหตผุลเก่ียวกบั สิ่งท่ีควรท าและไมค่วรท า เช่น เคล็ดลบัหรือเทคนิควิธีตา่งๆ ท่ีจะชว่ยให้การท าสิ่งนัน้ๆ ส าเร็จได้ อยา่งดี รวมทัง้การแก้ปัญหาตา่งๆ ท่ีมกัเกิดขึน้จากการท าสิ่งนัน้ๆ ข้อมลูนีม้กัจะมาจากความรู้และ ประสบการณ์ของผู้ เขียน ซึง่จะมีคณุคา่ตอ่ผู้ ใช้มาก 137 7) ควรมีค าตอบหรือกิจกรรมให้ผู้ ใช้คูมื่อท า เพ่ือตรวจสอบความเข้าใจใน การอ่าน หรือการปฏิบตัติามขัน้ตอนท่ีเสนอแนะและเว้นท่ีวางส าหรับผู้ ใช้คูมื่อในการเขียนค าตอบ รวมทัง้มีค าตอบหรือแนวในการตอบหรือค าเฉลยให้ไว้ด้วย เพ่ือผู้อา่นจะได้สามารถตรวจสอบ ค าตอบของตนเอง หากสามารถคาดคะเนค าตอบของผู้ ใช้รวมทัง้คาดคะเนได้วา่สว่นใหญ่ ผู้ใช้คูมื่อมกัจะผิดพลาดตรงจดุไหน ถ้าสามารถให้ค าอธิบายไว้ด้วยว่าค าตอบอะไรถกูผิด ด้วยเหตใุดก็จะเป็นประโยชน์ตอ่ผู้ใช้คูมื่อเป็นอยา่งยิ่ง 8) ควรใช้เทคนิคตา่งๆ เพ่ือผู้ ใช้คูมื่อสามารถใช้คูมื่อได้โดยสะดวก เชน่ การจดัรูปเลม่ ขนาด การเลือกตวัอกัษร ขนาดของตวัอกัษร การใช้ตวัด า การใช้สี การใช้ภาพ การใช้ การตีกรอบ การเน้นข้อความบางตอน เป็นต้น 9) ควรให้แหลง่อ้างอิงท่ีเป็นประโยชน์แกผู่้อา่น ซึง่อาจจะเป็นบรรณานกุรม รายช่ือชมรม รายช่ือหนงัสือ รายช่ือสถาบนั รายช่ือบคุคลส าคญั เป็นต้น กลา่วโดยสรุปได้ว่า คูมื่อท่ีดีนัน้นัน้ควรมีลกัษณะในประเดน็หลกัๆ ดงันี ้ 1.ด้านเนือ้หาต้องถกูต้องและครอบคลมุสาระของคูมื่อนัน้ 2.ด้านรูปแบบจดัล าดบัข้อมลูน าเสนอ เป็นขัน้ตอนเข้าใจง่ายมีค าชีแ้จงมีวตัถปุระสงค์ชดัเจน 3. ด้านการน าไปใช้ผู้ ใดอา่นแล้วสามารถ น าไปปฏิบตัไิด้ 4. ด้านความเท่ียงตรงเนือ้หาถกูต้องมีความเหมาะสม 5. ด้านความเช่ือมัน่ใน การใช้งานศกึษาคูมื่อแล้วปฏิบตัไิด้จริง สรุปการสังเคราะห์คู่มือการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน จากการท่ีได้ศกึษาองค์ประกอบของคูมื่อ จากวิชาการตา่งๆ ผู้วิจยัได้ สงัเคราะห์เป็นแนวทางการสร้างคูมื่อการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน ประกอบด้วย บทน า หลกัการ และเหตผุล วตัถปุระสงค์ รูปแบบ วิธีด าเนินการตามรูปแบบ การด าเนินการตามรูปแบบตาม องค์ประกอบ ตา่งๆ ในการด าเนินงานตามรูปแบบ เกณฑ์การประเมินผลการใช้รูปแบบ และ แบบประเมินผลการใช้รูปแบบ หลกัจากนัน้ท าการ ประเมินความเหมาะสมของคูมื่อ การด าเนินงานตามรูปแบบของผู้ เช่ียวชาญ เก่ียวกบัความเหมาะสม เนือ้หาสาระ รูปแบบ การพิมพ์ ความสะดวกในการน าไปใช้ และลกัษณะทางกายภาพ พร้อมทัง้ให้ข้อเสนอแนะ 138 บทที่3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจยัครัง้นีมุ้ง่ศกึษารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักัดส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยมีวิธีการด าเนินการวิจยัท่ีน าเสนอในบทนีป้ระกอบด้วย ขัน้ตอนการด าเนินการวิจยั ประชากรและกลุม่ตวัอยา่ง เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจยั การสร้างและพฒันา เคร่ืองมือในการวิจยั การเก็บรวบรวมข้อมลู การวิเคราะห์ข้อมลู สถิตท่ีิใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู และ การน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู มีรายละเอียดดงันี ้ ขัน้ตอนที่ 1 การศกึษาองค์ประกอบ เก่ียวกบัการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐาน 1. ศกึษาเอกสารแนวคดิ ทฤษฎี และงานวิจยัเก่ียวกบัองค์ประกอบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานได้กรอบ แนวคิด และสร้างเป็นแบบสมัภาษณ์ 2. ศกึษาตวัแบบสถานศกึษาที่ประสบความส าเร็จและเป็นแบบอยา่ง จ านวน 4 สถานศกึษา โดยการสมัภาษณ์เชิงลกึ ผู้ ให้ข้อมลูส าคญัเก่ียวกบัองค์ประกอบของบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 3.สงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ขัน้ตอนที่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐาน ขัน้ตอนที่ 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐาน 1. จดัท าร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักัดส านักงานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานฉบบัร่าง 2. จดัท าคูมื่อการด าเนินงานตามร่างรูปแบบ 3. ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานและคูมื่อการ ด าเนินงานตามร่างรูปแบบโดยวิธีอิง ผู้ทรงคณุวฒิุ 4. ปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบและคูมื่อตามข้อเสนอของผู้ทรงคณุวฒิุ 1. ก าหนดเป้าหมายทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 2. สร้างความรู้ ความเข้าใจและชีแ้จงให้ผู้บริหาร บคุลากรในสถานศกึษาที่ทดลองใช้ 3. ด าเนินการทดลองใช้รูปแบบในสถานศกึษา 4. สรุปผลการประเมินการใช้รูปแบบจากการทดลองใช้ ภาพประกอบ 8 ขัน้ตอนการวิจยัรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน 139 ขัน้ตอนกำรด ำเนินกำรวิจัย การศกึษารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้วิจยัได้แบง่ขัน้ตอนการวิจยั ออกเป็น 3 ขัน้ตอน ดงันี ้ ขัน้ตอนท่ี 1 กำรศึกษำองค์ประกอบประชำธิปไตยในโรงเรียนสังกัด ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้พืน้ฐำน ดงันี ้ ผู้วิจยัได้ศกึษาแนวคดิ ทฤษฎี ท่ีเก่ียวกับองค์ประกอบประชาธิปไตย ในโรงเรียนรวมทัง้เอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง และศกึษาตวัแบบของสถานศกึษา โดยการสมัภาษณ์เชิงลกึผู้บริหารโรงเรียนในโรงเรียนท่ีมีผลการปฏิบตังิานประชาธิปไตยจนได้รับ รางวลัจากส านกังานเอกลกัษณ์ของชาต ิจ านวน 4 โรงเรียน ภมูิภาคละ 1 โรงเรียน (ภาคผนวก ฉ ) เพ่ือสงัเคราะห์องค์ประกอบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีรายละเอียดดงันี ้ 1.1 การศกึษาเอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง ผู้วิจยัได้ศกึษาเอกสารงานวิจยัท่ีเก่ียวข้องเก่ียวกบัองค์ประกอบของ รูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน และได้กรอบแนวคิดการวิจยั เพ่ือน ามาสร้างเป็นแบบสมัภาษณ์เพ่ือใช้ในการศกึษาตวัแบบ สถานศกึษาโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบของส านกังานเอกลกัษณ์ของชาติ 1.2 ศกึษาตวัแบบสถานศกึษาโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบของส านกังาน เอกลกัษณ์ของชาติ ขัน้ตอนนีเ้ป็นการศกึษาองค์ประกอบรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยการสมัภาษณ์เชิงลกึผู้บริหารโรงเรียน จากตวัแบบสถานศกึษาโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบผู้บริหารโรงเรียนในโรงเรียนท่ีมีผลการ ปฏิบตังิานประชาธิปไตยจนได้รับรางวลัจากส านกังานเอกลกัษณ์ของชาติ จ านวน 4 โรงเรียน ภมูิภาคละ 1 โรงเรียน 1.2.1 แหลง่ข้อมลู โรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบ ของส านกังานสง่เสริมเอกลกัษณ์ของ ชาตปิระจ าปี 2554-2556 โดยเลือกแบบเจาะจง จ านวน 4 โรงเรียน ภมูิภาคละ 1 โรงเรียน ประกอบด้วย 1) ภาคใต้โรงเรียนบ้านทอนตรน จงัหวดัพทัลงุ 2) ภาคกลางโรงเรียน วดัไตรรัตนาราม จงัหวดัระยอง 3)ภาคเหนือโรงเรียนบ้านห้วยสิงห์ จงัหวดัแมฮ่อ่งสอน และ 4)ภาคตะวนัออกเฉียงเหนือโรงเรียนอนบุาลศรีสะเกษ จงัหวดัศรีสะเกษ 140 1.2.2 กลุม่เป้าหมาย กลุม่เป้าหมาย เป็นผู้บริหารโรงเรียนในโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบ ของส านกังานเอกลกัษณ์ของชาตปิระจ าปี 2555-2556 ได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง ภมูิภาคละ 1 โรงเรียน จ านวน 4 คน 1.2.3 ตวัแปรท่ีศกึษา ตวัแปรท่ีศกึษา ประกอบด้วย ตวัแปร 2 ส่วน ได้แก่ 1. หลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม มีกระบวนการ 3 ขัน้ตอน คือ 1) การวางแผน 2) การสัง่การ และ 3) การควบคมุ 2. องค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 1)หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 2) กิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน โรงเรียน และ 3) การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2.4 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมลู เคร่ืองมือท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมลู ในขัน้ตอนนี ้ ได้แก่ แบบสมัภาษณ์ แบบมีโครงสร้าง(Structured Interview) ท่ีเป็นสารสนเทศเก่ียวข้องกบัองค์ประกอบรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีขัน้ตอน การด าเนินการสร้างดงันี ้ 1) ศกึษาแนวคดิ ทฤษฎีจากเอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้องกบัการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน 2) น าข้อมลูสารสนเทศท่ีได้มาประมวลเข้ากนั โดยการสงัเคราะห์เนือ้หา เพ่ือให้ได้กรอบแนวคิดของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มาสร้างแบบสมัภาษณ์แบบมีโครงสร้าง โดยมีส่วนประกอบดงันี ้ ตอนท่ี 1 ข้อมลูเก่ียวกบัการสมัภาษณ์เก่ียวกบั วนั เดือน ปี ท่ีสมัภาษณ์ และรายละเอียดสว่นตวัของผู้ให้สมัภาษณ์ ตอนท่ี 2 ประเดน็การสมัภาษณ์ เป็นค าถามปลายเปิดโดยแบง่เป็น ดงันีก้ารบริหารแบบมีสว่นร่วม (การวางแผน การสัง่การ การควบคมุ) หลกัสตูรสถานศกึษาท่ี สง่เสริมวิถีประชาธิปไตย กิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน และ การสร้างบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 141 1.2.5 การหาคณุภาพเคร่ืองมือ ผู้วิจยัน าแบบสมัภาษณ์ท่ีสร้างขึน้ ไปให้อาจารย์ท่ีปรึกษาพิจารณา ตรวจสอบประเดน็ค าถามวา่ครอบคลมุเนือ้หา หรือตวัแปรหรือไม ่ภาษาชดัเจนเหมาะสมกบั กลุม่เป้าหมายหรือไม ่แล้วน าข้อเสนอแนะท่ีได้ไปพิจารณาปรับปรุง เพ่ือให้ได้ข้อค าถามท่ีมี ความครอบคลมุหากมีความเข้าใจคลาดเคล่ือนบางประเดน็ ผู้วิจยัปรับปรุงข้อค าถามตาม ข้อเสนอแนะเพื่อใช้เก็บข้อมลูตอ่ไป 1.2.6 วิธีการเก็บข้อมลู การเก็บข้อมลูโดยการสมัภาษณ์ ผู้วิจยัด าเนินการดงันี ้ 1) ผู้วิจยัท าหนงัสือขอความร่วมมือในการวิจยัจากภาควิชาถึงผู้บริหาร สถานศกึษาท่ีเป็นกลุม่เป้าหมายในการสมัภาษณ์ 2) นดัหมายเวลาในการเข้าพบกลุม่เป้าหมาย เพ่ือท าการสมัภาษณ์ 3) สง่หนงัสือขอความร่วมมือ ก่อนวนันดัหมายสมัภาษณ์ อยา่งน้อย 1 สปัดาห์ 4) ผู้วิจยัด าเนินการสมัภาษณ์ตามเวลาท่ีนดัหมาย โดยด าเนินการดงันี ้ 4.1) ชีแ้จงรายละเอียดการด าเนินการศกึษาตวัแบบและรับฟังการ น าเสนอผลงานท่ีประสบความส าเร็จของโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบ 4.2) ด าเนินการสมัภาษณ์โดยผู้วิจยัและผู้ชว่ยผู้วิจยัด าเนินการ บนัทกึข้อมลูการสมัภาษณ์ โดยท าการสมัภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียน 1.3 สงัเคราะห์ข้อมลูท่ีได้จากการศกึษาเอกสารและการศกึษาสถานศกึษา ต้นแบบ ผู้วิจยัด าเนินการสงัเคราะห์ข้อมลู โดยการน าข้อมลูท่ีได้จากการวิเคราะห์ เอกสาร และการศกึษาตวัแบบโดยการสมัภาษณ์เชิงลกึ มาท าการสงัเคราะห์และหาความ สอดคล้องของข้อมลู เพ่ือก าหนดเป็นร่างองค์ประกอบ หลงัจากนัน้ผู้วิจยั น าข้อมลูไปจดัหมวดหมู ่ ตามประเดน็การวิจยัและน ามาถอดรหสัและสรุป พร้อมน าเสนอข้อมลูโดยวิธีการพรรณนาเพ่ือให้ ได้องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานแล้วน าไปร่างรูปแบบตอ่ไป 142 ขัน้ตอนท่ี 2 กำรสร้ำงรูปแบบกำรบริหำรประชำธิปไตยในโรงเรียนสังกัด ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้พืน้ฐำน ขัน้ตอนการสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีการด าเนินการ 3 ขัน้ตอน คือ 2.1) การจดัท าร่างรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2.2) การประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน และ 2.3 ) ปรับปรุงรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีรายละเอียดดงันี ้ 2.1 การจดัท าร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้วิจยัน าผลท่ีได้จากขัน้ตอนท่ี 1 มาจดัท ารูปแบบฉบบัร่างมีขอบขา่ย เนือ้หาดงันี ้ 2.1.1 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 1)หลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วย 3 กระบวนการ คือ การวางแผน การสัง่การ และ การควบคมุ 2) หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 4) การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 2.1.2 การด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยใช้คูมื่อการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐานประกอบด้วยสว่นตา่งๆ ดงันี ้ 1) บทน า ประกอบด้วย 1.1) หลกัการและเหตผุล 1.2) วตัถปุระสงค์ของการน ารูปแบบไปใช้ 2) วิธีด าเนินการตามรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน 143 3) รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน 4) การด าเนินการตามรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีรายละเอียด ดงันี ้ 4.1) การบริหารแบบมีสว่นร่วม (1) การวางแผน (2) การสัง่การ (3) การควบคมุ 4.2) หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.3) การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.4) การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย 5) เกณฑ์การประเมินผลการใช้รูปแบบและคูมื่อการแบบบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐานท่ีส าคญั 6) แบบประเมินผลการใช้รูปแบบและคูมื่อการแบบบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2.2 การประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้วิจยัด าเนินการสร้างแบบประเมินเพ่ือใช้ในการประเมินรูปแบบพร้อมคูมื่อ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานโดยอิง ผู้ทรงคณุวฒุิ (Connoisseurship) เพ่ือให้ผู้ทรงคณุวฒุิ พิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ของรูปแบบ ความเหมาะสมระหวา่งรูปแบบกบัคูมื่อ พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ โดยมี รายละเอียดดงัตอ่ไปนี ้ 2.2.1 กลุม่เป้าหมาย กลุม่เป้าหมายเป็นผู้ทรงคณุวฒุิ ซึง่เป็นผู้ มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียน ได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive) จ านวน 12 คน ประกอบด้วย ศกึษานิเทศก์ 1 คน ผู้อ านวยการกลุม่สง่เสริมการจดัการศกึษาของ ส านกังานเขตพืน้ท่ีการศกึษา จ านวน 1 คน ผู้บริหารการศกึษา จ านวน 5 คน ผู้บริหารโรงเรียน 144 จ านวน 1 คน คณาจารย์ของมหาวิทยาลยั จ านวน 2 คน และคณะอนกุรรมการสง่เสริม การพฒันาประชาธิปไตยส านกัเอกลกัษณ์ของชาติ จ านวน 2 คน 2.2.2 ตวัแปรท่ีศกึษา ตวัแปรท่ีศกึษา ได้แก่ ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ พร้อมคูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2.2.3 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจยั เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจยัในขัน้ตอนนีเ้ป็นแบบประเมินความเหมาะสม และความเป็นไปได้ ของรูปแบบพร้อมคูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เป็นมาตราส่วนประมาณคา่(Rating Scale)แบง่เป็น 5 ระดบั (บญุชม ศรีสะอาด,2545)(ภาคผนวก ค) 5 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้มากท่ีสดุ 4 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้มาก 3 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ปานกลาง 2 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้น้อย 1 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้น้อยท่ีสดุ 2.2.4 วิธีการสร้างเคร่ืองมือ 1)ศกึษารายละเอียดเก่ียวกบัองค์ประกอบของการสร้างรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ในขัน้ตอนท่ี 1 เก่ียวกบัองค์ประกอบท่ีส าคญั 4 องค์ประกอบ 2) สร้างแบบประเมินเพื่อประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ของรูปแบบพร้อมคูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยสร้างเป็นแบบประเมินคา่ 5 ระดบั 3) น าแบบประเมินท่ีสร้างขึน้เสนอตอ่อาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพ่ือตรวจสอบแก้ไขปัญหา ส านวนท่ีใช้และขอบเขตของเนือ้หา 4) น าแบบประเมินท่ีผา่นการพิจารณาจากอาจารย์ท่ีปรึกษา วิทยานิพนธ์มาปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเตมิและหาคณุภาพของเคร่ืองมือ 2.2.5 การรวบรวมข้อมลู การรวบรวมข้อมลูจากกลุม่เป้าหมายท่ีเป็นผู้ทรงคณุวฒุิ ผู้วิจยั ด าเนินการโดยสง่แบบประเมินไปให้ทางไปรษณีย์ และขอรับกลบัทางไปรษณีย์ 145 2.2.6 การวิเคราะห์ข้อมลู ผู้วิจยัน าแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบมาตรวจสอบ ความสมบรูณ์และน าผลการประเมินของผู้ทรงคณุวฒุิ มาวิเคราะห์คา่เฉล่ีย จากนัน้น าคา่ท่ีได้ เปรียบเทียบกบัเกณฑ์ในการแปลความหมาย 5 ระดบั(บญุชม ศรีสะอาด,2545) ดงันี ้ 4.51 – 5.00 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้มากท่ีสดุ 3.51 – 4.50 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้มาก 2.51 – 3.50 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ปานกลาง 1.51 – 2.50 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีแความเป็นไปได้น้อย 1.00 – 1.50 หมายถึง รายการนัน้มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้น้อยท่ีสดุ 2.2.7 สถิตท่ีิใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลู สถิตท่ีิใช้ในการวิเคราะห์ข้อมลูแบบประเมิน คือ คา่เฉล่ียและ สว่นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.2.8 เกณฑ์ในการตดัสิน ผู้วิจยัด าเนินการวิเคราะห์ข้อมลูแล้ว พิจารณาคา่เฉล่ียตัง้แต ่3.51 ขึน้ไป แสดงวา่มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ 2.3 การปรับปรุงรูปแบบพร้อมคูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ผู้วิจยัได้ด าเนินการปรับปรุงรูปแบบพร้อมคูมื่อการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนตามผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบท่ีมีการคา่เฉล่ีย ต ่ากว่า 3.51 และจากข้อเสนอแนะของผู้ทรงคณุวฒุิ ขัน้ตอนท่ี 3 กำรประเมินผลกำรใช้รูปแบบกำรบริหำรประชำธิปไตยใน โรงเรียนสังกัดส ำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้พืน้ฐำน การด าเนินการวิจยัในขัน้ตอนนีผู้้วิจยัน ารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานมาทดลองใช้ในโรงเรียน 1 โรงเรียน โดยด าเนินการ 5 ขัน้ตอน ดงันี ้ 3.1 ก าหนดเป้าหมายทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนเป้าหมาย การก าหนดเป้าหมายในการทดลองใช้รูปแบบครัง้นี ้คือ โรงเรียน 1โรงเรียน โดยพิจารณาโรงเรียน ท่ีผู้บริหารและครูมีความยินดีเข้าร่วมด าเนินการทดลองใช้รูปแบบ ด้วยความสมคัรใจ เป็นโรงเรียนท่ี ผู้วิจยัมีความสะดวกในการด าเนินการทดลองใช้รูปแบบและเป็นโรงเรียนท่ีสามารถท าให้การด าเนินการ ทดลองใช้มีประสิทธิภาพ มีความพร้อมในการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน มีจ านวนบคุลากรไมน้่อย 146 กวา่ 8 คน โรงเรียนท่ีใช้ในการทดลอง ได้แก่ โรงเรียนวดัปรางแก้ว สงักดัส านกังานเขตพืน้ท่ีการศกึษา ประถมศกึษาสงขลา เขต 2 ซึง่ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง(Purposive) 3.2 สร้างความเข้าใจและชีแ้จงให้ผู้บริหารและบคุลากร ผู้วิจยัจดัประชมุชีแ้จง ท าความเข้าใจเก่ียวกบัรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยใช้คูมื่อการด าเนินงานตาม รูปแบบ วิธีด าเนินงาน เกณฑ์การประเมินและการประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3.3 ด าเนินการทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน การด าเนินการทดลองใช้รูปแบบ ผู้วิจยัด าเนินการ ทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐานจ านวน 1 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวดัปรางแก้ว จงัหวดัสงขลา ระยะเวลาการทดลองใช้ ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึษา 2557 ตัง้แต ่เดือนพฤษภาคม 2557 ถึง 30 กนัยายน 2557 ผลท่ีได้จากการน ารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานไปทดลองใช้ ประกอบด้วย ผลการด าเนินงานตามรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนและผลการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และ ความเป็นประโยชน์ ข้อเสนอแนะ 3.3.1 เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจยั เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจยั มีดงันี ้ 1) รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนพร้อมคูมื่อด าเนินงาน 2) แบบสมัภาษณ์ผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน แบบกึ่งโครงสร้างท่ีเป็นค าถามปลายเปิด โดยรายละเอียดของหวัข้อท่ีใช้เก็บข้อมลูตาม 4 องค์ประกอบ มีดงันี ้ องค์ประกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีสว่นร่วม องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย องค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา องคป์ระกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย นอกจากเคร่ืองมือดงักลา่วแล้ว ผู้วิจยัด าเนินการบนัทกึเสียงและศกึษาเอกสาร ท่ีเก่ียวข้อง พร้อมทัง้สงัเกตพฤตกิรรมการแสดงออกตอ่ความรู้สกึ ความพงึพอใจตอ่รูปแบบ การบริหารประชาธิปไตย เพ่ือให้ได้ข้อมลูเชิงประจกัษ์ ความตอ่เน่ือง สมบรูณ์และครบถ้วน 147 โดยเฉพาะข้อมลูท่ีไมส่ามารถจดบนัทกึได้ทนัและจะท าการตรวจสอบความถกูต้องของ การจดบนัทกึข้อมลู ผู้วิจยัด าเนินการสร้างค าถามในการสมัภาษณ์ โดยน าผลท่ีได้จากการวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ ความมีประโยชน์ของรูปแบบประชาธิปไตยในโรงเรียนพร้อมคูมื่อการใช้รูปแบบ ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3.3.2 การรวบรวมข้อมลู การรวบรวมข้อมลูในขัน้ตอนการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีรายละเอียดดงันี ้ 1)ผู้วิจยัท าหนงัสือขอความร่วมมือจากภาควิชาถึงผู้บริหารสถานศกึษาท่ี เป็นกลุม่เป้าหมาย เพ่ือขออนญุาตทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน และ เก็บรวบรวมข้อมลูกบักลุม่เป้าหมายในการทดลองรูปแบบ 2)ผู้วิจยัด าเนินการชีแ้จงกบัผู้บริหารและครูเก่ียวกบัปฏิทินการปฏิบตังิาน วิธีการด าเนินการตามรูปแบบพร้อมคูมื่อ การประเมินผลหลงัเสร็จสิน้การทดลอง 3)โรงเรียนท่ีเป็นเป้าหมาย ด าเนินงานตามรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยผู้บริหารสถานศกึษา เป็นผู้น ารูปแบบพร้อมคูมื่อไปทดลองใช้ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึษา 2557เป็นระยะเวลา 4 เดือน 3.3.3 สรุปรายงานผลการทดลองใช้ ผู้วิจยัน าผลการทดลองใช้ มาปรับปรุงและพฒันาให้เป็นรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานท่ีสมบรูณ์ ก่อนน าไปสรุปรายงานผลงานวิจยัฉบบัสมบรูณ์ใช้ในการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานตอ่ไป 148 บทที่ 4 ผลการวจิัย ผลการวิจยัเร่ือง รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ในครัง้นีผู้้วิจยัมุง่น าเสนอผลการวิจยัโดยยดึตามระเบียบวิธี วิจยัโดยแบง่เป็น 3 ขัน้ตอน คือ ขัน้ตอนท่ี 1 การศกึษาองค์ประกอบเก่ียวกบัการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เสนอผลตามล าดบัดงันี ้ 1.1 ศกึษาเอกสารแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยัเก่ียวกบัองค์ประกอบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานได้ กรอบแนวคดิ และสร้างเป็นแบบสมัภาษณ์ 1.2 ศกึษาตวัแบบสถานศกึษาท่ีประสบความส าเร็จและเป็นแบบอยา่ง จ านวน 4 สถานศกึษา ใน 4 ภมูิภาค โดยการสมัภาษณ์เชิงลกึ ผู้ให้ข้อมลูส าคญัเก่ียวกบั องค์ประกอบของบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐาน 1.3 สงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เสนอผลตามล าดบัดงันี ้ 2.1 จดัท าร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักัดส านักงาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานฉบบัร่าง 2.2 จดัท าคูมื่อการด าเนินงานตามร่างรูปแบบ 2.3 ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานตาม ร่างรูปแบบโดยวิธีอิง ผู้ทรงคณุวฒุิ 2.4 ผลการปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบตามข้อเสนอของผู้ทรงคณุวฒุิ ขัน้ตอนท่ี 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เสนอผลตามล าดบัดงันี ้ 149 3.1 ก าหนดเป้าหมายการทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน 3.2 สรุปผลการประเมินผลหลงัการใช้ แตล่ะขัน้ตอนการวิจยั มีรายละเอียดผลการวิจยัตามล าดบั ดงันี ้ ผลการวิจัยขัน้ตอนที่ 1 การศกึษาองค์ประกอบเก่ียวกบัการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีรายละเอียด ดงัตอ่ไปนี ้ 1.1 ผลการวิเคราะห์เอกสาร แนวคดิ ทฤษฎี และงานวิจยัเก่ียวกบัองค์ประกอบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ได้ องค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ ดงันี ้ องค์ประกอบท่ี 1 หลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วย 3 กระบวนการ คือ 1.1)ขัน้การวางแผน เร่ิมตัง้แตก่ารศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน การก าหนดวตัถปุระสงค์ การก าหนดเป้าหมาย ก าหนดวิธีการปฏิบตังิาน การควบคมุก ากบัติดตาม การประเมินผล 1.2) การสัง่การ มี 4 ตวับง่ชี ้ได้แก ่การจงูใจ การติดตอ่ส่ือสาร ภาวะผู้น า และ การประสานงาน และ 1.3 ) การควบคมุ มี 4 ตวับง่ชี ้ ได้แก่ ก าหนดเป้าหมายในการควบคมุ การพฒันามาตรฐาน การปฏิบตังิาน การวดัผลงานและเปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐาน และ การให้ความดีความชอบ องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย 2 ตวับง่ชี ้คือ 2.1 ) หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 มี 5 ตวับง่ชีย้่อย ได้แก่ จดุหมาย สาระตา่งๆ ในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคม เนือ้หาประชาธิปไตยในกลุ่มสาระการ เรียนรู้สงัคม คณุภาพผู้ เรียน และ โครงสร้างรายวิชาพืน้ฐานสงัคม 2.2 ) แนวทางการจดัการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษาศาสนาและวฒันธรรม มี 2 ตวับง่ชีย้อ่ย ได้แก่ คูมื่อการจดักิจกรรม การเรียนรู้ประชาธิปไตย และ จดักิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเตมิในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคม ศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม องค์ประกอบท่ี 3. การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา ประกอบด้วย 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 3.1)จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ 3.2 )จดักิจกรรมเพื่อรักษาศิลปวฒันธรรมของไทย 3.3) จดักิจกรรมตามความถนดัและ ความสนใจของนกัเรียน 3.4) จดักิจกรรมสนุทรียะ 3.5) จดักิจกรรมด้านอาสาพฒันาและบ าเพ็ญ ประโยชน์ และ 3.6) จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้นกัเรียน นกัศกึษาจดัตัง้กลุม่กิจกรรม ตามรูปแบบการจดัตัง้พรรคการเมือง 150 องค์ประกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ประกอบด้วย 3 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 4.1)สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ มี 1 ตวับง่ชีย้อ่ย คือ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และ วสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบาย ตอ่การใช้มีความปลอดภยัคุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 4.2) สภาพแวดล้อมด้าน วิชาการ มี 2 ตวับง่ชีย้่อย ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและ นอกห้องเรียน และ การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง 4.3) สภาพแวดล้อมด้านการบริหารจดัการ มี 3 ตวับง่ชีย้อ่ย ได้แก่ การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียน การใช้เหตผุล และ การอภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็นผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา 1.2 ผลการวิเคราะห์ตวัแบบสถานศกึษาท่ีประสบความส าเร็จและเป็นแบบอยา่ง จ านวน 4 โรงเรียน ใน 4 ภมูิภาค โดยการสมัภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมลูส าคญัเก่ียวกบัองค์ประกอบ ของบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบสว่นใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกบัการวิเคราะห์เอกสารและ งานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง มีเพิ่มเติมบางตวัชีว้ดัและแนวปฏิบตัิท่ีเห็นผลเป็นรูปธรรมด าเนินการ อยา่งตอ่เน่ืองยัง่ยืน ดงัรายละเอียดผลการวิจยัตอ่ไปนี ้ องค์ประกอบท่ี 1 หลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม 1.1 การวางแผน มี 7 ตวับง่ชี ้ 1.1.1 ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์รอบด้าน โดยผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง ทกุ ภาคสว่นตัง้แต ่ครู บคุลากร นกัเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศกึษา องค์กรผู้น าท้องถ่ิน ผู้น าท้องท่ี 1.1.2 การก าหนดวตัถปุระสงค์ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินงานประชาธิปไตย ในโรงเรียน 1.1.3 การก าหนดวิสยัทศัน์/พนัธกิจท่ีเน้นสร้างวิถีประชาธิปไตยใน โรงเรียน 1.1.4 การก าหนดเป้าหมายด้านประชาธิปไตย 1.1.5 ก าหนดวิธีการปฏิบตังิานเก่ียวกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.1.6 การควบคมุก ากบัติดตามการด าเนินงาน 1.1.7 การประเมินผลการด าเนินการตามองค์ประกอบประชาธิปไตยใน โรงเรียน 151 1.2 การสัง่การ มี 6 ตวับง่ชีไ้ด้แก่ 1.2.1 การสร้างความตระหนกัให้ความรู้ความเข้าใจ แก่ครู บคุลากรและ ผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง ตลอดจนนกัเรียน เก่ียวกบัการด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2.2 การจงูใจแก่ครูบคุลากร 1.2.3 การติดตอ่ส่ือสารเช่ือมโยงวิสยัทศัน์กบับคุลากรในสถานศกึษา 1.2.4 การออกค าสัง่แตง่ตัง้ผู้ รับผิดชอบชดัเจน 1.2.5 การใช้ภาวะผู้น ากบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 1.2.6 การประสานงานกบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้องและหนว่ยงานตา่งๆ 1.3 การควบคมุ มี 6 ตวับง่ชี ้ 1.3.1 การก าหนดเป้าหมายในการควบคมุงาน 1.3.2 การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน 1.3.3 การก ากบัตดิตามประเมินผลโดยด าเนินการ AAR (After Action Review) 1.3.4 การวดัผลงานและเปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐาน 1.3.5 การเสริมแรง การบ ารุงขวญัก าลงัใจ และการให้ความดีความชอบ 1.3.6 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผู้บริหาร ครูบคุลากรและผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 2.1 หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 และ บรูณาการสอดแทรก วิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระ มี 6 ตวับง่ชี ้ ได้แก่ 2.1.1 จดุหมายหลกัสตูรและจดุมุง่หมายประชาธิปไตย บรรจไุว้ใน ค าอธิบายรายวิชา 2.1.2 ก าหนดวิสยัทศัน์ท่ีมุง่พฒันาผู้ เรียนให้มีความรู้คูค่ณุธรรม มีจิตส านกึในความเป็นพลเมืองและเป็นพลโลก ยึดมัน่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย 2.1.3 เนือ้หาประชาธิปไตยในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคม 2.1.4 บรูณาการสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระการเรียนรู้ 2.1.5 คณุภาพผู้ เรียน สมรรถนะส าคญัของผู้ เรียนในด้านการน า กระบวนการตา่งๆ ไปใช้ในชีวิตประจ าวนั การมีจิตสาธารณะ จิตอาสา การจดัการและหาทางออก ท่ีเหมาะสม ด้านความขดัแย้งและความแตกตา่งระหวา่งบคุคล มีสมัมาคารวะ 2.1.6 โครงสร้างรายวิชาพืน้ฐานสงัคมศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม 152 2.2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระบรูณาการและสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตย โดยมีการด าเนินการ มี 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 2.2.1 จดัท าคูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย 2.2.2 จดักิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเตมิในทกุกลุม่สาระการเรียนรู้ 2.2.3 หลกัสตูรประวตัิศาสตร์และหน้าท่ี พลเมือง 2.2.4 หลกัสตูรตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.2.5 หลกัสตูรลกูเสือเนตรนารี 2.2.6 หลกัสตูรกิจกรรมพฒันาผู้ เรียน องค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา 3.1 จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ มี 2 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 3.1.1 กิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวินยั 3.1.2 กิจกรรมแสดงออกถึงความรักสถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 3.2 กิจกรรมการฝึกฝนวิถีประชาธิปไตยนอกห้องเรียน มี 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 3.2.1 กิจกรรมกลุม่โซน เป็นกิจกรรมท่ีนกัเรียนทกุคนต้องมีส่วนร่วมใน การดแูลรักษาความสะอาดบริเวณท่ีตนเองรับผิดชอบ 3.2.2 กิจกรรมพฒันาห้องเรียน การแบง่เวรท าความสะอาด เวรคอย ควบคมุดแูลความสะอาดพืน้ท่ีของห้องเรียน น าผลการด าเนินการรายงานหน้าเสาธง 3.2.3 กิจกรรมการปกครองตนเอง เป็นการดแูลความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของนกัเรียนด้วยกนัเองในทกุด้านตลอดการเป็นอยูใ่นโรงเรียน 3.2.4 จดักิจกรรมหน้าเสาธง เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนตอนเช้า หลงัการปฏิบตังิานของกลุม่ปฏิบตังิานเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย การเคารพธงชาติ การร้องเพลงชาติ สวดมนต์ กลา่วค าปฏิญาณ ร้องเพลงปลกุใจตา่งๆ และเพลงท่ีแสดงออกถึง ความรักในสถาบนั รายงานผลการท าความสะอาดตามกลุม่โซน ห้องเรียน การปกครองตนเอง การแสดงออกตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียนประมาณ 5 นาที ครูเวรสวสัดกิารหรือ ผู้บริหารพบนกัเรียนหน้าเสาธง(บอกกล่าวเลา่เร่ืองดีเชิงบวก) กายบริหาร 3.2.5 กิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน(สภานกัเรียน) เป็นกิจกรรมท่ี โรงเรียน จดัขึน้เพ่ือสร้างเสริมพฤตกิรรมประชาธิปไตย เป็นการฝึกฝนให้นกัเรียนรู้จกัรวมตวักนั เพ่ือ ท ากิจกรรม การคดัเลือกตวัแทนของตนเองด้วยวิธีการประชาธิปไตย การแบง่งาน การเป็นผู้น าผู้ตามท่ีดี การออกแบบกิจกรรมเพ่ือสนองความต้องการของนกัเรียนตามความถนดั 153 ความสนใจและเป็นตวัขบัเคล่ือนกิจกรรมของโรงเรียน เช่ือมประสานในลกัษณะตวัแทนระหวา่ง นกัเรียน ครู บคุลากร ผู้บริหาร คณะกรรมการนกัเรียนหรือสภานกัเรียนมาจาก 3 ส่วนคือ 1)มาจากการเลือกตัง้โดยตรงจากนกัเรียนทัง้ระบบตวับคุคลหรือระบบพรรค 2)การแตง่ตัง้จาก โรงเรียนอาจจะเป็นตวัแทนห้องเรียน ตวัแทนชมรม3)มาจากการสรรหาโดยการน าเสนอจาก คณะครู นกัเรียน น าเสนอตอ่คณะกรรมการบริหารโรงเรียน 3.2.6 กิจกรรมอ่ืนๆท่ีสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมนอก ห้องเรียนท่ีชว่ยฝึกฝนให้นกัเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจวิถีประชาธิปไตยและระบบประชาธิปไตย ได้แก่ กิจกรรมสหกรณ์โรงเรียน กิจกรรมอาหารกลางวนั กิจกรรมห้องสมดุ กิจกรรมผู้น านกัเรียน ฝ่ายสง่เสริมอนามยั กิจกรรมวนัส าคญัตา่งๆ กิจกรรมชมรม ชมุนมุ 3.3 กิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยในห้องเรียน กิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยใน ห้องเรียนตามการสมัภาษณ์มี 3 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 3.3.1 กิจกรรมการปกครองในห้องเรียน เป็นกิจกรรมท่ีจดัให้นกัเรียนใน แตล่ะห้องเรียนได้เลือกหวัหน้าห้อง รองหวัหน้าห้อง โดยการยกมือให้คะแนนเสียง เพ่ือให้ผู้ ได้รับ เลือกท าหน้าท่ีปกครองดแูลนกัเรียนกนัเองในห้องเรียนด้วยการสร้างระเบียบข้อตกลงของห้องเรียน และปฏิบตังิานตา่งๆท่ีก าหนดไว้ 3.3.2 กิจกรรมการเสนอขา่วและเหตกุารณ์ ในการน าเสนอขา่วและ เหตกุารณ์จะจดัไว้ในชัว่โมงโฮมรูม 3.3.3 กิจกรรมการเรียนการสอน ใช้รูปแบบการสอนเป็นกลุม่ยอ่ยหรือ กลุม่ใหญ่ขึน้อยูก่บัลกัษณะเนือ้หาในบทเรียน สมาชิกภายในกลุม่คละ เก่ง ปานกลาง ออ่น และ ในการจดักิจกรรมเน้นกระบวนการกลุม่มีการเลือกประธาน รองประธาน และเลขานกุารของกลุม่ เพ่ือศกึษาค้นคว้า อภิปราย ร่วมกนัสร้างองค์ความรู้และน าเสนอองค์ความรู้โดยมีครูเป็นผู้คอย ก ากบัดแูล องค์ประกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย 4.1 สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ มี 1 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 4.1.1 การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยั คุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 154 4.2 สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ มี 3 ตวับง่ชี ้ ได้แก่ 4.2.1 การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการสอนทัง้ในและ นอกห้องเรียน 4.2.2 การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ 4.2.3 การจดัป้ายนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.3 สภาพแวดล้อมด้านการบริหารจดัการ มี 8 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 4.3.1 การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียน 4.3.2 การสง่เสริมความสมัพนัธ์กบัชมุชนและหนว่ยงานตา่งๆ 4.3.3 การสร้างเครือขา่ยประชาธิปไตยในโรงเรียนกบัโรงเรียนตา่งๆ 4.3.4 การใช้เหตผุลการบรูณาการการแก้ปัญหาตา่งๆเชิงสร้างสรรค์ 4.3.5 การอภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็น ผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา 4.3.6 การสง่เสริมให้มีการโต้วาทีภายในโรงเรียน 4.3.7 การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ประชาธิปไตยภายในโรงเรียน 4.3.8 การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายในโรงเรียน 1.3 สงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้วิจยัได้น าผลจากการศกึษาเอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง พร้อมด้วย ผลจากการสมัภาษณ์เชิงลกึผู้บริหารโรงเรียนต้นแบบประชาธิปไตยทัง้ 4 ภมูิภาค มาสรุปและ สงัเคราะห์องค์ประกอบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ดงัแสดงตามตาราง 8 155 ตาราง 6 ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบ องค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ 1. การบริหารแบบมีสว่นร่วม 1.1 การวางแผน มี 7 ตวับง่ชี ้ 1.1.1 ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์รอบด้าน โดยผู้ มีสว่น เก่ียวข้อง ทกุภาคสว่นตัง้แต ่ครู บคุลากร นกัเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศกึษา องค์กรผู้น าท้องถ่ิน ผู้น าท้องท่ี 1.1.2 การก าหนดวตัถปุระสงค์ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินงาน ประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.1.3 การก าหนดวิสยัทศัน์/พนัธกิจท่ีเน้นสร้างวิถี ประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.1.4 การก าหนดเป้าหมายด้านประชาธิปไตย 1.1.5 ก าหนดวิธีการปฏิบตังิานเก่ียวกบัประชาธิปไตยใน โรงเรียน 1.1.6 การควบคมุก ากบัติดตามการด าเนินงาน 1.1.7 การประเมินผลการด าเนินการตามองค์ประกอบ ประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2 การสัง่การ มี 6 ตวับง่ชีไ้ด้แก่ 1.2.1 การสร้างความตระหนกัให้ความรู้ความเข้าใจ แก่ครู บคุลากรและผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง ตลอดจนนกัเรียน เก่ียวกบั การด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2.2 การจงูใจแก่ครูบคุลากรให้เห็นคณุคา่และความ จ าเป็นในการด าเนินการให้เกิดวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2.3 การติดตอ่ส่ือสารเช่ือมโยงวิสยัทศัน์กบับคุลากรใน สถานศกึษาให้มีความเข้าใจตรงกนัเพ่ือน าสูก่ารปฏิบตัิ 1.2.4 การออกค าสัง่แตง่ตัง้ผู้ รับผิดชอบชดัเจน 1.2.5 การใช้ภาวะผู้น ากบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 1.2.6 การประสานงานกบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้องและหนว่ยงาน ตา่งๆ 156 ตาราง 6 (ต่อ) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบ องค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ 1.3 การควบคมุ มี 6 ตวับง่ชี ้ 1.3.1 การก าหนดเป้าหมายในการควบคมุงาน 1.3.2 การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน 1.3.3 การก ากบัติดตามประเมินผลโดยด าเนินการ AAR ( After Action Review ) 1.3.4 การวดัผลงานและเปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐาน 1.3.5 การเสริมแรง การบ ารุงขวญัก าลงัใจ และการให้ ความดีความชอบ 1.3.6 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผู้บริหาร ครูบคุลากร และผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 2. หลกัสตูรสถานศกึษาท่ี สง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 2.1 หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 และบรูณาการสอดแทรก วิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระมี 6 ตวั บง่ชี ้ ได้แก่ 2.1.1 จดุหมายหลกัสตูรและจดุมุง่หมายประชาธิปไตย บรรจไุว้ในค าอธิบายรายวิชา 2.1.2 ก าหนดวิสยัทศัน์ท่ีมุง่พฒันาผู้ เรียนให้มีความรู้คู่ คณุธรรม มีจิตส านกึในความเป็นพลเมืองและเป็นพลโลก ยดึมัน่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย 2.1.3 เนือ้หาประชาธิปไตยในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคม 2.1.4 บรูณาการสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระ การเรียนรู้ 2.1.5 คณุภาพผู้ เรียน สมรรถนะส าคญัของผู้ เรียนในด้าน การน ากระบวนการตา่งๆ ไปใช้ในชีวิตประจ าวนั การมีจิต สาธารณะ จิตอาสา การจดัการและหาทางออกท่ีเหมาะสม ด้านความขดัแย้งและความแตกตา่งระหว่างบคุคล 2.1.6 โครงสร้างรายวิชาพืน้ฐานสงัคมศกึษา ศาสนาและ วฒันธรรมฯ 157 ตาราง 6 (ต่อ) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบหลกั องค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ 2.2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระบรูณาการและ สอดแทรกวิถีประชาธิปไตย มี 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 2.2.1 จดัท าคูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย 2.2.2 จดักิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเตมิในทกุกลุม่สาระ การเรียนรู้ 2.2.3 หลกัสตูรประวตัิศาสตร์และหน้าท่ี พลเมือง 2.2.4 หลกัสตูรตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.2.5 หลกัสตูรลกูเสือ เนตรนารี 2.2.6 หลกัสตูรกิจกรรมพฒันาผู้ เรียน 3. การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศกึษา 3.1 จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ มี 2 ตวั บง่ชี ้ได้แก่ 3.1.1 กิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวินยั 3.1.2 กิจกรรมแสดงออกถึงความรักสถาบนัชาต ิศาสนา พระมหากษัตริย์ 3.2 กิจกรรมการฝึกฝนวิถีประชาธิปไตยนอกห้องเรียน มี 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 3.2.1 กิจกรรมกลุม่โซน เป็นกิจกรรมท่ีนกัเรียนทกุคน ต้องมีสว่นร่วมในการดแูลรักษาความสะอาดบริเวณท่ีตนแอง รับผิดชอบ 3.2.2 กิจกรรมพฒันาห้องเรียน การแบง่เวรท าความ สะอาด เวรคอยควบคมุดแูลความสะอาดพืน้ท่ีของห้องเรียน น าผลการด าเนินการรายงานหน้าเสาธง 3.2.3 กิจกรรมการปกครองตนเอง เป็นการดแูลความเป็น ระเบียบเรียบร้อยของนกัเรียนด้วยกนัเองในทกุด้านตลอดการ เป็นอยู่ในโรงเรียน 158 ตาราง 6 (ต่อ) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบหลกั องค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ 3.2.4 จดักิจกรรมหน้าเสาธง เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียน ตอนเช้า หลงัการปฏิบตังิานของกลุม่ปฏิบตังิานเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย การเคารพธงชาต ิการร้องเพลงชาต ิ สวดมนต์ กลา่วค าปฏิญาณ ร้องเพลงปลกุใจตา่งๆ และเพลงท่ี แสดงออกถึงความรักในสถาบนั รายงานผลการท าความ สะอาดตามกลุม่โซน ห้องเรียน การปกครองตนเอง การ แสดงออกตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียนประมาณ 5 นาที ครูเวรสวสัดกิารหรือผู้บริหารพบนกัเรียนหน้าเสาธง (บอกกลา่วเลา่เร่ืองดีเชิงบวก) กายบริหาร 3. 2.5 กิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน(สภานกัเรียน) เป็นกิจกรรมท่ีโรงเรียน จดัขึน้เพ่ือสร้างเสริมพฤตกิรรม ประชาธิปไตย เป็นการฝึกฝนให้นกัเรียนรู้จกัรวมตวักนัเพ่ือ ท ากิจกรรม การคดัเลือกตวัแทนของตนเองด้วยวิธีการ ประชาธิปไตย การแบง่งาน การเป็นผู้น าผู้ตามท่ีดี การออกแบบกิจกรรมเพื่อสนองความต้องการของนกัเรียน ตามความถนดั ความสนใจและเป็นตวัขบัเคล่ือนกิจกรรมของ โรงเรียน เช่ือมประสานในลกัษณะตวัแทนระหวา่งนกัเรียน ครู บคุลากร ผู้บริหาร คณะกรรมการนกัเรียนหรือสภานกัเรียน มาจาก 3 สว่นคือ 1)มาจากการเลือกตัง้โดยตรงจากนกัเรียน ทัง้ระบบตวับคุคลหรือระบบพรรค 2)การแตง่ตัง้จากโรงเรียน อาจจะเป็นตวัแทนห้องเรียน ตวัแทนชมรม3)มาจากการสรรหา โดยการน าเสนอจากคณะครู นกัเรียน น าเสนอตอ่คณะ กรรมการบริหารโรงเรียน 159 ตาราง 6 (ต่อ) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบหลกั องค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ 3.2.6 กิจกรรมอ่ืนๆท่ีสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมนอกห้องเรียนท่ีชว่ยฝึกฝนให้นกัเรียนได้เรียนรู้และ เข้าใจวิถีประชาธิปไตยและระบบประชาธิปไตย ได้แก่ กิจกรรม สหกรณ์โรงเรียน กิจกรรมอาหารกลางวนั กิจกรรมห้องสมดุ กิจกรรมผู้น านกัเรียนฝ่ายสง่เสริมอนามยั กิจกรรมวนัส าคญั ตา่งๆ กิจกรรมชมรม ชมุนมุ 3.3 กิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยในห้องเรียน กิจกรรมฝึกฝน ประชาธิปไตยในห้องเรียนตามการสมัภาษณ์ มี 3 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 3.3.1 กิจกรรมการปกครองในห้องเรียน เป็นกิจกรรมท่ีจดัให้ นกัเรียนในแตล่ะห้องเรียนได้เลือกหวัหน้าห้อง รองหวัหน้าห้อง โดยการยกมือให้คะแนนเสียง เพื่อให้ผู้ ได้รับเลือกท าหน้าท่ี ปกครองดแูลนกัเรียนกนัเองในห้องเรียนด้วยการสร้างระเบียบ ข้อตกลงของห้องเรียนและปฏิบตังิานตา่งๆท่ีก าหนดไว้ 3.3.2 กิจกรรมการเสนอขา่วและเหตกุารณ์ ในการน าเสนอ ขา่วและเหตกุารณ์จะจดัไว้ในชัว่โมงโฮมรูม 3.3.3 กิจกรรมการเรียนการสอน ใช้รูปแบบการสอนเป็น กลุม่ยอ่ยหรือกลุม่ใหญ่ขึน้อยูก่บัลกัษณะเนือ้หาในบทเรียน สมาชิกภายในกลุม่คละ เก่ง ปานกลาง อ่อน และในการจดั กิจกรรมเน้นกระบวนการกลุ่มมีการเลือกประธาน รองประธาน และเลขานกุารของกลุม่ เพื่อศกึษาค้นคว้า อภิปราย ร่วมกนั สร้างองค์ความรู้และน าเสนอองค์ความรู้โดยมีครูเป็นผู้คอย ก ากบัดแูล 160 ตาราง 6 (ต่อ) ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน องค์ประกอบหลกั องค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ 4 . การสร้างบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.1 สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ มี 1 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 4.1.1 การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคาร ประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยั คุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 4.2 สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ มี 3 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 4.2.1 การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการ สอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน 4.2.2 การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ 4.2.3 การจดัป้ายนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.3 บรรยากาศด้านการบริหารจดัการ มี 8 ตวับง่ชี ้ได้แก่ 4.3.1 การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียน 4.3.2 การสง่เสริมความสมัพนัธ์กบัชมุชนและหนว่ยงาน 4.3.3 การสร้างเครือขา่ยประชาธิปไตยในโรงเรียนกบั โรงเรียนตา่งๆ 4.3.4 การใช้เหตผุลการบรูณาการการแก้ปัญหาตา่งๆเชิง สร้างสรรค์ 4.3.5 การอภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดย มีครูเป็นผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา 4.3.6 การสง่เสริมให้มีการโต้วาทีภายในโรงเรียน 4.3.7 การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ประชาธิปไตยภายใน โรงเรียน 4.3.8 การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงภายในโรงเรียน 161 จากตาราง 6 พบว่า ผลการสงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ 11 องค์ประกอบย่อย และ 54 ตวับง่ชี ้มีรายละเอียด ดงันี ้ องค์ประกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบย่อย 19 ตวับง่ชี ้ องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบยอ่ย 12 ตวับง่ชี ้ องค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย 11 ตวับง่ชี ้ องค์ประกอบท่ี 4 การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย 12 ตวับง่ชี ้ ผลการวิจัยขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เสนอผลตามล าดบัดงันี ้ 2.1 ผลการจัดท าร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัด ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ผู้วิจยัได้จดัท าร่างรูปแบบโดยน าผลการศกึษาองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบมา เป็นข้อมลูในการน าเสนอร่าง ดงัภาพประกอบ 10 162 ภาพประกอบ 9 ร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐาน หลักสูตรสถานศึกษาที่ส่งเสริมวิถปีระชาธิปไตยใน สถานศึกษา 1. หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 และ บรูณาการสอดแทรก วิถี ประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระ 2. แนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระบรูณาการ และสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย การจัดกจิกรรมเพื่อสร้างวิถปีระชาธิปไตยใน สถานศึกษา 1. จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ 2. จดักิจกรรมการฝึกฝนวิถีประชาธิปไตยนอกห้องเรียน 3. จดักิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยในห้องเรียน การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม วิถปีระชาธิปไตย 1. สภาพแวดล้อมทางกายภาพ 2. สภาพแวดล้อมด้านวชิาการ 3. บรรยากาศด้านการบริหารจดัการ การบริหาร แบบมีส่วนร่วม 1. การวางแผน 2. การสัง่การ 3. การควบคมุ วิถปีระชาธิปไตย ในโรงเรียน ประถมศึกษา - คารวธรรม - สามคัคีธรรม - ปัญญาธรรม ร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 163 2.2 ผลการจดัท าคูมื่อการด าเนินงานตามร่างรูปแบบ การจดัท าคูมื่อเพ่ือการด าเนินงานตามร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยมาจากการสงัเคราะห์ผลการ ค้นคว้าเอกสารและงานวิจยัท่ีเก่ียวข้อง และการสมัภาษณ์เชิงลกึสถานศกึษาต้นแบบประชาธิปไตย ในระดบัประเทศ (รายละเอียดตามภาคผนวก จ ) 2.3 ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พร้อมคูมื่อการด าเนินงานตามร่างรูปแบบโดยวิธีอิงผู้ทรงคณุวฒุิ จากการสงัเคราะห์และด าเนินการเรียบเรียงจดัท ารูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พบวา่ รูปแบบท่ี สามารถน าไปพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนจ านวน 4 องค์ประกอบด้วยกนั อยา่งไรก็ตามทัง้ 4 องค์ประกอบดงักล่าวจะต้องผา่นกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ส าหรับการน าองค์ประกอบดงักลา่วจากผู้ทรงคณุวฒุิจ านวน 12 ท่าน โดยแสดงผลตามตาราง 7 ดงันี ้ 164 ตาราง 7 ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบ X S.D. ระดบัความ เหมาะสม X S.D. ระดบัความ เป็นไปได้ 1. การบริหารแบบมีสว่นร่วม 1.1 การวางแผน 4.73 0.73 มากท่ีสดุ 4.15 1.30 มาก 1.2 การสัง่การ 4.82 0.77 มากท่ีสดุ 4.48 1.44 มาก 1.3 การควบคมุ 4.78 0.72 มากท่ีสดุ 4.26 1.36 มาก รวม 4.78 0.72 มากที่สุด 4.26 1.36 มาก 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริม วิถีประชาธิปไตย 4.64 0.73 มากท่ีสดุ 4.40 1.07 มาก 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศกึษา 4.73 0.74 มากท่ีสดุ 4.60 1.19 มาก 4 การจดับรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย 4.64 0.87 มากท่ีสดุ 4.37 1.23 มาก รวมทัง้ 4 องค์ประกอบ 4.70 0.76 มากที่สุด 4.41 1.21 มาก จากตาราง 7 พบวา่ การประเมินความเหมาะสมของร่างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยภาพรวมทัง้ 4 องค์ประกอบมีความเหมาะสมมากท่ีสดุ และเม่ือพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบพบวา่ ทกุองค์ประกอบมีความเหมาะสมมากท่ีสดุเชน่กนั การประเมินความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานงานตามร่างรูปแบบโดยวิธีอิงผู้ทรงคณุวฒุิ โดยภาพรวมมีความเป็นไปได้มากและเม่ือพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบพบวา่ทกุองค์ประกอบ มีความเป็นไปได้มากเชน่กนั 165 2.4 ผลการปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคณุวฒุิ ผู้วิจยัได้ท าการปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคณุวฒุิ จากผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พบวา่ รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) องค์ประกอบการบริหารแบบ มีสว่นร่วม 2) องค์ประกอบหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 3)การจดักิจกรรม เพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา และ 4) การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย โดยองค์ประกอบ1หลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม เป็นองค์ประกอบท่ีส าคญั ในการขบัเคล่ือนให้องค์ประกอบ 2,3 และ 4 ด าเนินการได้โดยผา่นกระบวนการ 3 ขัน้ตอน คือ การวางแผน การสัง่การและการควบคมุ และเม่ือทัง้ 4 องค์ประกอบด าเนินการได้ครบตามร่าง รูปแบบดงักล่าว จะท าให้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนเป็นไปอยา่งตอ่เน่ืองและ ยัง่ยืน ดงัภาพประกอบ 11 166 ภาพประกอบ 10 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งตอ่เน่ืองและยัง่ยืน หลักการบริหาร แบบมีส่วนร่วม รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งตอ่เน่ืองและยัง่ยืน 167 ผลการวิจัยขัน้ตอนท่ี 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานรายละเอียดดงัตอ่ไปนี ้ 3.1 ก าหนดเป้าหมายการทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ผู้วิจยัได้น ารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ไปทดลองใช้ในโรงเรียนวดัปรางแก้ว จงัหวดัสงขลา ระยะเวลาการทดลองใช้ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึษา 2557 ตัง้แตเ่ดือน พฤษภาคม 2557 ถึง 30 กนัยายน 2557 และ ได้ประเมินผลหลงัการทดลองใช้โดยการสมัภาษณ์ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู บคุลากร ท่ีเก่ียวข้อง ก่อนท าการทดลองใช้ผู้ ได้สร้างความรู้ ความเข้าใจ และชีแ้จงให้ผู้บริหาร คณะครู และบคุลากรท่ีเก่ียวข้องในสถานศกึษาท่ีใช้ทดลองใช้ หลงัจากนัน้ได้ ด าเนินการทดลองใช้รูปแบบดงักลา่ว และได้ประเมินผลหลงัการทดลองใช้โดยการสมัภาษณ์ผู้บริหาร คณะครู บคุลากร ท่ีเก่ียวข้องจ านวน 10 คน 3.2 สรุปผลการประเมินหลงัการใช้รูปแบบ ผลการประเมินหลงัการใช้รูปแบบสามารถสรุปเป็นประเดน็ส าคญั ดงัตอ่ไปนี ้ องค์ประกอบท่ี 1 หลกัการบริหารแบบมีส่วนร่วม ความพงึพอใจตอ่องค์ประกอบหลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม ในภาพรวมอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะในการท างานทกุอยา่งในองค์กร การวางแผน เป็นกระบวนการส าคญัในการเร่ิมต้นของการท างาน เป็นการร่วมกนัก าหนดทิศทางและ เป้าหมายในการน าองค์กรสู่ความส าเร็จ การขบัเคล่ือนกระบวนการทางประชาธิปไตยในโรงเรียน ต้องยึดหลกัการมีสว่นร่วม ไมว่า่จะเป็นผู้บริหาร คณะครู และบคุลากร ทกุฝ่ายมีการก าหนด เป้าหมายท่ีชดัเจนร่วมกนั สง่ผลให้การด าเนินงานมีประสิทธิภาพท่ีชดัเจน คลอบคลมุทัง้ กระบวนการท างาน มีการก าหนดขัน้ตอนและแนวทางปฏิบตังิานเก่ียวกบัประชาธิปไตยใน โรงเรียน เม่ือทกุฝ่ายมีสว่นร่วม จะท าให้โรงเรียนสามารถด าเนินตามทิศทางท่ีวางไว้ ทกุคนมีทิศทางการด าเนินงานเป็นแนวทางเดียวกนั เกิดความเข้าใจร่วมกนัทกุฝ่าย ผู้บริหาร เกิดความสะดวกในการบริหารจดัการ ครูผู้ปฏิบตัก็ิสามารถปฏิบตัไิด้อยา่งมีประสิทธิภาพและ รวดเร็วยิ่งขึน้ การบริหารแบบมีสว่นร่วมเม่ือน ารูปแบบไปใช้ ชว่ยลดขัน้ตอนและเวลาในการบริหาร จดัการ เกิดทิศทางท่ีชดัเจน ถกูต้อง และเป็นรูปธรรมมากขึน้ ผู้ปฏิบตัิงานมีขวญัและก าลงัใจ การสง่เสริมงานประชาธิปไตยมีการพฒันามากยิ่งขึน้ 168 ข้อเสนอแนะ การบริหารแบบมีสว่นร่วม นอกจากผู้บริหารและคณะครูท่ีเป็นปัจจยัส าคญั แล้ว การด าเนินงานด้านประชาธิปไตยควรมีบทบาทของภาคีเครือขา่ยเข้ามามีสว่นเก่ียวข้อง ไมว่า่จะเป็นผู้ปกครอง หรือคณะกรรมการสถานศกึษา และสิ่งส าคญัคือ นกัเรียน ควรมีบทบาทใน การก าหนดแนวทางในการด าเนินประชาธิปไตยในโรงเรียนด้วย เน่ืองจากนกัเรียนเป็นตวั ขบัเคล่ือนกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ความพงึพอใจตอ่หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย โดยภาพรวม อยูใ่นระดบัมาก เน่ืองจากเม่ือสถานศกึษามีหลกัสตูรท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย โดยการบรูณาการ และสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยในทกุกลุม่สาระ ก าหนดไว้ในค าอธิบายรายวิชาอยา่งชดัเจน จงึสง่ผลให้การจดัการเรียนการสอนเพ่ือปลกูฝังประชาธิปไตยสูน่กัเรียน โดยมุง่เน้นให้นกัเรียนได้รับ การฝึกฝนและเสริมสร้างคณุลกัษณะความเป็นประชาธิปไตยและสง่เสริมให้มีการจดัระบบ ประชาธิปไตยในรูปแบบหรือกระบวนการในการท างานโดยใช้กระบวนการ คารวธรรม ปัญญาธรรม และสามคัคีธรรม นอกจากนี ้เม่ือมีหลกัสตูรท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ท าให้โรงเรียนมีรูปแบบ การเรียนการสอนท่ีเป็นรูปธรรม ครูมีความเข้าใจในประชาธิปไตยมากย่ิงขึน้ เพราะเกิดจาก การร่วมกนัวิเคราะห์และจดัท า นกัเรียนมีกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย ครูและบคุลากรมีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบัการจดัการศกึษาบรูณาการประชาธิปไตย และมีหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยใช้ในโรงเรียน ผลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ ท าให้นกัเรียนมีความเข้าใจในวิถี ประชาธิปไตย สามารถน าสิ่งท่ีเรียนรู้ไปปฏิบตัิ เป็นวิถีประชาธิปไตยท่ีใช้ได้จริง ในชีวิตประจ าวนั สามารถประพฤตปิฏิบตัิตนตามวิถีประชาธิปไตยได้ดียิ่งขึน้ รู้จกับทบาทสิทธิและหน้าท่ี ความเป็น พลเมืองท่ีดีตามวิถีประชาธิปไตย ข้อเสนอแนะ ควรสร้างความเข้าใจให้ครูและบคุลากรในโรงเรียนมีความรู้เก่ียวกบัเนือ้หา ประชาธิปไตย เพ่ือให้ทกุคนเข้าใจตรงกนัและมีเป้าหมายเดียวกนั ในการก าหนดจดุมุง่หมายของ หลกัสตูรควรเปิดโอกาสให้คณะกรรมการสถานศกึษาและผู้ปกครองเข้ามามีสว่นร่วม และ มีการติดตาม ปรับปรุง และพฒันาหลกัสตูรให้เป็นปัจจบุนัและทนัตอ่เหตกุารณ์อยูเ่สมอ 169 องค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา ความพงึพอใจตอ่การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา โดยภาพรวมอยูใ่นระดบัมาก เน่ืองจากคูมื่อรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียน มีการก าหนดกิจกรรมท่ีชดัเจนและครอบคลมุการพฒันาประชาธิปไตยแก่นกัเรียนทกุด้าน ซึง่หากโรงเรียนน าคูมื่อรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนไปปฏิบตัิในการจดักิจกรรม จะสง่ผลให้ครูและบคุลากรโรงเรียนมีกิจกรรมท่ีหลากหลายในการพฒันาวิถีประชาธิปไตยและ สามารถสร้างวิถีประชาธิปไตยให้เกิดแก่นกัเรียนได้ ผลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ นกัเรียน สามารถเรียนรู้และเข้าใจในวิถีประชาธิปไตย มีความตระหนกัในบทบาทหน้าท่ีของพลเมืองท่ีดี สามารถประพฤตปิฏิบตัิตนตามวิถีประชาธิปไตย สง่ผลให้โรงเรียนมีบรรยากาศทางประชาธิปไตย นอกจากนี ้รูปแบบดงักล่าวยงัชว่ยให้ครูได้พฒันาศกัยภาพของตนเองในการจดักิจกรรมเพ่ือสร้าง วิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษาอีกด้วย ข้อเสนอแนะ กิจกรรมตา่งๆ ท่ีจดัขึน้เพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษาควรบรูณาการ ตามความเหมาะสมกบัสภาพและบริบทของแตล่ะโรงเรียน และควรมีคูมื่อในการด าเนินกิจกรรม เพ่ือให้เกิดความชดัเจนในการด าเนินกิจกรรมมากย่ิงขึน้ องค์ประกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ความพงึพอใจตอ่การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย โดยภาพรวมอยูใ่นระดบัมาก เน่ืองจากเม่ือโรงเรียนมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อม ท่ีเอือ้ตอ่การเรียนรู้ สง่ผลตอ่การพฒันาโรงเรียนในทกุๆ ด้าน ผู้บริหาร คณะครู และนกัเรียนได้รับ ประโยชน์ร่วมกนั เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้และสร้างเครือขา่ยในการเนินงานประชาธิปไตยผลท่ี เกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ ท าให้เกิดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน เอือ้ตอ่การเรียนรู้ของนกัเรียน นกัเรียนมีการเปล่ียนพฤตกิรรม มีความรู้สกึท่ีดีตอ่ การเรียนรู้มากย่ิงขึน้ สง่ผลให้นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตยท่ียัง่ยืน และเกิดเครือข่ายท่ีเข้มแข็ง ท าให้การบริหารงานประชาธิปไตยมีความมัน่คงและพฒันายิ่งขึน้ ข้อเสนอแนะ ควรจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อม โดยให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตย ในโรงเรียน ทัง้ภายในและภายนอกห้องเรียน และควรให้ความส าคญักบัภาคีเครือขา่ยเพ่ือน าไปสู ่ การร่วมมือและสนบัสนนุการจดักิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกบัการจดัสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยท่ีเข้มแข็ง 170 บทที่ 5 สรุปผลการวจิยั อภปิรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจยัเร่ืองรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ใช้รูปแบบการ วิจยัและพฒันา (Research and Development) มีวตัถปุระสงค์และวิธีการวิจยัดงันี ้ วัตถุประสงค์การวิจัย การวิจยัในครัง้นีมี้วตัถปุระสงค์ในการวิจยั คือ 1. เพ่ือศกึษาองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2. เพ่ือสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 3. เพ่ือประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน วิธีการด าเนินการวิจัย การวิจยัแบง่เป็น 3 ขัน้ตอนดงันี ้ ขัน้ตอนท่ี 1 การศกึษาองค์ประกอบเก่ียวกบัการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ด าเนินการดงันี ้ 1. ศกึษาเอกสารแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจยัเก่ียวกบัองค์ประกอบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานได้กรอบแนวคดิ และ สร้างเป็นแบบสมัภาษณ์ 2. ศกึษาตวัแบบสถานศกึษาท่ีประสบความส าเร็จและเป็นแบบอยา่ง จ านวน 4 สถานศกึษาโดยการสมัภาษณ์เชิงลกึ ผู้ให้ข้อมลูส าคญัเก่ียวกบัองค์ประกอบของบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 3. สงัเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 171 ขัน้ตอนท่ี 2 การสร้างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ด าเนินการดงันี ้ 1. จดัท าร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานฉบบัร่าง 2. จดัท าคูมื่อการด าเนินงานตามร่างรูปแบบ 3. ประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานโดยวิธีอิง ผู้ทรงคณุวฒุิ 4. ปรับปรุงแก้ไขร่างรูปแบบตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคณุวฒุิ ขัน้ตอนท่ี 3 การประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ด าเนินการดงันี ้ 1. ก าหนดเป้าหมายทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 2. สรุปการประเมินผลหลงัการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สรุปผลการวิจัย 1. ผลการศกึษารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ 11 องค์ประกอบยอ่ย และ 54 ตวับง่ชี ้ได้แก่ องค์ประกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย 19 ตวับง่ชี ้ องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบยอ่ย 12 ตวับง่ชี ้ องค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตย ในสถานศกึษา ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย 11 ตวับง่ชี ้และ องค์ประกอบท่ี 4 การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบย่อย 12 ตวับง่ชี ้ซึง่ปรากฏดงัภาพประกอบ 172 หลกัการบริหาร แบบมส่ีวนร่วม รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งต่อเน่ืองและย ัง่ยนื ภาพประกอบ 11 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งต่อเน่ืองและย ัง่ยนื 173 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ มีรายละเอียดดงันี ้ 1. องค์ประกอบหลกัการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประกอบ 3 องค์ประกอบยอ่ย 19 ตวับง่ชี ้รายละเอียดดงันี ้ 1.1 การวางแผน มี 7 ตวับง่ชี ้ได้แก่ ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์รอบด้าน โดยผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง การก าหนดวตัถปุระสงค์ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียน การก าหนดวิสยัทศัน์/พนัธกิจท่ีเน้นสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน การก าหนดเป้าหมาย ด้านประชาธิปไตย ก าหนดวิธีการปฏิบตังิานเก่ียวกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน การควบคมุก ากบั ตดิตามการด าเนินงาน และการประเมินผลการด าเนินการตามองค์ประกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2 การสัง่การ มี 6 ตวับง่ชีไ้ด้แก่ การสร้างความตระหนกัให้ความรู้ ความเข้าใจ แก่ครู บคุลากรและผู้ มีสว่น การจงูใจแก่ครูบคุลากรให้เห็นคณุคา่และความจ าเป็นใน การด าเนินการให้เกิดวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน การติดตอ่ส่ือสารเช่ือมโยงวิสยัทศัน์กบับคุลากร ในสถานศกึษาให้มีความเข้าใจตรงกนัเพ่ือน าสูก่ารปฏิบตัิ การออกค าสัง่แตง่ตัง้ผู้ รับผิดชอบ ชดัเจนการใช้ภาวะผู้น ากบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง และการประสานงานกบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้องและ หนว่ยงานตา่งๆ 1.3 การควบคมุ มี 6 ตวับง่ชีไ้ด้แก่ การก าหนดเป้าหมายในการควบคมุงาน การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน การก ากบัตดิตามประเมินผลโดยด าเนินการ AAR ( After Action Review )การวดัผลงานและเปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐาน การเสริมแรง การบ ารุงขวญัก าลงัใจ และการให้ความดีความชอบ และ การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหาร ครูบคุลากรและผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 2. องค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษาที่ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบยอ่ย 12 ตวับง่ชี ้ รายละเอียดดงันี ้ 2.1 หลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 และ บรูณาการสอดแทรก วิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระ มี 6 ตวับง่ชี ้ ได้แก่ จดุหมายหลกัสตูรและ จดุมุง่หมายประชาธิปไตย ก าหนดวิสยัทศัน์ท่ีมุง่พฒันาผู้ เรียนให้มีความรู้คูค่ณุธรรม มีจิตส านกึ ในความเป็นพลเมืองและเป็นพลโลก ยึดมัน่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เนือ้หา ประชาธิปไตยในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคม บรูณาการสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่ สาระการเรียนรู้ คณุภาพผู้ เรียน สมรรถนะส าคญัของผู้ เรียนในด้านการน ากระบวนการตา่งๆ ไปใช้ในชีวิตประจ าวนั การมีจิตสาธารณะ จิตอาสา การจดัการและหาทางออกท่ีเหมาะสม ด้านความขดัแย้งและความแตกตา่งระหวา่งบคุคลและ โครงสร้างรายวิชาพืน้ฐานสงัคมศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม 174 2.2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระบรูณาการและสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตย มี 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ จดัท าคูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย จดักิจกรรม การเรียนการสอนเพิ่มเตมิในทกุกลุม่สาระการเรียนรู้ หลกัสตูรประวตัิศาสตร์และหน้าท่ี พลเมือง หลกัสตูรตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลกัสตูรลกูเสือ เนตรนารี และหลกัสตูร กิจกรรมพฒันาผู้ เรียน 3 องค์ประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศึกษา ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย 11 ตวับง่ชี ้รายละเอียดดงันี ้ 3.1 จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ มี 2 ตวับง่ชี ้ได้แก่ กิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวินยั และกิจกรรมแสดงออกถึงความรักสถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 3.2 กิจกรรมการฝึกฝนวิถีประชาธิปไตยนอกห้องเรียน มี 6 ตวับง่ชี ้ได้แก่ กิจกรรมกลุม่โซน เป็นกิจกรรมท่ีนกัเรียนทกุคนต้องมีสว่นร่วมในการดแูลรักษาความสะอาดบริเวณ ท่ีตนเองรับผิดชอบ กิจกรรมพฒันาห้องเรียน การแบง่เวรท าความสะอาด เวรคอยควบคมุดแูล ความสะอาดพืน้ท่ีของห้องเรียน น าผลการด าเนินการรายงานหน้าเสาธง กิจกรรมการปกครอง ตนเอง เป็นการดแูลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของนกัเรียนด้วยกนัเองในทกุด้านตลอดการเป็นอยู่ ในโรงเรียน จดักิจกรรมหน้าเสาธง เป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนตอนเช้า หลงัการปฏิบตัิงานของ กลุม่ปฏิบตังิานเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย การเคารพธงชาต ิการร้องเพลงชาต ิ สวดมนต์ กล่าว ค าปฏิญาณ ร้องเพลงปลกุใจตา่งๆ และเพลงท่ีแสดงออกถึงความรักในสถาบนั รายงานผลการ ท าความสะอาดตามกลุ่มโซน ห้องเรียน การปกครองตนเอง การแสดงออกตามความถนดัและ ความสนใจของนกัเรียนประมาณ 5 นาที ครูเวรสวสัดิการหรือผู้บริหารพบนกัเรียนหน้าเสาธง (บอกกลา่วเลา่เร่ืองดีเชิงบวก) กายบริหาร กิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน(สภานกัเรียน) เป็นกิจกรรมท่ีโรงเรียน จดัขึน้เพ่ือสร้างเสริมพฤตกิรรมประชาธิปไตย เป็นการฝึกฝนให้นกัเรียนรู้จกั รวมตวักนัเพ่ือ ท ากิจกรรม การคดัเลือกตวัแทนของตนเองด้วยวิธีการประชาธิปไตย การแบง่งาน การเป็นผู้น าผู้ตามท่ีดี การออกแบบกิจกรรมเพ่ือสนองความต้องการของนกัเรียนตามความถนดั ความสนใจและเป็นตวัขบัเคล่ือนกิจกรรมของโรงเรียน เช่ือมประสานในลกัษณะตวัแทนระหวา่ง นกัเรียน ครู บคุลากร ผู้บริหาร คณะกรรมการนกัเรียนหรือสภานกัเรียนมาจาก 3 ส่วนคือ 1)มาจากการเลือกตัง้โดยตรงจากนกัเรียนทัง้ระบบตวับคุคลหรือระบบพรรค 2)การแตง่ตัง้จาก โรงเรียนอาจจะเป็นตวัแทนห้องเรียน ตวัแทนชมรม3)มาจากการสรรหาโดยการน าเสนอจาก คณะครู นกัเรียน น าเสนอตอ่คณะกรรมการบริหารโรงเรียน และ กิจกรรมอ่ืนๆท่ีสร้าง 175 วิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมนอกห้องเรียนท่ีชว่ยฝึกฝนให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจ วิถีประชาธิปไตยและระบบประชาธิปไตย ได้แก่ กิจกรรมสหกรณ์โรงเรียน กิจกรรมอาหารกลางวนั กิจกรรมห้องสมดุ กิจกรรมผู้น านกัเรียนฝ่ายสง่เสริมอนามยั กิจกรรมวนัส าคญัตา่งๆ กิจกรรมชมรม ชมุนมุ 3.3 กิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยในห้องเรียน กิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตย ในห้องเรียนตามการสมัภาษณ์ มี 3 ตวับง่ชี ้ได้แก่ กิจกรรมการปกครองในห้องเรียน เป็นกิจกรรม ท่ีจดัให้นกัเรียนในแตล่ะห้องเรียนได้เลือกหวัหน้าห้อง รองหวัหน้าห้อง โดยการยกมือให้คะแนน เสียง เพ่ือให้ผู้ ได้รับเลือกท าหน้าท่ีปกครองดแูลนกัเรียนกนัเองในห้องเรียนด้วยการสร้างระเบียบ ข้อตกลงของห้องเรียนและปฏิบตังิานตา่งๆท่ีก าหนดไว้ กิจกรรมการเสนอขา่วและเหตกุารณ์ ใน การน าเสนอขา่วและเหตกุารณ์จะจดัไว้ในชัว่โมงโฮมรูม และ กิจกรรมการเรียนการสอน ใช้รูปแบบ การสอนเป็นกลุม่ยอ่ยหรือกลุม่ใหญ่ขึน้อยู่กบัลกัษณะเนือ้หาในบทเรียน สมาชิกภายในกลุม่คละ เก่ง ปานกลาง อ่อน และในการจดักิจกรรมเน้นกระบวนการกลุม่มีการเลือกประธาน รองประธาน และเลขานกุารของกลุม่ เพื่อศกึษาค้นคว้า อภิปราย ร่วมกนัสร้างองค์ความรู้และน าเสนอองค์ ความรู้โดยมีครูเป็นผู้คอยก ากบัดแูล 4 องค์ประกอบการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบย่อย 12 ตวับง่ชี ้ รายละเอียดดงันี ้ 4.1 สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ มี 1 ตวับง่ชี ้ได้แก่ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึง ความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มี ความปลอดภยั คุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 4.2 สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ มี 3 ตวับง่ชี ้ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อม เสริมทางด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ และ การจดัป้ายนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.3 บรรยากาศด้านการบริหารจดัการ มี 8 ตวับง่ชี ้ได้แก่ การสง่เสริม ความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียน การสง่เสริมความสมัพนัธ์กบัชมุชนและหนว่ยงาน การสร้างเครือขา่ยประชาธิปไตยในโรงเรียนกบัโรงเรียนตา่งๆ การใช้เหตผุลการบรูณาการ การแก้ปัญหาตา่งๆเชิงสร้างสรรค์ การอภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็น ผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา การสง่เสริมให้มีการโต้วาทีภายในโรงเรียน การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ 176 ประชาธิปไตยภายในโรงเรียน และการจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงภายในโรงเรียน กลา่วโดยสรุปได้ว่า รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) องค์ประกอบการบริหารแบบมีสว่นร่วม 2) องค์ประกอบหลกัสตูร สถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 3) การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษา และ 4)การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย โดย องค์ประกอบหลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม เป็นองค์ประกอบท่ีส าคญั ในการด าเนินการให้ องค์ประกอบ 2,3 และ 4 ประสบผลส าเร็จ โดยใช้กระบวนการ 3 ขัน้ตอน คือ การวางแผน การสัง่การและการควบคมุ เพ่ือขบัเคล่ือนรูปแบบไปสูโ่รงเรียนวิถีประชาธิปไตยท่ีตอ่เน่ืองและ ยัง่ยืน 2. ผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน โดยการสมัภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียน คณะครูและบคุลากรท่ี เก่ียวข้อง มีผลการประเมินรูปแบบ ด้านองค์ประกอบการบริหารแบบมีสว่นร่วม พงึพอใจมากท่ีสดุ สว่นองค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย องค์ประกอบท่ี 3 การจดั กิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา และองค์ประกอบท่ี 4 การสร้างบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน พงึพอใจมาก การอภปิรายผล จากการศกึษาพบว่า รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ การบริหารแบบ มีสว่นร่วม หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศกึษา และการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย มีสิ่งท่ีควรจะน ามาอภิปรายผลดงันี ้ องค์ประกอบที่ 1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม การบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วยองค์ประกอบยอ่ย 3 องค์ประกอบ คือ การวางแผน การสัง่การและการควบคมุ สอดคล้องกบั ชยัเสฏฐ์ พรหมศรี (2551) ได้กลา่ววา่ การท างานในองค์การให้ประสบความส าเร็จตามท่ีคาดหวงัไว้ไมส่ามารถเกิดขึน้ได้โดยบคุคลใด บคุคลหนึง่ หรือกลุม่ใดกลุม่หนึง่เทา่นัน้ แตต้่องเป็นสิ่งท่ีเกิดขึน้จากความร่วมมือและการสนบัสนนุ 177 ของทกุคนในองค์การ และสอดคล้องกบัผลการวิจยัของ ส าเนาว์ ระหา(2549) ท่ีพบวา่ หลงัจากสถานศกึษาน ารูแบบการบริหารแบบมีสว่นร่วมมาใช้ในโรงเรียนท าให้ข้าราชการครู ผู้ปกครอง นกัเรียนและกรรมการสถานศกึษามีความพงึพอใจในการบริหารงานโรงเรียนมาก ยิ่งขึน้ และการบริหารแบบมีสว่นร่วมเป็นแนวคดิท่ีได้รับความนิยมในการบริหารในปัจจบุนั พร้อมทัง้เป็นแนวคิดท่ีตอบรับความเป็นประชาธิปไตยและมนษุยชน(ทิพวรรณ จนัทรสถิตย์,2546) ซึง่เป็นกระแสท่ีมีความส าคญั อนัสอดคล้องกบัแนวคิดของ สมยศ นาวีการ (2545) ท่ีกลา่ว วา่ การบริหารแบบมีสว่นร่วม คือ กระบวนการของการให้ผู้ใต้บงัคบับญัชาท่ีมีสว่นเก่ียวข้องใน กระบวนการตดัสินใจน าไปสู่กระบวนการวางแผนเพ่ือการบริหารจดัการ นอกจากนีย้งัสอดคล้อง กบั Robbins(1990), Gulick and Urwick (1937) , Fayol(1949),สมาคมผู้บริหารการศกึษา แหง่สหรัฐอเมริกา (American Association of School Administrators. 1955) ท่ีพบวา่ การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นเป็นหลกัการบริหารท่ีให้ความส าคญักบัการมีสว่นร่วมของผู้ เก่ียวข้อง ซึง่ท าให้การปฏิบตังิานบรรลเุป้าหมายอยา่งมีคณุภาพ ทกุคนเกิดความภาคภมูิใจร่วมกนั นอกจากนีก้ารบริหารงานแบบมีสว่นร่วมยงัเป็นการบริหารท่ีเร่ิมจากการให้ ผู้สว่นได้สว่นเสียร่วมกนัวางแผน ระดมความคดิเห็น เพ่ือให้ทกุคนเห็นทิศทางและเป้าหมาย ท่ีชดัเจน ก าหนดวิธีการปฏิบตังิานและการควบคมุก ากบัตดิตามตลอดแนว หลงัจากนัน้ สร้างความรู้ ตระหนกัให้กบัทกุภาคสว่นด้วยการติดตอ่ส่ือสารประสานงาน มีความเข้าใจท่ีตรงกนั น าสูก่ารปฏิบตังิานท่ีมีคณุภาพด้วยการวดัผลงานและเปรียบเทียบผลงานท าให้งานประสบ ผลส าเร็จ สอดคล้องกบัแนวคดิของ Gulick and Urwick (1937), Fayol(1949), Gregg ( 1957) สมาคมผู้บริหารการศกึษาแหง่สหรัฐอเมริกา (American Association of School Administrators. 1955) ท่ีพบวา่การบริหารจดัการองค์การให้ประสบความส าเร็จได้นัน้จ าเป็น ท่ีจะต้องอาศยักระบวนการ วางแผน การควบคมุ การสัง่การอย่างมีสว่นร่วมตัง้แตร่ะดบั ผู้ใต้บงัคบับญัชาขึน้ไปจนถึงผู้บริหารระดบัสงู ตลอดถึงกระบวนการส่ือสารในองค์การ อยา่งชดัเจน และสอดคล้องกบั ทิพวรรณ จนัทรสถิตย์(2546) ท่ีกลา่วถึงการบริหารแบบมีสว่นร่วม ในโรงเรียนเป็นการให้โอกาสกบัผู้ใต้บงัคบับญัชาในการบริหารจดัการตัง้แตข่ัน้วางแผน และ สง่ผลให้การมีสว่นร่วมของ ผู้ มีสว่นได้สว่นเสีย ผู้ ท่ีเก่ียวข้องได้เข้ามามีบทบาทในการบริหาร จดัการตัง้แตเ่ร่ิมต้น นอกจากนีก้ารให้ความส าคญักบัผู้ใต้บงัคบับญัชาแล้วจะต้องให้ความส าคญั กบัผู้ ท่ีได้รับผลกระทบจากการด าเนินกิจกรรมอยา่งแท้จริง เชน่ การให้ความส าคญักบันกัเรียน ผู้ปกครอง ตลอดจนชมุชนตา่งๆอยา่งแท้จริง เพราะการขบัเคล่ือนกระบวนการทางประชาธิปไตย ในโรงเรียนต้องยึดหลกัการมีสว่นร่วม ไมว่า่จะเป็นผู้บริหาร คณะครูและบคุลากร ทกุฝ่าย ตลอด 178 จนถึง ผู้ปกครองและชมุชน ได้ร่วมก าหนดเป้าหมายท่ีชดัเจนร่วมกนั สง่ผลให้การด าเนินงานมี ประสิทธิภาพ คลอบคลมุทัง้กระบวนการท างาน มีการก าหนดขัน้ตอนและแนวทางปฏิบตังิาน เก่ียวกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน จากการสมัภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบในส่ีภมูิภาค แสดงให้เห็นวา่ โดยภาพรวม โรงเรียนมีการบริหารงานแบบมีส่วนร่วมอยู่ในระดบัมาก โดยการท่ีผู้บริหารโรงเรียน นกัเรียน ครู ผู้ปกครองเข้ามามีสว่นร่วมในรูปของคณะกรรมการนกัเรียน คณะกรรมการ สถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน คณะกรรมการท่ีปรึกษา ผู้ปกครองเครือขา่ย โดยให้เข้ามามีสว่นร่วม ตัง้แตก่ารร่วมคดิวา่โรงเรียนมีทิศทางในการพฒันาอยา่งไร แล้วร่วมท าด้วยการระดมทรัพยากร ท่ีมีในท้องถ่ินเพ่ือให้การบริหารงานของโรงเรียนบรรลตุามเป้าหมาย สดุท้ายคือการร่วมประเมิน ร่วมช่ืนชมความส าเร็จของโรงเรียนร่วมกนั สอดคล้องกบัผลการศกึษาของ ราตรี แออ่วม (2531) และ วิทยา กิตตพิร (2540) โดยท าการศกึษาเก่ียวกบับทบาทของผู้บริหารและครูผู้สอนท่ีมี สว่นเก่ียวข้องกบัการพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยอาศยักระบวนการศกึษาแบบมี สว่นร่วมในขัน้ตอนของการวางแผน พบว่า การบริหารกิจกรรมเป็นรูปธรรมท่ีสามารถมองเห็น ได้ชดัเจนทัง้ยงัมีความคิดเห็นวา่ โรงเรียนสามารถท าได้ดีและท าได้มาก เช่นเดียวกบัแนวคิดของ Koontz(1990)ท่ีได้กลา่วถึงประโยชน์ของการวางแผนท่ีจะท าให้งานบรรลเุป้าหมายได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นอกจากนีก้ารสมัภาษณ์ด้านการสัง่การและการควบคมุเป็นผลมาจากขัน้ตอนของ การวางแผนการบริหารจดัการของผู้บริหารท่ีได้มีการวางแผนไว้เป็นอยา่งดี สอดคล้องกบัแนวคดิ ของ ธงชยั สนัตวิงษ์(2543) ท่ีพบวา่ การสัง่การเป็นความพยายามในการท าให้ผู้ใต้บงัคบับญัชา ปฏิบตังิานในหน้าท่ีของตนเองได้เป็นอยา่งดี ผลการวิจยัเป็นเชน่นีเ้น่ืองจาก การบริหารงานโรงเรียนในปัจจบุนันัน้มีปัจจยัหลายอยา่ง ท่ีจะท าให้โรงเรียนประสบผลส าเร็จ เชน่ ข้อมลูขา่ว และองค์ความรู้ตา่ง ๆ ท่ีมีการเปล่ียนแปลง ตลอดเวลา ดงันัน้ต้องให้ผู้ มีสว่นได้สว่นเสียทกุภาคสว่นเข้ามาร่วมคิด ร่วมท า ร่วมตดัสินใจและ ร่วมประเมิน เพราะผู้บริหารโรงเรียนคนเดียวไมส่ามารถท่ีจะรับรู้ข้อมลูข่าวสารมากมายนีไ้ด้ ทัง้หมด โดยเฉพาะการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐานมีความจ าเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องมีการบริหารงานแบบมีสว่นร่วม 179 องค์ประกอบท่ี 2 หลักสูตรสถานศึกษาท่ีส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย เป็นหลกัสตูรท่ีบรูณาการเข้ากบั กลุม่สาระการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบย่อย คือ หลกัสตูร แกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 ท่ีบรูณาการสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่ สาระ และแนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระบรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย สอดคล้องกบั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน (2551) ได้ให้ความส าคญักบั การจดัท าหลกัสตูรแกนกลางอนัน าไปสู่การสร้างหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ให้เกิดขึน้กบันกัเรียน ทัง้นีผ้า่นกระบวนการจดัท าหลกัสตูรทกุกลุม่สาระ โดยแนวทางดงักลา่ว สง่ผลตอ่การจดัท าคูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย และสอดคล้องกบัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน (2551) ได้มีการก าหนดให้กิจกรรมการสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียนเป็นสว่นหนึง่ของหลกัสตูรแกนกลางการศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 อนัมี เนือ้หาเก่ียวกบัประชาธิปไตยปรากฏไว้ในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนา และวฒันธรรม ซึง่หลกัสตูรได้ก าหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนา และ วฒันธรรมไว้ในชัน้ประถมศกึษา จ านวน 80 ชัว่โมงตอ่ปี และเพิ่มในสว่นของวิชาประวตัศิาสตร์ อีก 40 ชัว่โมง อีกทัง้ โรงเรียนโดยผู้บริหารโรงเรียน คณะครูและบคุลากร มีแนวทางใน การด าเนินการ ท าให้การด าเนินกิจกรรมสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนประสบความส าเร็จได้ โดยง่าย ซึง่สอดคล้องกบัส านกังานคณะกรรมการการเลือกตัง้และกระทรวงศกึษาธิการ(2552) ท่ีได้จดัท าคูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตยกลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศกึษาศาสนาและ วฒันธรรม ให้ผู้ เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณุคา่ของประชาธิปไตยอยา่งแท้จริง โดยเน้น การสร้างความเข้าใจ เจตคติ คา่นิยม และสร้างจิตส านกึ รวมทัง้การเสริมสร้างบคุลิกภาพ และ วฒันธรรมแบบประชาธิปไตยในชีวิตจริงให้ผู้ เรียนมีพฤติกรรมของความเป็นพลเมืองดีในวิถี ประชาธิปไตย จากการสมัภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบในส่ีภมูิภาค พบวา่ ภาพรวมของความพงึพอใจเก่ียวกบัการบรูณาการวิถีประชาธิปไตยในหลกัสตูรสถานศกึษา อยูใ่นระดบัมาก สอดคล้องกบั กระทรวงศกึษาธิการ ( 2540),ทิศนา แขมมณี (2530) ท่ีได้ สง่เสริมให้ผู้ เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณุคา่ของประชาธิปไตยอยา่งแท้จริง โดยเน้นการสร้าง ความเข้าใจ เจตคติ คา่นิยม และสร้างจิตส านกึ รวมทัง้การเสริมสร้างบคุลิกภาพ และวฒันธรรม แบบประชาธิปไตยในชีวิตจริงให้ผู้ เรียนมีพฤตกิรรมของความเป็นพลเมืองดีในวิถีประชาธิปไตยขึน้ ในโรงเรียนด้วยการให้โรงเรียนจงึน าวิถีประชาธิปไตยมาจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเตมิใน 180 ทกุกลุม่สาระ ท่ีเป็นเชน่นีเ้พราะเม่ือสถานศกึษามีหลกัสตูรท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยและแนว ทางการสง่เสริมประชาธิปไตย สง่ผลให้นกัเรียนได้เรียนรู้และเกิดวิถีประชาธิปไตยเป็นอยา่งดี ครูมีความรู้ ความเข้าใจในหลกัสตูร มีการจดักิจกรรมการเรียนการสอนสอดแทรกเนือ้หา ประชาธิปไตย มีการวดัและประเมินผล ตลอดจน มีการจดักิจกรรมท่ีบรูณาการวิถีประชาธิปไตย ให้กบันกัเรียน ท าให้การขบัเคล่ือนวิถีประธิปไตยในโรงเรียนประสบผลส าเร็จ นอกจากนี ้วิถีประชาธิปไตยเป็นวิถีท่ีมีความส าคญัท่ีต้องการให้เกิดขึน้กบั นกัเรียนทกุคน ดงันัน้ทกุกิจกรรมของโรงเรียนจงึต้องมีการบรูณาการกบัวิถีประชาธิปไตย และ การก าหนดไว้ในหลกัสตูรสถานศกึษาให้ชดัเจน เป็นตวับง่ชีว้า่ครูผู้สอนทกุคนต้องน าไปใช้ จดักิจกรรมการเรียนการสอน ซึง่น าไปสูก่ารวดัผลประเมินผล เพื่อให้ทราบผลการพฒันา คณุลกัษณะอนัพงึประสงค์ของนกัเรียน ทัง้นีเ้พ่ือให้การบรูณาการมีความชดัเจนจงึต้องมี การก าหนดแนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุกลุม่สาระท่ีบรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย และนอกจากนี ้เพ่ือต้องการให้โรงเรียนพฒันานกัเรียนให้มีวิถีประชาธิปไตยอยา่งตอ่เน่ืองและ ยัง่ยืนจงึต้องบรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยไว้ในค าอธิบายรายวิชาของทกุกลุม่สาระ ในหลกัสตูรสถานศกึษาขัน้พืน้ฐาน ซึง่ครูต้องน าไปใช้จดักิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียนท่ี เป็นเชน่นีเ้พราะ วิถีประชาธิปไตยเป็นวิถีท่ีมีความส าคญัท่ีต้องการให้เกิดขึน้กบันกัเรียนทกุคน ดงันัน้ทกุกิจกรรมของโรงเรียนจงึต้องมีการบรูณาการกบัวิถีประชาธิปไตย และการก าหนดไว้ ในหลกัสตูรสถานศกึษาให้ชดัเจน เป็นตวับง่ชีว้า่ครูผู้สอนทกุคนต้องน าไปใช้จดักิจกรรมการเรียน การสอน ซึง่น าไปสูก่ารวดัผลประเมินผล เพ่ือให้ทราบผลการพฒันาคณุลกัษณะอนัพงึประสงค์ ของนกัเรียน ทัง้นีเ้พ่ือให้การบรูณาการมีความชดัเจนจงึต้องมีการก าหนดแนวทางการจดัการ เรียนรู้ทกุกลุม่สาระท่ีบรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย และนอกจากนี ้เพ่ือต้องการ ให้โรงเรียนพฒันานกัเรียนให้มีวิถีประชาธิปไตยอยา่งตอ่เน่ืองและยัง่ยืนจงึต้องบรูณาการและ สอดแทรกวิถีประชาธิปไตยไว้ในค าอธิบายรายวิชาของทกุกลุม่สาระในหลกัสตูรสถานศกึษา ขัน้พืน้ฐาน ซึง่ครูต้องน าไปใช้จดักิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน องค์ประกอบที่ 3 การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศึกษา การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา องค์ประกอบย่อย 3 องค์ประกอบคือ การจดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ กิจกรรมฝึกฝน ประชาธิปไตยนอกห้องเรียน กิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยในห้องเรียน สอดคล้องกบัแนวคิดของ ส านกังานคณะกรรมการการเลือกตัง้และกระทรวงศกึษาธิการ (2552) ท่ีได้ให้ความส าคญักบั 181 การด าเนินกิจกรรมดงักล่าวเพ่ือตอบสนองตอ่วิถีประชาธิปไตยในโรงเรียนเชน่เดียวกบั กระทรวงศกึษาธิการ ( 2540) ท่ีได้มีการสง่เสริมให้นกัเรียน มีบทบาทส าคญัในการสร้างสรรค์ ประชาธิปไตยในโรงเรียนผา่นกระบวนการแสดงออก การเปิดโอกาสให้ครูอาจารย์ผู้สอนปลกูฝัง อดุมการณ์ประชาธิปไตยได้ตามความเหมาะสมกระบวนการเรียนการสอนท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย มีความจงรักภกัดีตอ่สถาบนัชาตศิาสนาพระมหากษัตริย์เห็นแก่ประโยชน์ของสว่นรวมมากกวา่ สว่นตน ควรมีคณุลกัษณะคือ 1) มนษุย์สมัพนัธ์ท่ีดี 2) มีความรับผิดชอบดี 3) มีเหตผุลดี 4) รู้จกัเสริมและให้ก าลงัใจแก่ผู้ อ่ืน 5) มีความเห็นอกเห็นใจผู้ อ่ืน 6) มีความเตม็ใจช่วยเหลือผู้ อ่ืน 7) มีความสามารถในการปรับตวัให้เข้ากบัสงัคมได้ 8) ไวตอ่การรับรู้เข้าใจสิ่งตา่งๆนอกจากได้ โดยง่าย นอกจากนีจ้ากการสมัภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบในส่ีภมูิภาค พบวา่การด าเนินกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยภาพรวมมีความพงึพอใจมาก เพราะ คูมื่อรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนดงักลา่ว มีการก าหนดกิจกรรมท่ีชดัเจน ครอบคลมุในการพฒันาประชาธิปไตยให้แก่นกัเรียนในทกุๆด้าน ทัง้นีน้า่จะเกิดจากการได้รับ แรงกดดนัและสนบัสนนุในการด าเนินกิจกรรมจากหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทัง้ในอดีตและปัจจบุนั เชน่ กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2535) ได้แบง่ประเภทกิจกรรมท่ีนอกเหนือจาก การเรียนการสอนปกตท่ีิช่วยสง่เสริมประชาธิปไตยเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 2 กิจกรรม คือ กิจกรรม ลกูเสือ เนตรนารี หรือยวุกาชาด หรือผู้บ าเพ็ญประโยชน์ส่งเสริมอาชีพ กิจกรรมสง่เสริมการเกษตร กิจกรรมสง่เสริมศาสนาศลิปะและวฒันธรรม กิจกรรมสง่เสริมการใช้สินค้าไทย กิจกรรมการใช้ ห้องสมดุ กิจกรรมสง่เสริมวิชาการตา่ง ๆ ในหลกัสตูรกิจกรรมกีฬา กิจกรรมนนัทนาการ กิจกรรม อนรัุกษ์ศลิปกรรมและสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมทศันศกึษา นอกจากนีผู้้ เรียนอาจเสนอกิจกรรม อ่ืน ๆ ได้ตามความต้องการด้วย สอดคล้องกบั สโุขทยัธรรมาธิราช (2527) กลา่ววา่ การพฒันา ประชาธิปไตย ให้เกิดแก่นกัเรียน จะปลกูฝังท่ีโรงเรียนและท่ีบ้านยงัไมเ่ป็นการเพียงพอ เพราะว่า เดก็ในชีวิตของเขาจะต้องมีสว่นร่วมกิจกรรมตา่ง ๆ ในชมุชนอยูเ่สมอ และบคุคลในชมุชนควร จะต้องมีบทบาทเพ่ือให้การช่วยเหลือเชน่เดียวกบั ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษา แหง่ชาต ิ(2540) ท่ีได้ก าหนดกิจกรรมเพื่อพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนไว้ 6 กิจกรรม และ 1 บทบาทคือ กิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการกลุม่ กิจกรรมกิจกรรมการสอน ขา่วและเหตกุารณ์ กิจกรรมอาหารกลางวนั กิจกรรมสหกรณ์นกัเรียน และกิจกรรมการท า ความสะอาดโรงเรียน เชน่เดียวกบัผลการศกึษาของ ถาวร วฒุิเสลา(2541)ท่ีพบวา่ การท า กิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียนอาทิเชน่ กิจกรรมการท าความสะอาด กิจกรรมการสอนขา่ว 182 กิจกรรมสหกรณ์มีผลตอ่การพฒันาประชาธิปไตยในระดบัมากท่ีสดุ แตท่ัง้นีย้่อมขึน้อยูก่บั ระบบและบริบทของโรงเรียน สอดคล้องกบัผลการศกึษาวิจยัของ ปัณณธร เดชสวุรรณ(2546) ซึง่ได้ท าการศกึษาในเร่ืองบทบาทของผู้บริหารและผู้ปฏิบตักิารสอนในการเสริมสร้างประชาธิปไตย ในโรงเรียนสงักดัส านกังานเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานครโดยผลการศกึษาวิจยัพบว่า ในภาพรวมเม่ือผู้บริหารและผู้ปฏิบตัิการสอนมีการพฒันาและเสริมสร้างประชาธิปไตยใน โรงเรียนทัง้ทางด้านคารวะธรรม สามคัคีธรรมและปัญญาธรรม โดยการสนบัสนนุกิจกรรม การเรียนการสอนทัง้การสง่เสริมการร้องเพลงชาติ การฝึกนกัเรียนให้รู้จกัการพดูจาไพเราะ การเข้าแถวล าดบัก่อนหลงัส่งผลให้นกัเรียนเกิดการพฒันาในพฤติกรรมประชาธิปไตยในท่ีสดุ แตกตา่งจากผลการศกึษาของ นิตพิงษ์ วงค์เรือน(2547)ท่ีได้ท าการศกึษาวิจยัเก่ียวกบัการบริหาร กิจกรรมสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานการประถมศกึษาล าปาง พบวา่ กิจกรรมท่ีให้นกัเรียนมีสว่นร่วมในการให้ความคิดเห็นเก่ียวกบัการจดัการเรียนการสอนในเร่ือง ประชาธิปไตยจะมีมากกว่าการเข้ามามีสว่นร่วมในการก าหนดแผนการจดัการเรียนการสอน ทัง้นีร้วมถึงการเข้าไปมีสว่นร่วมในกิจกรรมสหกรณ์โรงเรียนท่ีนกัเรียนได้เข้าไปมีสว่นร่วมเฉพาะ การเข้าร่วมประชมุเทา่นัน้ส่วนการวางแผนเพ่ือก าหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการสหกรณ์ มีอยูใ่นระดบัต ่า เชน่เดียวกบัแนวคิดของ ทิศนา แขมมณี (2530) ท่ีได้ให้ความส าคญัของกิจกรรม ชมุนมุ กิจกรรมสภานกัเรียน การเลน่ละคร ละครเวที วนัส าคญั การจดักิจกรรมลกูเสือ อนกุาชาด ท่ีมีตอ่การพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียน เพราะฉะนัน้การด าเนินกิจกรรมพฒันา ประชาธิปไตยโรงเรียนจะต้องให้ความส าคญักบัการมีส่วนร่วมของนกัเรียนให้มาก ดงัแนวคิดของ สโุขทยัธรรมาธิราช(2527) ท่ีได้ให้ความส าคญัในการพฒันาประชาธิปไตยมุง่หวังให้เกิดแก่ นกัเรียน การจะปลกูฝังท่ีโรงเรียนและท่ีบ้านยงัไมเ่ป็นการเพียงพอนกัเรียนจะต้องมีสว่นร่วมใน กิจกรรมตา่ง ๆ ในชมุชนอยูเ่สมอ และบคุคลในชมุชนควรจะต้องมีบทบาทเพ่ือให้การชว่ยเหลือ ทัง้นีน้อกจากภาระหน้าท่ีของโรงเรียนและชมุชนแล้วนกัเรียนจะต้องผา่นกระบวนการกลอ่มเกลา ทางสงัคมดงันี ้ 1) ศกึษาประชาธิปไตยให้เข้าใจและเป็นแบบอยา่งท่ีดี 2) ในการท างานต้อง ยดึหลกัการท างานเป็นกลุม่ 3) ร่วมกนัจดักิจกรรมตา่งๆท่ีสง่เสริมความเป็นประชาธิปไตย ได้แก่ สหกรณ์ในชมุชน โครงการฝึกฝนอาชีพ การจดัท่ีอ่านหนงัสือพิมพ์ประจ าหมูบ้่าน สอดคล้องกบั แนวคิดของ ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2540) ท่ีได้ก าหนดกิจกรรม เพ่ือพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนไว้ 6 กิจกรรม และ 1 บทบาท ดงันี ้ กิจกรรมการเรียน การสอนโดยใช้กระบวนการกลุม่ กิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน กิจกรรมการสอนขา่วและ 183 เหตกุารณ์ กิจกรรมอาหารกลางวนั กิจกรรมสหกรณ์นกัเรียน กิจกรรมท าความสะอาด อาคารสถานท่ีและบทบาทของโรงเรียนในการสร้างเสริมประชาธิปไตยในชมุชน ผลการวิจยัเป็นเชน่นีเ้พราะ วิถีประชาธิปไตยเป็นวิถีท่ีมีความส าคญัท่ีต้องการให้ เกิดขึน้กบัผู้ เรียนทกุคน ดงันัน้นอกจากการจดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการแล้ว ยงัจดักิจกรรมเสริมทัง้ในและนอกห้องเรียน โดยเฉพาะท่ีผ่านมาการจดักิจกรรมการเรียนการสอน ของในห้องเรียนมกัจะละเลยการจดักิจกรรมท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย และการจดักิจกรรม วิถีประชาธิปไตยต้องมีความหลากหลาย ทัง้กิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเพ่ือให้นกัเรียน เกิดความสขุ สนกุสนาน และเพ่ือให้เกิดผลท่ีตอ่เน่ืองและยัง่ยืน เกิดวิถีประชาธิปไตย นกัเรียนมี คารวะธรรม ปัญญาธรรม สามคัคีธรรมและความเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ องค์ประกอบที่ 4 การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม ประชาธิปไตย การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ประกอบด้วย องค์ประกอบย่อย 3 องค์ประกอบ คือ สภาพแวดล้อมด้านกายภาพ ด้านวิชาการ และบรรยากาศ ด้านการบริหารจดัการ ความสอดคล้องกบัแนวคิดของ ส านกังานการประถมศกึษาแหง่ชาติ (2540,50-51) กลา่วถึง การจดักิจกรรมการเรียนการสอนให้นกัเรียนโดยการเน้นกระบวนการ ประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยการเน้นไปท่ีการจดับรรยากาศในโรงเรียน ห้องเรียน และ การสง่เสริมบคุลิกภาพของครู ท่ีเอือ้ตอ่การจดัการเรียนการสอนประชาธิปไตยในโรงเรียน การฝึกกิจกรรมตา่งๆ การจดัห้องเรียนในด้านการจดัท่ีนัง่ บรรยากาศ การจดักลุม่ การเปล่ียน วิธีเรียนหรือแม้กระทัง่การเปล่ียนครูผู้สอนมีสว่นอย่างยิ่งท่ีจะชว่ยให้การจดัการเรียนการสอน ประชาธิปไตยในโรงเรียนประสบความส าเร็จ สอดคล้องกบั ทิศนา แขมมณี (2530) ท่ีให้ ความส าคญักบัการจดักลุม่อภิปราย การจดัท าสมดุภาพในเร่ืองตา่ง ๆ ท่ีสง่เสริมความเป็น ประชาธิปไตย เชน่ สมดุภาพเก่ียวกบัสภุาษิต ค าคมตา่ง ๆ ท่ีเตือนใจ สมดุภาพบคุคลตวัอยา่ง การจดัป้ายนิเทศ โดยให้ผู้ เรียนรับผิดชอบ ในการท างานนีเ้ป็นกลุม่ เพ่ือเป็นการฝึกการท างาน ร่วมกนั และเพ่ือสง่เสริมความคดิริเร่ิมสร้างสรรค์ของผู้ เรียน การมอบหมายให้รับผิดชอบงาน โรงเรียนเชน่ท าความสะอาดห้อง ดแูลสวนดอกไม้ การจดักลุม่อภิปรายเพ่ือตัง้กฎเกณฑ์ตา่งๆ เชน่การจดัเวร การวางระเบียบปฏิบตัขิองห้อง เชน่เดียวกบัแนวทางของ กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2536)ท่ีให้ความส าคญักบั บรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเป็น ประชาธิปไตยอาจโดยอาศยัความร่วมมือในการท างาน และยงัสอดคล้องทิพย์พาพร ตนัตสินุทร 184 (2557)ท่ีได้กล่าววา่การสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยในห้องเรียนก็จะเป็นการสร้างชมุชน การเมืองด้วยการเรียนคิดวิเคราะห์ อภิปรายในห้องเรียน ท าให้นกัเรียนได้ฝึกฝนซึง่เป็นการปู พืน้ฐานความเช่ือมโยงระหว่างเดก็กบัสงัคมอนัเป็นการปลกูฝังวฒันธรรมเร่ืองประชาธิปไตยและ จะพึง่อิงและเกือ้กลูดงันัน้การจดับรรยากาศจงึเป็นเคร่ืองมือในการสร้างพลเมืองท่ีเป็น ประชาธิปไตย นอกจากนีจ้ากการสมัภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนประชาธิปไตยต้นแบบในส่ีภมูิภาค พบวา่ภาพรวมของความพงึพอใจเก่ียวกบัการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยอยู่ในระดบัมาก สอดคล้องกบั กรมสามญัศกึษา (2536)ได้เสนอการจดั สภาพแวดล้อมในโรงเรียนท่ีเป็นประชาธิปไตย จะชว่ยเสริมบรรยากาศภายในโรงเรียนให้เป็น ประชาธิปไตย ยิ่งขึน้ ทัง้นีเ้พราะบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมท่ีดีเปรียบเสมือนครูท่ีพดูไมไ่ด้ท่ีมี อิทธิพลในการเสริมสร้างความคดิ จิตใจ ท่ีเป็นประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกบัแนวคิด ของ ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2540) สรุปไว้วา่ นอกจากจะจดั กิจกรรมการเรียนการสอนให้นกัเรียนโดยเน้นกระบวนการกลุม่เพ่ือเป็นตวัน าให้นกัเรียนฝึก พฤตกิรรมประชาธิปไตยแล้วสถานศกึษาควรจดัองค์ประกอบอ่ืน ๆ ในสถานศกึษา อยา่งน้อย 3 องค์ประกอบ ซึง่ได้แก่ การสร้างบรรยากาศในสถานศกึษา การจดัห้องเรียน และการสง่เสริม บคุลิกภาพของครูให้มีลกัษณะท่ีเอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย จากผลการศกึษา สอดคล้องกบัแนวคิดของ กรมสามญัศกึษา กระทรวงศกึษาธิการ (2536)ท่ีได้ให้ ความส าคญักบัการจดับรรยากาศและสิ่งแวดล้อมท่ีดี 3 กลุม่ใหญ่ ๆ ดงันี ้ 1) สภาพแวดล้อม ด้านกายภาพ ได้แก่ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบด้วยห้องเรียน ห้อง ประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มี ชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยัคุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 2) สภาพแวดล้อมด้านวิชาการ ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริม ทางด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน ตลอดจนการจดับริการสง่เสริมสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ ท่ีจะท าให้ นกัเรียนได้รับรู้ประสบการณ์ให้มากท่ีสดุ ภายใต้บรรยากาศท่ีมีชีวิตชีวาอยา่งเป็นประชาธิปไตย เชน่ การจดักิจกรรมอภิปราย ตอบปัญหา นิทรรศการ เชิญวิทยาการมาบรรยายให้ความรู้เร่ือง ประชาธิปไตย การจดัการเรียนการสอนท่ียดึผู้ เรียนเป็นส าคญัอยา่งแท้จริงครูให้ความรัก ความเมตตาและปฏิบตัิกบันกัเรียนเสมอต้นเสมอปลาย 3) สภาพแวดล้อมด้านการบริหาร จดัการ เชน่ การสง่เสริมความสมัพนัธ์ ระหวา่งบคุลากรโรงเรียนด้านการจดับรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีเป็นประชาธิปไตย เชน่เดียวกบัแนวคดิของ ส านกังานคณะกรรมการการ 185 ประถมศกึษาแหง่ชาต ิ(2540) ท่ีได้ให้ความส าคญัของการจดักิจกรรมการเรียนการสอนให้ นกัเรียนโดยเน้นกระบวนการกลุม่เพ่ือเป็นตวัน าให้นกัเรียนฝึกพฤติกรรมประชาธิปไตยแล้ว สถานศกึษาควรจดัองค์ประกอบอ่ืน ๆ ในสถานศกึษา อยา่งน้อย 3 องค์ประกอบ ซึ่งได้แก่ การสร้างบรรยากาศในสถานศกึษา การจดัห้องเรียน และการสง่เสริมบคุลิกภาพของครูให้มี ลกัษณะท่ีเอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย ผลการวิจยัเป็นเชน่นีเ้พราะ การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ให้เป็นดินแดนประชาธิปไตยจะสง่ผลให้นกัเรียนมีพฤติกรรมประชาธิปไตยเป็นไปโดยธรรมชาติ การท่ีโรงเรียนได้จดัสิ่งแวดล้อมตัง้แตห้่องเรียน ห้องพิเศษตา่งๆ อาคารสถานท่ี บรรยากาศท่ีเอือ้ ตอ่การด าเนินชีวิตแบบประชาธิปไตยเชน่ การแสดงความเคารพกนัในทกุวนัของผู้บริหาร ครู บคุลากร และนกัเรียน การเคารพสิทธิ ความคดิเห็น การร่วมแก้ปัญหาสว่นรวมร่วมกนั ภาพ บรรยากาศเหลา่นีล้้วนแล้วแตส่ง่เสริมให้นกัเรียนเกิดสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยอยา่ง เป็นรูปธรรม นอกจากนีก้ารท่ีผู้บริหารโรงเรียนสนบัสนนุให้คณะครู และผู้ เรียนร่วมกนัจดัตกแตง่ ห้องเรียนให้นา่อยู่ให้มีแสงสวา่งเพียงพอ ระดมทรัพยากรมาปรับปรุงห้องเรียนให้มีบรรยากาศ เอือ้ตอ่การจดักิจกรรมการเรียนการสอน ปรับปรุงภมูิทศัน์ในโรงเรียนให้นา่อยู ่ เชน่ ปลกูต้นไม้ ยืนต้น ปลกูดอกไม้ และรณรงค์การรักษาความสะอาด สร้างความมีจิตอาสา จิตสาธารณะ ให้เกิดขึน้กบันกัเรียนตลอดจนผู้ เก่ียวข้องทัง้ ท าให้ทกุคนรู้สกึวา่โรงเรียนเป็นของเรา จะท าให้เกิด วิถีประชาธิปไตยง่ายย่ิงขึน้ ยิ่งเม่ือโรงเรียนมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเอือ้ตอ่การเรียนรู้ จะสง่ผลตอ่การพฒันาโรงเรียนในทกุๆด้านมากขึน้ ทัง้นีเ้กิดขึน้จากความตระหนกัของผู้บริหาร ครูและผู้ปฏิบตังิานในโรงเรียนท่ีเห็นความส าคญัของการพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียน และ ผลการด าเนินงานท่ีผ่านมาของกระทรวงศกึษาธิการท่ีสนบัสนนุในการด าเนินกิจกรรมจาก หนว่ยงานท่ีเก่ียวข้องทัง้ในอดีตและปัจจบุนัด้วยอีกส่วนหนึง่ ข้อเสนอแนะ จากการศกึษาค้นคว้าเร่ืองรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน มีข้อเสนอแนะดงันี ้ 1. ผู้บริหารควรด าเนินการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนแบบมีสว่นร่วมด้วย การจดัให้มีภาคีเครือข่ายประกอบด้วย คณะกรรมการสถานศกึษา ผู้ปกครอง นกัเรียน และ องค์กรภายนอกท่ีมีสว่นเก่ียวข้องกบัสถานศกึษา เข้ามามีสว่นร่วมโดยก าหนดสดัส่วนให้เหมาะสม 186 2. ผู้บริหารควรด าเนินการปรับปรุงหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถี ประชาธิปไตย ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกบัการบรูณาการและสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระในหลกัสตูร ด้วยการการอบรมเชิงปฏิบตักิาร การวิเคราะห์หลกัสตูร การจดัท าค าอธิบายรายวิชา และออกแบบการจดัการเรียนรู้ 3. ผู้บริหารควรด าเนินการจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา ด้วยการให้คณะครู บคุลากรร่วมออกแบบคูมื่อด าเนินงานกิจกรรมท่ีชดัเจน เป็นไปในทิศทางเดียว ตามบริบทของโรงเรียน 4. ผู้บริหารควรจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน ด้วยการให้ภาคีเครือขา่ยร่วมคิด ร่วมวางแผน และปฏิบตัใินการสร้างบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครัง้ต่อไป 1. ควรส ารวจสภาพปัญหาการจดัท าหลกัสตูรท่ีเสริมสร้างประชาธิปไตยใน โรงเรียนทกุปีการศกึษา เพ่ือน าปัญหามาแก้ไขปรับปรุงหลกัสตูร 2. ควรจดัท าวิจยัเชิงคณุภาพเก่ียวกบัการตดิตามพฤตกิรรมตามวิถีประชาธิปไตย ของนกัเรียนในชีวิตประจ าวนัหลงัจากจบการศกึษา 3. ควรศกึษาปัจจยัเชิงสาเหตท่ีุส่งผลตอ่การพฒันาประชาธิปไตยของโรงเรียนใน ชมุชนโดยรอบหรือพืน้ท่ีบริการ 187 บรรณานุกรม 188 บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2541). กรอบแนวคิดเพือ่ส่งเสริมและพฒันาคณุธรรมจริยธรรมทีเ่นน้ความมีวินยั และความเป็นประชาธิปไตย.กรุงเทพฯ: ครุุสภา. กรมวิชาการ. (2542). ประชาธิปไตย.กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. กระทรวงศกึษาธิการ.ม.ป.ป. พระราชบญัญติัการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และทีแ่ก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบบัที่ 2) พ.ศ. 2545 และพระราชบญัญติัการศึกษาภาคบงัคบั พ.ศ.2545.กรุงเทพฯ: กระทรวงศกึษาธิการ. กระทรวงศกึษาธิการ. (2534). แนวทางการนิเทศการสร้างเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา. _________________. (2535). คู่มือการบริหารการใช้หลกัสูตรมธัยมศึกษาตอนปลายพทุธศกัราช 2524. (พิมพ์ครัง้ท่ี2). กรุงเทพฯ: อมัรินทร์การพิมพ์. _________________. (2536). รายงานผลการประเมินมาตรฐานโรงเรียนมธัยมศึกษาปีการศึกษา 2530.กรุงเทพฯ: กระทรวงศกึษาธิการ. กระทรวงศกึษาธิการ. (2540). แนวการจดักิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ ชีวิตป.6. กรุงเทพฯ: ครุุสภา. _________________. (2547). ปฏิรูปการศึกษายคุใหม่.กรุงเทพฯ: องค์การรับสง่สินค้าและ พสัดภุณัฑ์. _________________. (2552).หลกัสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชมุนมุสหกรณ์การเกษตรแหง่ประเทศไทย. กิติมาปรีดีดิลก. (2547). Instructional Leadership: บทบาทท่ีไม่ควรถูกลืม. ใน การบริหาร เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้. (พิมพ์ครัง้ท่ี 2),ธีระ รุญเจริญ, ปราชญากล้าผจญ และ สมัมนา รธนิธย์, บรรณาธิการ. หน้า 37-39.กรุงเทพฯ: แอล.ที.เพรส. โกวิทประวาลพฤกษ์.(2542).รูปแบบการสอนคิด ค่านิยม จริยธรรม และทกัษะ.กรุงเทพฯ: ครุุสภาลาดพร้าว. ค านงึ ชยัสวุรรณรักษ์ และธีรพล บญุสร้าง. (2549). ประชาธิปไตยในวิธีชีวิตไทย. กรุงเทพฯ:แม็ค. คงศกัดิ ์สนัตพิฤกวงศ์, ผู้แปล.(1986). เศรษฐ์มิติเบื้องตน้. กรุงเทพฯ: วฒันาพานิช. 189 บรรณานุกรม(ต่อ) จรรยา สุวรรณทตั และลดัดาวลัย์ เกษมเนตร. (2533). ประมวลสงัเคราะห์ผลงานวิจัยใน ประเทศไทยเก่ียวกบัการอบรมเลี้ยงดูเด็กไทย เล่ม 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. จรรยา สวุรรณทตั, ดวงเดือนพนัธุมนาวิน, และเพ็ญแขประจนปัจจนึก. (2521).พฤติกรรมศาสตร์ เล่ม 1พืน้ฐานความเข้าใจทางจิตวิทยา. กรุงเทพฯ: วฒันาพานิช. จนัทรานีสงวนนาม. (2544). การฝึกอบรมบคุลากรทางการศึกษา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. จินตนาสุขสมแดน.(2556). คู่มือ(Handbook หรือ Manual).กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. http://jsuksomdan.blogspot.com/2011/02/blog-post16.html (สืบค้นเม่ือ 22พฤศจิกายน 2556). เจริญจิตวารินทร์. (2528). การจดักิจกรรมเสริมหลกัสตูรท่ีสง่เสริมลกัษณะความเป็นพลเมืองดี ในโรงเรียนประถมศกึษาในเขตการศกึษา4.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ชยัเสฏฐ์พรหมศรี. (2551).คมัภีร์การจดัการสมยัใหม่. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน. ดวงเดือนพนัธุมนาวิน. (2519). วิธีอบรมเลีย้งดูและลักษณะของเด็กไทย.คหเศรษฐศาสตร์ 20(1): 16-25. _________________. (2522). การพฒันาจริยธรรม. กรุงเทพฯ: สถาบนัวิจยัพฤตกิรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. _________________. (2539). ทฤษฎีตน้ไม้จริยธรรม. (พมิพ์ครัง้ท่ี 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ดวงเดือน พนัธุมนาวิน และเพ็ญแข ประจนปัจจนกึ. (2520). จริยธรรมของเยาวชนไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. ดารัตน์ศิริวิริยกลุ.(2525). คณุลกัษณะท่ีพงึประสงค์ของนกัเรียนชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 6ในทศันะ ของครูประจ าชัน้และผู้ปกครองในกรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. 190 บรรณานุกรม(ต่อ) ถาวร วุฒิเสลา.(2551).การบริหารโครงการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนบ้านโสกโดน สังกัดส านกังานเขตพืน้ท่ีการศกึษาอ านาจเจริญ.วิทยานิพนธ์การศกึษามหาบณัฑิต สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลยัราชภฏัอบุลราชธานี. ทวีศกัดิอ์ าลา.(2551). การน าเสนอรูปแบบการบริหารโรงเรียนเอกชนทีเ่ป็นนิติบคุคล.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยัศลิปากร. ท านอง ภเูกิดพิมพ์. (2551). แนวคิดการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการจดัการศึกษาของชมุชน. ม.ป.ท.: ม.ป.พ. http://www.thaischool.net/view_tj.php?ID=1203 (สืบค้นเม่ือ14 พฤศจิกายน 2556). ทิพย์พาพร ตนัตสินุทร.(2557).แนวทางการศึกษาเพือ่สร้างพลเมืองในสงัคมประชาธิปไตย. พิมพ์ครัง้ท่ี 2. กรุงเทพฯ: สถาบนันโยบายศกึษา. ทิพวรรณ จนัทรสถิตย์.(2546).การบริหารแบบมีส่วนร่วม.วารสารวิชาการสถาบนัราชภฏัธนบรีุ 3(1): 24-28. ทิพวรรณ เอ่ียมรักษา.(2547).รูปแบบการพฒันาพฤตกิรรมประชาธิปไตยด้านคารวะธรรมของนกัเรียน โรงเรียนวดักก.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต,สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุ ศาสตร์,มหาวิทยาลยัราชภฏับ้านสมเดจ็เจ้าพระยา. ทิศนา แขมมณี.(2522). ความหมายของประชาธิปไตย.เอกสารประกอบการอบรมหลกัสูตร เทปโทรทศัน์ทางการเกษตรรุ่นที ่5.นครปฐม: มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตร์ ก าแพงแสน. ทิศนา แขมมณี.(2536).ช่วยครูฝึกประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ทิศนา แขมมณี.(2548).รูปแบบการเรียนการสอน:ทางเลือกทีห่ลากหลาย. กรุงเทพฯ:ดว่นสทุธา. ธงชยั สนัตวิงศ์.(2543).การจดัการองค์การและการบริหาร.พิมพ์ครัง้ท่ี11.กรุงเทพฯ: วฒันาพานิช. นงลักษณ์ เรือนทอง. (2550). การพัฒนารูปแบบการบริหารท่ีมีประสิทธิผลของสถานศึกษา ขัน้พืน้ฐาน.ดษุฎีนิพนธ์ปรัชญาดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร์, มหาวิทยาลยัศลิปากร. นิคมทาแดง.(2536). หนว่ยท่ี 5การสร้างแบบจ าลองระบบการศกึษา.ในประมวลสาระชุดวิชา การจดัระบบทางการศกึษาหนว่ยท่ี 3-6.นนทบรีุ: มหาวิทยาลยัสโุขทยัธรรมาธิราช. 191 บรรณานุกรม(ต่อ) นิติพงษ์ วงศ์เรือน.(2547).การบริหารกิจกรรมส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน การประถมศกึษาจงัหวดัล าปาง.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหาร การศกึษา คณะครุศาสตร์, สถาบนัราชภฏัล าปาง. บญุเกือ้ ควรหาเวช. (2542). นวตักรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ: จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ปริญญา เทวานฤมิตรกลุ. (2556).คู่มือการจดักิจกรรมในรายวิชาเพือ่สร้างพลเมืองในระบอบ ประชาธิปไตย.กรุงเทพฯ:ส านกังานคณะกรรมการการอดุมศกึษา. ปรีชาช้างขวญัยืน. (2550). เทคนิคการเขียนและผลิตต ารา.พิมพ์ครัง้ท่ี 5.กรุงเทพฯ: จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ปัณณธร เดชสุวรรณ.(2546).บทบาทผู้บริหารและผู้ปฏิบตัิการสอนในการพัฒนาและ เสริมสร้างประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานเขตทางหลวง กรุงเทพมหานคร. ดษุฎีนิพนธ์ครุศาสตรดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการอดุมศกึษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ไผท แก้วกัณหา. (2546).การพัฒนาแบบวัดคุณลักษณะประชาธิปไตยส าหรับนักเรียน ชัน้ประถมศกึษาปีท่ี 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต, สาขาวิชาหลกัสตูรและการสอน คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลยัราชภฏัอบุลราชธานี. พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยตุโต). (2543).กระบวนการเรียนรู้เพือ่พฒันาสู่ประชาธิปไตย. พิมพ์ครัง้ท่ี 2. กรุงเทพฯ: บริษัทสหธรรมิก. พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยตุโต). (2544). การสร้างสรรค์ประชาธิปไตย.กรุงเทพฯ:กองวิชาการ กระทรวงศกึษาธิการ. พูนสุขหิงคานนท์. (2540). การพฒันารูปแบบการจดัองค์การของวิทยาลยัพยาบาล กระทรวง สาธารณสขุ. ดษุฎีนิพนธ์ปรัชญาดษุฎีบณัฑิต สาขาวชิาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์,จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ภิญโญ สาธร. (2544). การบริหารการศึกษา.กรุงเทพฯ: จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. มยรีุ อนมุานราชธน. (2547). นโยบายสาธารณะ: แนวความคิด กระบวนการและการวิเคราะห์. เชียงใหม:่ คะนงึนิจการพิมพ์. 192 บรรณานุกรม(ต่อ) มหาวิทยาลยัสโุขทยัธรรมาธิราช. (2527). เอกสารการสอนชดุวิชาฝึกอบรมผูบ้ริหารสถานศึกษา ระดบัประถมศึกษาหน่วยที่1-4. นนทบรีุ: มหาวิทยาลยัสโุขทยัธรรมาธิราช. ราตรี แออว่ม.(2531).บทบาทของผูบ้ริหาร ครูที่ปรึกษาและครูผูส้อนในการจดักิจกรรมการ เรียนการสอนเพือ่พฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศึกษา สงักดัส านกังาน ประถมศึกษา จงัหวดัราชบรีุ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต, สาขาวิชาหลกัสตูร และการสอนคณะครุศาสตร์,จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. รุ่งนภา จิตรโรจนรักษ์.(2548). การพัฒนารูปแบบการบริหารของคณะกรรมการสถานศึกษา ขัน้พืน้ฐาน. ดษุฎีนิพนธ์ครุศาสตรดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาอดุมศกึษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ลิขิต ธีรเควิน.(2556).หลกัการประชาธิปไตย 12 ประการทีน่กัการเมืองต้องเข้าใจและยึดถือ. กรุงเทพฯ:ม.ป.พ. http://www.nutthnet.com/forum/topic.php?id=159(สืบค้นเม่ือ22 กรกฎาคม 2556). วนัชยั โกลละสุต.(2549). ความหมายและความส าคญัของการบริหารแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. http://opens.dpt.go.th/dtp (สืบค้นเม่ือ25 พฤศจิกายน 2556). วนัเพ็ญ พิศาลพงศ์. (2540).การถ่ายทอดทางสงัคมกบัพฒันาการของมนษุย์.พิมพ์ครัง้ท่ี 3. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. วิทยา กิตตพิร.(2540).การปฏิบตักิิจกรรมเพื่อพฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศกึษา ต้นแบบตามทศันะของผู้บริหาร ครู นกัเรียนสงักดัส านกังานการประถมศกึษาจงัหวดั มกุดาหาร.วิทยานิพนธ์การศกึษามหาบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร์, มหาวิทยาลยัมหาสารคาม. วิสุทธ์ิ วิจิตรพชัราภรณ์.(2547).การพฒันารูปแบบการบริหารการศึกษาแบบกระจายอ านาจ ในสถานศกึษาแบบกระจายอ านาจในสถานศกึษาขัน้พืน้ฐานตามแนวทางพระราชบญัญัต ิ การศกึษาแหง่ชาติ 2542. ดษุฎีนิพนธ์ครุศาสตรดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. 193 บรรณานุกรม(ต่อ) วีรยทุธวิเชียรโชติ.(2525). ปัญหาพืน้ฐานทางเศรษฐกิจ สงัคม วฒันธรรมและการเมืองการปกครอง ส าหรับแนวทางในการพฒันาหลกัสตูร.ใน ประมวลบทบรรยายเก่ียวกบัการพฒันาหลกัสูตร. กรุงเทพฯ: กรมวิชาการ กระทรวงศกึษาธิการ. ศักดาสถาพรวจนา.(2549).การพัฒนารูปแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาขัน้พืน้ฐาน. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษาคณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. ศริิชยั กาญจนวาสี. (2548).ทฤษฎีการประเมิน. กรุงเทพฯ: จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. สญัญา โสภา. (2546).การพฒันาบคุลากรดา้นการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนบ้านโป่งเป้า. วิทยานิพนธ์การศกึษามหาบณัฑิต,สาขาการบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร์, มหาวิทยาลยัมหาสารคาม. สถาบนัพระปกเกล้า. (2552).ประชาธิปไตย,ค าศพัท์รัฐสภาและการเมือง. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ. http://www.kpi.ac.th/kpidp/glossary.asp(สืบค้นเม่ือ 15มีนาคม 2556). สมเดชสีแสง. (2541). คู่มือบริหารโรงเรียนประถมศึกษา.ชยันาท: ชมรมพฒันาความรู้ ด้านระเบียบกฎหมาย. สมเดช สีแสง. (2547). คู่มือมือการบริหารโรงเรียนสถานศึกษาขัน้พืน้ฐาน ตาม พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติ. ชยันาท: ชมรมพฒันาความรู้ด้านระเบียบกฎหมาย และพฒันามาตรฐาน วิชาชีพครู. สมบตั ิธ ารงธญัวงศ์.(2540). การเมืององักฤษ.กรุงเทพฯ: เสมาธรรม. สมบรูณ์ อปุถมัภ์.(2532).ความรู้และหลกัปฏิบติัเก่ียวกบัการบริหาร.กรุงเทพฯ: เนตกิลุ. สมพงศ์เกษมสิน. (2526). การบริหารงานบคุคลแผนใหม่. กรุงเทพฯ: วฒันาพานิช. สมพร เทพสิทธา.(2549). ศาสนากบัพฒันาประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สมชายการพิมพ์. สมยศนาวีการ.(2545). การบริหารแบบมีส่วนร่วม.กรุงเทพฯ:บรรณกิจ. สมยศ นาวีการ.(2540).การบริหารและพฤติกรรมองค์การ.กรุงเทพฯ:ผู้จดัการ. สมศกัดิ์ ดลประสิทธ์ิ. (2539). การน าเสนอรูปแบบระบบการบริหารคณุภาพแบบมุ่งคณุภาพ ทัง้องค์การในส านกังานศึกษาธิการจงัหวดั. ดษุฎีนิพนธ์ครุศาสตรดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. 194 บรรณานุกรม(ต่อ) สมาน อศัวภูมิ. (2525). การพฒันารูปแบบการบริหารการประถมศึกษา. ดษุฎีนิพนธ์ ครุศาสตรดุษฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์, จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลยั. สร้อยตระกลู อรรถมานะ. (2542). พฤติกรรมองค์กร:ทฤษฎีและการประยกุต์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยัธรรมศาสตร์. สราวธุอินทร์ต๊ะ. (2546). บทบาทและแนวทางเสริมสร้างประชาธิปไตยในโรงเรียนประถมศกึษา สังกัดส านักงานการประถมศึกษาอ าเภอเวียงแก่น จงัหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์, สถาบนัราชภฎัเชียงราย. สาโรช บวัศรี. (2520). พืน้ฐานการเมืองการปกครองของไทย.กรุงเทพฯ: กรมการฝึกหดัครู. สาโรช บวัศรี. (2544). การศึกษาปรัชญาการศึกษา ประชาธิปไตยและจริยธรรม.กรุงเทพฯ: สวีุริยาสาสน์. ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาต.ิ(2528). ส านกังานประสิทธิภาพการบริหาร โรงเรียนประถมศึกษา.กรุงเทพฯ: ชวนพิมพ์. ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ . (2536). คู่มือการปฏิบติังานส าหรับผูบ้ริหาร โรงเรียนประถมศึกษา.กรุงเทพฯ: ครุุสภา. ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ. (2540). คู่มือการจดักิจกรรมการเรียนการสอน เพือ่พฒันาประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ(ฉบบัปรับปรุง พ.ศ. 2540).กรุงเทพฯ:ม.ป.พ. ส านกังานคณะกรรมการการเลือกตัง้และส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน. (2551). คู่มือการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย ส าหรับครู-อาจารย์ ชัน้ประถมศึกษาปีที ่1-3. กรุงเทพฯ: รุ่งศลิป์การพิมพ์. ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน. (2551). แนวทางการน ามาตรฐานการศึกษาขัน้ พืน้ฐานสู่การปฏิบติั.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชมุนมุสหกรณ์การเกษตรแหง่ประเทศไทย จ ากดั. ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาแห่งชาติ. (2543). ปฏิรูปการเรียนรู้ผู้ เรียนส าคญัท่ีสดุ. กรุงเทพฯ: พิมพ์ดี. 195 บรรณานุกรม(ต่อ) ส านกัทดสอบทางการศกึษา.(2538). สรุปผลการประเมินคณุภาพการจดัการศึกษาระดบัประถมศึกษา ปีการศึกษา 2537.กรุงเทพฯ: ครุุสภา. ส านกัทดสอบทางการศกึษา. (2540). การประกนัคณุภาพการศึกษา.กรุงเทพฯ: ครุุสภาลาดพร้าว. ส าเนาว์ ระหา. (2549). การพฒันาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนบ้านนาหนองทุ่ม อ าเภอนากลาง จังหวดัหนองบวัล าภู. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลยัราชภฏัอดุรธานี. สกิุจ เจริญรัตนกลุ.(2530). วิเคราะห์การเมือง.กรุงเทพฯ:โอ.เอส.พริน้ติง้เฮาส์. สทุศัน์ ขอบค า. (2540). รูปแบบการกระจายอ านาจการจดัการศกึษาของกระทรวงศกึษาธิการ. ดษุฎีนิพนธ์การศกึษาดษุฎีบณัฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ. สรุพลบวัพิมพ์.(2538). การวางแผน/โครงการระดบัโรงเรียน.เชียงใหม่:มหาวิทยาลยัเชียงใหม.่ สรุพลบวัพิมพ์.(2542). ขัน้ตอนในการวางแผน.เชียงใหม:่มหาวิทยาลยัเชียงใหม่. อเนกเหลา่ธรรมทศัน์. (2545.1ทศวรรษแห่งประชาธิปไตย.กรุงเทพฯ: ม.ป.ท. อมร รักษาสตัย์ และคนอ่ืนๆ.(2543). ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญฉบบัประชาชน. กรุงเทพฯ: สมาคมรัฐธรรมนญูเพื่อประชาชน. อรุณรักธรรม.(2524).การพฒันาองค์การ.กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. อนัเดร ไชยเผือก. (2551). คู่มือการจดักิจกรรมสร้างเสริมคณุธรรมจริยธรรมส าหรับนกัเรียน โรงเรียนมารีวิทยาจงัหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบณัฑิต, สาขาวิชา การบริหารการศกึษา คณะครุศาสตร์, มหาวิทยาลยัศรีนครินทรวิโรฒ. อมัพร ศริิบญุมา. ม.ป.ป. วิธีการสือ่สาร. เชียงใหม่:มหาวิทยาลยัเชียงใหม่. อ านวย เถาตระกลู. (2551). แนวคิดกระบวนการ KM.กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลยัสยาม. อทุยั บญุประเสริฐ. (2543). การศึกษาแนวทางการบริหารและการจดัการศึกษาของสถานศึกษา ในรูปแบบการบริหารโรงเรียนเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: ครุุสภาลาดพร้าว. Anthony, W.P. (1978). Participative Management.Massachusetts: Addison-Wesley. Brown, W. B., and Moberg, D. J.(1980). Organization Theory and Management: Approach. New York: John Wiley and Sons. 196 บรรณานุกรม(ต่อ) Davis and Newstrom.(1985).Human Behavior of at Work; Organizational International StudentEdition.New York: McGraw-Hill. Dewey,J.(1967).Democracy and Education.New York:The Macmillan Company. Ebenstien, W. (1973).Today’s Ism. New Jersey:Prentice-Hall. Encyclopaedia Britannica, Inc.(1998). The New Encyclopaedia Britannica MicropaediaMicropaedia12(15): 13-29. Fayol, H.(1949). General and Industrial Management. London: Sir Issac Pitman and Sons Ltd. Gregg, R. T.(1957).The Administrative Process Administrative Behaviour in Education.New York: Harper. Gulick, L. and Urwick,L.(1937).The Science of Administration.New York: Pitnam. Keeves, P. J. (1988).Educational research, methodology and measurement:An international handbook. Oxford:Pergamon Press. Koontz, H. and Weihrich, H.(1990). Essentials of Management. New York: McGraw-Hill. Likert, R. (1961). New Pattern of Management. New York: McGraw–Hill. Longman Dictionary of Contemporary English.(1987). Longman Dictionary. England: Clays. McClelland, D.C. (1961).The Achieving Society. New York: D. Van Nostrand Company. Pennock,R. J. (1979). Democratically Political theory. New York : Princeton University Press. Robbins, S.P., Waters, M. T., Cacioppe, R., and Millett, B. (1994).Organizational Behavior: Concept, Controversies and Applications: Australia and New Zealand. NewYork: Prentice-Hall. Rodee, C. C., Anderson, T. J., and Christol, C. Q.(1976). Introduction to Political Science. 3rdedition. Tokyo: McGraw - Hill Kogakusha. Sherwood, H.N. (1947).Citizenship.Indianapolis:Bobbs-Merrill. 197 บรรณานุกรม(ต่อ) Smith,M. (1971).Educational leadership: culture and diversity.Gateshead: Athenaeum Press. Stogdill, R. M. (1974). Handbook of Leadership. New York: Free Press. TheWorldBookEncyclopedia.New York:Americana Corporation. 19(2): 74-77. Vroom, V.andDeci, E.(1970). Management and Motivation.OrganizationalBehavior andHuman Resource. 8(2): 217-229. Willer, D.(1987). Scientific Sociology Theory and Method. New Jersey: Prentice-Hill. 198 ภาคผนวก 199 ภาคผนวก ก หนงัสือขอเชิญเป็นผู้ทรงคณุวฒุิ 200 ท่ีศธ 0521.2.0702/ว ภาควิชาการบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร์ มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 94000 ตลุาคม 2557 เร่ือง ขอความอนเุคราะห์เป็นผู้ทรงคณุวฒุิ เรียน สิ่งท่ีสง่มาด้วย คูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน จ านวน 1 ชดุ ด้วยนายวนัชยั หวงัสวาสดิ ์นกัศกึษาปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร์ มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ก าลงัท าวิจยัเร่ือง “รูปแบบการ บริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน” โดยมี รอง ศาสตราจารย์ ดร.ผอ่งศรี วาณิชย์ศภุวงศ์ เป็นอาจารย์ท่ีปรึกษา ในการนี ้ภาควิชาการบริหารการศกึษา คณะศกึษาศาสตร์ พิจารณาเห็นว่าทา่น เป็นผู้ มีความรู้ความสามารถในหลกัการท่ีเก่ียวข้องกบัการท าวิจยั จงึขอความอนเุคราะห์จากทา่น เป็นผู้ทรงคณุวฒุิประเมินรูปแบบงานท าวิจยัดงักลา่ว จงึเรียนมาเพ่ือโปรดพิจารณาให้ความอนเุคราะห์เป็นผู้ทรงคณุวฒุิในการประเมิน รูปแบบงานวิจยั เพ่ือประโยชน์ทางวิชาการตอ่ไป และขอขอบคณุมา ณ โอกาสนี ้ ขอแสดงความนบัถือ (ดร.เรชา ชสูวุรรณ) หวัหน้าภาควิชาการบริหารการศกึษา ภาควิชาการบริหารการศกึษา โทรศพัท์ ๐-๗๓๓๑-๓๙๓๘-๕๐ ตอ่ ๑๖๒๔ โทรสาร ๐-๗๓๓๔-๘๓๒๒ 201 ภาคผนวก ข รายนามผู้ทรงคณุวฒุิประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ของร่างรูปแบบและคู่มือการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 202 รายนามผู้ทรงคุณวุฒิประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบ และคู่มือการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขัน้พืน้ฐาน 1. รท.ดร.สุวทิย ์ ยอดมณี ท่ีปรึกษาคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพฒันาประชาธิปไตย 2. ดร. เสาวนิตย ์ ทวสีันทนีนุกลู ผูอ้ านวยการโรงเรียนสตรียะลา 3. นายนนท ์ แสงจนัทร์ ผูอ้ านวยการกลุ่มส่งเสริมการจดัการศึกษา ส านกังานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา.ระยอง เขต 1 4. ดร. อญัชลี เกษสุริยงค ์ ศึกษานิเทศก ์ส านกังานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาราชบุรี 5. ดร. เบญจลกัษณ์ น ้าฟ้า รองเลขาธิการส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6. นายสุวชั สิงหพนัธ์ุ ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพฒันาประชาธิปไตย 7. นางประนอม สุวรรณประสิทธ์ิ ผูอ้ านวยการศูนยว์ทิยพฒันา มหาวิทยาสุโขทยัธรรมาธิราช จ.สุโขทยั 8. ดร.ชนะ สุ่มมาตย ์ รองผูอ้ านวยการส านกังานเขตพื้นท่ีการศึกษามธัยมศึกษา เขต 41(ก าแพงเพชร พิจิตร) 9. ดร.สมศกัด์ิ สุภิรักษ ์ อาจารยป์ระจ าภาควชิาการบริหารการศึกษา มหาวทิยาลยัเจา้พระยา 10. วา่ท่ี รอ.ดร.สาโรช ยกให ้ รองผูอ้ านวยการส านกังานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา พิจิตร เขต 2 11. ดร.กนิษฐา ทองเลิศ รองผูอ้ านวยการส านกังานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต 4 12. ดร.