ความต้องการสวสัดิการตามเจเนอเรช่ันของบุคลากรสายสนับสนุน หาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ Welfare Needs in Generations of Support Staff of Prince of Songkla University ชนิดา รัตนชล (Chanida Ruttanachon)1 จุฑามณี ตระกูลมุทุตา (Jutamanee Trakulmututa 2 บทคัดย่อ งานวิจยัน้ีมีวตัถุประสงค์เพื่อศึกษาความตอ้งการในสวสัดิการของบุคลากรสาย สนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ และเปรียบเทียบความแตกต่างของเจเนอเรชัน่ท่ีส่งผลต่อ ความตอ้งการในสวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ กลุ่มตวัอยา่ง คือ บุคลากรสายสนบัสนุนของมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สังกดัส านกังาน อธิการบดีจ านวน 241 คน เคร่ืองมือท่ีใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติท่ีใช้ คือ การแจกแจงความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน การวเิคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจยั พบว่า บุคลากรสายสนบัสนุนมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ มีความ ตอ้งการสวสัดิการด้านความมัน่คง อยู่ในระดบัมากท่ีสุด โดยบุคลากรท่ีมีเพศ ช่วงปีเกิด ระดับ การศึกษาและต าแหน่งงานท่ีแตกต่างกันมีความตอ้งการสวสัดิการแตกต่างกนัอย่างมีนัยส าคญั ส่วน บุคลากรท่ีมีสถานภาพการสมรสและหน่วยงานท่ีสังกดัแตกต่างกนัจะมีความตอ้งการสวสัดิการไม่ แตกต่างกัน ส าหรับผลการเปรียบเทียบความต้องการสวสัดิการ โดยจ าแนกตามช่วงปีเกิด พบว่า บุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่ีมีช่วงปีเกิดแตกต่างกันมีความต้องการ สวสัดิการแตกต่างกนัอยา่งมีนยั ส าคญัในดา้นเศรษฐกิจ ดา้นนนัทนาการ และดา้นการศึกษา ABSTRACT This research aims to 1) study welfare needs of support staff of Prince of Songkla University and 2) to compare the difference in generation resulting on welfare needs of support staff of Prince of Songkla University, Under Office of the President for 241 samples. The 1 นกัศึกษาหลกัสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบณัฑิต คณะวทิยาการจดัการ มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ จงัหวดัสงขลา 90112 2 ผูช่้วยศาสตราจารย ์ดร. ภาควชิารัฐประศาสนศาสตร์ คณะวทิยาการจดัการ มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ จงัหวดัสงขลา 90112 2 interview was conducted and the data was analyzed using Mean (X ), Standard Deviation (S.D.) and t-test and one way ANOVA analysis of variance (ANOVA) were also analyzed. The results showed that support staff of Prince of Songkla University have the highest level of security welfare requirements. The welfare needs of staff with different gender, age, education level, and position are significantly different. Meanwhile, there is no significant difference in welfare needs of staff with different marriage status and Under the department. For the effect of age, the results showed that staffs with different generations need different Welfare needs of support staff in category of security, recreation and education significantly. บทน า สภาพสังคมไทยในยคุปัจจุบนันั้นไดมี้การเปล่ียนแปลงไปจากยุคก่อนไม่วา่จะเป็น การเปล่ียนแปลงทางเทคโนโลยี ค่านิยม วิถีชีวิตหรือกระทัง่ความคิด การท าความเขา้ใจต่อลกัษณะ พฤติกรรมของคนในเจเนอเรชัน่ต่างๆ ถือเป็นส่ิงส าคญั ไม่ใช่แค่เฉพาะเก่ียวขอ้งกบัการด ารงชีวิต ของคนท่ีอยูใ่นเจเนอเรชัน่ ต่างๆ เท่านั้น ท่ีท าให้เราตอ้งเตรียมความพร้อมหรือปรับตวัให้เหมาะสม ในโลกท่ีพร้อมจะมีส่ิงใหม่ๆ และการเปล่ียนแปลงท่ีรวดเร็วของยุคปัจจุบนั ในองคก์รก็เช่นเดียวกนั ท่ีจะตอ้งเตรียมความพร้อมในการรับมือและตอ้งมีความเขา้ใจต่อความแตกต่างของบุคลากร กล่าวว่า “ความเขา้ใจต่อความแตกต่างของบุคลากร ”เป็นแนวคิดการบริหารยุคใหม่ท่ีกล่าวถึงการบริหาร ความแตกต่างของบุคลากร หรือ Diversity ซ่ึงเป็นแนวคิดท่ีน่าสนใจ เกณฑ์รางวลัคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award: TQA) ก็ไดก้ล่าวถึงการบริหารทรัพยากรบุคคล ท่ีตอ้งค านึงถึงความ ตอ้งการและความหลาก หลายของบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างดา้นเพศ การศึกษา รวมทั้ง อายุ และกลายเป็นประเด็นส าคญัท่ีไดรั้บความสนใจอย่างมากในหลายดา้น ตั้งแต่การตลาดจนถึงการ บริหารบุคลากร (รัชฎา อสิสนธิสกุล และออ้ยอุมา รุ่งเรือง, 2560) สวสัดิการถือเป็นเร่ืองส าคญัของคนในยุคน้ี เพราะนอกเหนือจากเงินเดือนท่ีได้รับ แลว้ สวสัดิการก็เป็นอีกปัจจยัหน่ึงท่ีช่วยดึงดูดใหค้นมาสมคัรงานและรักษาพนกังานท่ีดีไวก้บัองคก์ร แต่ เน่ืองจากในองค์กรหน่ึงนั้นประกอบด้วยบุคลากรจ านวนมาก โดยเฉพาะองค์กรในยุคน้ี เป็นยุคท่ี องคก์รขนาดใหญ่มีพนกังานทั้ง 3 เจเนอเรชัน่ อยูร่วมกนั ตั้งแต่เบบ้ีบูมเมอร์ส, เจนเนอเรชัน่เอ็กซ์ และ เจนเนอเรชัน่วาย จึงถือเป็นเร่ืองยากท่ีจะตอบสนองความตอ้งการของคนกลุ่มใหญ่และอยู่ในรุ่นท่ี ต่างกนั โดยเฉพาะ การตอบสนองในเร่ืองสวสัดิการ ซ่ึงการจะดูแลพนกังานในองคก์ร ผูบ้ริหารควร ค านึงถึงเร่ืองสวสัดิการหรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ท่ีพนกังานควรไดรั้บสวสัดิการท่ีดีนอกจากจะดึงดูด 3 ใหค้นอยากมาร่วมงานแลว้ ก็ยงัมีส่วนช่วยในการรักษาพนกังานปัจจุบนัไวก้บัองคก์รและช่วยสร้าง สภาพแวดลอ้มท่ีเอ้ือต่อผลผลิตท่ีดีข้ึนขององคก์รอีกดว้ย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยในก ากับของรัฐ มีความ เก่ียวขอ้งกบัการศึกษาโดยไดก้ าหนดเป้าหมาย เพื่อการพฒันาภาคใตต้ามแผนพฒันาการศึกษา อนั เป็นพื้นฐานในการพฒันาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกนัอย่างสันติสุขและเสมอภาคของ ประชาชน และเพื่อเป็นแหล่ง บริการวิชาการชุมชนทั้ งในชนบทและในเมือง ซ่ึงปัจจุบัน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ประกอบด้วยห้าวิทยาเขต โดยแต่ละวิทยาเขตมีการเรียนการสอนท่ี สอดคลอ้งกบัความตอ้งการของชุมชนในพื้นท่ี อาจกล่าวไดว้า่มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ เป็นองคก์ร ท่ีมีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและส่งผลต่อการพฒันาของประเทศ ซ่ึงการปฏิบติังานจะบรรลุ เป้ าหมายและเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลหรือไม่นั้ น ต้องอาศัย บุคลากร เ ป็นส าคัญ มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์จึงจ าเป็นตอ้งมีการสนบัสนุนบุคลากรโดยเฉพาะในดา้นคุณภาพชีวิต การท างานและสวสัดิการท่ีไดรั้บ เพราะสวสัดิการท่ีดีนอกจากจะดึงดูดให้คนอยากมาร่วมงานแลว้ ก็ยงัมีส่วนช่วยในการรักษาพนกังานปัจจุบนัไวก้บัองค์กรและช่วยสร้างสภาพแวดลอ้มท่ีเอ้ือต่อ ผลผลิตท่ีดีข้ึนขององคก์ร ผูว้ิจ ัยจึงมีความสนใจศึกษาถึงความต้องการสวสัดิการตามเจเนอเรชั่น ของ บุคลากรสายสนบัสนุนมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ เพื่อน าผลการศึกษาท่ีได้มาเป็นแนวทางในการ จดัสวสัดิการท่ีเหมาะสมต่อองค์กรและบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ รวมถึงเป็นแนวทางในการพฒันาสวสัดิการท่ีดีและตอบสนองความตอ้งการส าหรับบุคลากรในแต่ ละเจเนอเรชั่น สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากร และส่งผลให้มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์สามารถรักษาบุคลากรท่ีดีและมีความสามารถให้ยงัคงอยู ่เป็นการสร้างองคค์วามรู้ใหม่ใน การพฒันาสวสัดิการตามเจเนอเรชัน่ ของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์อีก ดว้ย วตัถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความตอ้งการในสวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 2. เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของเจเนอเรชั่นท่ีส่งผลต่อความต้องการใน สวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ 4 การทบทวนวรรณกรรม อภิญญา อยูป่ระเสริฐ, และชูเกียรติ จากใจชน (2561) ศึกษาเปรียบเทียบความตอ้งการใช้ สวสัดิการ ความสมดุลของชีวิตและงาน และการเป็นสมาชิกท่ีดีของบุคลากรวิทยาลยัเซนตห์ลุยส์ ในแต่ละเจนเนอเรชัน่ ผลการวจิยั พบวา่ ความตอ้งการใชส้วสัดิการในแต่ละเจนเนอเรชัน่ของบุคลากร ไม่แตกต่างกนั อย่างมีนยัส าคญัทางสถิติท่ี ระดบั 0.05 ความสมดุลของชีวิตและงานดา้นการเงินมี ความแตกต่างกนัอยา่งมีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 โดยท่ีเจนเนอเรชัน่บีมีความสมดุลของชีวิต และงานด้านการเงินมากกว่าเจนเนอเรชั่นวาย และในส่วน พฤติกรรมการเป็นสมาชิกท่ีดีด้าน พฤติกรรมให้ความร่วมมือมีความแตกต่างกนัอย่างมีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 โดยท่ีเจนเนอ เรชัน่บี มีพฤติกรรมการให้ความร่วมมือมากกว่าเจนเนอเรชัน่เอ็กซ์ และเจนเนอเรชัน่วาย และดา้น พฤติกรรมการส านึกในหนา้ท่ี มีความแตกต่างกนัอยา่งมีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 โดย ท่ีเจน เนอเรชัน่บี มีพฤติกรรมการส านึกในหนา้ท่ีมากกวา่เจนเนอเรชัน่ เอก็ซ์และเจนเนอเรชัน่วาย ณภคั อินทรานนท์, และพีรเศรษฐ์ ชมพูม่ิง (2561) ศึกษาความตอ้งการสวสัดิการ ยืดหยุ่นของพนักงานส านักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (ส านกังาน กสทช.) กลุ่มตวัอย่างมีความพึงพอใจมากท่ีสุด ไดแ้ก่ สวสัดิการ ดา้นสุขภาพและความมัน่คง รองลงมา ไดแ้ก่ สวสัดิการ ดา้นช่วยเหลือเก้ือกูล โดยท่ีกลุ่มตวัอยา่งมี ระดบัความตอ้งการสวสัดิการยืดหยุน่ (Flexible benefits) โดยหากจะมีการเปล่ียนแปลงนโยบาย เป็นสวสัดิการยดืหยุน่ สวสัดิการท่ีกลุ่มตวัอยา่งคิดวา่ตอบสนองความตอ้งการ มากท่ีสุด ไดแ้ก่ การ เพิ่มเงินกองทุนส ารองเล้ียงชีพ และหากเปรียบเทียบความตอ้งการสวสัดิการยืดหยุ่นจ าแนกตามเจ เนอเรชันพบว่าเจเนอเรชัน