ทินกร พลูพุฒิ รองผูอ้ านวยการส านกังานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา พิจิตร เขต 2 203 ภาคผนวก ค แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 204 แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบและ คู่มือการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้พืน้ฐาน ค าชีแ้จง 1. แบบประเมินนีเ้ป็นการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่าง รูปแบบและคูมื่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้ พืน้ฐานโดยผู้ทรงคณุวฒุิ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลกั องค์ประกอบย่อย และตวับง่ชีร้วม ตวับง่ชี ้ ดงันี ้ 1.1 องค์ประกอบหลกัการบริหารแบบมีสว่นร่วม ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบย่อย 17 ตวับง่ชี ้ 1.2 องค์ประกอบหลกัหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย 2องค์ประกอบยอ่ย 12 ตวับง่ชี ้ 1.3 องค์ประกอบหลกัการจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษาประกอบด้วย 9 องค์ประกอบย่อย 27 ตวับง่ชี ้ 1.4 องค์ประกอบหลกัการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยประกอบด้วย 3 องค์ประกอบยอ่ย 12ตวับง่ชี ้ 2. ในการประเมินขอให้ทา่นท าเคร่ืองหมาย  ลงในชอ่งวา่งส าหรับเลือกตอบ แบบในแตล่ะข้อขององค์ประกอบของการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 2.1 ในชอ่งความเหมาะสมในการเก็บข้อมลูตามองค์ประกอบของรูปแบบ และคูมื่อการบริหารประชาธิปไตยท่ีมีประสิทธิผลของอนัดบัคะแนนท่ีให้มีความหมายแตล่ะชว่ง ดงันี ้ 5 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบัมากท่ีสดุ 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบัมาก 3 หมายถงึ มีความเหมาะสมในระดบัปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบัน้อย 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดบัน้อยท่ีสดุ 205 2.2 ชอ่งความเป็นไปได้ในการเก็บข้อมลูตามองค์ประกอบของรูปแบบและ คูมื่อการบริหารประชาธิปไตยท่ีมีประสิทธิผลของอนัดบัคะแนนท่ีให้มีความหมายแตล่ะชว่งดงันี ้ 5 หมายถึง มีความเป็นไปได้ในระดบัมากท่ีสดุ 4 หมายถึง มีความเป็นไปได้ในระดบัมาก 3 หมายถึง มีความเป็นไปได้ในระดบัปานกลาง 2 หมายถึง มีความเป็นไปได้ในระดบัน้อย 1 หมายถึง มีความเป็นไปได้ในระดบัน้อยท่ีสดุ ตวัอยา่งองค์ประกอบด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ตวับ่งช้ี ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 1.1การวางแผนมี 7 ตวับง่ชี ้ 1.1.1ผูบ้ริหารและคณะครู/ บุคลากรทางการศึกษาร่วมกนั ด าเนินการวเิคราะห์ สภาพแวดลอ้มภายนอกภายใน และร่วมกนัก าหนดทิศทางของ สถานศึกษา /  / อธิบาย 1. ค าตอบ / ในช่องของความเหมาะสมของตวับ่งช้ี อนัดบัคะแนน 5 แสดงวา่ ตวับ่งช้ี ดงักล่าวมีความเหมาะสมมากท่ีสุดในการศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 2. ค าตอบ / ในช่องของความเป็นไปไดข้องตวับ่งช้ี อนัดบัคะแนน 5 แสดงวา่ ตวับ่งช้ี ดงักล่าวมีความเป็นไปไดม้ากท่ีสุดในการศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 206 องค์ประกอบหลกัที ่1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม ท่านคิดวา่องคป์ระกอบยอ่ยและตวับ่งช้ีของการบริหารแบบมีส่วนร่วมมีความ เหมาะสมและความเป็นไปไดเ้พียงใด รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 1.1 การวางแผน 1) ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากร ทางการศึกษาร่วมกนัด าเนินการ วิเคราะห์สภาพแวดลอ้มภายนอก ภายในและร่วมกนัก าหนดทิศทาง ของสถานศึกษา 2) ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากร ทางการศึกษาร่วมกนัด าเนินการ ก าหนดเป้าประสงคด์า้นการ ด าเนินงานท่ีตอบสนองต่อการ บริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากร ทางการศึกษาร่วมกนัด าเนินการ จดัท าแผนปฏิบติัการเก่ียวกบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 1.2 การส่ังการ 1) ผูบ้ริหารสร้างแรงจูงใจในการ ท างานเม่ือครูและบุคลากรทางการ ศึกษาท างานส าเร็จตรงตาม เป้าหมายท่ีวางไวใ้นแผนปฏิบติัการ โดยการก าหนดผลของการ ปฏิบติัการกบัการพิจารณาขั้น เงินเดือนกบัแผนปฏิบติังาน 207 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 2) ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากร ทางการศึกษาร่วมกนัด าเนินการ ออกค าสัง่ใหผู้ท่ี้รับผิดชอบไป ปฏิบติัหนา้ท่ี 3) ครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ี เก่ียวขอ้งกบักิจกรรมนั้น ประสานงานกบัหน่วยงานอ่ืนๆ กรณีท่ีมีภาระงานผกูพนั 1.3 การควบคุม 1) ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากร ทางการศึกษาร่วมกนัด าเนินการ ก าหนดปฏิทินการปฏิบติังานใหมี้ ความครอบคลุมกบัแผนปฏิบติังาน 2) ประเมินผลทุกรอบการปฏิบติังาน 3) พิจารณาความดีความชอบหลงัจาก มีการประเมินผลการปฏิบติังาน 4) ผูบ้ริหารเรียกประชุมทุกคร้ังท่ีมีการ น าเสนอผลการปฏิบติังานของแต่ละ กิจกรรม ขอ้เสนอแนะท่ีท่านเห็นวา่ควรเพิ่มเติมเก่ียวกบัการบริหารแบบมีส่วนร่วม ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ................................................................................................. 208 องค์ประกอบหลกัที ่2 หลักสูตรสถานศึกษาท่ีส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย ท่านคิดวา่ องคป์ระกอบยอ่ยและตวับ่งช้ีของหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถี ประชาธิปไตยมีความเหมาะสมและความเป็นไปไดเ้พียงใด รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 2.1 หลกัสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พืน้ฐาน พุทธศักราช 2551 ขั้นการวางแผน 1) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ โดยรอบดา้น 2) การก าหนดจุดมุ่งหมายของ หลกัสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พ้ืนฐาน พุทธศกัราช 2551 3) ก าหนดสาระการเรียนรู้ต่างๆ ใน กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมพร้อม ทั้งบูรณาการเน้ือหาประชาธิปไตย ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคม 4) ก าหนดกิจกรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 5) การควบคุมก ากบัติดตามการ ด าเนินงานโดยการก าหนดบทบาท หนา้ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรม ของหลกัสูตรสงัคมศึกษากบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน ขั้นส่ังการ 1) ออกค าสัง่ผูรั้บผิดชอบเก่ียวกบัการ ด าเนินกิจกรรมของหลกัสูตรสังคม ศึกษากบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 209 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 2) ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง กบัการด าเนินกิจกรรมของ หลกัสูตรสังคมศึกษากบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ี และงบประมาณในการด าเนินการ กิจกรรมการจดัท าหลกัสูตรสงัคม ศึกษากบัประชาธิปไตยในโรงเรียน การควบคุม 1) ก าหนดเป้าหมายกิจกรรมการจดัท า หลกัสูตรสังคมศึกษากบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 2) ประชุมคณะกรรมการผูรั้บผิดชอบ การจดัท าหลกัสูตรสังคมศึกษากบั ประชาธิปไตยในโรงเรียนเพ่ือ ปรับปรุงการด าเนินกิจกรรมอย่าง ต่อเน่ือง 3) ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการ จดัท าหลกัสูตรสงัคมศึกษากบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 4) การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้ เก่ียวขอ้ง 5) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ง ผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ส่วน เก่ียวขอ้ง 210 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 2.2 แนวทางการจัดการเรียนรู้สาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ วฒันธรรม ขั้นการวางแผน 1) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ โดยรอบดา้น 2) การก าหนดจุดมุ่งหมายของแนว ทางการจดัการเรียนรู้สาระการ เรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรม 3) ก าหนดแนวทางการจดัการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษาศาสนา และวฒันธรรม 4) ก าหนดเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้ง กบัประชาธิปไตยในโรงเรียน ดงัน้ีคือ - คู่มือการจดักิจกรรมการเรียนรู้ ประชาธิปไตย - จดักิจกรรมการเรียนการสอน เพ่ิมเติมในกลุ่มสาระการ เรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนา และวฒันธรรม - หลกัสูตรประวติัศาสตร์และ หนา้ท่ี พลเมือง - หลกัสูตรตามหลกัปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง - หลกัสูตรลกูเสือ เนตรนารี 211 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 - หลกัสูตรกิจกรรมพฒันาผูเ้รียน 5) การควบคุมก ากบัติดตามการ ด าเนินงานโดยการก าหนดบทบาท หนา้ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรม จดัท าเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ฯ ท่ี เก่ียวขอ้ง ขั้นส่ังการ 1) ออกค าสัง่ผูรั้บผิดชอบเก่ียวกบัการ จดัท าเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้ง กบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 2) ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง กบัการด าเนินกิจกรรมของการ จดัท าเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้ง กบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ี และงบประมาณในการด าเนินการ กิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือใน การจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 212 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 การควบคุม 1) ก าหนดเป้าหมายกิจกรรมการ จดัท าเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้ง กบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 2) ประชุมคณะกรรมการ ผูรั้บผิดชอบการจดัท าเคร่ืองมือใน การจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบั ประชาธิปไตยในโรงเรียนเพ่ือ ปรับปรุงการด าเนินกิจกรรมอย่าง ต่อเน่ือง 3) ประเมินผลการด าเนินกิจกรรม การจดัท าเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้ง กบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 4) การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้ เก่ียวขอ้ง 5) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ง ผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ส่วน เก่ียวขอ้ง ขอ้เสนอแนะท่ีท่านเห็นวา่ควรเพิ่มเติมเก่ียวกบัหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................... 213 องค์ประกอบหลกัที ่3การจัดกจิกรรมเพือ่สร้างวถิีประชาธิปไตยในสถานศึกษา ท่านคิดวา่ องคป์ระกอบยอ่ยและตวับ่งช้ีของการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวถีิ ประชาธิปไตยในสถานศึกษามีความเหมาะสมและความเป็นไปไดเ้พียงใด รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 3.1 ขั้นการวางแผน 1) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบ ดา้น 2) การก าหนดจุดมุ่งหมายของแนว ทางการจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา 3) ก าหนดแนวทางการจดักิจกรรมเพ่ือ สร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศึกษา 4) ก าหนดกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา ดงัน้ีคือ 1) จดักิจกรรมตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ - กิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวินยั - กิจกรรมแสดงออกถึงความรัก สถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษตัริย ์ - กิจกรรมส่งเสริมค่านิยม 12 ประการ 2) จดักิจกรรมเพ่ือรักษา ศิลปวฒันธรรมของไทย - กิจกรรมสืบทอดวฒันธรรมแต่ละ ทอ้งถ่ิน - กิจกรรมสืบทอดภูมิปัญญา ทอ้งถ่ิน - กิจกรรมวนัส าคญั 214 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 3) จดักิจกรรมตามความถนดัและ ความสนใจของนกัเรียน - กิจกรรมชุมนุม - กิจกรรมกีฬาสี 4)จดักิจกรรมสุนทรียะ - กิจกรรมดนตรี นาฏศิลป์ - กิจกรรมศิลปะ - กิจกรรมละครเวที 5) จดักิจกรรมดา้นอาสาพฒันาและ บ าเพญ็ประโยชน์ - กิจกรรมค่ายอาสา - กิจกรรมบ าเพญ็ประโยชน ์ - กิจกรรมเขตรับผิดชอบใน ร.ร - กิจกรรมตาสบัปะรด 6) จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้ นกัเรียนนกัศึกษาจดัตั้งกลุ่มกิจกรรมตาม รูปแบบการจดัตั้งพรรคการเมือง - กิจกรรมสภานกัเรียน 7) จดักิจกรรมค่ายลูกเสือ เนตรนารี - กิจกรรมเสริมสร้างวินยัใน เคร่ืองแบบ - กิจกรรมแสดงออกถึงความรัก ชาติ ศาสนา พระมหากษตัริย ์ - กิจกรรมเคารพกฎกติกา 8) กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - กิจกรรมออมทรัพย ์ -กิจกรรมธนาคารความดี - กิจกรรมสหกรณ์โรงเรียน 215 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 - กิจกรรมเกษตรเพ่ืออาหาร กลางวนั 9) กิจกรรมหนา้เสาธง - กิจกรรมนอ้งไหวพ่ี้ พ่ีไหวน้อ้ง - กิจกรรมเล่าข่าวเชา้น้ี - กิจกรรมรักษภ์าษา - กิจกรรมผูน้ าผูต้าม 5) การควบคุมก ากบัติดตามการ ด าเนินงานโดยการก าหนดบทบาท หนา้ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรม เพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศึกษา ขั้นส่ังการ 1) ออกค าสัง่ผูรั้บผิดชอบเก่ียวกบัการ ด าเนินกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา 2) ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้งกบั การด าเนินกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา 3) ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและ งบประมาณในการด าเนินกิจกรรม เพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศึกษา การควบคุม 1) ก าหนดเป้าหมายการด าเนิน กิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตย ในสถานศึกษา 216 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 2) เรียกประชุมคณะกรรมการ ผูรั้บผิดชอบการด าเนินกิจกรรมเพ่ือ สร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศึกษา 3) ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมเพ่ือ สร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศึกษา 4) การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้ เก่ียวขอ้ง 5) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ง ผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ส่วน เก่ียวขอ้ง ขอ้เสนอแนะท่ีท่านเห็นวา่ควรเพิ่มเติมเก่ียวกบัการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวถีิประชาธิปไตยใน สถานศึกษา ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ................................................................................................. 217 องค์ประกอบหลกัที ่4การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมทีส่่งเสริมประชาธิปไตย ท่านคิดวา่ องคป์ระกอบยอ่ยและตวับ่งช้ีของการจดับรรยากาศและสภาพแวดลอ้มท่ี ส่งเสริมประชาธิปไตยมีความเหมาะสมและความเป็นไปไดเ้พียงใด รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 4.1 สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ขั้นการวางแผน 1) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ โดยรอบดา้น 2) การก าหนดจุดมุ่งหมายของการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ก าหนดแนวทางการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยเป็นการก าหนดจุดดงัคือ บริเวณ อาคารเรียน อาคาร ประกอบ หอ้งเรียน หอ้งประกอบ ครุภณัฑ ์ และวสัดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีค านึงถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มี ความสร้างสรรค ์ สะดวกสบายต่อ การใชมี้ความปลอดภยัคุม้ค่า และ เกิดประโยชน ์ 4) การควบคุมก ากบัติดตามการ ด าเนินงานโดยการก าหนด บทบาทหนา้ท่ีเก่ียวกบัการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 218 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 ขั้นส่ังการ 1) ออกค าสัง่ผูรั้บผิดชอบเก่ียวกบัการ จดัสภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 2) ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง กบัการจดัสภาพแวดลอ้มทาง กายภาพเพ่ือส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ี และงบประมาณในการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน การควบคุม 1) ก าหนดเป้าหมายการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 2) เรียกประชุมคณะกรรมการ ผูรั้บผิดชอบการจดัสภาพแวดลอ้ม ทางกายภาพเพ่ือส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4) การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้ เก่ียวขอ้ง 5) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ง ผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ส่วน เก่ียวขอ้ง 219 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 4.2 สภาพแวดล้อมด้านวชิาการ ขั้นการวางแผน 1) ศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ โดยรอบดา้น 2) การก าหนดจุดมุ่งหมายของการจดั สภาพแวดลอ้มทางดา้นวิชาการ เพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 3) ก าหนดแนวทางการจดั สภาพแวดลอ้มทางดา้นวิชาการ เพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน ทั้งน้ีจะด าเนินการจดั สภาพแวดลอ้ม 2 ดา้นคือ ด้านสภาพแวดล้อมวิชาการ ม ี3 ประเดน็คือ 1)การจดัสภาพแวดลอ้มเสริม ทางดา้นการเรียนการสอน ทั้งในและนอก หอ้งเรียน 2)การสนบัสนุนทางวิชาการ ต่าง ๆ 3) การจดัป้ายนิเทศ ประชาธิปไตยในโรงเรียน ด้านสภาพแวดล้อมด้านบริหาร จดัการม ี8 ประเดน็คือ 1)การส่งเสริมความสมัพนัธ์ ระหวา่งบุคลากรโรงเรียน 2)การส่งเสริมความสัมพนัธ์ กบัชุมชนและหน่วยงานต่างๆ 3)การสร้างเครือข่าย 220 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 ประชาธิปไตยในโรงเรียนกบัโรงเรียนต่างๆ 4)การแลกเปล่ียนเรียนรู้และ การศึกษาดูงาน 5)การอภิปรายขอ้ขดัแยง้ท่ี เกิดข้ึนระหวา่งผูเ้รียน โดยมีครูเป็นผูแ้นะน า และใหค้ าปรึกษา 6)การส่งเสริมใหมี้การโตว้าที ภายในโรงเรียน 7)การจดัใหมี้ศูนยก์ารเรียนรู้ ประชาธิปไตยภายในโรงเรียน 8)การจดัใหมี้ศูนยก์ารเรียนรู้ ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายในโรงเรียน 4) ควบคุมก ากบัติดตามการ ด าเนินงานโดยก าหนดบทบาท หนา้ท่ีเก่ียวกบัการจดั สภาพแวดลอ้มทางดา้นวิชาการ เพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน ขั้นส่ังการ 1) ออกค าสัง่ผูรั้บผิดชอบเก่ียวกบัการ จดัสภาพแวดลอ้มทางดา้นวิชาการ เพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 2) ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง กบัการจดัสภาพแวดลอ้มทาง กายภาพเพ่ือส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 221 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 3) ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ี และงบประมาณในการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน การควบคุม 1) ก าหนดเป้าหมายการจดั สภาพแวดลอ้มทางดา้นวิชาการ เพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 2) เรียกประชุมคณะกรรมการ ผูรั้บผิดชอบการจดัสภาพแวดลอ้ม ทางดา้นวิชาการเพ่ือส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ประเมินผลการด าเนินกิจกรรม การจดัสภาพแวดลอ้มทางดา้น วิชาการเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน 4) การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้ เก่ียวขอ้ง 5) การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่ง ผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ส่วน เก่ียวขอ้ง 4.3 สภาพแวดล้อมด้านบริหารจัดการ ขั้นการวางแผน 1) ศึกษาวิเคราะห์สภาพปัจจุบนั ปัญหาโดยรอบดา้นจากผูมี้ส่วน เก่ียวขอ้งทุกภาคส่วน รวมทั้ง นกัเรียน 222 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 2) ก าหนดวิสยัทศัน ์เป้าหมาย การ สร้างเครือข่ายระหวา่งหน่วยงาน บุคลากรในองคก์ร นกัเรียน และผู ้ มีส่วนเก่ียวขอ้งทุกฝ่าย 3) ก าหนดกรอบงาน แนวทาง ปรัชญาการบริหารจดัการท่ีชดัเจน 4) ประชุมช้ีแจงท าความเขา้ใจ สร้าง ความตระหนกัแก่ผูมี้ส่วนไดส่้วน เสีย 5) ก าหนดระยะเวลา ปฏิทินการระดม ความคิดเห็นในดา้นต่าง ๆ อยา่ง เป็นรูปธรรม ขั้นส่ังการ 1) ออกค าสัง่/ประกาศ แต่งตั้ง คณะกรรมการรับผิดชอบงาน ด าเนินการประชาธิปไตยใน โรงเรียนอยา่งครอบคลุม 2) ท าการประชาสมัพนัธ์ ส่ือสารแก่ ผูร่้วมงาน และผูมี้ส่วนไดส่้วนเสีย ทุกฝ่าย 3) จูงใจบุคลากรผูป้ฏิบติังาน เสริม ขวญัก าลงัใจ ก่อน ระหวา่ง และ หลงัปฏิบติังาน การควบคุม 1) ก าหนดมาตรฐาน เป้าหมายเชิง ปริมาณ/เชิงคุณภาพของงานอย่าง ชดัเจน 2) จดัท าคู่มือการพรรณนางานการ บริหารฝ่ายงาน ต่าง ๆ 223 รูปแบบ/คู่มือการด าเนินงาน ความเหมาะสม ความเป็นไปได ้ 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 3) ก ากบั ติดตาม ผลการด าเนินงาน 4) ใหค้วามรู้ ความเขา้ใจ ก่อน ระหวา่งหลงัปฏิบติังานทนัทีเม่ือ เสร็จส้ินแต่ละระยะ ขอ้เสนอแนะท่ีท่านเห็นวา่ควรเพิ่มเติมเก่ียวกบัการจดับรรยากาศและสภาพแวดลอ้มท่ีส่งเสริม ประชาธิปไตย ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................. ................................................................................................. 224 ภาคผนวก ง ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบและคู่มือการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 225 ผลการประเมนิความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกดัส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ฐาน ตาราง10 ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดา้นองคป์ระกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีส่วน ร่วม องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การวางแผน องค์ประกอบที ่1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การวางแผน xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 1 ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากรทางการศึกษาร่วมกนั ด าเนินการวเิคราะห์สภาพแวดลอ้มภายนอกภายในและ ร่วมกนัก าหนดทิศทางของสถานศึกษา 4.50 0.76 มาก 3.75 1.16 มาก 2 ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากรทางการศึกษาร่วมกนั ด าเนินการก าหนดเป้าประสงคด์า้นการด าเนินงานท่ี ตอบสนองต่อการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.75 0.89 มากท่ีสุด 4.75 1.56 มากท่ีสุด 3 ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากรทางการศึกษาร่วมกนั ด าเนินการจดัท าแผนปฏิบติัการเก่ียวกบัประชาธิปไตย ในโรงเรียน 4.95 0.56 มากท่ีสุด 3.95 1.19 มาก ค่าเฉลีย่ 4.73 0.73 มากทีสุ่ด 4.15 1.30 มาก 226 ตาราง11 ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดา้นองคป์ระกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีส่วนร่วมองคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 การสั่งการ องค์ประกอบที ่1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 การสั่งการ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 1 ผูบ้ริหารสร้างแรงจูงใจในการท างานเม่ือครูและ บุคลากรทางการศึกษาท างานส าเร็จตรงตาม เป้าหมายท่ีวางไวใ้นแผนปฏิบติัการโดยการก าหนด ผลของการปฏิบติัการกบัการพิจารณาขั้นเงินเดือน กบัแผนปฏิบติังาน 4.95 0.56 มากท่ีสุด 3.95 1.19 มาก 2 ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากรทางการศึกษา ร่วมกนัด าเนินการออกค าสัง่ใหผู้ท่ี้รับผดิชอบไป ปฏิบติัหนา้ท่ี 4.75 0.88 มากท่ีสุด 4.75 1.56 มากท่ีสุด 3 ครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีเก่ียวขอ้งกบั กิจกรรมนั้นประสานงานกบัหน่วยงานอ่ืนๆกรณีท่ี มีภาระงานผกูพนั 4.75 0.88 มากท่ีสุด 4.75 1.56 มากท่ีสุด ค่าเฉลีย่ 4.82 0.77 มากทีสุ่ด 4.48 1.44 มาก 227 ตาราง12 ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดา้นองคป์ระกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 3 การควบคุม องค์ประกอบที ่1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 การสั่งการ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 1 ผูบ้ริหารและคณะครู/บุคลากรทางการศึกษาร่วมกนั ด าเนินการก าหนดปฏิทินการปฏิบติังานใหมี้ความ ครอบคลุมกบัแผนปฏิบติังาน 4.90 0.66 มากท่ีสุด 4.75 1.65 มากท่ีสุด 2 ประเมินผลทุกรอบการปฏิบติังาน 4.50 0.73 มาก 3.75 1.12 ปานกลาง 3 พิจารณาความดีความชอบหลงัจากมีการประเมินผล การปฏิบติังาน 4.95 0.56 มากท่ีสุด 3.95 1.19 ปานกลาง 4 ผูบ้ริหารประชุมทุกคร้ังท่ีมีการน าเสนอผลการ ปฏิบติังานของแต่ละกิจกรรม 4.95 0.56 มากท่ีสุด 3.95 1.19 ปานกลาง ค่าเฉลีย่ 4.78 0.65 มากทีสุ่ด 4.15 1.32 มาก ตาราง13 ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดา้นองคป์ระกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม 3 องคป์ระกอบยอ่ยโดยภาพรวม องค์ประกอบที ่1 การบริหารแบบมีส่วนร่วม ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 1 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การวางแผน 4.73 0.73 มากท่ีสุด 4.15 1.30 มาก 2 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 การสั่งการ 4.82 0.77 มากท่ีสุด 4.48 1.44 มาก 3 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 3 การควบคุม 4.78 0.65 มากท่ีสุด 4.15 1.32 มาก รวมเฉลี่ย 4.78 0.72 มากทีสุ่ด 4.26 1.36 มาก 228 ตาราง 14 ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดา้นองคป์ระกอบท่ี 2 หลกัสูตรสถานศึกษา ท่ีส่งเสริมวถีิประชาธิปไตยองคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 หลกัสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกัราช 2551 องค์ประกอบที ่2 หลกัสูตรสถานศึกษา ทีส่่งเสริมวถิีประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 หลกัสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุธศกัราช 2551และบูรณาการ สอดแทรกวถีิประชาธิปไตยทุกกลุ่มสาระ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน 1 ศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 4.40 0.655 มาก 3.85 0.652 ปานกลาง 2 การก าหนดจุดมุ่งหมายของหลกัสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุธศกัราช 2551บรรจุไวใ้น ค าอธิบายรายวชิา 4.40 0.655 มาก 3.85 0.652 ปานกลาง 3 ก าหนดวสิยัทศันท่ี์มุ่งเนน้พฒันาผูเ้รียนใหมี้ความรู้คู่ คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองและเป็นพล โลกยดึมัน่ในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย 4.65 0.755 มากท่ีสุด 4.85 0.652 มากท่ีสุด 4 ก าหนดเน้ือหาบูรณาการสอดแทรกวถีิประชาธิปไตย ทุกกลุ่มสาระ 4.65 0.755 มากท่ีสุด 4.85 0.652 มากท่ีสุด 5 การควบคุมก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยการก าหนด บทบาทหนา้ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมของหลกัสู ตรากบัวถีิประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.65 0.755 มากท่ีสุด 4.85 0.652 มากท่ีสุด ขั้นการส่ังการ 6 ออกค าสัง่ผูรั้บผดิชอบเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมของ ทุกกลุ่มสาระตามหลกัสูตรสถานศึกษาบูรณาการ สอดแทรกวถีิประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.40 0.655 มาก 3.85 0.652 ปานกลาง 7 ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้งกบัการด าเนินกิจกรรม ทุกกลุ่มสาระหลกัสูตรบูรณาการสอดแทรกวถีิ ประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.50 0.655 มาก 4.85 0.652 มากท่ีสุด 229 ตาราง 14 (ต่อ) องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 หลกัสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกัราช 2551 xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 8 ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการ ด าเนินการกิจกรรมการจดัท าหลกัสูตรทุกกลุ่มสาระบูรณา การสอดแทรกวถีิประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.90 0.655 มากท่ีสุด 4.85 0.652 มากท่ีสุด ขั้นการควบคุม 9 ก าหนดเป้าหมายกิจกรรมการจดัท าหลกัสูตรบูรณาการ สอดแทรกวถีิประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.65 0.455 มากท่ีสุด 4.75 1.364 มากท่ีสุด 10 ประชุมคณะกรรมการผูรั้บผิดชอบการจดัท าหลกัสูตร หลกัสูตรบูรณาการสอดแทรกวถีิประชาธิปไตยในโรงเรียน เพ่ือปรับปรุงการด าเนินกิจกรรมอยา่งต่อเน่ือง 4.55 0.655 มากท่ีสุด 3.75 1.174 ปานกลาง 11 ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการจดัท าหลกัสูตรหลกัสูตร บูรณาการสอดแทรกวถีิประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 12 การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง 4.55 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 ปานกลาง 13 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ ส่วนเก่ียวขอ้ง 4.65 0.655 มากท่ีสุด 4.75 1.174 มากท่ีสุด ค่าเฉลีย่ 4.59 0.68 มากทีสุ่ด 4.39 0.89 มาก 230 ตาราง15ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานดา้นองคป์ระกอบท่ี 2 หลกัสูตรสถานศึกษา ท่ีส่งเสริมวถีิประชาธิปไตยองคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษาศาสนาและวฒันธรรม องค์ประกอบที ่2 หลกัสูตรสถานศึกษา ทีส่่งเสริมวถิีประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน 1 ศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 4.75 0.884 มากท่ีสุด 4.75 1.564 มากท่ีสุด 2 การก าหนดจุดมุ่งหมายของแนวทางการจดัการเรียนรู้สาระ การเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรม 4.55 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 ปานกลาง 3 ก าหนดแนวทางการจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคม ศึกษาศาสนาและวฒันธรรม 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 4 ก าหนดเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคม ศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตย ในโรงเรียนดงัน้ีคือ 1) คู่มือการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย 2) จดักิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ิมเติมในกลุ่มสาระ การเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรม 3) หลกัสูตรประวติัศาสตร์และหนา้ท่ี พลเมือง 4) หลกัสูตรตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5) หลกัสูตรลูกเสือ เนตรนารี 6) หลกัสูตรกิจกรรมพฒันาผูเ้รียน 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 5 การควบคุมก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยการก าหนด บทบาทหนา้ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมจดัท าเคร่ืองมือใน การจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.75 0.884 มากท่ีสุด 4.75 1.564 มากท่ีสุด 231 ตาราง15 (ต่อ) องค์ประกอบที ่2 หลกัสูตรสถานศึกษา ทีส่่งเสริมวถิีประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวฒันธรรม xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการส่ังการ 6 ออกค าสัง่ผูรั้บผดิชอบเก่ียวกบัการจดัท าเคร่ืองมือในการ จดัการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.55 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 ปานกลาง 7 ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้งกบัการด าเนินกิจกรรมของ การจดัท าเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบั ประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.75 0.884 มากท่ีสุด 4.75 1.564 มากท่ีสุด 8 ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการ ด าเนินการกิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรมท่ี เก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด ขั้นการควบคุม 9 ก าหนดเป้าหมายกิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.55 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 ปานกลาง 10 ประชุมคณะกรรมการผูรั้บผิดชอบการจดัท าเคร่ืองมือในการ จดัการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตยในโรงเรียนเพ่ือ ปรับปรุงการด าเนินกิจกรรมอยา่งต่อเน่ือง 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 11 ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือในการ จดัการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สงัคมศึกษา ศาสนาและ วฒันธรรมท่ีเก่ียวขอ้งกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.55 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 ปานกลาง 12 การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง 4.85 0.884 มากท่ีสุด 4.45 1.564 มาก 13 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและ ผูมี้ส่วนเก่ียวขอ้ง 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด ค่าเฉลีย่ 4.69 0.788 มากทีสุ่ด 4.41 1.249 มาก 232 ตาราง 16ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดา้นองคป์ระกอบท่ี 2 หลกัสูตรสถานศึกษา ท่ีส่งเสริมวถีิประชาธิปไตย โดยภาพรวม องค์ประกอบที ่2 หลกัสูตรสถานศึกษา ทีส่่งเสริมวถิีประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 1 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 หลกัสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกัราช 2551 4.59 0.68 มากท่ีสุด 4.39 0.89 มาก 2 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 แนวทางการ จดัการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนาและวฒันธรรม 4.69 0.788 มากท่ีสุด 4.41 1.249 มาก รวมเฉลี่ย 4.64 0.734 มากทีสุ่ด 4.40 1.07 มาก 233 ตาราง17ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานดา้นองคป์ระกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้าง วถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวถีิ ประชาธิปไตยในสถานศึกษา องค์ประกอบที ่3 การจัดกจิกรรมเพือ่สร้างวถิี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การจดักิจกรรมเพ่ือสร้าง วถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน 1 ศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 4.70 0.755 มากท่ีสุด 3.50 1.164 ปานกลาง 2 การก าหนดจุดมุ่งหมายของแนวทางการจดักิจกรรมเพ่ือ สร้างวถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 3 ก าหนดแนวทางการจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวถีิประชาธิปไตย ในสถานศึกษา 4.55 0.755 มากท่ีสุด 4.85 1.164 มากท่ีสุด 4 ก าหนดกิจกรรมเพ่ือสร้างวถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.1จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 1) กิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวนิยั 2) กิจกรรมแสดงออกถึงความรัก สถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษตัริย ์ 3) กิจกรรมส่งเสริมค่านิยม 12 ประการ 4.75 0.884 มากท่ีสุด 4.75 1.564 มากท่ีสุด 4.2 จดักิจกรรมเพ่ือรักษาศิลปวฒันธรรมของไทย 1) กิจกรรมสืบทอดวฒันธรรมแตล่ะทอ้งถ่ิน 2) กิจกรรมสืบทอดภูมิปัญญาทอ้งถ่ิน 3) กิจกรรมวนัส าคญั 4.75 0.884 มากท่ีสุด 4.75 1.564 มากท่ีสุด 4.3 จดักิจกรรมตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียน 1) กิจกรรมชุมนุม 2) กิจกรรมกีฬาสี 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 234 ตาราง17 (ต่อ) องค์ประกอบที ่3 การจัดกจิกรรมเพือ่สร้างวถิี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การจดักิจกรรมเพ่ือสร้าง วถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน(ต่อ) 4.4จดักิจกรรมสุนทรียะ 1) กิจกรรมดนตรี นาฏศิลป์ 2) กิจกรรมศิลปะ 3) กิจกรรมละครเวที 4.55 0.755 มากท่ีสุด 4.85 1.164 มากท่ีสุด 4.5 จดักิจกรรมดา้นอาสาพฒันาและบ าเพญ็ประโยชน ์ 1)กิจกรรมค่ายอาสา 2)กิจกรรมบ าเพญ็ประโยชน์ 3)กิจกรรมเขตรับผิดชอบใน ร.ร 4)กิจกรรมตาสบัปะรด 4.55 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 ปานกลาง 4.6จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสใหน้กัเรียนนกัศึกษาจดัตั้งกลุ่ม กิจกรรมตามรูปแบบการจดัตั้งพรรคการเมือง 1)กิจกรรมสภานกัเรียน 4.30 0.77 มาก 3.45 1.64 ปานกลาง 4.7 จดักิจกรรมค่ายลูกเสือ เนตรนารี 1)กิจกรรมเสริมสร้างวนิยัในเคร่ืองแบบ 2)กิจกรรมแสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษตัริย ์ 3)กิจกรรมเคารพกฏกติกา 5.00 0.755 มากท่ีสุด 5.00 1.164 มากท่ีสุด 4.8 กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง 1)กิจกรรมออมทรัพย ์ 2) กิจกรรมธนาคารความดี 3)กิจกรรมสหกรณ์โรงเรียน 4)กิจกรรมเกษตรเพ่ืออาหารกลางวนั 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 235 ตาราง17 (ต่อ) องค์ประกอบที ่3 การจัดกจิกรรมเพือ่สร้างวถิี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 การจดักิจกรรมเพ่ือสร้าง วถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบั ความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน(ต่อ) 5 การควบคุมก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยการก าหนด บทบาทหนา้ท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมเพื่อสร้างวถีิ ประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด ขั้นการส่ังการ 6 ออกค าสัง่ผูรั้บผดิชอบเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมเพื่อสร้าง วถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.70 0.755 มากท่ีสุด 4.75 1.164 มากท่ีสุด 7 ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้งกบัการด าเนินกิจกรรม เพื่อสร้างวถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 8 ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการ ด าเนินกิจกรรมเพื่อสร้างวถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.70 0.55 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด ขั้นการควบคุม 9 ก าหนดเป้าหมายการด าเนินกิจกรรมเพื่อสร้างวถีิ ประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.70 0.55 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 10 ประชุมคณะกรรมการผูรั้บผิดชอบการด าเนินกิจกรรมเพื่อ สร้างวถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 11 ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมเพือ่สร้างวถีิประชาธิปไตย ในสถานศึกษา 4.95 0.755 มากท่ีสุด 5.00 1.164 มากท่ีสุด ขั้นการควบคุม 12 การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง 4.85 0.765 มากท่ีสุด 4.55 0.164 มากท่ีสุด 13 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ ส่วนเก่ียวขอ้ง 4.70 0.55 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด ค่าเฉลีย่ 4.73 0.741 มากทีสุ่ด 4.60 1.187 มาก 236 ตาราง18ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานองคป์ระกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและ สภาพแวดลอ้มท่ีส่งเสริมประชาธิปไตย องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1สภาพแวดลอ้มดา้นกายภาพ องค์ประกอบที ่4 การจัดบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมทีส่่งเสริมประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 สภาพแวดลอ้มดา้นกายภาพ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน 1 ศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 4.70 0.755 มากท่ีสุด 4.75 1.164 มากท่ีสุด 2 การก าหนดจุดมุ่งหมายของการจดัสภาพแวดลอ้มทาง กายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.60 0.755 มากท่ีสุด 3.85 1.164 มาก 3 ก าหนดแนวทางการจดัสภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพื่อ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยเป็นการก าหนดจุด ดงัน้ีคือ บริเวณ อาคารเรียน อาคารประกอบ หอ้งเรียน หอ้งประกอบ ครุภณัฑ ์ และวสัดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีค านึงถึง ความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวติชีวา มีความ สร้างสรรค ์ สะดวกสบายต่อการใชมี้ความปลอดภยัคุม้ค่า และเกิดประโยชน์ 4.85 0.765 มากท่ีสุด 4.55 0.164 มากท่ีสุด 4 การควบคุมก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยการก าหนด บทบาทหนา้ท่ีเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดลอ้มทางกายภาพ เพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด ขั้นการส่ังการ 5 ออกค าสัง่ผูรั้บผดิชอบเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดลอ้มทาง กายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 6 ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้งกบัการจดัสภาพแวดลอ้ม ทางกายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.70 0.855 มากท่ีสุด 4.75 1.764 มากท่ีสุด 7 ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 4.70 0.755 มากท่ีสุด 4.75 1.164 มากท่ีสุด 237 ตาราง18(ต่อ) องค์ประกอบที ่4 การจัดบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมทีส่่งเสริมประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 สภาพแวดลอ้มดา้นกายภาพ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการควบคุม 8 ก าหนดเป้าหมายการจดัสภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.70 0.855 มากท่ีสุด 4.75 1.764 มากท่ีสุด 9 เรียกประชุมคณะกรรมการผูรั้บผดิชอบการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 4.50 0.785 มากท่ีสุด 3.75 1.264 ปานกลาง 10 ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมจดัสภาพแวดลอ้มทาง กายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.60 1.895 มากท่ีสุด 4.65 1.774 มากท่ีสุด 11 การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง 4.80 0.765 มากท่ีสุด 4.75 1.184 มากท่ีสุด 12 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ ส่วนเก่ียวขอ้ง 4.65 1.795 มากท่ีสุด 4.75 1.794 มากท่ีสุด ค่าเฉลีย่ 4.70 0.959 มากทีสุ่ด 4.57 1.297 มากทีสุ่ด 238 ตาราง19ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานองคป์ระกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและ สภาพแวดลอ้มท่ีส่งเสริมประชาธิปไตย องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2สภาพแวดลอ้มดา้นวชิาการ องค์ประกอบที ่4 การจัดบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมทีส่่งเสริมประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 สภาพแวดลอ้มดา้นวชิาการ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน 1 ศึกษาวเิคราะห์สถานการณ์โดยรอบดา้น 4.80 0.765 มาก 4.75 1.184 มาก 2 การก าหนดจุดมุ่งหมายของการจดัสภาพแวดลอ้มทางดา้น วชิาการเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.30 0.885 มาก 3.90 1.140 ปานกลาง 3 การจดัสภาพแวดลอ้มทางดา้นวชิาการเพ่ือส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน มี 3 ประเด็น 1)การจดัสภาพแวดลอ้มเสริมทางดา้นการเรียนการสอน ทั้ง ในและนอกหอ้งเรียน 2)การสนบัสนุนทางวชิาการต่าง ๆ 3) การจดัป้ายนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.50 0.785 มาก 3.75 1.264 ปานกลาง 4 ดา้นสภาพแวดลอ้มดา้นบริหารจดัการเพ่ือส่งเสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน มี 8 ประเด็นคือ 1)การส่งเสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบุคลากรโรงเรียน 2)การส่งเสริมความสมัพนัธ์กบัชุมชนและหน่วยงาน 3)การสร้างเครือข่ายประชาธิปไตยในโรงเรียนกบัโรงเรียน ต่างๆ 4)การแลกเปล่ียนเรียนรู้และการศึกษาดูงาน 5)การอภิปรายขอ้ขดัแยง้ท่ีเกิดข้ึนระหวา่งผูเ้รียน โดยมีครู เป็นผูแ้นะน าและใหค้ าปรึกษา 6)การส่งเสริมใหมี้การโตว้าทีภายในโรงเรียน 7)การจดัใหมี้ศูนยก์ารเรียนรู้ประชาธิปไตยภายในโรงเรียน 8)การจดัใหมี้ศูนยก์ารเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงภายในโรงเรียน 4.80 0.765 มาก 4.75 1.184 มาก 239 ตาราง19(ต่อ) องค์ประกอบที ่4 การจัดบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมทีส่่งเสริมประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 สภาพแวดลอ้มดา้นวชิาการ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น ขั้นการวางแผน(ต่อ) 4 ควบคุมก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยก าหนดบทบาท หนา้ท่ีเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดลอ้มทางดา้นวชิาการเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.90 0.765 มาก 3.95 1.364 ปานกลาง ขั้นการส่ังการ 5 ออกค าสัง่ผูรั้บผดิชอบเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดลอ้ม ทางดา้นวชิาการเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.70 0.757 มาก 3.55 1.064 ปานกลาง 6 ร่วมประสานงานกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้งกบัการจดัสภาพแวดลอ้ม ทางกายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.50 0.755 มาก 3.45 1.164 ปานกลาง 7 ใหค้วามร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการจดั สภาพแวดลอ้มทางกายภาพเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตย 4.80 0.765 มาก 4.75 1.184 มาก ขั้นการควบคุม 8 ก าหนดเป้าหมายการจดัสภาพแวดลอ้มทางดา้นวชิาการเพ่ือ ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.70 0.757 มาก 3.55 1.064 ปานกลาง 9 เรียกประชุมคณะกรรมการผูรั้บผดิชอบการจดั สภาพแวดลอ้มทางดา้นวชิาการเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน 4.80 0.765 มาก 4.75 1.184 มาก 10 ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการจดัสภาพแวดลอ้ม ทางดา้นวชิาการเพ่ือส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.50 0.755 มาก 4.75 1.164 มาก 11 การใหค้วามดีความชอบกบัผูท่ี้เก่ียวขอ้ง 4.90 0.755 มาก 4.75 1.164 มาก 12 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผูบ้ริหาร ครูบุคลากรและผูมี้ ส่วนเก่ียวขอ้ง 4.70 0.757 มาก 3.55 1.064 มาก ค่าเฉลีย่ 4.68 0.772 มากทีสุ่ด 4.17 1.168 มาก 240 ตาราง20ความเหมาะสมและความเป็นไปได ้ของ รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดั ส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดา้นองคป์ระกอบท่ี 4 การจัดบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมท่ีส่ง เสริมประชาธิปไตย โดยภาพรวม องค์ประกอบที ่2 หลกัสูตรสถานศึกษา ทีส่่งเสริมวถิีประชาธิปไตย ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น xˉ S.D ระดบัความ คิดเห็น 1 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 1 สภาพแวดลอ้มดา้นกายภาพ 4.70 0.959 มากท่ีสุด 4.57 1.297 มากท่ีสุด 2 องคป์ระกอบยอ่ยท่ี 2 สภาพแวดลอ้มดา้นวชิาการ 4.68 0.772 มากท่ีสุด 4.17 1.168 มาก รวมเฉลี่ย 4.64 0.866 มากทีสุ่ด 4.37 1.232 มาก 241 ภาคผนวก จ คู่มือการด าเนินงาน 242 คู่มือการด าเนินงานการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน โดย วันชัย หวังสวาสดิ์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 243 ค าน า เอกสารแนวทางการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน เป็นส่วน หนึ่ ง ข อ งก า รศึ กษ า ในหลัก สู ต ร ศึ กษ าดุษ ฎีบัณฑิ ต ส าข ากา รบ ริ หา ร กา ร ศึ กษ า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งเป็นผลการศึกษาวิจัยเร่ือง รูปแบบการ บริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เอกสารการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ประกอบด้วย เนือ้หา 2 ส่วน ประกอบด้วยส่วนบทน าและส่วนเนือ้หา ซึ่งผู้ วิจยัและผู้พฒันาเอกสารฉบบันีห้วงั เป็นอย่างยิ่งให้ผู้ ใช้เอกสารฉบับนีส้ามารถน าไปประยุกต์ใช้เพ่ือการพัฒนาและการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนจนผู้ เรียนเกิดวิถีชีวิตประชาธิปไตย(คารวะธรรม ปัญญาธรรม สามคัคี ธรรม) ซึง่สามารถน าไปประยกุต์ใช้ได้ทกุโรงเรียน ทกุสงักดั วนัชยั หวงัสวาสดิ์ 244 สารบัญ เร่ือง หน้า บทน า 245 รูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียน 249 แนวทางการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย 263 กระบวนการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน 269 245 บทน า รัฐธรรมนญูหลายฉบบัได้บญัญตัแินวนโยบายด้านการสง่เสริมและให้การศกึษา แก่ประชาชนเก่ียวกบัการพฒันาการเมืองและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนัมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ รวมทัง้สง่เสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตัง้โดยสจุริตและเท่ียง ธรรม(ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน,2552) เน้นให้ประชาชนคนไทยได้มีสว่นร่วม ในการเมืองการปกครองอีกทัง้เพ่ือให้ประชาชนชาวไทยบรรลวุตัถปุระสงค์ในการธ ารงรักษาไว้ซึง่ เอกราช การเทิดทนูสถาบนัพระมหากษัตริย์เป็นประมขุและเป็นมิ่งขวญัของชาต ิการยดึถือระบอบ ประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์เป็นประมขุเป็นวิถีทางในการปกครองประเทศให้ประชาชนมี บทบาทในการเข้าไปมีสว่นร่วมในการปกครองประเทศ การตรวจสอบอ านาจรัฐอยา่งเป็นรูปธรรม นอกจากนี ้พระราชบญัญตัิการศกึษา 2542 วา่ด้วยความมุง่หมายและหลกัการหมวดท่ี 1 บท ทัว่ไป มาตราท่ี 7 เก่ียวกบัการจดักระบวนการเรียนรู้ท่ีรัฐหรือหนว่ยงานท่ีรับผิดชอบการจดั การศกึษาต้องมีหน้าท่ีมุง่ปลกูฝังจิตส านกึท่ีถกูต้องเก่ียวกบัการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอนัมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ รู้จกัรักษาและสง่เสริมสิทธิ หน้าท่ี เสรีภาพ ความเคารพกฎหมาย ความเสมอภาค และศกัดิ์ศรีความเป็นมนษุย์ มีความภาคภมูิใจใน ความเป็นไทย รู้จกัรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาตใิห้เกิดขึน้กบันกัเรียน (ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาแหง่ชาติ,2543) ถึงแม้วา่หลายประเทศจะมีรูปแบบการเมืองการปกครอง ท่ีอ้างวา่ประเทศของตน เป็นประชาธิปไตยกนัทัง้สิน้ แตก็่เตม็ไปด้วยความขดัแย้งทางสงัคม เป็นการเมืองประชาธิปไตยท่ี มีความซบัซ้อน ขาดความร่วมมือกนัระหว่างมวลสมาชิกภายในสงัคม มีแตก่ารแขง่ขนัและการ ตอ่รองเพ่ือให้ได้มาซึง่อ านาจ จนสง่ผลไปสูค่วามขดัแย้งในสงัคม (สกิุจเจริญรันตนกลุ, 2530) สงัคมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยท่ีดีนัน้จะต้องประกอบไปด้วยลกัษณะท่ีส าคญั 3 ประการ คือ 1) ปัจเจกบคุคลในสงัคมมีปรัชญาความเช่ือว่าเสรีภาพทางการเมืองของบคุคลเป็นสิ่งท่ีชอบ ด้วยกฎหมาย 2) กลุม่ผู้น าทางการเมืองซึง่เป็นคนกลุม่น้อยจะเข้าไปครอบครองต าแหนง่ทางการ เมืองและมีบทบาทในการปกครองคนสว่นใหญ่ในสงัคม 3) กลุม่ผู้น าทางการเมืองกลุ่มอ่ืนๆท่ีไมมี่ โอกาสในการปกครองคนสว่นใหญ่จะท าหน้าท่ีสอดสอ่งการกระท าอนัไมช่อบธรรมของผู้ปกครอง และในขณะเดียวกนัก็จะคอยโอกาสในการเข้ามามีบทบาทในการปกครองคนสว่นใหญ่ 246 ดงันัน้เพ่ือลดความขดัแย้งทางสงัคม และด ารงไว้ซึง่สงัคมท่ีนา่อยู่ สงัคมสงบสขุ และเพ่ือให้เป็นไปตามบทบญัญตัขิองพระราชบญัญตัิการศกึษาแหง่ชาต ิพ.ศ. 2542 จงึท าให้ ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานก าหนดนโยบายให้แตล่ะโรงเรียนต้องจดัการเรียน การสอนท่ีเน้นกิจกรรมพฒันาผู้ เรียนในเร่ืองของความเป็นประชาธิปไตย โดยผ่านการเรียนการ สอนท่ีหลากหลายรูปแบบ เชน่ ผา่นการเรียนรายวิชาสงัคมศกึษา หรือผา่นการท ากิจกรรมสภา นกัเรียน ซึง่ท าให้ในปัจจบุนัโรงเรียนระดบัการศกึษาขัน้พืน้ฐานมีการจดักิจกรรมท่ีสง่เสริมความ เป็นประชาธิปไตยเพ่ือปลกูฝังจิตส านกึของนกัเรียนให้ยึดมัน่ในวิถีประชาธิปไตย รู้จกัรับฟัง รวมทัง้ เคารพสิทธิของผู้ อ่ืนมาโดยตลอด(ส านกังานคณะกรรมการการประถมศกึษาแหง่ชาติ,2536) การ ให้ผู้ เรียนได้เรียนรู้เก่ียวกบัความเป็นประชาธิปไตย ภายใต้วิถีประชาธิปไตยท่ีดีท่ีจะต้องให้อิสระ ทางความคดิ เคารพสิทธิและหน้าท่ีของผู้ เรียนภายใต้หลกั 3 หลกัคือ 1) คารวะธรรม คือ การเคารพ ในสถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในทกุโอกาส ปฏิบตัติามกฎระเบียบของสงัคม วฒันธรรม ประเพณีท่ีดีงามทกุคนต้องเคารพซึง่กนัและกนั จะต้องให้เกียรตซิึง่กนัและกนัทัง้กาย วาจาและความคิดทกุคนยอ่มจะต้องเคารพในความคิดของผู้ อ่ืนทกุคนยอ่มจะแสดงความคิดเห็น ออกมาโดยไมล่ว่งเกินผู้ อ่ืน ยอ่มมีการให้โอกาสและเคารพในความคดิของทกุคน 2) ปัญญาธรรม คือการสง่เสริมให้นกัเรียนไม่ถือตนเป็นใหญ่ รู้จกัรับฟังความคิดเห็นของผู้ อ่ืน ยอมรับและปฏิบตัิ ตามมตขิองเสียงข้างมาก ใช้เหตผุลในการตดัสินใจ หรือในการเรียนรู้ ใช้กระบวนการกลุม่หรือ การแสดงความคดิเห็นด้วยสตปัิญญาและเหตผุล และ 3) สามคัคีธรรม คือ การร่วมมือกนัในการ เรียนรู้หรือการท างาน โดยใช้กระบวนการกลุม่ได้แก่ การวางแผนการท างาน การท างานด้วยความ ตัง้ใจและรับผิดชอบตอ่งาน ยดึถือประโยชน์สว่นรวมมากกวา่ประโยชน์สว่นตน รู้จกัการประนีประนอม การแบง่ปันกนัและกนั การประสานงานกนั นอกจากนีว้ิถีประชาธิปไตยท่ีดีต้องเคารพในสิทธิ หน้าท่ีและเสรีภาพซึง่กนัและกนั เคารพความคิด เหตผุล ความสามารถ การตดัสินใจและการ กระท าของผู้ อ่ืน การแสดงความคดิเห็นหรือการกระท าต้องไมล่ว่งเกินผู้ อ่ืน มีการแบง่ปัน รับอาสา กนัท างานตามความสามารถใช้การมีสว่นร่วมในการท างาน นอกจากนีต้้องมีความเช่ือมัน่ใน วิถีทางปัญญา ท างานหรือกิจกรรมใด ๆ ด้วยความรอบคอบ เช่ือในหลกัเหตผุล ความเทา่เทียมกนั และเสรีภาพทางความคดิ (ทิศนา แขมณี,2522 ; พจน์ สะเพียรชยั, 2524 ; Dewey, 1976) จากเหตผุลดงักลา่วข้างต้นการพฒันารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน จะชว่ยสร้างสงัคมการเมืองแบบประชาธิปไตยให้ เกิดขึน้ และการจดัท าคูมื่อการพฒันารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานจะท าให้เข้าใจถึงขึน้ตอนในการด าเนินการจดัท ารูปแบบ อนั 247 จะเป็นประโยชน์ตอ่การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษา ขัน้พืน้ฐานตอ่ไป วัตถุประสงค์ของการน ารูปแบบไปใช้ 1. เพ่ือน ารูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานไปใช้ 2. ประเมินผลการใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน คู่มือการจัดกิจกรรมการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกัดส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขัน้พืน้ฐานไปใช้ในสถานศึกษา คูมื่อการจดักิจกรรมการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานไปใช้ในสถานศกึษานัน้ได้ด าเนินการเน้นการน าวิถี ประชาธิปไตยมาจดัการในรูปแบบของกิจกรรมท่ีตอบสนองตอ่พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยทัง้ 3 ด้านคือ ด้านคารวะธรรม ปัญญาธรรมและสามคัคีธรรม โดยเป็นการน ารูปแบบการบริหารแบบ มีสว่นร่วมมาบรูณาการการท างานทัง้ 3 องค์ประกอบเช่นเดียวกนัคือ การวางแผน การสัง่การ และการควบคมุทัง้นีก้ารด าเนินกิจกรรมดงักลา่วน าไปสูจ่ดุมุง่หมายสงูสดุของหลกัประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนญูฉบบัปัจจบุนัของไทยคือการปฏิบตัิตนตามสิทธิ เสรีภาพและหน้าท่ีของตนเองได้ อยา่งถกูต้อง คูมื่อการด าเนินการตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการศกึษาขัน้พืน้ฐานมีอยู่ด้วยกนั 3 องค์ประกอบหลกัคือ องค์ประกอบหลกัท่ี 1 การบริหารแบบมีสว่นร่วม มี 3 องค์ประกอบย่อย 19 ตวั บง่ชี ้ องค์ประกอบหลกัท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย มี 2 องค์ประกอบย่อย 12 ตวับง่ชี ้ องค์ประกอบหลกัท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษามี 3 องค์ประกอบยอ่ย 11 ตวับง่ชี ้ องคป์ระกอบหลกัท่ี 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย มี 3 องค์ประกอบยอ่ย 12 ตวับง่ชี ้ 248 ค านิยาม 1. รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน หมายถึง แนวทางในการ ด าเนินงานบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการศกึษาขัน้พืน้ฐาน เพ่ือให้ นกัเรียนด าเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การบริหารแบบมีสว่นร่วมท่ีมีขัน้ตอนการ วางแผนการสัง่การ และการควบคมุ โดยผ่านองค์ประกอบประชาธิปไตย ด้านหลกัสตูร สถานศกึษาท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษา และการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 249 การสร้างบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมท่ี สง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน หลกัสตูรสถานศกึษา ท่ีสง่เสริมวิถี ประชาธิปไตยใน โรงเรียน กิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตย โรงเรียน รูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขัน้พืน้ฐาน ภาพประกอบ 11รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งต่อเน่ืองและย ัง่ยนื หลกัการบริหาร แบบมส่ีวนร่วม 250 รูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการ การศกึษาขัน้พืน้ฐานประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ มีดงันี ้ องค์ประกอบท่ี 1 การบริหารแบบมีสว่นร่วม องค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบท่ี 3 การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน องค์ประกอบท่ี 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยรายละเอียดขององค์ประกอบท่ี 2,3และ 4 อยูภ่ายใต้องค์ประกอบการบริหาร แบบมีสว่นร่วมทกุขัน้ตอน ดงันี ้ ตาราง 21 รูปแบบและการด าเนินงานตามองค์ประกอบย่อย/ตวับง่ชี ้ รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 1. การบริหารแบบมีสว่นร่วม 1.1 การวางแผน 1. ผู้บริหารและคณะครู/บคุลากรทางการศกึษา นกัเรียน คณะกรรมการสถานศกึษา ผู้ปกครองและผู้ มีสว่น เก่ียวข้องตามสดัสว่นท่ีโรงเรียนก าหนดเป็น คณะกรรมการ ร่วมกนัด าเนินการวิเคราะห์ สถานการณ์รอบด้านทัง้ภายนอกภายในและร่วมกนั ก าหนดทิศทางของสถานศกึษา 2. คณะกรรมการร่วมกนัด าเนินการก าหนดวิสยัทศัน์/ พนัธกิจ เป้าประสงค์ด้านการด าเนินงานท่ีตอบสนอง ตอ่ความมีวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 3. คณะกรรมการร่วมกนัออกแบบด าเนินการจดัท าแผน กลยทุธ์ กิจกรรมโครงการเก่ียวกบัประชาธิปไตยใน โรงเรียน 1.2 การสัง่การ 1. ผู้บริหารส่ือสารสร้างความตระหนกั ความรู้ความ เข้าใจให้กบัคณะครู บคุลากร นกัเรียน ผู้ปกครอง ผู้ มี สว่นเก่ียวข้องให้เข้าใจหลกัการและเป้าหมายของการ ด าเนินการประชาธิปไตยในโรงเรียน 2. ผู้บริหารและคณะครู/บคุลากรทางการศกึษาร่วมกนั 251 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ ด าเนินการออกค าสัง่ให้ผู้ ท่ีรับผิดชอบไปขบัเคล่ือนงาน ตามความถนดัและความสนใจตามสมรรถนะท่ี สามารถด าเนินการได้ 3. ครูและบคุลากรทางการศกึษาท่ีเก่ียวข้องกบักิจกรรม นัน้ประสานงานกบัหนว่ยงานอ่ืนๆกรณีท่ีมีภาระงาน ผกูพนั 1.3 การควบคมุ 1. คณะกรรมการก าหนดเป้าหมายของการก ากบัตดิตาม ประเมินผลร่วมกนัด าเนินการก าหนดปฏิทินการ ปฏิบตังิานให้มีความครอบคลมุกบัแผนปฏิบตังิาน กิจกรรม โครงการท่ีวางไว้ 2. ก าหนดพฤติกรรมท่ีพงึประสงค์ของบคุลากรในคา่นินม ด้านพฤตกิรรมประชาธิปไตยท่ีชดัเจน 3. ก าหนดกิจกรรมหรือวิธีการท่ีสง่เสริมให้บคุลากรมี พฤตกิรรมประชาธิปไตยตามท่ีต้องการ 4. ประเมินผลทกุรอบการปฏิบตังิาน(ตัง้แตก่ารวางแผน ของผู้ปฏิบตั ิการสัง่การในกลุม่โครงสร้างในค าสัง่แต่ ละฝ่าย การรายงานผลปฏิบตังิาน) น าผลการ ปฏิบตังิานมาเสนอทกุครัง้หลงัปฏิบตังิานเสร็จทนัที AAR(After Action Review) 5. บ ารุงขวญัก าลงัใจ เสริมแรงแก่ผู้ปฏิบตังิานได้ตาม เกณฑ์และเป้าหมายท่ีร่วมกนัก าหนดไว้ 6. ประชมุทกุครัง้ท่ีมีการน าเสนอผลการปฏิบตังิานของ แตล่ะกิจกรรม(ท่ีประชมุคณะกรรมการชดุใหญ่ขัน้ท่ี 1 ทราบ)ความก้าวหน้าและผลการปฏิบตังิานเพื่อ วางแผนพฒันาหรือปรับปรุงตอ่ไป 252 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 2. หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริม วิถีประชาธิปไตย 2.1 หลกัสตูรแกนกลาง การศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551 บรูณาการ และสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตย) ขัน้การวางแผน 1. ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน และภาพ อนาคตเดก็เยาวชนต้องการผลิตให้เป็นพลเมืองท่ีดี ของสงัคมและประเทศชาตโิดยคณะกรรมการตาม สดัสว่นท่ีโรงเรียนก าหนด 2. การก าหนดจดุมุง่หมายของหลกัสตูรแกนกลาง การศกึษาขัน้พืน้ฐาน พทุธศกัราช 2551ท่ีเน้นความ เป็นประชาธิปไตย 3. ก าหนดสาระการเรียนรู้ตา่งๆ ในทกุกลุม่สาระการ เรียนรู้พร้อมทัง้บรูณาการและสอดแทรกเนือ้หาวิถี ประชาธิปไตย 4. ก าหนดกิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกบัประชาธิปไตยใน โรงเรียน 5. การควบคมุก ากบัตดิตามการด าเนินงานโดยการ ก าหนดบทบาทหน้าท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมของ หลกัสตูรกบัประชาธิปไตยในโรงเรียน ขัน้ส่ังการ 1. ออกค าสัง่ผู้ รับผิดชอบเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมของ หลกัสตูรบรูณาการสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยใน โรงเรียน 2. ร่วมประสานงานกบัผู้ ท่ีเก่ียวข้องกบัการด าเนิน กิจกรรมของหลกัสตูรบรูณาการและสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตยในโรงเรียน 3. ให้ความร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณใน การด าเนินการกิจกรรมการจดัท าหลกัสตูรบรูณาการ และสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 253 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ การควบคุม 1. ก าหนดเป้าหมายกิจกรรมการจดัท าหลกัสตูรบรูณา การและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 2. ประชมุคณะกรรมการผู้ รับผิดชอบการจดัท าหลกัสตูร ประชาธิปไตยในโรงเรียนเพ่ือปรับปรุงการด าเนิน กิจกรรมอยา่งตอ่เน่ือง 3. ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการจดัท าหลกัสตูร บรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 4. การให้ขวญัก าลงัใจผู้ปฏิบตัิงานกบัผู้ ท่ีเก่ียวข้อง 5. การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหาร ครูบคุลากรและ ผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 2.2 แนวทางการจดัการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้บรูณาการ และสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตย ขัน้การวางแผน 1. ศกึษาวิเคราะห์ความต้องการและภาพอนาคตจาก หลกัสตูรทกุกลุม่สาระสู่การปฏิบตัิออกแบบการเรียนรู้ บรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 2. การก าหนดจดุมุง่หมายของแนวทางการจดัการเรียนรู้ ทกุกลุม่สาระการเรียนบรูณาการและสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตย 3. ก าหนดแนวทางการจดัการเรียนรู้ทกุสาระการเรียนรู้ บรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 4. ก าหนดเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ บรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 1) คูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย 2) จดักิจกรรมการเรียนการสอนเพิ่มเตมิในทกุกลุม่ บรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 3) หลกัสตูรประวตัศิาสตร์และหน้าท่ี พลเมือง 4) หลกัสตูรตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 5) หลกัสตูรลกูเสือ เนตรนารี 254 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 6) หลกัสตูรกิจกรรมพฒันาผู้ เรียน 5. การควบคมุก ากบัตดิตามการด าเนินงานโดยการ ก าหนดบทบาทหน้าท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรม จดัท าเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้สาระบรูณาการ และสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย ขัน้ส่ังการ 1.ออกค าสัง่ผู้ รับผิดชอบเก่ียวกบัการจดัท าเคร่ืองมือ ในการจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้บรูณาการและ สอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 2.ร่วมประสานงานกบัผู้ ท่ีเก่ียวข้องกบัการด าเนิน กิจกรรมของการจดัท าเคร่ืองมือในการจดัการเรียนรู้บรูณา การและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 3.ให้ความร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณใน การด าเนินการกิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือในการจดัการ เรียนรู้สาระการเรียนบรูณาการและสอดแทรกวิถี ประชาธิปไตย การควบคุม 6. ก าหนดเป้าหมายกิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือในการ จดัการเรียนรู้สาระการเรียนบรูณาการและสอดแทรก วิถีประชาธิปไตย 7. ประชมุคณะกรรมการผู้ รับผิดชอบการจดัท าเคร่ืองมือ ในการจดัการเรียนรู้สาระการเรียนบรูณาการและ สอดแทรกวิถีประชาธิปไตยเพ่ือปรับปรุงการด าเนิน กิจกรรมอยา่งตอ่เน่ือง 8. ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการจดัท าเคร่ืองมือใน การจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้บรูณาการและ 255 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ สอดแทรกวิถีประชาธิปไตย 1. บ ารุงขวญัก าลงัใจแก่ครู บคุลากรท่ีปฏิบตังิานเป็นไป ตามเป้าหมายท่ีวางไว้(เน้นทีมปฏิบตั)ิ 2. การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหาร ครูบคุลากรและ ผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 3. การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศกึษา ขัน้การวางแผน 1. คณะกรรมการจากชดุท่ี 1 ท าการศกึษาวิเคราะห์ พฤตกิรรมนกัเรียน 2. การก าหนดจดุมุง่หมายของแนวทางการจดักิจกรรม เพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา 3. ก าหนดแนวทางการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศกึษา 4. ออกแบบกิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษาดงันีคื้อ 4.1จดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ 1) กิจกรรมเสริมสร้างระเบียบวินยั 2) กิจกรรมแสดงออกถึงความรัก สถาบนัชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 3) กิจกรรมสง่เสริมคา่นิยม 12 ประการ 4.2 จดักิจกรรมการฝึกฝนวิถีประชาธิปไตยนอก ห้องเรียน 4.2.1 กิจกรรมกลุม่ปฏิบตั ิโรงเรียนมอบให้นกัเรียน ปฏิบตัเิป็นกลุม่ในตอนเช้า เท่ียง เย็น 1) กิจกรรมกลุม่โซน นกัเรียนมีสว่นร่วมในการ ดแูลรักษาความสะอาดบริเวณตวัเองรับผิดชอบ 2) กิจกรรมพฒันาห้องเรียน 3) กิจกรรมการปกครองตนเอง การแตง่กาย การท าความเคารพ การรักษากฎระเบียบของโรงเรียน 256 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 4.2.2 จดักิจกรรมหน้าเสาธง 1) ผู้น านกัเรียนหรือสภานกัเรียนเป็นผู้ออกแบบ และน ากิจกรรม 4.2.3 จดักิจกรรมคณะกรรมการนกัเรียน(สภา นกัเรียน) 4.2.4 จดักิจกรรมอ่ืนๆท่ีชว่ยสร้างวิถีประชาธิปไตยใน โรงเรียน เชน่ 1)กิจกรรมออมทรัพย์ 2) กิจกรรมธนาคารความดี 3)กิจกรรมสหกรณ์โรงเรียน 4)กิจกรรมเกษตรเพ่ืออาหารกลางวนั 5) กิจกรรมห้องสมดุ 6) กิจกรรมผู้น านกัเรียนฝ่ายสง่เสริมอนามยั 7) กิจกรรมวนัส าคญัทางศาสนา 4.3 กิจกรรมฝึกฝนวิถีประชาธิปไตยในห้องเรียน 4.3.1 กิจกรรมการปกครองในห้องเรียน นกัเรียนเลือก หวัหน้าห้อง รองหวัหน้าห้อง โดยการยกมือให้คะแนนเสียง ท าหน้าท่ีปกครองห้องเรียน การสร้างข้อตกลงร่วมกนัของ นกัเรียนและครูประจ าชัน้ 4.3.2 กิจกรรมเสนอขา่วและเหตกุารณ์ ในชว่งตอนเช้าหรือ คาบโฮมรูม วนัละ 10 นาที นกัเรียนรู้จกัเลือกข่าว วิเคราะห์ข่าว โดยคณะกรรมการห้องเรียน 4.3.3 กิจกรรมการเรียนการสอน ใช้รูปแบบกลุม่ 3-5 คน หรือกลุม่ใหญ่แล้วแตเ่นือ้หาวิชาท่ีสอน สมาชิกกลุม่มี โอกาสจบักลุม่กนัเอง เลือกหวัหน้ากลุม่ รองและ เลขานกุารกลุม่ เพื่อศกึษาค้นคว้าอภิปรายผล 257 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 5. การควบคมุก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยการ ก าหนดบทบาทหน้าท่ีเก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมเพ่ือ สร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน ขัน้ส่ังการ 1)สร้างความรู้ความเข้าใจ เก่ียวกบัการด าเนินกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน โรงเรียนแก่ผู้ มีสว่นเก่ียวข้องตลอดจนผู้ปกครอง ชมุชน 2)ออกค าสัง่มอบหมายงานผู้ รับผิดชอบเก่ียวกบัการ ด าเนินกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน 3) ร่วมประสานงานกบัผู้ ท่ีเก่ียวข้องกบัการด าเนิน กิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา 4) ให้การสนบัสนนุเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณและ ทพัยากรตา่งๆ ในการด าเนินกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตยในโรงเรียน การควบคุม 1)ก าหนดเป้าหมายการด าเนินกิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในโรงเรียน 2). ประชมุคณะกรรมการผู้ รับผิดชอบการด าเนินกิจกรรม เพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา 3). ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมเพื่อสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศกึษาและAAR (After Action Review)ทนัทีเม่ือด าเนินกิจกรรมใดกิจกรรมหนึง่เสร็จสิน้ 4). การให้ขวญัก าลงัใจเป็นทีมปฏิบตัขิณะปฏิบตังิานและ งานเสร็จสิน้ทกุครัง้ 5). การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผู้บริหาร ครูบคุลากร และผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 258 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 4. การจดับรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย 4.1 สภาพแวดล้อมด้าน กายภาพ ขัน้วางแผน 1. ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้านของโรงเรียน และชมุชนในเขตบริการ และเครือข่ายใกล้เคียง 2.การก าหนดจดุมุง่หมายของการจดัสภาพแวดล้อมทาง กายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนโดย คณะกรรมการท่ีโรงเรียนแตง่ตัง้จากผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 3. ก าหนดแนวทางการจดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยเป็นการก าหนด จดุดงัคือ บริเวณ อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึง ความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความ สร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยัคุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 4.การควบคมุก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยการก าหนด บทบาทหน้าท่ีเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ขัน้ส่ังการ 5.ออกค าสัง่มอบหมายงานผู้ รับผิดชอบเก่ียวกบัการจดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 6.ร่วมประสานงานและระดมทรัพยากรกบัผู้ ท่ีเก่ียวข้องกบั การจดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพ่ือสง่เสริม ประชาธิปไตยในโรงเรียน 7.ให้ความร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการ จดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย 259 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ ในโรงเรียน การควบคุม 8.ก าหนดเป้าหมายการจดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 9. ประชมุคณะกรรมการสร้างความเข้าใจผู้ รับผิดชอบการ จดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน 10. ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมจดัสภาพแวดล้อมทาง กายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนAAR(After Action Review) ทนัทีเม่ือด าเนินการเสร็จสิน้ 11. การบ ารุงขวญัก าลงัใจแก่ผู้ ท่ีเก่ียวข้อง 12. การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผู้บริหาร ครูบคุลากร และผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 4.2 สภาพแวดล้อมด้าน วิชาการ ขัน้การวางแผน 1. ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน 2. การก าหนดจดุมุง่หมายของการจดัสภาพแวดล้อม ทางด้านวิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 3. ก าหนดแนวทางการจดัสภาพแวดล้อมทางด้าน วิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ทัง้นีจ้ะ ด าเนินการจดัสภาพแวดล้อม 2 ด้านคือ ด้านสภาพแวดล้อมวิชาการ มี 3 ประเด็นคือ 1)การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและนอกห้องเรียน 2)การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ 3) การจดัป้ายนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน ด้านสภาพแวดล้อมด้านบริหารจัดการมี 8 ประเด็น คือ 260 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 1)การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียน 2)การสง่เสริมความสมัพนัธ์กบัชมุชนและหนว่ยงาน ตา่งๆ 3)การสร้างเครือขา่ยประชาธิปไตยในโรงเรียนกบั โรงเรียนตา่งๆ 4)การแลกเปล่ียนเรียนรู้และการศกึษาดงูาน 5)การอภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดย มีครูเป็นผู้แนะน าและให้ค าปรึกษา 6)การสง่เสริมให้มีการโต้วาทีภายในโรงเรียน 7)การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ประชาธิปไตยภายใน โรงเรียน 8)การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงภายในโรงเรียน 4. ควบคมุก ากบัติดตามการด าเนินงานโดยก าหนด บทบาทหน้าท่ีเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดล้อมทางด้าน วิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ขัน้ส่ังการ 5.ออกค าสัง่ผู้ รับผิดชอบเก่ียวกบัการจดัสภาพแวดล้อม ทางด้านวิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 6.ร่วมประสานงานกบัผู้ ท่ีเก่ียวข้องกบัการจดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียน 7.ให้ความร่วมมือเก่ียวกบัสถานท่ีและงบประมาณในการ จดัสภาพแวดล้อมทางกายภาพเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน การควบคุม 8.ก าหนดเป้าหมายการจดัสภาพแวดล้อมทางด้าน วิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 261 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ 9. ประชมุคณะกรรมการผู้ รับผิดชอบการจดั สภาพแวดล้อมทางด้านวิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตย ในโรงเรียน 9.ประเมินผลการด าเนินกิจกรรมการจดัสภาพแวดล้อม ทางด้านวิชาการเพ่ือสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน AAR (After Action Review)ทนัทีเม่ือด าเนินการเสร็จสิน้ 10.การช่ืนชมให้ขวญัก าลงัใจแก่ผู้ปฏิบตังิานท่ีเก่ียวข้อง 11.การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผู้บริหาร ครูบคุลากรและ ผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 4.3 สภาพแวดล้อมด้าน บริหาร ขัน้การวางแผน 1. ศกึษาวิเคราะห์สภาพปัจจบุนั ปัญหาโดยรอบด้าน จากผู้ มีสว่นเก่ียวข้องทกุภาคสว่น รวมทัง้นกัเรียน 2. ก าหนดวิสยัทศัน์ เป้าหมาย การสร้างเครือขา่ย ระหวา่งหนว่ยงาน บคุลากรในองค์กร นกัเรียน และผู้ มีสว่นเก่ียวข้องทกุฝ่าย 3. ก าหนดกรอบงาน แนวทาง ปรัชญาการบริหารจดัการ ท่ีชดัเจน 4. ประชมุชีแ้จงท าความเข้าใจ สร้างความตระหนกัแก่ผู้ มีสว่นได้สว่นเสีย 5. ก าหนดระยะเวลา ปฏิทินการระดมความคิดเห็นใน ด้านตา่ง ๆ อยา่งเป็นรูปธรรม ขัน้ส่ังการ 1. ออกค าสัง่/ประกาศ แตง่ตัง้คณะกรรมการรับผิดชอบ งาน ด าเนินการประชาธิปไตยในโรงเรียนอย่าง ครอบคลมุ 2. ท าการประชาสมัพนัธ์ ส่ือสารแก่ผู้ ร่วมงาน และผู้ มี สว่นได้สว่นเสียทกุฝ่าย 3. จงูใจบคุลากรผู้ปฏิบตังิาน เสริมขวญัก าลงัใจ ก่อน ระหวา่ง และหลงัปฏิบตังิาน 262 รูปแบบ การด าเนินงานตามองค์ประกอบยอ่ย/ตวับง่ชี ้ การควบคุม 1. ก าหนดมาตรฐาน เป้าหมายเชิงปริมาณ/เชิงคณุภาพ ของงานอย่างชดัเจนให้ความรู้ ความเข้าใจ ก่อน ระหวา่ง หลงัปฏิบตังิานทนัทีเม่ือเสร็จสิน้แตล่ะระยะ 2. จดัท าคูมื่อการพรรณนางานการบริหารฝ่ายงาน ตา่ง ๆ 3. ก ากบั ติดตาม ผลการด าเนินงาน AAR (After Action Review) 4 สรุปรายงานผลการปฏิบตังิานตอ่ผผู้ มีส่วนเก่ียวข้อง ทราบ 263 แนวทางการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้พืน้ฐาน การด าเนินงานการตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศึกษาขัน้พืน้ฐานประกอบด้วยองค์ประกอบท่ีส าคญัใน 4 ด้าน คือ การบริหาร แบบมีส่วนร่วม หลักสูตรสถานศึกษาท่ีส่งเสริมประชาธิปไตย การจัดกิจกรรมเพ่ือสร้างวิถี ประชาธิปไตยในสถานศึกษา การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียนดงันี ้ การบริหารแบบมีส่วนร่วม ผู้บริหารสถานศึกษา ชีใ้ห้เห็นความส าคญัของการมีส่วนร่วมในการวางแผนเพ่ือ ด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียนให้ประสบความส าเร็จ ส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากร ผู้ ปกครอง ผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียกับโรงเรียน ตลอดจนนักเรียนได้ร่วมกันคิด ร่วมวางแผน ร่วม ด าเนินการทกุขัน้ตอนในการท่ีจะด าเนินการจดัท าหลกัสตูรหรือน าหลกัสตูรเก่ียวกบัประชาธิปไตย มาออกแบบสู่การจดักิจกรรมการเรียนการสอน การวางแผนจดักิจกรรมท่ีส่งเสริมประชาธิปไตย การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน เร่ิมตัง้แต่ 1. การวางแผน 1.1 การวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบสถานศกึษา ศกึษาจดุออ่น จดุแข็ง โอกาส หรือ อปุสรรคท่ีน่าจะมีเก่ียวกบัการด าเนินงานตา่งๆของโรงเรียน โดยการวิเคราะห์จากครูบคุลากร นกัเรียน ผู้ปกครอง กรรมการสถานศกึษารวมถึงผู้ มีสว่นได้สว่นเสียกบัโรงเรียน จดัล าดบั ความส าคญัจดุอ่อน จดุแข็ง ปัญหา โอกาสท่ีเกิดขึน้ตามล าดบั 1.2 การก าหนดวตัถปุระสงค์ ก าหนดวิสยัทศัน์/พนัธกิจท่ีเน้นสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน ผู้บริหารร่วมกับผู้ มี ส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนก าหนดวตัถปุระสงค์เก่ียวกบัการด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียน อย่างเป็นรูปธรรม มองเห็นอนาคตมีระยะเวลาแห่งความส าเร็จทัง้ระยะสัน้ ระยะปานกลางและ ระยะยาว 264 1.3 ขัน้การวางแผน การก าหนดรายละเอียดของกิจกรรมท่ีครอบคลมุงานหรือในทุก ภารกิจของโรงเรียนจะท าให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยแต่ละกลุ่มจะมีกิจกรรมจะมุ่งให้บรรลุ เป้าหมายเดียวกนั และแต่ละแผนงานจะประกอบด้วยงานงานประจ ากิจกรรมการเรียนการสอน และโครงการ/กิจกรรมต่างๆท่ีเก่ียวข้องซึ่งเป็นหน่วยเล็กท่ีสุด การวางแผนระบุวตัถุประสงค์และ เป้าหมายเฉพาะอนัจะน าไปสู่การปฏิบตัิโดยใช้เป็นหน่วยเล็กท่ีสุดของแผนไปสู่การปฏิบตัิโดยใช้ ทรัพยากรท่ีก าหนด ดงันัน้ในขัน้นีโ้ครงการจึงต้องประกอบด้วยกิจกรรมท่ีตอบสนองนโยบายและ เป้าหมายท่ีวางไว้ร่วมกนั ซึ่งคณะท างานจะต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบในการก าหนดโครงการ ตามแผนงานโดยใช้แบบฟอร์มเพ่ือการวิเคราะห์ในการะดมสมองเพ่ือหามาตรการในการแก้ปัญหา ให้ส าเร็จตามเป้าหมายแล้วพิจารณาเลือกมาตรการท่ีเหมาะสมท่ีสุด เขียนเป็นโครงการท่ีจะ น าไปสูก่ารปฏิบตัติอ่ไป 1.4 ขัน้น าแผนไปสู่การปฏิบตัิ ในขัน้นีผู้้ รับผิดชอบและผู้ปฏิบตัิงานตา่ง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง น าแผนไปด าเนินการตามท่ีได้รับมอบหมายท่ีได้รับอนุมัติจากผู้ บริหารแล้วมาจัดท าปฏิทิน ปฎิบัติงานตนเอง รวมทัง้ท าแผนการติดตามควบคุมก ากับ และประเมินผล จัดท าแผนการ ติดตามท่ีได้รับจัดสรรแล้วประชุมประสานงานร่วมกับทุกหน่วยงานย่อยในโรงเรียนท่ีมีหน้าท่ี รับผิดชอบในแต่ละแผนงานเพ่ือความราบร่ืนในการปฏิบตัิตามแผน ซึ่งผู้บริหารจะติดตามการ ปฏิบตัิงานโดยยึดแผนงานโครงการตามระยะเวลาท่ีก าหนดเป็นแนวทางในการควบคมุดแูลการ ปฏิบตัิงานทัง้นีเ้ม่ือน าคู่มือการด าเนินงานตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักัด ส านกังานคณะกรรมการศกึษาขัน้พืน้ฐานมีรายละเอียดการด าเนินงานดงันี ้ 1.4.1 สร้างความรู้ความเข้าใจและชีแ้จงผู้บริหารและบคุลากรในสถานศกึษาท่ี ทดลองใช้โดยสร้างความเข้าใจเก่ียวกบัวิธีการด าเนินการตามรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักัดส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขัน้พืน้ฐานโดยการประชุมชีแ้จงเก่ียวกับการใช้ คู่มือการด าเนินงานตามรูปแบบ การประเมิน และ การประเมินผลการทดลองใช้ รูปแบบการ บริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน แก่โรงเรียนท่ีทดลองใช้ 1.4.2 การด าเนินงานตามรูปแบบ การปฏิบตังิานตามภารกิจและขอบขา่ยการ บริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนโดยให้ผู้บริหารและครูทกุคนในโรงเรียนได้ศกึษาเอกสารและมีการ อภิปรายซกัถามร่วมกนัด าเนินงานในด้านการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนใน 4 องค์ประกอบ หลกั ดงันี ้ 1. การบริหารแบบมีสว่นร่วม 2. หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 265 3. การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา 4. การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย 1.5 ขัน้ติดตามประเมินและปรับแผน ระหว่างการปฏิบตัิตามแผนผู้ ท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง จะต้องประเมินผลก่อนปฏิบตัิ ระหว่างปฏิบตัิ และเม่ือสิน้สุดแผนหรือโครงการตามระยะเวลาท่ี ก าหนด ข้อมลูตา่ง ๆ ท่ีได้จากการประเมินจ าน าไปเป็นข้อมลูป้อนเข้าในการวางในครัง้ตอ่ไปหรือ ช่วงต่อไป การติดตามและประเมินผลการปฏิบตัิตามแผนเป็นสิ่งท่ีส าคญัมาก เพราะจะช่วยให้ ทราบวา่แผนงาน โครงการใดควรยกเลิกท าหรือขยายตอ่ ก าหนดแนวทางในการแก้ปัญหาในการ ปฏิบัติงานตามแผนอันอาจท าให้เกิดความยุ่งยากซ า้ซ้อนในการปฏิบัติงานน ามาซึ่งความ สิน้เปลืองงบประมาณโดยไม่จ าเป็นส าหรับขัน้ติดตามและการประ เมินผลการบริหารงาน ประชาธิปไตยในโรงเรียนนัน้ในประเด็นการประเมินก่อนการน ารูปแบบมาใช้ผู้บริหาร ครู บคุลากร จะต้องน าเสนอการด าเนินการตามคู่มือการด าเนินงานประชาธิปไตยในโรงเรียนแต่ละ องค์ประกอบวา่มีความเหมาะสม หรือเพิ่มเตมิ มีข้อเสนอแนะในการด าเนินการอย่างไรบ้าง 2. การส่ังการ การสั่งการเป็นขัน้ตอนการการบริหารงานของผู้ บริหารโรงเรียนหลักจากท่ีได้มีการ วางแผนไว้ดีแล้ว นบัเป็นขัน้ตอนท่ีส าคญัท่ีสดุในกระบวนการบริหารเพ่ือให้สามารถน าแผนสู่การ ปฏิบตัิท่ีมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ส าหรับการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนนัน้ ผู้บริหารจะต้องใช้รูปแบบในการสัง่การดงันี ้ 2.1 จากองค์ประกอบการบริหารแบบมีสว่นร่วม 1)ใช้รูปแบบการจงูใจแก่ครูบคุลากร 2)การติดตอ่ส่ือสารเช่ือมโยงวิสยัทศัน์กบับคุลากรในสถานศกึษา 3) การออกค าสัง่แตง่ตัง้ผู้ รับผิดชอบชดัเจน 4)การใช้ภาวะผู้น ากบัผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง 5)การประสานงานกบัผู้ มีส่วนเก่ียวข้องและหนว่ยงานตา่งๆ 2.2 จากองค์ประกอบท่ี 2 หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 1)ก าหนดจดุหมายของการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนท่ีมีความ สอดคล้องกบัหลกัสตูรแกนกลางบรูณาการสอนแทรกวิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระในค าอธิบาย รายวิชา 266 1.1) ก าหนดสาระตา่งๆ ท่ีเก่ียวข้องกบัวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน ในกลุม่ สาระการเรียนรู้ 1.2) ก าหนดเนือ้หาบรูณาการและสอดแทรกวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน ในทกุกลุม่สาระการเรียน 1.3) ก าหนดรูปแบบการบรูณาการวิถีประชาธิปไตยทกุกลุม่สาระการ เรียนรู้ 1.4) ก าหนดสิ่งท่ีจะได้กบันกัเรียนหลงัจากการน าเนือ้หาการเรียนรู้วิถี ประชาธิปไตยในโรงเรียนมาบรูณาการทกุกลุม่สาระ 1.5) ก าหนดโครงสร้างรายวิชาพืน้ฐานสงัคมฯไปจนถึงการจดัท าแผนการ จดัการเรียนรู้ทกุรายวิชา 2) ก าหนดแนวทางการจดัการเรียนรู้สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษาศาสนาและวฒันธรรม 2.1) จดัท าคูมื่อการจดักิจกรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตย 2.2) จดักิจกรรมการเรียนการสอนการเรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียน เพิ่มเตมิบรูณาการในกลุม่สาระการเรียนรู้สงัคมศกึษา ศาสนาและวฒันธรรม 2.3) จัดท าการเรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียนบูรณาการในหลักสูตร ประวตัศิาสตร์และหน้าท่ี พลเมือง 2.4) จดัท าการเรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียนบรูณาการในหลกัสตูรตาม หลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2.5) จัดท าการเรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียนบูรณาการในหลักสูตร ลกูเสือ เนตรนารี 2.6) จดัท าการเรียนรู้ประชาธิปไตยในโรงเรียนบรูณาการในหลกัสตูรกิจกรรมพฒันาผู้ เรียน 2.3 องค์ประกอบท่ี 3 ก าหนดการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษา 2.3.1 ก าหนดแนวทางการจดักิจกรรมตามนโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ โดย 2.3.2 ก าหนดแนวทางการจดักิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยนอกห้องเรียน 2.3.3 จดักิจกรรมฝึกฝนประชาธิปไตยให้ห้องเรียน 2.3.4 จดักิจกรรมคา่ยลกูเสือ เนตรนารี โดย 267 2.3.5 กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดย 2.4 องค์ประกอบท่ี 4การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย 2.4.1 การจดัสภาพแวดล้อมด้านกายภาพ โดย 1) การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้อง ประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดอุปุกรณ์ตา่ง ๆ ท่ีค านงึถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มี ชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค์ สะดวกสบายตอ่การใช้มีความปลอดภยัคุ้มคา่ และเกิดประโยชน์ 2.4.2 จดัสภาพแวดล้อมด้านวิชาการโดย 1)การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการสอน ทัง้ในและนอก ห้องเรียน 2) การสนบัสนนุทางวิชาการตา่ง ๆ 3)การจดัป้ายนิเทศประชาธิปไตยในโรงเรียน 2.4.3 จดัสภาพแวดล้อมด้านการบริหารจดัการ โดย 1)การสง่เสริมความสมัพนัธ์ระหวา่งบคุลากรโรงเรียนการสง่เสริม ความสมัพนัธ์กบัชมุชนและหนว่ยงานตา่งๆ 2) การสร้างเครือขา่ยประชาธิปไตยในโรงเรียนกบัโรงเรียนตา่งๆ 3)การแลกเปล่ียนเรียนรู้และการศกึษาดงูาน 4) การอภิปรายข้อขดัแย้งท่ีเกิดขึน้ระหวา่งผู้ เรียน โดยมีครูเป็นผู้แนะน า และให้ค าปรึกษา 5) การสง่เสริมให้มีการโต้วาทีภายในโรงเรียน 6) การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ประชาธิปไตยภายในโรงเรียน 7)การจดัให้มีศนูย์การเรียนรู้ตามหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายในโรงเรียน 3. การควบคุมหลงัจากผู้บริหารโรงเรียนได้ปฏิบตัิหน้าท่ีในการบริหารทกุขัน้ตอนตัง้แต่ เร่ิมวางแผนก าหนดวิธีการและเป้าหมายในการปฏิบตัิงาน จดัองค์การโดยการมอบหมายอ านาจ หน้าท่ีเพ่ือให้เกิดการประสานงาน จดัคนเข้างานให้เหมาะสมกบัความรู้ความสามารถ และสัง่การ โดยการจงูใจให้บคุลากรเกิดความพึงพอใจในการท างานแล้ว การควบคมุจดัเป็นขัน้ตอนสดุท้าย ในกระบวนการการบริหารงานโรงเรียนซึ่งสามารถเช่ือมโยงเข้ากับขัน้ตอนการบริหาร ทัง้นีก้าร ควบคมุการท างานตามแผนงานการสัง่การประกอบด้วย 3 องค์ประกอบคือ 268 3.1 ก าหนดเป้าหมายในการควบคุมก าหนดเป้าหมายการควบคุมในเชิง สร้างสรรค์ท่ีการสร้างขวัญก าลังใจ ด้วยการมอบหมายงานและกระจายอ านาจให้เกิดความ คล่องตัว และส่งเสริมความรับผิดชอบในการท างานให้มากขึน้โดยมีเป้าหมายของงานเป็น เคร่ืองมือควบคมุ เพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีมีความส าคญัเท่าท่ีจ าเป็นทัง้นีใ้นการด าเนินการตามรูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนนัน้จะต้องด าเนินการจัดท าค าสั่งตามแผนงานท่ีผู้บริหาร จะต้องมอบหมายให้กับครู เจ้าท่ีท่ีเก่ียวข้องกับการจัดท ากิจกรรมได้รับทราบพร้อมทัง้วิธีการ ด าเนินการในแตล่ะกิจกรรมได้เข้าใจรูปแบบของการด าเนินกิจกรรมโดยการประชมุ 3.2 การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิานน าไปสูก่ารวดัผลงานและ เปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐานในการวดัผล 3.3 การให้ความดีความชอบ การให้ความดีความชอบความดีความชอบจากการปฏิบตัิงานท่ีสงูกวา่ มาตรฐานจะเป็นการจงูใจให้บคุลากรมุง่พฒันาคณุภาพของงานให้ดีขึน้ ในขณะท่ีผลการประเมิน พบการปฏิบตัิงานท่ีต ่ากว่าเกณฑ์มาตรฐานท่ีก าหนดจะต้องมีการพิจารณาถึงสาเหตแุละก าหนด แนวทางปรับปรุงแก้ไข ทัง้นีต้้องมั่นใจว่าเกณฑ์มาตรฐานท่ีก าหนดนัน้มีความเหมาะสมดีแล้ว ส าหรับการให้ความดีความชอบครูและเจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องกับการด าเนินกิจกรรมการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนถือวา่มีสว่นผลกัดนัให้ผู้ ท่ีเก่ียวข้องมีแรงจงูใจในการท างานมากขึน้ 3.4 การแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหวา่งผู้บริหาร ครูบคุลากรและผู้ มีสว่นเก่ียวข้อง หลงัจากการปฏิบตัิงานตามแผนงานบริหารประชาธิปไตยในแต่ละรอบ การท างานผู้บริหารจะต้องเรียกประชมุผู้ ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกบัการด าเนินกิจกรรมทกุกิจกรรมเสมอ เพ่ือด าเนินกิจกรรมแลกเปล่ียนเรียนรู้จากการปฏิบตัิหน้าท่ีหลงัจากปฏิบตัิตามแผนงานท่ีวางไว้ว่า มีอุปสรรคในการท างานหรือมีข้อเสนอแนะในการท างานหรือไม่อย่างไรหลังจากนัน้เม่ือมี ข้อเสนอแนะผู้บริหารจะด าเนินการน าเอาข้อเสนอดงักลา่วไปใช้ปรับปรุงแนวทางในการท างานครัง้ ตอ่ไป 269 กระบวนการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงานคณะกรรมการศึกษาขัน้พืน้ฐาน กระบวนการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน ได้ก าหนดไว้ 4 ขัน้ตอน ดงันี ้ ตาราง 22 กระบวนการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรม/ กระบวนการ วิธีการด าเนินการ/วิธีการ พัฒนา พฤตกิรรมที่ ต้องการวัด เกณฑ์การ ตัดสิน 1. สร้างความรู้ความ เข้าใจและชีแ้จง ผู้บริหารและ บคุลากรใน สถานศกึษาท่ี ทดลองใช้โดยสร้าง ความเข้าใจ เก่ียวกบัวิธีการ ด าเนินการตาม รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดั ส านกังาน คณะกรรมการ การศกึษาขัน้ พืน้ฐาน ประชมุชีแ้จงเก่ียวกบัการใช้ คูมื่อการด าเนินงานตาม รูปแบบ เกณฑ์การประเมิน และ การประเมินผลการ ทดลองใช้ รูปแบบการ บริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้ พืน้ฐานแก่โรงเรียนท่ีทดลอง ใช้ ความเข้าใจเก่ียวกบั 1.1 การใช้คูมื่อการ ด าเนินงานตาม รูปแบบ 1.2 วิธีการด าเนินงาน ตามรูปแบบ 1.3 การประเมินผล การทดลองใช้ รูปแบบ บคุลากรมีความ เข้าใจเก่ียวกบั 1.1 การใช้คูมื่อ การด าเนินงาน ตามรูปแบบ 1.2 วิธีการ ด าเนินงานตาม รูปแบบ 1.3 การ ประเมินผลการ ทดลองใช้รูปแบบ การใช้คูมื่อการ ด าเนินงานตาม รูปแบบ 270 ตาราง 22 (ตอ่) กิจกรรม/ กระบวนการ วิธีการด าเนินการ/วิธีการ พัฒนา พฤตกิรรมที่ ต้องการวัด เกณฑ์การ ตัดสิน 2. การด าเนินงาน ตามรูปแบบ การ ปฏิบตังิานตาม ภารกิจและ ขอบข่ายการ บริหาร ประชาธิปไตยใน โรงเรียน ให้ผู้บริหารและครูทกุคนใน โรงเรียนได้ศกึษาเอกสาร และมีการอภิปรายซกัถาม ร่วมกนัด าเนินงานในด้าน การบริหารประชาธิปไตยใน โรงเรียนใน 4 องค์ประกอบ หลกั ดงันี ้ 1. การบริหารแบบมีสว่น ร่วม 2. หลกัสตูรสถานศกึษาท่ี สง่เสริมวิถีประชาธิปไตย 3. การจดักิจกรรมเพื่อสร้าง วิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษา 4. การจดับรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตย ผลการปฏิบตัภิารกิจ และองค์ประกอบ สอดคล้องกบัรูปแบบ หรือไม ่ 271 ตาราง 22 (ตอ่) กิจกรรม/ กระบวนการ วิธีการด าเนินการ/วิธีการ พัฒนา พฤตกิรรมที่ ต้องการวัด เกณฑ์การ ตัดสิน 3. การติดตามการ ด าเนินตามรูปแบบ ผู้บริหาร ครู บคุลากร น าเสนอการด าเนินการตาม คูมื่อการด าเนินงาน ประชาธิปไตยในโรงเรียนแต่ ละองค์ประกอบวา่มีความ เหมาะสม หรือเพิ่มเตมิ มี ข้อเสนอแนะในการ ด าเนินการอยา่งไรบ้าง ข้อเสนอแนะในการ ด าเนินการ ประชาธิปไตยใน โรงเรียน ข้อเสนอแนะการ ด าเนินการท่ี สามารถ ด าเนินการได้ อยา่งเป็น รูปธรรม 4. ประเมินผลหลงั การน ารูปแบบการ บริหาร ประชาธิปไตยใน โรงเรียนสงักดั ส านกังาน คณะกรรมการ การศกึษาขัน้ พืน้ฐาน ประเมินผลของการทดลอง ใช้รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้ พืน้ฐานท่ีมีประสิทธิผลไปใช้ ตามเกณฑ์คณุภาพ ผลการทดลองใช้ รูปแบบเป็นไปเกณฑ์ ท่ีก าหนด 272 ภาคผนวก ฉ หนงัสือขอความอนเุคราะห์ให้นกัศกึษาปริญญาเอก เก็บข้อมลูโดยการสมัภาษณ์เชิงลกึ 273 ท่ี ศธ ๐๕๒๑.๒.๐๗๐๒/ว ภาควชิาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ วทิยาเขตปัตตานี ๙๔๐๐๐ กุมภาพนัธ์๒๕๕๗ เร่ือง ขอความอนุเคราะห์ใหน้กัศึกษาปริญญาเอกเก็บขอ้มูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก เรียน ………………………………………………………. ส่ิงท่ีส่งมาดว้ย แบบสัมภาษณ์ จ านวน ๑ ชุด ดว้ยนายวนัชยั หวงัสวาสด์ิ นกัศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์วทิยาเขตปัตตานี ก าลงัท าวจิยัเร่ือง “รูปแบบการ บริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน” โดยมี รศ. ดร.ผอ่งศรี วาณิชยศุ์ภวงศ ์ เป็นอาจารยท่ี์ปรึกษา ในการวจิยัคร้ังน้ี นกัศึกษามีความประสงคจ์ะขอท าการเก็บขอ้มูลโดยการ สัมภาษณ์ท่าน เพื่อประกอบการวจิยั จึงขอความอนุเคราะห์จากท่านไดโ้ปรดกรุณาให้ความ อนุเคราะห์นกัศึกษาท าการสัมภาษณ์ในคร้ังน้ีดว้ย จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาใหค้วามอนุเคราะห์และขอขอบพระคุณเป็นอยา่งสูง มาณ โอกาสน้ี ขอแสดงความนบัถือ (ดร.เรชา ชูสุวรรณ ) หวัหนา้ภาควชิาการบริหารการศึกษา ภาควชิาการบริหารการศึกษา โทรศพัท ์ ๐-๗๓๓๑-๓๙๓๘-๕๐ ต่อ ๑๖๒๔ โทรสาร ๐-๗๓๓๔-๘๓๒๒ 274 ภาคผนวก ช หนงัสือขออนญุาตทดลองใช้รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 275 ที่ศธ 0521.2.0702/ว ภาควิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี 94000 ตุลาคม 2557 เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ให้นักศึกษาทดลองใช้คู่มือรูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน เรียน ผู้อ านวยการโรงเรียนวัดปรางแก้ว สิ่งที่ส่งมาด้วย คู่มือการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน จ านวน ๔ ชุด ด้วยนายวันชัย หวังสวาสดิ์ นักศึกษาปริญญาเอก สาขาวชิาการบริหารการศึกษา คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ก าลังท าวิจัยเรื่อง “รูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยในโรงเรียนสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน” โดยมี รอง ศาสตราจารย์ ดร.ผ่องศรี วาณิชย์ศุภวงศ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ในการนี้นักศึกษามีความประสงค์ขอทดลองใช้คู่มือรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียน ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2557 ถึง กุมภาพันธ์ 2558 จึงเรียนมาเพ่ือโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถือ (ดร.เรชา ชูสวุรรณ) หวัหน้าภาควิชาการบริหารการศึกษา ภาควิชาการบริหารการศึกษา โทรศัพท์ ๐-๗๓๓๑-๓๙๓๘-๕๐ ต่อ ๑๖๒๔ โทรสาร ๐-๗๓๓๔-๘๓๒๒ 276 ภาคผนวก ซ แบบสมัภาษณ์รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 277 แบบสัมภาษณ์รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพืน้ฐาน ค าช้ีแจง แบบสอบถามน้ีแบ่งเป็น 2 ตอน ไดแ้ก่ ตอนที ่1 สถานภาพของผูใ้ห้ขอ้มูลสัมภาษณ์ ตอนที ่2 องคป์ระกอบประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โปรดแสดงความคิดเห็นตามสภาพความเป็นจริง เก่ียวกบัรูปแบบการบริหารประชาธิปไตย ในโรงเรียนของท่าน ตามหลักการและแนวทางการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัด ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามประเด็นค าถามท่ีก าหนดการถามปลายเปิด ส าหรับขอ้มูลท่ีไดน้ ามาใชเ้ฉพาะการวจิยัเท่านั้น และจะเป็นประโยชน์อยา่งยิง่ในการพฒันารูปแบบ การบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อไป รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกดัส านกังานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานมี 4 องค์ประกอบ ดงันี ้ 1. การบริหารแบบมีส่วนร่วม หมายถึงผู้บริหารใช้การบริหารท่ีเปิดโอกาสให้ผู้ มีสว่น เก่ียวข้องกบัการจดัการศกึษาได้เข้ามาสว่นคิดตดัสินใจ ร่วมวางแผน ร่วมท างาน ในโรงเรียน เพ่ือให้นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตย ประกอบด้วย การวางแผน การสัง่การ และการควบคมุ 1.1การวางแผน หมายถึง การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนเพ่ือให้นกัเรียนมีวิถี ประชาธิปไตย ประกอบด้วย ศกึษาวิเคราะห์สถานการณ์โดยรอบด้าน การก าหนดวตัถปุระสงค์ เป้าหมาย ก าหนดวิธีการปฏิบตังิาน การควบคมุก ากบัติดตามประเมินผล 1.2 การส่ังการหมายถึง การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียนเพ่ือให้นกัเรียนมีวิถี ประชาธิปไตย ประกอบด้วย การจงูใจ การติดตอ่ส่ือสาร ภาวะผู้น า และการประสานงาน 1.3 การควบคุม หมายถึงการปฏิบตัหิน้าท่ีในการบริหารมีขัน้ตอน คือก าหนด เป้าหมายในการควบคมุ การพฒันามาตรฐานการปฏิบตังิาน การวดัผลงานและ เปรียบเทียบผลงานกบัมาตรฐาน และการให้ความดีความชอบ 2.หลักสูตรสถานศึกษาที่ส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย หมายถึง กรอบเน้ือหากลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒันธรรม ใชป้ระกอบการจดักิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนท่ีจะ ส่งผลให้ผูเ้รียนมีความรู้ความเขา้ใจในคุณค่าของประชาธิปไตยและมีพฤติกรรมของความเป็น พลเมืองดีในวถีิประชาธิปไตย 278 3.