ซ่ึงแบ่งประชากรตามปีเกิดท่ีต่างกนัมีผลต่อความตอ้งการสวสัดิการ ยืดหยุ่นท่ีต่างกนั และกลุ่มตวัอยา่งท่ีเป็นเจเนอเรชนัซี (Gen-C) กบักลุ่มตวัอยา่งท่ีไม่ใช่เจเนอเรชนัซี มีความตอ้งการสวสัดิการยืดหยุน่ท่ีแตกต่างกนั และหากเปรียบเทียบ ความตอ้งการสวสัดิการยืดหยุ่น ตามคุณลกัษณะของประชากรพบวา่ เพศ ต าแหน่งงาน ระดบัรายได ้ระดบั การศึกษาท่ีแตกต่างกนั มีความต้องการสวสัดิการยืดหยุ่นท่ีไม่แตกต่างกนั สถานภาพการสมรส อายุงานในองค์กร ท่ี แตกต่างกนั มีความตอ้งการสวสัดิการยดืหยุน่ท่ีแตกต่างกนั นันทนพ เข็มเพชร (2561) ศึกษาแรงจูงใจในการท างานของพนักงานสาย สนบัสนุน ในกลุ่ม Generation Y: กรณีศึกษามหาวทิยาลยัหาสารคาม และศึกษาถึงแนวทางท่ีส าคญัใน การพฒันาความผูกพนัต่อองคก์รของพนกังานสายสนบัสนุนในกลุ่ม Generation Y พบวา่ประเด็น หลกัส าคญัท่ีส่งผลต่อความผูกพนัต่อองคก์ร ไดแ้ก่ ส่ิงเร้าภายนอก อนัหมายถึงนโยบายการบริหาร ของผูบ้ริหาร, เงินเดือนและการควบคุม แรงจูงใจท่ีเป็นส่ิงเร้าภายใน ประเด็นรองท่ีส่งผลต่อความ ผกูพนัต่อองคก์รคือ ส่ิงเร้าภายใน ไดแ้ก่ ความพอใจในกระบวนการท างาน, ความสัมฤทธ์ิผลในการ 5 ท างานและความกา้วหน้าในงาน นอกจากน้ีแนวทางท่ีส าคญัในการพฒันาความผูกพนัต่อองค์กร ของพนักงานสายสนับสนุนในกลุ่ม “Generation Y” คือ ต้องสร้างขวญัและก าลงัใจในการ ปฏิบติังาน มีการบริหารงานท่ีมีความยุติธรรมจดัให้มีโครงการพฒันาบุคลากร แลกเปล่ียนเรียนรู้ และกระชบัความสัมพนัธ์ระหวา่งบุคลากรในองคก์ร วธีิการศึกษา ประชากร กลุ่มตัวอย่าง วธีิการสุ่มตัวอย่าง ประชากร ประชากรท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ี คือ บุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย สงขลา นครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สังกัดส านักงานอธิการบดี ทั้งท่ีเป็นขา้ราชการ พนักงาน มหาวิทยาลยัเปล่ียนสภาพ พนกังานมหาวิทยาลยัเงินงบประมาณ พนกังานมหาวิทยาลยัเงินรายได้ และลูกจา้ง สังกดัส านกังานอธิการบดี ในปีงบประมาณ 2562 จ านวน 607 คน กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตวัอย่างท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังน้ี ผูว้ิจยัเลือกใช้กลุ่มตวัอย่าง โดยใช้ขนาดกลุ่ม ตวัอยา่งจากวิธีการของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane, 1973) ท่ีระดบัความเช่ือมัน่ 95% และก าหนด ขนาดความคลาดเคล่ือนท่ียอมรับไดท่ี้ระดบั 0.05 เคร่ืองมือในการวจัิย เป็นแบบสอบถามท่ีมีทั้งค าถามปลายเปิดและปลายปิด เก่ียวกับความตอ้งการ สวสัดิการตามเจเนอเรชัน่ของบุคลากรสายสนบัสนุนมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดงัน้ี ส่วนที่ 1 ปัจจยัส่วนบุคคลของผูต้อบแบบสอบถาม ไดแ้ก่ เพศ ช่วงปีเกิด ระดบั การศึกษา สถานภาพการสมรส ต าแหน่งงาน และหน่วยงานท่ีสังกดั ซ่ึงเป็นค าถามปลายปิด ส่วนที่ 2 แบบสอบถามเก่ียวกบัระดบัความตอ้งการสวสัดิการของบุคลากรในแต่ ละเจเนอเรชัน่ ซ่ึงครอบคลุมเน้ือหาดา้นเศรษฐกิจ ดา้นสุขอนามยั ดา้นความมัน่คง ดา้นนนัทนาการ และดา้นการศึกษา เป็นขอ้ค าถามการวดัระดบัความคิดเห็นในความตอ้งการสวสัดิการ โดยแบ่งเป็น 5 ระดบั ซ่ึงเป็นค าถามปลายปิด (Rating Scale) ส่วนที่ 3 เป็นข้อเสนอแนะเก่ียวกับความต้องการสวสัดิการ ของบุคลากรสาย สนบัสนุน มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ มีลกัษณะค าถามเป็นค าถามปลายเปิด (Open-Ended) 6 การเกบ็รวบรวมข้อมูล 1. ในการเก็บข้อมูล ผู ้วิจ ัยได้ด าเนินการขอให้ทางคณะวิทยาการจัดการ มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ ออกหนงัสือ เพื่อขอความอนุเคราะห์ในการเก็บรวบรวมขอ้มูล 2. ประสานงานกบัส านกังานอธิการบดีของมหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ เพื่อขอ ความอนุเคราะห์ในการเก็บขอ้มูลแบบสอบถาม 3. ด าเนินการโดยการแจกแบบสอบถามให้กับประชากรท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 241 ชุด ซ่ึงสามารถเก็บคืนมาได ้จ านวน 241 ชุด 4. น าแบบสอบถามท่ีมีความสมบูรณ์มาวเิคราะห์ดว้ยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การวเิคราะห์ข้อมูล วธีิการทางสถิติทีใ่ช้ การวจิยัคร้ังน้ีใชก้ารวิเคราะห์ขอ้มูลทางสถิติตามลกัษณะขอ้มูล ดงัน้ี 1. ใชส้ถิติเชิงพรรณนา ในการวเิคราะห์ขอ้มูล 1.1 น าส่วนท่ี1 ปัจจยัส่วนบุคคล มาวิเคราะห์ด้วยการใช้ค่าความถ่ี และ น าเสนอผลเป็นค่าร้อยละ 1.2 น าข้อมูลจากแบบสอบถามส่วนท่ี 2 ด้านความต้องการสวสัดิการของ บุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขอนามยั ด้าน ความมัน่คง ด้านนันทนาการ และด้านการศึกษา มาวิเคราะห์โดยใช้ค่าเฉล่ีย ( X ) และค่าส่วน เบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) ส าหรับเกณฑ์การให้คะแนน พิจารณาจากคะแนนอนัตรภาคชั้น (Class Interval) ดงัน้ี (มนสั วงศสี์ใส, 2551) ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์ข้อเสนอแนะเก่ียวกับความต้องการสวสัดิการ ลักษณะ แบบสอบถามเป็นปลายเปิด และหาค่าความถ่ี แลว้สรุปออกมาเป็นค่าร้อยละ สรุปผลการศึกษา การวิเคราะห์ขอ้มูลเก่ียวกบัความตอ้งการสวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ พบว่ามีความตอ้งการอยู่ในระดบัมาก คือ ความตอ้งการสวสัดิการ ดา้นสุขภาพอนามยั ดา้นเศรษฐกิจ ดา้นการศึกษา และดา้นนนัทนาการ พิจารณาเป็นรายดา้นทั้ง 5 ดา้น พบวา่ 1) ด้านความมัน่คง โดยภาพรวมมีความต้องการสวสัดิการด้านความมัน่คงอยู่ใน ระดับมากท่ีสุด เม่ือพิจารณาความต้องการสวสัดิการในแต่ละประเด็นสามารถสรุปได้ ดังน้ี บุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ มีความตอ้งการสวัสดิการดา้นความมัน่คงอยู่ ในระดบัมากท่ีสุดเกือบทุกประเด็น คือ การพิจารณาปรับเงินเดือนทุก 1 ปี การประกนัชีวิต อุบติัเหตุ สุขภาพ เงินชดเชยเม่ือออกจากงาน และการจ่ายเงินช่วยเหลือพนักงานกรณีประสบภยัพิบติั และ 7 ประเด็นท่ีมีความตอ้งการรองลงมาอยูใ่นระดบัมาก คือ การให้รางวลัและการยกยอ่งเชิดชูเกียรติ 2) ดา้น สุขภาพอนามยั โดยภาพรวมมีความตอ้งการสวสัดิการด้านสุขภาพอนามยัอยู่ในระดบัมาก เม่ือ พิจารณาความตอ้งการสวสัดิการในแต่ละประเด็นสามารถสรุปได ้ดงัน้ี บุคลากรสายสนบัสนุน มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ มีความตอ้งการสวสัดิการดา้นสุขภาพอนามยัอยูใ่นระดบัมากท่ีสุด คือ การเขา้รับการรักษาท่ีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สภาพ แวดลอ้มท่ีดีในการท างาน การตรวจ สุขภาพประจ าปีท่ีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ การจดัห้องสุขาท่ีเพียงพอและถูกสุขลกัษณะ การมี อุปกรณ์ เคร่ืองใช้ต่างๆ ไม่เป็นอนัตรายต่อสุขภาพ และมีบริการน ้ าด่ืมท่ีสะอาดและเพียงพอ ส่วน ประเด็นอ่ืนๆมีความตอ้งการในระดบัมากทุกประเด็น 3) ดา้นเศรษฐกิจ โดยภาพรวมมีความตอ้งการ สวสัดิการด้านเศรษฐกิจอยู่ในระดบัมาก เม่ือพิจารณาความตอ้งการสวสัดิการในแต่ละประเด็น สามารถสรุปได้ ดงัน้ี บุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความต้องการ สวสัดิการดา้นเศรษฐกิจอยู่ในระดบัมากท่ีสุดตามล าดบั คือ เงินช่วยเหลือส าหรับค่าใชจ่้ายในการ รักษาพยาบาล การให้เงินช่วยเหลือค่าครองชีพและค่าตอบแทนส าหรับการท างานล่วงเวลา ส่วน ประเด็นอ่ืนๆมีความตอ้งการในระดบัมากทุกประเด็น 4) ดา้นการศึกษา โดยภาพรวมมีความตอ้งการ สวสัดิการด้านการศึกษาอยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณาความต้องการสวสัดิการในแต่ละประเด็น สามารถสรุปได้ ดงัน้ี บุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความต้องการ สวสัดิการดา้นการศึกษาอยูใ่นระดบัมากทุกประเด็นตามล าดบั คือ การพฒันาความรู้ความสามารถใน การท างาน การดูงานการสัมมนา การจดัอบรมเสริมความรู้วิชาชีพให้พนกังาน การส่งบุคลากรไป ศึกษาดูงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การจดัสอนเสริมทกัษะภาษาท่ีสาม ส่งเสริมการลาศึกษา ต่อทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการ และการจดับอร์ดหรือนิทรรศการเพื่อเพิ่มความรู้ 5) ด้าน นนัทนาการ โดยภาพรวมมีความตอ้งการสวสัดิการดา้นนนัทนาการอยูใ่นระดบัมาก เม่ือพิจารณา ความต้องการสวสัดิการในแต่ละประเด็นสามารถสรุปได้ ดังน้ี บุคลากรสายสนับสนุน มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ มีความตอ้งการสวสัดิการดา้นนนัทนาการอยูใ่นระดบัมากทุกประเด็น ตามล าดบั คือ การจดักิจกรรมแก่ผูเ้กษียณอายุราชการ การสนบัสนุนกิจกรรมวนัส าคญัทางศาสนา มี งานเล้ียงร่ืนเริงสังสรรคป์ระจ าปี การจดัสถานท่ีออกก าลงักายส าหรับพนกังาน การแข่งขนักีฬาภายใน องคก์ร บริการหนงัสือพิมพ ์นิตยสาร เพื่อใหรู้้ทนัเหตุการณ์ต่างๆ และการเปิดโทรทศัน์ให้พนกังาน รับชมช่วงเชา้และพกักลางวนั 8 การเปรียบเทียบความแตกต่างของเจเนอเรช่ันที่ส่งผลต่อความต้องการใน สวสัดิการของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ บุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ ท่ีมีช่วงปีเกิดหรือเจเนอเรชัน่ แตกต่างกนั มีความตอ้งการสวสัดิการในดา้นต่างๆ แตกต่างกนัอย่างมีนัยส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ไดแ้ก่ ความตอ้งการสวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ ดา้นเศรษฐกิจ เม่ือทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ พบวา่มีความตอ้งการสวสัดิการแตกต่างกนัอยา่ง มีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ความตอ้งการสวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ด้านนันทนาการ เม่ือทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่ พบว่ามีความตอ้งการ สวสัดิการแตกต่างกนัอยา่งมีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 การวเิคราะห์ข้อเสนอแนะเกีย่วกบัความต้องการสวสัดิการ ขอ้เสนอแนะเก่ียวกบัความตอ้งการสวสัดิการ ดงัน้ี การให้สิทธ์ิแก่บุคลากรในการ ตรวจสุขภาพประจ าปีโดยไม่ตอ้งช าระเงิน การพิจารณาเร่ืองการปรับข้ึนเงินเดือนของลูกจา้งและพนกังาน อภิปรายผล 1. การศึกษาระดับความต้องการสวัสดิการของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขภาพอนามัย ด้านความมั่นคง ด้าน นนัทนาการและดา้นการศึกษา พบวา่ มีความตอ้งการสวสัดิการอยูใ่นระดบัมาก เม่ือพิจารณาเป็น รายดา้น พบวา่ดา้นความมัน่คงอยูใ่นระดบัมากท่ีสุด ส าหรับความตอ้งการสวสัดิการในดา้นอ่ืนๆ มี ความตอ้งการอยูใ่นระดบัมาก สามารถอภิปรายผลโดยแยกประเด็นรายดา้นได ้ดงัน้ี 1.1 ดา้นความมัน่คง พบวา่ความตอ้งการการพิจารณาปรับเงินเดือนทุก 1 ปี อยูใ่นระดบัมากท่ีสุด สอดคลอ้งกบัผลการ ศึกษาวิจยัของปองหทยั พึ่งนุ่ม, และนพพร จนัทรน าชู (2560) ได้กล่าวถึงการประเมินความ ตอ้งการจ าเป็นในการจดัสวสัดิการของพนกังานในสถาบนัอุดมศึกษาของรัฐส าหรับประเทศไทย พบว่าระดบัการจดัสวสัดิการของพนกังานในสถาบนัอุดมศึกษาโดยภาพรวมทุกดา้นอยู่ในระดบั มาก เม่ือพิจารณาเป็นรายดา้นพบวา่ส่วนใหญ่อยู่ในระดบัมากเรียงล าดบัดงัน้ี ดา้นความมัน่คงและ โอกาสกา้วหน้าในอาชีพ รองลงมา คือ ดา้นระบบสัญญา ดา้นคุณภาพชีวิตการท างาน ดา้น ความ ยติุธรรม ดา้นระบบค่าตอบแทน ตามล าดบั ยกเวน้ดา้นการรักษาพยาบาลอยูใ่นระดบัปานกลาง 1.2 ดา้นสุขภาพอนามยั พบวา่ความตอ้งการการเขา้รับการรักษาท่ีโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อยูใ่น ระดบัมากท่ีสุด สอดคลอ้งกบัผลการศึกษาของงามจิต อินทวงศ์ (2556) ไดก้ล่าวถึงความตอ้งการ สวสัดิการของพนักงาน มหาวิทยาลยัเทคโนโลยีราชมงคลตะวนัออกวิทยาเขตบางพระ จงัหวดั 9 ชลบุรี พบว่าความตอ้งการสวสัดิการของพนักงานมหาวิทยาลยัเทคโนโลยีราชมงคลตะวนัออก วิทยาเขตบางพระ จงัหวดัชลบุรี โดยภาพรวมพนกังานมีความตอ้งการสวสัดิการอยู่ในระดบัมาก ท่ีสุด 1.3 ดา้นเศรษฐกิจ พบวา่ความตอ้งการเงินช่วยเหลือส าหรับค่าใชจ่้ายในการรักษา พยาบาล ความ ตอ้งการใหเ้งินช่วยเหลือค่าครองชีพและความตอ้งการค่าตอบแทนส าหรับการท างานล่วงเวลาอยูใ่น ระดบัมากท่ีสุด สอดคลอ้งกบัผลการศึกษาวิจยัของไพศาล ธเนศรุ่งโรจน์ (2548) ไดก้ล่าวถึงความ ตอ้งการในสวสัดิการของพนกังาน ฝ่ายช่างบริษทั การบินไทย จ ากดั (มหาชน) พบวา่ความตอ้งการ ในสวสัดิการของพนกังานท่ีเป็นกลุ่มตวัอยา่ง มีความตอ้งการโดยรวมอยูใ่นระดบัปานกลาง 1.4 ดา้น การศึกษา พบวา่ความตอ้งการพฒันาความรู้ความสามารถในการท างาน อยูใ่นระดบัมาก สอดคลอ้งกบั ผลการศึกษาวิจยัของนิชาภา อินสวา่ง และแสงดาว ประสิทธิสุข (ม.ป.ท.) ไดก้ล่าวถึงปัจจยัท่ีมีผล ต่อการเลือกสวสัดิการของพนกังานธนาคารออมสิน ภาค 16 พบวา่พนกังานธนาคารออมสิน ภาค 16 มี ความตอ้งการสวสัดิการในภาพรวม อยูใ่นระดบัมาก 1.5 ดา้นนนัทนาการ พบวา่การจดักิจกรรมแก่ผู ้ เกษียณอายุราชการ อยู่ในระดบัมาก โดยสวสัดิการดา้นนนัทนาการเป็นความตอ้งการสวสัดิการท่ีน้อย ท่ีสุดของความตอ้งการโดยรวม สอดคลอ้งกบัผลการศึกษาวิจยัของกิตตินนัต์ พิศสุวรรณ(2553) ได้ กล่าวถึงความตอ้งการสวสัดิการของพนกังานกรณีศึกษา : บริษทั ลานนาอุตสาหกรรมเกษตร จ ากดั พบวา่กลุ่มตวัอยา่งมีความตอ้งการในสวสัดิการโดยรวมอยูใ่นระดบัปานกลาง 2. การศึกษาเปรียบเทียบความแตกต่างของเจเนอเรชัน่ท่ีส่งผลต่อความตอ้งการใน สวสัดิการของบุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ พบวา่ บุคลากรสายสนบัสนุน มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ ท่ีมีช่วงปีเกิดหรือเจเนอเรชัน่แตกต่างกนั มีความตอ้งการสวสัดิการใน ดา้นต่างๆ แตกต่างกนัอย่างมีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 สอดคลอ้งกบัผลการศึกษา วิจยัของ ณภคั อินทรานนท์, และพีรเศรษฐ์ ชมพูม่ิง (2561) ศึกษาวิจยั เร่ือง ความตอ้งการสวสัดิการยืดหยุน่ ของพนกังานส านกังานกสทช. แบ่งตามเจเนอเรชนั ผลการศึกษา พบวา่เจเนอเรชนัซ่ึงแบ่งประชากร ตามปีเกิดท่ีต่างกนัมีผลต่อความตอ้งการสวสัดิการยดืหยุน่ท่ีต่างกนั มีความตอ้งการสวสัดิการในดา้น เศรษฐกิจแตกต่างกนัอยา่งมีนยัส าคญัทางสถิติท่ีระดบั 0.05 ข้อเสนอแนะ 1. ขอ้เสนอแนะส าหรับมหาวทิยาลยัสงขลานครินทร์ 1.1 ควรพิจารณาปรับเ งินเดือนควรจัดให้ เ ป็นไปตามบัญชีเ งินเดือน ค่าตอบแทนของพนกังานมหาวิทยาลยั รวมถึงการพิจารณาเร่ืองการปรับข้ึนเงินเดือนของลูกจา้ง และพนกังาน ทั้งในระดบัปริญญาตรีและปริญญาโท ตามอตัราค่าครองชีพและภาวะเศรษฐกิจท่ี เปล่ียนไป 1.2 พิจารณาการประกนัชีวติ อุบติัเหตุ สุขภาพ และการมีเงินชดเชยเม่ือออกจากงาน 10 2. ขอ้เสนอแนะในการท าวิจยัคร้ังต่อไป 2.1 การศึกษาความตอ้งการสวสัดิการของ บุคลากรสายวิชาการ มหาวิทยาลยัสงขลานครินทร์ 2.2 ควรมีการศึกษาวิจยัเก่ียวกบัความตอ้งการ สวสัดิการของบุคลากร มหาวทิยาลยั สงขลานครินทร์ ในทุกๆ วทิยาเขต เพื่อน าผลการวิจยัมาก าหนด เป็นดัชนีช้ีวดัคุณภาพ การบริหารจดัการด้านสวสัดิการส าหรับพนักงานมหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ 2.3 ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบสวสัดิการของพนกังานมหาวิทยาลยัท่ีไดอ้อกนอกระบบ แลว้กบัขา้ราชการมหาวทิยาลยัท่ียงัไม่ไดอ้อกนอกระบบ บรรณานุกรม กิตตินนัต ์พิศสุวรรณ. (2553). ความตอ้งการสวสัดิการของพนกังาน กรณีศึกษา: บริษทั ลานนา อุตสาหกรรม จ ากดั. เศรษฐศาสตรมหาบณัฑิต, มหาวทิยาลยัศรีนครินทรวโิรฒ. งามจิต อินทวงศ.์ (2556). ความตอ้งการสวสัดิการของพนกังาน มหาวทิยาลยัเทคโนโลยรีาชมงคล ตะวนัออก วทิยาเขตบางพระ จงัหวดัชลบุรี. รัฐประศาสนศาสตรมหาบณัฑิต วทิยาลยั การบริหารรัฐกิจ มหาวทิยาลยับูรพา. ณภคั อินทรานนท,์ และพีรเศรษฐ ์ชมพูม่ิง. (2561). ความตอ้งการสวสัดิการยดืหยุน่ของพนกังาน ส านกังานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทศัน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (ส านกังาน กสทช.). วารสารวชิาการกสทช. ประจ าปี 2561. กรุงเทพฯ: มหาวทิยาลยัธรรมศาสตร์. นนัทนพ เขม็เพชร. (2561). แรงจูงใจในการท างานของพนกังานสายสนบัสนุน ในกลุ่ม Generation Y: กรณีศึกษามหาวทิยาลยัหาสารคาม. วารสารการเมืองการปกครอง, 8(1), 40-57. ปองหทยั พึ่งนุ่ม และนพพร จนัทรน าชู. (2560). การประเมินความตอ้งการจ าเป็นในการจดั สวสัดิการของพนกังานในสถาบนัอุดมศึกษาของรัฐส าหรับประเทศไทย. Veridian E-journal, 10(1). รัชฎา อสิสนธิสกุล และออ้ยอุมา รุ่งเรือง. (2560). เจนเนอเรชัน่วายท าไมน่าสนใจ. สืบคน้ 12 ธนัวาคม 2561, จาก http://www.bizexcenter.com อภิญญา อยูป่ระเสริฐ, และชูเกียรติ จากใจชน. (2561). เจนเนอเรชัน่กบัความตอ้งการใชส้วสัดิการ ความสมดุลชีวติและงาน และการเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์าร : กรณีศึกษาวทิยาลยั เซนตห์ลุยส์. กรุงเทพฯ: วทิยาลยัเซนตห์ลุยส์.