การจัดกจิกรรมเพือ่สร้างวถิีประชาธิปไตยในสถานศึกษาหมายถึง การจดักิจกรรมเพื่อ สร้างวถีิประชาธิปไตยในสถานศึกษา หส้อดคลอ้งกบันโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อปลูกฝัง เยาวชนของชาติให้มีคุณภาพระเบียบวินยัความจงรักภกัดีต่อสถาบนัชาติศาสนาพระมหากษตัริย์ และเล่ือมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตัริย์ทรงเป็นประมุข จัด กิจกรรมเพื่อรักษาศิลปวฒันธรรมของไทยเพื่อรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอนัดีงามของไทยการ จดักิจกรรมตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียนการจดักิจกรรมกีฬาและนนัทนาการการจดั กิจกรรมสุนทรียะการจดักิจกรรมดา้นอาสาพฒันาและบ าเพญ็ประโยชน์จดักิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้ นกัเรียนจดัตั้งกลุ่มกิจกรรมตามรูปแบบการจดัตั้งพรรคการเมือง 4.การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน หมายถึง สภาพแวดลอ้มดา้นกายภาพและสภาพแวดลอ้มดา้นวชิาการ โดยสภาพแวดลอ้มดา้นกายภาพ ไดแ้ก่ การจดับริเวณโรงเรียน อาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน ห้องประกอบ ครุภณัฑ์ และวสัดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีค านึงถึงความสะอาด สดช่ืน ร่มร่ืน สวยงาม มีชีวิตชีวา มีความสร้างสรรค ์ สะดวกสบายต่อการใชมี้ความปลอดภยัคุม้ค่า และเกิดประโยชน์ ส่วนสภาพแวดลอ้มดา้นวิชาการ ได้แก่ การจดัสภาพแวดล้อมเสริมทางด้านการเรียนการสอน ทั้ งในและนอกห้องเรียน การ สนับสนุนทางวิชาการต่าง ๆ และ สภาพแวดล้อมด้านการบริหารจัดการ เช่น การส่งเสริม ความสัมพนัธ์ระหวา่งบุคลากรโรงเรียนการใช้เหตุผล อภิปรายขอ้ขดัแยง้ท่ีเกิดข้ึนระหวา่งผูเ้รียน โดยมีครูเป็นผูแ้นะน าและใหค้ าปรึกษา นายวนัชยั หวงัสวาสด์ิ นกัศึกษาปริญญาเอก สาขาการบริหารการศึกษา มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ วทิยาเขตปัตตานี 279 ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้ให้ข้อมูลสัมภาษณ์ ผู้ให้สมัภาษณ์(ช่ือ- สกลุ)......................................................................................................... ต าแหนง่ ผู้อ านวยการโรงเรียน ................................................................................................. วฒุิการศกึษาสงูสดุ................................................................................................................. สาขาวิชา...............................................ประสบการณ์บริหารโรงเรียนปัจจบุนั.........................ปี สมัภาษณ์เม่ือวนัท่ี..........เดือน................................พ.ศ......................เวลา.............................. ตอนที่ 2 รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงาน คณะกรรมการ การศึกษาขัน้พืน้ฐาน ประเดน็การสัมภาษณ์ เป็นค าถามปลายเปิด ดังนี ้ 1.การบริหารแบบมีส่วนร่วม 1.1 ท่านวางแผนบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 1.2 ท่านมีการสัง่การการด าเนินการประชาธิปไตยในโรงเรียนอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 1.3 ท่านมีการควบคมุประชาธิปไตยในโรงเรียนอย่างไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 280 2.หลักสูตรสถานศึกษาท่ีส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย 1.1 ทา่นวางแผนในการบริหารหลกัสตูรท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน อย่างไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 1.2 ทา่นมีวิธีสัง่การการบริหารหลกัสตูรท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน อยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 1.3 ทา่นมีการควบคมุในการบริหารหลกัสตูรท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียน อย่างไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศึกษา 3.1 ทา่นวางแผนจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.2 ทา่นสัง่การจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 3.3 ทา่นมีการควบคมุจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในโรงเรียนอยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 4.การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน 4.1 ทา่นมีการวางแผนสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียนอยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 281 4.2 ท่านมีการสั่งการ สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีส่งเสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียนอยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 4.3 ทา่นมีการควบคมุการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใน โรงเรียนอยา่งไร ……………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… 282 ภาคผนวก ฌ แบบสมัภาษณ์การใช้รูปแบบและการบริหารงานประชาธิปไตย ในโรงเรียนสงักดัส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 283 แบบสัมภาษณ์ การใช้รูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้พืน้ฐาน 1. ท่านมีความพงึพอใจในรูปแบบและการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐานอยู่ในระดบัใด เพราะเหตใุด(เหตผุล ประกอบ) ความพงึพอใจ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด เหตุผลประกอบ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. ความมีประโยชน์ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. ผลที่เกดิขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. 284 ภาคผนวก ญ บนัทกึผลการสมัภาษณ์การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียนสงักดั ส านกังานคณะกรรมก ารการศกึษาขัน้พืน้ฐาน 285 บันทกึผลการสัมภาษณ์การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียน สังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้พืน้ฐานจากการน ารูปแบบการบริหาร ประชาธิปไตยไปทดลองใช้กับโรงเรียนเม่ือวันท่ี 16 พฤษภาคม 2557 ถงึ วันท่ี 30 กันยายน 2557 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 ปรากฏจากการสัมภาษณ์ผู้บริหาร โรงเรียนวัดปรางแก้วและครูบุคลากรผู้น ารูปแบบไปใช้ผลดังนี ้ ภาพรวมตัง้แต่ผู้บริหารครูบุคลากรมีความพงึพอใจเก่ียวกับการบริหารแบบมี ส่วนร่วม อยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เหตผุลเพราะการขบัเคล่ือนกระบวนการทางประชาธิปไตยใน โรงเรียนต้องยึดหลกัการมีสว่นร่วม ไมว่า่จะเป็นผู้บริหาร คณะครูและบคุลากร ทกุฝ่ายมีการ ก าหนดเป้าหมายท่ีชดัเจนร่วมกนั สง่ผลให้การด าเนินงานมีประสิทธิภาพท่ีชดัเจน คลอบคลมุทัง้ กระบวนการท างาน มีการก าหนดขัน้ตอนและแนวทางปฏิบตังิานเก่ียวกบัประชาธิปไตยใน โรงเรียน ความมีประโยชน์ เม่ือทกุฝ่ายมีสว่นร่วม จะท าให้โรงเรียนสามารถด าเนินตามทิศทางวาง ไว้ เม่ือทกุคนทีสว่นร่วมในทกุขัน้ตอน มีทิศทางการด าเนินงานในแนวเดียวกนั เกิดความเข้าใจ ร่วมกนัทกุฝ่าย ผู้บริหารสะดวกในการบริหารจดัการ ครูผู้ปฏิบตัิก็สามารถปฏิบตัไิด้อย่างมี ประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึน้ผลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้การบริหารแบบมีสว่นร่วมชว่ยลด ขัน้ตอนและเวลาในการบริหารจดัการ และมีทิศทางท่ีชดัเจน มีความชดัเจน ถกูต้องและเป็น รูปธรรมมากขึน้ ผู้ปฏิบตังิานมีขวญัและก าลงัใจ งานประชาธิปไตยมีการพฒันามากยิ่งขึน้ ข้อเสนอแนะ การบริหารแบบมีสว่นร่วมนอกจากผู้บริหารและคณะครูท่ีเป็นปัจจยัส าคญัแล้วการ ด้านประชาธิปไตยควรมีบทบาทของภาคีเครือขา่ยเข้ามามีสว่นเก่ียวข้อง ไมว่า่จะเป็นผู้ปกครอง หรือคณะกรรมการสถานศกึษาและสิ่งส าคญัคือ นกัเรียน ควรให้นกัเรียนมีบทบาทในการก าหนด แนวทางในการด าเนินประชาธิปไตยในโรงเรียนด้วย เน่ืองจากนกัเรียนเป็นตวัขบัเคล่ือนกิจกรรม ประชาธิปไตยในโรงเรียน ความพงึพอใจในรูปแบบและคู่มือรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยใน โรงเรียนเก่ียวกับ องค์ประกอบที่ 2หลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยผลการ ด าเนินการ ครู และ ผู้ มีสว่นเก่ียวข้องเก่ียวกบัหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย สรุปได้ดงันี ้ภาพรวมของความพงึพอใจเก่ียวกบัหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย อยูใ่นระดบัมาก เหตผุลเพราะเมื่อสถานศกึษามีหลกัสตูรท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยได้เป็นอยา่งดี การจดัการเรียนการสอนเพ่ือปลกูฝังประชาธิปไตยจะส่งผลให้นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตยเป็นอย่าง ดี ความมีประโยชน์ เม่ือมีหลกัสตูรท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ท าให้โรงเรียนมีรูปแบบการเรียนการ 286 สอนท่ีเป็นรูปธรรม ครูมีความเข้าใจในประชาธิปไตยมากยิ่งขึน้ เพราะเกิดจากการร่วมกนัวิเคราะห์ และจดัท า นกัเรียนมีกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย ครู บคุลากรมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การจดัการศกึษาบรูณาการประชาธิปไตย และมีหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใช้ ในโรงเรียน ผลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ นกัเรียนมีความเข้าใจในวิถีประชาธิปไตย สามารถน าสิ่งท่ีเรียนรู้ไปปฏิบตั ิเป็นวิถี ประชาธิปไตยท่ีใช้ได้จริงๆในชีวิตประจ าวนั มีความรู้ความเข้าใจ สามารถประพฤตปิฏิบตัติามวิถี ประชาธิปไตยได้ดียิ่งขึน้ รู้จกับทบาทสิทธิและหน้าท่ี พลเมืองท่ีดีตามวิถีประชาธิปไตย ข้อเสนอแนะ ควรสร้างความเข้าใจให้คณะครูในโรงเรียนให้มีความรู้เก่ียวกบัเนือ้หา ประชาธิปไตย ให้ทกุคนมีเป้าหมายเดียวกนัและเข้าใจตรงกนั และในการก าหนดจดุมุ่งหมายของ หลกัสตูรควรเปิดโอกาสให้กรรมการสถานศกึษาและผู้ปกครองเข้ามามีสว่นร่วม รวมทัง้ควรมีการ ตดิตาม ปรับปรุงและพฒันาหลกัสตูรให้เป็นปัจจบุนัและทนัตอ่เหตกุารณ์ ความพงึพอใจในรูปแบบและคู่มือรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยใน โรงเรียนเก่ียวกับ องค์ระกอบที่ 3การจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษาจาก การสมัภาษณ์ผู้บริหาร ครู และผู้ มีสว่นเก่ียวข้องเก่ียวกบัการจดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตย ในสถานศกึษา สรุปได้ดงันี ้ ภาพรวมของความพงึพอใจเก่ียวกบัการจดักิจกรรมเพ่ือสร้างวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษาอยูใ่นระดบัมาก เหตผุลเพราะ คูมื่อรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยในโรงเรียน ดงักลา่ว มีการก าหนดกิจกรรมท่ีชดัเจนครอบคลมุในการพฒันาประชาธิปไตยให้แก่นกัเรียนใน ทกุๆด้าน ความมีประโยชน์ หากโรงเรียนน าคูมื่อกิจกรรมไปปฏิบตัิ ครูมีกิจกรรมท่ีหลากหลายใน การพฒันาวิถีประชาธิปไตย และสามารถสร้างวิถีประชาธิปไตยให้เกิดแก่นกัเรียนได้ ผลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ นกัเรียนมีสามารถเรียนรู้และเข้าใจในวิถีประชาธิปไตย ตระหนกัในบทบาทหน้าท่ี พลเมืองท่ีดี สามารถประพฤตปิฏิบตัติามวิถีประชาธิปไตยได้ดียิ่งขึน้ อีกทัง้โรงเรียนมีบรรยากาศ ทางประชาธิปไตย ครูได้พฒันาศกัยภาพของตนเอง ข้อเสนอแนะ กิจกรรมตา่งๆควรบรูณาการตามความเหมาะสมกบัสภาพบริบทของแตล่ะโรงเรียน และควรมีคูมื่อในการด าเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดความชดัเจนในการด าเนินกิจกรรมมากย่ิงขึน้ 287 ความพงึพอใจในรูปแบบและคู่มือรูปแบบการบริหารงานประชาธิปไตยใน โรงเรียนเก่ียวกับ องค์ประกอบที่ 4 การจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยผู้บริหาร ครู และผู้ มีสว่นเก่ียวข้องเก่ียวกบัการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ี สง่เสริมประชาธิปไตย สรุปได้ดงันี ้ ภาพรวมของความพงึพอใจเก่ียวกบัการจดับรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีสง่เสริม ประชาธิปไตยอยู่ในระดบัมาก เหตผุลเพราะ เม่ือโรงเรียนมีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเอือ้ตอ่ การเรียนรู้ สง่ผลตอ่การพฒันาโรงเรียนในทกุๆด้าน ความมีประโยชน์ ผู้บริหาร คณะครู และ นกัเรียน ได้รับประโยชน์ร่วมกนั เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้และสร้างเครือขา่ยในการเนินงาน ประชาธิปไตย ผลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบไปใช้ นกัเรียนมีแหลง่เรียนรู้ท่ีเอือ้ตอ่การเรียนรู้ นกัเรียนมีการเปล่ียนเปล่ียนพฤตกิรรม มี ความรู้สกึท่ีดีต้อการเรียนรู้มากย่ิงขึน้ สง่ผลให้นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตยท่ียัง่ยืน เกิดเครือข่ายท่ี เข็มแข็งท าให้การบริหารงานประชาธิปไตยมีความมัน่คงและพฒันายิ่งขึน้ ข้อเสนอแนะ ควรจดับรรยากาศท่ีให้เห็นถึงความเป็นประชาธิปไตยในโรงเรียนทัง้ภายในและ ภายนอกห้องเรียน และการให้ความส าคญักบัภาคีเพ่ือมาชว่ยในการจดักิจกรรมท่ีเก่ียวข้องกบัการ จดัสภาพแวดล้อม ผลการด าเนินการใช้รูปแบบบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียนวดัปรางแก้วภาคเรียนท่ี 1/2557 ตัง้แตว่นัท่ี 16 พฤษภาคม 2557 ถึง 30 กนัยายน 2557 ผู้ทดลองใช้รูปแบบมีผู้บริหาร โรงเรียน 1 คนครูบคุลากรในโรงเรียนจ านวน 10 คน ผลการใช้รูปแบบโดยการสมัภาษณ์ ดงันี ้ ผู้บริหาร ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เน่ืองจากมีคูมื่อการด าเนินการ อยา่งชดัเจน คลอบคลมุเร่ืองประชาธิปไตย มองเห็นการด าเนินงานตลอดแนวตัง้แตต้่นจนจบ สะดวกในการบริหารและการปฏิบตัิ การท าประชาธิปไตยเพราะต้องยึดหลักการมีสว่นร่วม หาก ผู้บริหารมีความต้องการแตบ่คุลากรไมมี่สว่นร่วม การท าประชาธิปไตยในโรงเรียนก็จะไมป่ระสบ ผลส าเร็จ เชน่เดียวกบัหากครูต้องการท าประชาธิปไตยในโรงเรียนแตผู่้บริหารไมเ่ห็นด้วย การ ด าเนินงานก็ไมส่ามารถประสบผลส าเร็จ ซึง่สอดคล้องกบัการบริหารจดัการภายในโรงเรียนต้อง ยดึหลกัการบริหารแบบมีส่วนร่วมมีประโยชน์ตอ่การบริหารจดัการในโรงเรียนท่ีสง่ผลตอ่ ประชาธิปไตยในโรงเรียนได้อยา่งมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึน้ นกัเรียนก็จะเกิดคารวะธรรม ปัญญาธรรม และสามคัคีธรรม 288 ข้อเสนอแนะ ผู้บริหาร คณะครู นกัเรียน คณะกรรมการสถานศกึษาต้องเห็นด้วยใน การท าประชาธิปไตยในโรงเรียน ครู ก ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เน่ืองจากมีคูมื่อการด าเนินการ อยา่งชดัเจน คลอบคลมุเร่ืองประชาธิปไตย มองเห็นการด าเนินงานตลอดแนวตัง้แตต้่นจนจบ ประโยชน์ ท าให้โรงเรียนมีทิศทางในการด าเนินการได้อย่างชดัเจน มีตวัก าหนดท่ีสอดคล้องกบั วตัถปุระสงค์ของประชาธิปไตย สะดวกในการบริหารและการปฏิบตัผิลท่ีเกิดขึน้เม่ือน ารูปแบบมา ใช้ ชว่ยลดขัน้ตอนและเวลาในการบริหารจดัการ มีทิศทางท่ีชดัเจน ข้อเสนอแนะ ในการมีสว่นร่วมต้องมีการหาข้อมลูท่ีชดัเจนและถกูต้อง เพราะจะสามารถท าให้ จดัท าคูมื่อไมค่ลาดเคล่ือน ครู ข ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากเพราะ รายละเอียดและกิจกรมท่ีน าเสนอ สามารถน าไปใช้บริหารงานประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี มีกระบวนการท่ีครบ มีทัง้การวางแผน และการด าเนินงาน มีการควบคมุก ากบันิเทศ ประโยชน์ ผู้บริหารสามารถน าไปใช้พฒันา ประชาธิปไตยภายในโรงเรียน ได้อยา่งชดัเจนและมีประสิทธิภาพผลท่ีเกิดในการด าเนินงาน ประชาธิปไตยในโรงเรียนจะมีความชดัเจนถกูต้องและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึน้ มีรูปแบบการ ด าเนินงานท่ีชดัเจน ข้อเสนอแนะ การด าเนินงาน ต้องมีการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารและคณะครู แตก่ารด าเนินการของ โรงเรียน และด้านประชาธิปไตยนา่จะมีบทบาทของภาคเครือข่ายเข้ามามีส่วยเก่ียวข้อง ไมว่า่จะ เป็นผู้แกครอง หรือคณะกรรมการสถานศกึษา ครู ค ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมาก เพราะในการด าเนินงานประชาธิปไตยใน โรงเรียนผู้บริหารควรมีความรู้ความเข้าใจในงานประชาธิปไตยและเป็นผู้ ท่ีสร้างแรงจงูใจให้แก่ คณะครูและนกเรียนเป็นอบัดบัแรกเพ่ือให้งานประชาธิปไตยในโรงเรียนขบัเคล่ือนได้ดียิ่งขึน้ ประโยชน์ ผู้บริหารและคณะครูได้ร่วมกบัวางแผนงานประชาธิปไตย ก็จะได้แนวปฏิบตั ิขัน้ตอน การ การวางแผนเพ่ือให้งานประชาธิปไตยในโรงเรียน ปฏิบตังิานในรวดเร็วยิ่งขึน้ ผลท่ีเกิดขึน้ เม่ือ ผู้บริหารและคณะครูได้ก าหนดเป้าหมายหรือก าหนดทิศทางประชาธิปไตย การด าเนินงานการออก ค าสัง่ตา่งๆจะท าให้การด าเนินงานประชาธิปไตยดียิ่งขึน้ มีการน าเสนอผลงาน เป็นสิ่งท่ีดี จะได้น า ข้อมลูมาพฒันาครัง้ตอ่ไป 289 ข้อเสนอแนะ สว่นใหญ่เน้นท่ีผู้บริหารและคณะครูเป็นหลกั อยากให้นกัเรียนเข้ามามีสว่นร่วมใน การบริหารแบบมีสวนร่วม เพราะเดก็มีความคิดท่ีดี ครู ง ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะจากการด าเนินงานโดย กิจกรรมการมีส่วนร่วม จะสง่ผลให้ประชาธิปไตยในโรงเรียน มีการก าหนดนโยบาย การวางแผน งานอยา่งชดัเจน มีการก าหนดงานอยา่งเป็นขัน้เป็นตอน ผู้ มีสว่นเก่ียวข้องมีสว่นร่วมในการด าเนิน กิจกรรม สง่ผลให้การด าเนินกิจกรรมภายใต้เครือขา่ยทัง้ภายในภายนอก มีความร่วมมือในการจดั กิจกรรมประโยชน์ งานเกิดการพฒันาทกุปี สร้างขวญัก าลงัใจให้แก่ผู้ปฏิบตังิานผลเกิดการวาง แผนการท างานอยา่งชดัเจน เกิดการท างานอยา่งมีสว่นร่วมของภาคีเครือขา่ย ผู้ปฏิบตัิงานมีขวญั และก าลงัใจ งานประชาธิปไตยมีการพฒันา ข้อเสนอแนะ ในการบริหารการแบบมีสว่นร่วมทัง้สามองค์ประกอบย่อย สิ่งท่ีจ าเป็นท่ีสดุจะต้อน า ตวัแทนนกัเรียน ซึง่ถือวา่เป็นผู้ขบัเคล่ือนกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียนไปยงัผู้ เรียน ร่วมกบั ผู้บริหาร คณะครูและบคุลากร ซึง่จะท าให้เห็นภาพการบริหารงานแบบมีสว่นร่วมอย่างชดัเจน ยิ่งขึน้ สิ่งส าคญัควรมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้อยา่งตอ่เน่ือง ร่วมกนัถอดบทเรียน คณะกรรมการ สภานกัเรียนร่วมมีบทบาท ครู จ ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุเพราะ การบริหารแบบมีส่วนร่วม ระหวา่งผู้บริหาร คณะคณะครูและบคุลากร ร่วมกนัคิดวิเคราะห์ วางแผนการด าเนินงานร่วมกนั ก าหนดเป้าหมายท่ีชดัเจน เกิดการสร้างแรงบนัดาลใจในการท างานให้แก่บคุลากรในการ ปฏิบตังิาน สง่ผลให้งานท่ีได้รับมอบหมายเกิดประสิทธิภาพ และบรรลตุามเป้าหมายท่ีตัง้ไว้ร่วมกนั ผลท่ีเกิดขึน้ การมีส่วนร่วมในการด าเนินการทกุขัน้ตอน สง่ผลให้งานท่ีท าเกิดประสิทธิภาพและ เป็นรูปธรรมมากย่ิงขึน้ ข้อเสนอแนะ การบริหารแบบมีสว่นร่วมนอกจากการร่วมกนัระหวา่งผู้บริหาร คณะครูแล้วควรให้ นกัเรียนในโรงเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการด าเนินการ และสร้างภาคีเครือขา่ยทัง้ภายในและ ภายนอกโรงเรียนด้วย 290 องค์ประกอบที่ 2 หลักสูตรสถานศึกษาท่ีส่งเสริมวิถีประชาธิปไตย ผู้บริหาร ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมาก การมีหลกัสตูรท่ีชดัเจนท าให้การ จดัการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพและมีคณุภาพความมีประโยชน์ มีประโยชน์ตอ่นกัเรียน และ ครูผู้สอน ตอ่คณะกรรมการสถานศกึษาหากทกุคนมีความเข้าใจร่วมกนัในเร่องเดียวกนัผลท่ีเกิด นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตย เกิด คารวะธรรม สามคัคีธรรมและปัญญาธรรม เสนอแนะ สามารถน าหลกัสตูรไปใช้จริง แตเ่ป็นหลกัสตูรการเรียนรู้การเมือง หากเราเอา หลกัสตูรเข้ามาบรูณาการก็จะมีความชดัเจนมากย่ิงขึน้ ผอ ก. ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ มีตวับง่ชีท่ี้ครอบคลมุองค์ของ หลกัสตูรท่ีชดัเจนสามารถด าเนินการได้ความมีประโยชน์ สามารถจดัท าหลกัสตูรสถานศกึษาได้ สอดคล้องครอบคลมุกบัหลกัสตูรแกนกลางได้น าหลกัสตูรไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่นกัเรียนอยา่ง แท้จริงผลท่ีเกิด โรงเรียนมีรูปแบบการจดักิจกรรมการเรียนการสอนในเร่ืองของประชาธิปไตยได้ ตรงกบัหลกัสตูร นกัเรียนมีกิจกรรมท่ีหลากหลายในการการเรียนรู้ ข้อเสนอแนะ ครูต้องเข้าใจในการน าหลกัสตูรไปใช้ และต้องมีการติดตามหลกัสตูรว่ามีปัญหา อปุสรรคอยา่งไร เพ่ือมาปรับปรุงหลกัสตูรตอ่ไป ครู ค ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะหลกัสตูรมีการบรูณาการใน ทกุกลุม่สาระการเรียนรู้ท่ีสมัพนัธ์กบังานประชาธิปไตยในโรงเรียนได้เป็นอยา่งดี ไมว่่าสงัคมหรือกิ จรรมพฒันาผู้ เรียน อีกทัง้เปิดโอกาสให้ผู้ มีส่วนเก่ียวข้องภายในสถานศกึษามีสว่นร่วมในการ ก าหนดจดุมุง่หมายของหลกัสตูรประโยชน์ หากน าหลกัสตูรไปพฒันาผู้ เรียนอย่างจริงจงัจะ สามารถน าไปใช้ในการจดัการเรียนการสอนเพ่ือปลกูฝังประชาธิปไตยนกัเรียนได้เป็นอยา่งดี พฒันาทัง้ไอควิและอีควิ สอดคล้องกบันโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ได้เป็นอยา่งดีผลท่ีเกิดขึน้ เม่ือนกัเรียนมีความรู้ความเข้าใจ สามารถประพฤตปิฏิบตัิตามวิถีประชาธิปไตยได้ดียิ่งขึน้ รู้จกั บทบาทสิทธิและหน้าท่ี พลเมืองท่ีดีตามวิถีประชาธิปไตย ข้อเสนอแนะ ในการก าหนดจดุมุง่หมายของหลกัสตูรควรเปิดโอกาสให้กรรมการสถานศกึษาและ ผู้ปกครองเข้ามามีสว่นร่วม รวมทัง้ควรมีการปรับปรุงและพฒันาหลกัสตูร 291 ครู ง ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัปานกลาง เหตผุลการท่ีคณะครูและผู้บริหาร ก าหนดหลกัสตูรประชาธิปไตย เป็นเร่ืองยากท่ีจะเข้าใจ เพราะหลกัสตูรเป็นอะไรท่ีตายตวั และจะ เห็นได้ชดัในกลุม่สาระสงัคม วิชาหน้าท่ีพลเมือง ความมีประโยชน์ การน าประชาธิปไตยเข้าใน หลกัสตูร ท าให้คณะครูและนกัเรียนเข้าใจในงานประชาธิปไตยมากยิ่งขึน้ เน่ืองจากนกัเรียนหรือครู บางสว่นยงัเข้าใจวา่งานประชาธิปไตย เป็นแคกิ่จกรรมภายนอกห้องเรียน เชน่การท ากิจกรรมหน้า เสาธง การท ากิจกรรมตา่งๆท่ีไมเ่ก่ียวกบัหลกัสตูร การท่ีน าประชาธิปไตยไปในหลกัสตูร จะท าให้ เข้าใจมากยิ่งขึน้ว่า ประชาธิปไตยเกิดขึน้ได้ในชีวิตประจ าวนัและสามารถ สร้างประชาธิปไตยใน ตวัเองได้โดยไมต้่องพงึพาคนอ่ืนผลท่ีเกิด ผู้บริหารและคณะครู ได้น าประชาธิปไตยไปใช้และให้ ความส าคญัมากยิ่งขึน้ ข้อเสนอแนะ การน าประชาธิปไตยไปสูก่ารปฏิบตัิ การเรียนการสอน หากมีการวางแผนและมี เป้าหมายความส าเร็จอย่างชดัเจนก็จะท าให้งานประชาธิปไตยและการจดัการเรียนการสอนท าคู่ กนัไปได้ ครู จ ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมาก เพราะ การด าเนินกิจกรรม หากลงมือ ปฏิบตัจิริงๆการท าหลกัสตูรใหม ่ หากท าทกุกลุม่สาระต้องอาศยัความร่วมมือของครูและบคุลากร เม่ือน ามาปฏิบตัแิล้วจะสง่ผลถึงผู้ เรียนอยา่งแท้จริงความมีประโยชน์ ท าให้กิจกรรมประชาธิปไตย ลงสูห้่องเรียนและถึงตวัผู้ เรียนอยา่งแท้จริง ท าให้ครู บคุลากรมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบัการจดั การศกึษาบรูณาการประชาธิปไตย และมีหลกัสตูรสถานศกึษาท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยใช้ใน โรงเรียน ผลท่ีเกิดจากการใช้รูปแบบนกัเรียนมีคามเข้าใจในวิถีประชาธิปไตย สามารถน าสิ่งท่ี เรียนรู้ไปปฏิบตั ิเป็นวิถีประชาธิปไตยท่ีใช้ได้จริงๆในชีวิตประจ าวนั ครูมีความรู้ความเข้าใจในวิถี ประชาธิปไตย สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมท่ีสง่เสริมและพฒันาวิถีประชาธิปไตยให้เข้มแข็งแก่ นกัเรียนได้ และหลกัสตูรสถานศกึษาเกิดการพฒันาจากการน ามาใช้จริง ข้อเสนอแนะ ก่อนด าเนินการัดท าหลกัสตูรจ าเป็นจะต้องให้ความรู้การบรูณาการประชาธิปไตย และวิถีประชาธิปไตยให้กบัครูและบคุลากรในโรงเรียน เน่ืองจาก ครูในโรงเรียนไมไ่ด้มีความรู้เท่า เทียมกนัทกุคน หากให้ท าหลกัสตูรเลยผลลพัธ์ท่ีได้อาจไม่ตรงตามเป้าท่ีหวงัไว้ เม่ือทกุคนมี เป้าหมายเดียวกนั เม่ือท าหลกัสตูรก้อจะเดนิไปในทิศทางเดียวกนั 292 องค์ประกอบที่ 3 การจัดกิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศึกษา ผู้บริหาร ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะ หากสามารถจดั กิจกรรมตามท่ีก าหนดมาได้ก็สามารถครอบคลมุความมีประโยชน์ ด้านการพฒันานกัเรียนให้มี ประชาธิปไตยในสถานศกึษาผล นกัเรียนมีคณุธรรม จริยธรรมและมีจิตอาสา มีความกล้า แสดงออกอยา่งมีเหตผุล ข้อเสนอแนะ เน้นวตัถปุระสงค์และเป้าหมาย ครู กระดบัความพงึพอใจอยู่ในระดบัมากท่ีสดุเพราะ มีการก าหนดกิจกรรมท่ี ชดัเจนประโยชน์ สามารถน ากิจกรรมท่ีก าหนดไว้ในคูมื่อมาตรอบสนองวิถีประชาธิปไตยใน สถานศกึษาได้อย่างถกูต้องผลท่ีเกิดขึน้ นกัเรียนมีกิจกรรมท่ีหลาหลายสามารถสร้างวิถี ประชาธิปไตยให้เกิดแก่นกัเรียนได้ โรงเรียนมีกรอบงานท่ีชดัเจน ข้อเสนอแนะ กิจกรรมควรบรูณาการตามความเหมาะสมกบัสภาพบริบทของแตล่ะโรงเรียน เน่ืองจากมีความหลากหลายจงึควรมาปรับใช้ ตามบริบทของโรงเรียน ครู ข ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุเพราะ เน่ืองจากมีกิจกรรมท่ีน าไป พฒันาผู้ เรียนได้อยา่งครอบคลมุโดยเน้นการมีสว่นร่วมทกุภาคสว่น ทัง้ภายในและภายนอก ประโยชน์ ผู้บริหารและครูผู้สอนสามารถน าไปใช้เป็นแนวทางในการจดัการเรียนรู้เพ่ือปลกูฝัง ประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดีผลท่ีเกิด นกัเรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถน าไปใช้ใน ชีวิตประจ าวนัได้ เสนอแนะ ควรเพิ่มกิจกรรมท่ีเก่ียวกบัการเทิดทนูสถาบนัและความจงรักภกัดีตอ่ พระมหากษัตริย์ ครู คระดบัความพงึพอใจอยู่ในระดบัมาก เพราะการท่ีนกัเรียนได้เลือกท า กิจกรรมตามความถนดัและความสนใจของนกัเรียนเอง นกัเรียนจะมีความตัง้ใจและความสนใจท่ี ดีกวา่และหากมีกิจกรรมท่ีหลากหลายนกัเรียนก็สามารถเลือกกิจกรรมท่ีชอบท่ีสดุได้ รวมทัง้เป็น การประเมินความสามารถของครูและนกัเรียนว่าสนใจในด้านไหน และน าไปสง่เสริมประโยชน์การ จดักิจกรรมเพื่อสร้างวิถีประชาธิปไตยในสถานศกึษา จะท าให้คณะครูและนกัเรียนได้พฒันา ศกัยภาพของครูและนกัเรียนตามความถนดั และสามารถบรูณาการให้เข้ากบัรายวิชาตา่งๆได้ด้วย 293 ผล นกัเรียนมีการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ เม่ือมีการประเมินผล สามารถน าผลท่ีได้ไปปรับการจดั กิจกรรมครัง้ตอ่ไป ข้อเสนอแนะ นกัเรียนจะได้เลือกกิจกรรมท่ีชอบมากท่ีสดุเป็นการตอ่ยอดตวัเอง ครู ง ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมาก เพราะเนือ้หาในคูมื่อยงัคลมุเครือใน การปฏิบตั ิ ผู้ปฏิบตัไิมเ่กิดความชดัเจนในการน าไปใช้ประโยชน์ ครูและบคุลากรมีความเข้าใจ บทบาทหน้าท่ีของตนเองในการจดักิจกรรมท่ีสง่เสเริมวิถีประชาธิปไตย ผลท่ีเกิด นกัเรียนได้จดั กิจกรรมตามวิถีประชาธิปไตย นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตย โรงเรียนมีบรรยากาศประชาธิปไตย นกัเรียนสามารถน าวิถีประชาธิปไตยไปใช้จริงและสามารถเผยแผ่ขยายผลไปยงัผู้ อ่ืนได้ ข้อเสนอแนะ คูมื่อควรก าหนดกรอบของกิจกรรม ท่ีจดัในองค์ประกอบแยก รายละเอียดให้จดัเชนวา่กิจกรรมตา่งๆสง่เสริมวิถีประชาธิปไตยด้านใด ครู จ ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะการมีกิจกรรมท่ี หลากหลายซึง่สอดคล้องกบันโยบายของกระทรวงศกึษาธิการ นัน้ ท าให้นกัเรียนมีกิจกรรมให้เลือก ตามความสนใจ และตามความถนดั นกัเรียนเกิดวิถีประชาธิปไตยในตนเองผา่นการด าเนิน กิจกรรมตา่งๆในโรงเรียนผลท่ีเกิด นกัเรียนมีความในใจและตัง้ใจในการร่วมกิจกรรมท่ีตนเองสนใจ มากขึน้ ท าให้นกัเรียนได้รับความรู้อย่างเตม็ศกัยภาพและเรียนรู้วิถีประชาธิปไตยอยา่งแท้จริง ข้อเสนอแนะ ในการด าเนินกิจกรรมตา่งๆ ควรมีการก าหนดกรอบการด าเนินกิจกรรมท่ีชดัเจน มากยิ่งขึน้ เพ่ือ จะได้ทราบถึงขอบขา่ยการเรียนรู้ท่ีชดัเจน 294 องค์ประกอบที่ 4 การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ผู้บริหาร ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะการเรียนรู้ประชาธิปไตย ต้องมีสภาพแวดล้อมเอือ้ตอ่การเรียนรู้ ทัง้ผู้บริหาร คณะครู ทกุอย่าง ประโยชน์ สภาพแวดล้อมท่ีดี สง่ผลตอ่การเรียนรู้ทกุกลุม่สาระผล นกัเรียน มีวิถีประชาธิปไตยในชีวิตประจ าวนั สามารถน าไปใช้ ได้จริง ข้อเสนอแนะ ให้ด าเนินการตามคูมื่ออยา่งรอบคอบแล้วจะเกิดผลดีตอ่นกัเรียน ครู ก ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุเพราะ การจดัสภาพแวดล้อมภายใน โรงเรียนสง่ผลตอ่การพฒันาโรงเรียนในทกุๆด้านรวมทัง้การสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ประโยชน์ บรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีดีย่อยสง่ผลตอ่การเรียนรู้ของนกัเรียนด้วย ผลท่ีเกิดขึน้ นกัเรียนมีแหลง่เรียนรู้ท่ีเอือ้ตอ่การเรียนรู้ ข้อเสนอแนะ บทบาทหน้าท่ีของภาคีเครือข่าย ในเร่ืองของงบประมาณ ครู ขระดบัความพงึพอใจอยู่ในระดบัมาก การปรับสภาพแวดล้อมไมว่า่ความร่มร่ืน ความสวยงาม รวมถึงการจดัสภาพแวดล้อมให้คณะครูมีความเข้าใจในงานประชาธิปไตย จะท าให้ งานประชาธิปไตยได้รับการยอมรับและขบัเคล่ือนได้ดียิ่งขึน้ ประโยชน์ งานประชาธิปไตยได้รับความยอมรับ ผลท่ีเกิดขึน้ ได้มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้เก่ียวกบังานประชาธิปไตย ข้อเสนอแนะ การจดัป้ายนิเทศ การจดัการเรียนการสอน ทกุห้องเรียน และทกุฝ่าย ควรต้องได้รับสง่เสริมและพฒันา ครู ค ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมาก เนือ้หาองค์ประกอบยอ่ยยงัไมมี่ความ ชดัเจน ควรมีการจดับรรยากาศท่ีสง่เสริมประชาธิปไตย ควรระบไุปถึงห้องเรียน ครู จ ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เพราะ การท่ีมีบรรยากาศและ สภาพแวดล้อมท่ีดีทัง้ภายในและภายนอกโรงเรียน สง่ผลให้นกัเรียนเกิดการเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึน้ เกิดการสร้างขา่ยการท างาน แลกเปล่ียนเรียนรู้ พึง่พากนัระหวา่งหนว่ยงานภายนอกกบั โรงเรียน ผลท่ีเกิด เม่ือโรงเรียนมีสภาพแวดล้อมและบรรยากาศท่ีดี เหมาะกบัการเรียนรู้สิ่ง ใหม่ๆ อยูเ่สมอ ท าให้นกัเรียนมีความกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตา่งๆมากขึน้ ข้อเสนอแนะ ควรมีการจดัสภาพแวดล้อมท่ีมีการสง่เสริมวิถีประชาธิปไตย เพ่ือให้ นกัเรียนซมึซบัวิถีประชาธิปไตยอยา่งแท้จริง 295 ภาพรวม ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ ทกุองค์ประกอบได้ก าหนดแนวทางการ ด าเนินการได้อยา่งชดัเจน ประโยชน์ นกัเรียนและองค์การ สามารถขยายผลให้แก่โรงเรียนอ่ืนได้เป็นอยา่งดี ผล นกัเรียนมีวิถีประชาธิปไตยอยา่งยัง่ยืน น าไปใช้ในชีวิตจริงได้ เสนอแนะ ควรน าผลการใช้คูมื่อมาปรับปรุงพฒันาอย่างตอ่เน่ือง หลกัจากใช้แล้วอาจมีการ พดูคยุ เพ่ือปรับปรุงและพฒันา ครู ก ระดบัความพงึพอใจอยูใ่นระดบัมากท่ีสดุ เน่ืองจากเป็นรูปแบบและคูมื่อท่ีดี สามารถน าไปใช้ได้อยา่งเป็นรูปธรรม ประโยชน์ สามารถน าไปขบัเคล่ือนกระบวนการทางประชาธิปไตยได้เป็นอยา่งดี ผลท่ีเกิด ผู้บริหาร ครูมีความรู้ความเข้าใจสามารถน าไปใช้ในการจดัการเรียนรู้ได้เป็น อยา่งดี นกัเรียน มีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบตัตินท่ีดี เป็นพลเมืองท่ีดี ได้รู้จกัสิทธิ หน้าท่ีตาม วิถีประชาธิปไตยและสามารถเป็นพลเมืองท่ีดีของประเทศได้ ข้อเสนอแนะ การเพิ่มบทบาทหน้าท่ีของภาคีเครือขา่ย ครู ก หากทกุโรงเรียนได้ด าเนินกิจกรรมตามคูมื่อทัง้ 4 องค์ประกอบ ก็จะเป็น แนวทางในทิศทางเดียวกนั แตต้่องค านงึถึงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนด้วย 296 ภาคผนวก ฎ ประวัตผู้ิวิจัย 297 ประวัตผู้ิวิจัย ช่ือ สกุล นายวนัชยั หวงัสวาสดิ์ รหัสประจ าตัวนักศึกษา 5320130016 วุฒกิารศึกษา วุฒ ิ ช่ือสถาบัน ปีที่ส าเร็จการศึกษา อนปุริญญาวิทยาศาสตร์และ วิทยาลยัครูภเูก็ต 2532 เทคโนโลยีการเกษตร(อว.ท) ครุศาสตรบณัฑิต(คบ.)(เกษตรกรรมทัว่ไป) วิทยาลยัครูยะลา 2534 ศกึษาศาสตรมหาบณัฑิต(ศษ.ม.) มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ 2539 การบริหารการศกึษา ทุนการศึกษา ทนุการศกึษาระดบัปริญญาเอก ส านกัพฒันาการศกึษาพิเศษ(ศนูย์ใต้) ทนุอดุหนนุการวิจยัเพ่ือวิทยานิพนธ์ จากบณัฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ ต าแหน่งและสถานท่ีท างาน ผู้อ านวยการโรงเรียนเสนาณรงค์วิทยา(กองทพับกอปุถมัภ์) การตีพมิพ์เผยแพร่ผลงาน วนัชยั หวงัสวาสดิ์. (2559). รูปแบบการบริหารประชาธิปไตยในโรงเรียน สงักดัส านกังาน คณะกรรมการการศกึษาขัน้พืน้ฐาน. วารสารเครือข่ายวิทยาลยัพยาบาลและ การสาธารณสขุภาคใต้. วิทยาลยัพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา (อยูใ่นระหวา่งด าเนินการ) วนัชยั หวงัสวาสดิ.์ (2559). องค์ประกอบวิถีหลกัท่ีสง่เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน. วารสารนาคบตุรปริทรรศน์. มหาวิทยาลยัราชภฎันครศรีธรรมราช. (อยูใ่นระหวา่งด าเนินการ)